home

เราจะปรับปรุงให้ดีขึ้นได้อย่างไร

close
chevron
บทความนี้อาจมีข้อมูลเท็จหรือไม่ถูกต้องแม่นยำ
chevron

โปรดแจ้งให้ทราบหากข้อมูลไม่ถูกต้อง

wanring-icon
คุณไม่จำเป็นต้องกรอกรายละเอียดนี้หากคุณไม่สะดวกใจ โปรดส่งความคิดเห็นของคุณที่ด้านล่างนี้เพื่อรับชมเว็บไซต์ต่อ
chevron
บทความนี้อาจมีข้อมูลไม่เพียงพอ
chevron

โปรดแจ้งให้ทราบหากข้อมูลไม่ครบถ้วน

wanring-icon
คุณไม่จำเป็นต้องกรอกรายละเอียดนี้หากคุณไม่สะดวกใจ โปรดส่งความคิดเห็นของคุณที่ด้านล่างนี้เพื่อรับชมเว็บไซต์ต่อ
chevron
ฉันมีข้อสงสัย
chevron

แม้ว่าเราอาจไม่ได้ให้คำแนะนำด้านการแพทย์ การวินิจฉัยโรค หรือการรักษาโรค แต่เราก็พร้อมรับฟังความคิดเห็นของท่าน โปรดแสดงความคิดเห็นในกล่องข้อความด้านล่าง

wanring-icon
หากคุณเกิดภาวะฉุกเฉินทางการแพทย์ โปรดแจ้งสายด่วน 1669 หรือติดต่อโรงพยาบาลที่อยู่ใกล้พื้นที่ของคุณในทันที

หรือ คัดลอกลิงก์

ใหม่

ปริมาณน้ำที่ดื่มขณะตั้งครรภ์ ดื่มเท่าไรจึงจะเหมาะสม

ปริมาณน้ำที่ดื่มขณะตั้งครรภ์ ดื่มเท่าไรจึงจะเหมาะสม

“น้ำ” เป็นสิ่งที่จำเป็นต่อร่างกาย การที่ร่างกายได้รับน้ำในปริมาณที่เหมาะสม จะช่วยให้ร่างกายสดชื่น ทั้งยังช่วยให้อวัยวะและระบบต่างๆ ของร่างกายทำงานได้อย่างเต็มที่ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วงตั้งครรภ์ก็เป็นอีกช่วงเวลาหนึ่งที่ร่างกายของคุณแม่ตั้งครรภ์ต้องการสารอาหารที่ครบถ้วน มีประโยชน์ บทความนี้ Hello คุณหมอ จะมาไขข้อสงสัยว่า ปริมาณน้ำที่ดื่มขณะตั้งครรภ์ ที่เหมาะสมสำหรับคุณแม่ตั้งครรภ์ควรอยู่ในปริมาณเท่าใด

การดื่มน้ำสำคัญอย่างไร

การที่ร่างกายได้รับปริมาณน้ำที่เพียงพอนั้น ช่วยให้ระบบภายในทำงานได้อย่างดีขึ้น ช่วยให้ร่างกายกำจัดของเสีย เช่น ของเสียในไตจะละลายในน้ำและถูกขับออกมาเป็นปัสสาวะ ซึ่งมีส่วนช่วยในการลดการติดเชื้อในทางเดินปัสสาวะ กระเพาะปัสสาวะ และไต

นอกจากนี้การดื่มน้ำยังช่วยเรื่องของระบบขับถ่าย ทำให้อุจจาระง่าย ขับถ่ายคล่อง ที่สำคัญสำหรับสตรีมีครรภ์ ปัญหาหนึ่งที่มักพบในช่วงตั้งครรภ์คือ ปัญหาท้องผูก ที่เกิดจากการเปลี่ยนแปลงฮอร์โมน ดังนั้นการดื่มมากๆ ก็จะช่วยลดปัญหาท้องผูกช่วงตั้งครรภ์ได้

ปริมาณน้ำที่ดื่มขณะตั้งครรภ์ ในแต่ละไตรมาส

โดยปกติแล้วคนเราควรดื่มน้ำ 6-8 แก้วต่อวัน หรือประมาณ 1500-1800 มิลลิลิตรต่อวัน แต่ว่าในช่วงตั้งครรภ์นั้นคุณแม่อาจมีการดื่มน้ำอย่างอื่นด้วย นอกเหนือจากน้ำเปล่า ไม่ว่าจะเป็น นม น้ำผลไม้ ชา โดยปริมาณน้ำที่คุณแม่ตั้งครรภ์ควรดื่มในแต่ละไตรมาส มีดังนี้

ไตรมาสที่ 1

ในช่วงไตรมาสแรกคุณแม่ตั้งครรภ์หลายๆ คนมองว่าเป็นช่วงที่ยากลำบาก เพราะต้องเจอกับการเปลี่ยนแปลงของร่างกายหลายๆ อย่าง มีเรื่องที่ต้องรับมือและเตรียมพร้อมมากมาย ดังนั้นในช่วงนี้คุณแม่ตั้งครรภ์ควรดื่มน้ำให้เพียงพอต่อร่างกาย โดยไม่น้อยกว่าน้ำที่ร่างกายสูญเสียไป

ในช่วงนี้คุณแม่ตั้งครรภ์อาจจะรับประทานอาหารที่มีรสชาติเค็มขึ้นมาหน่อย เพื่อให้ร่างกายส่งสัญญาณไปยังสมองในการกักเก็บน้ำ แต่ในขณะเดียวกันก็ไม่ควรบริโภคเกลือมากเกินไป เพียงแค่ขนมปังกรอบแบบเค็มเท่านั้นก็เพียงพอ

ไตรมาสที่ 2

วิทยาลัยสูตินรีแพทย์และนรีแพทย์อเมริกัน (ACOG) มีคำแนะนำสำหรับช่วงตั้งครรภ์ในไตรมาสที่ 2 ว่าควรรับประทานอาหารเพิ่มอีก 340 กิโลแคลอรี่ เพื่อให้เพียงพอต่อลูกน้อยในครรภ์ และควรดื่มน้ำมากขึ้น 1-1.5 มิลลิลิตร ต่อปริมาณแคลอรี่ที่บริโภคเข้าไป หรือเพิ่มอย่างน้อย 340 มิลลิลิตร

ไตรมาสที่ 3

เมื่อคุณแม่ตั้งครรภ์เข้าสู่ช่วงไตรมาสที่ 3 จะต้องมีการบริโภคอาหารเพิ่มขึ้น 450 กิโลแคลอรี่ และก็ควรจะบริโภคน้ำตามเข้าไปมากขึ้นด้วย

สัญญาณของ อาการขาดน้ำ

ภาวะขาดน้ำ (Dehydration) เป็นภาวะที่ร่างกายสูญเสียของเหลวมากกว่าที่ร่างกายได้รับเข้าไป ซึ่งสัญญาณที่บ่งบอกว่าคุณมีอาการขาดน้ำ น้ำในร่างกายไม่เพียงพอนั้นมีดังนี้

กระหายน้ำ อาการกระหายน้ำ เป็นอาการพื้นฐานที่ร่างกายบ่งบอกว่าเราต้องการน้ำ โดยเราจะรู้สึกกระหายน้ำ

ปัสสาวะเปลี่ยนแปลง เมื่อร่างกายได้รับน้ำไม่เพียงพอสีของปัสสาวะจะเปลี่ยนไป โดยปัสสาวะจะมีสีเหลืองเข้มซึ่งเป็นสัญญาณหนึ่งที่บ่งบอกว่าร่างกายขาดน้ำ

อ่อนเพลีย เวียนศีรษะ ในช่วงตั้งครรภ์เป็นช่วงที่ร่างกายนั้นต้องทำงานอย่างหนัก อาจทำให้เกิดอาการเหนื่อยล้า อ่อนเพลียได้ง่ายในช่วงแรกๆ การขาดน้ำอาจเป็นอีกสาเหตุหนึ่งที่ทำให้ร่างกายเกิดความอ่อนเพลีย ปวดศีรษะ ดังนั้นในช่วงตั้งครรภ์คุณแม่จึงต้องดื่มน้ำให้เพียงพอ เพื่อที่ร่างกายจะได้มีพลังงาน

ภาวะสมองล้า เป็นภาวะที่เกิดจากความเครียดโดยไม่รู้ตัว หรือสมองถูกใช้งานอย่างหนักเป็นเวลานาน ซึ่งภาวะนี้มักจะเกิดขึ้นเมื่อตั้งครรภ์ เรียกว่า Momnesia เป็นภาวะที่คุณแม่อาจจะหลงๆ ลืมๆ ในช่วงที่ตั้งครรภ์ เพราะกังวลเรื่องลูกมากเกินไป แต่การดื่มน้ำให้เพียงพอก็เป็นอีกทางเลือกหนึ่งที่ไม่ทำให้อาการนี้แย่ลง เพราะสมองนั้นขับเคลื่อนไปด้วยน้ำบางส่วน หากร่างกายมีน้ำไม่เพียงพอ ก็อาจส่งผลต่อการทำงานของสมองได้

ผิวแห้ง อาการคันในช่วงตั้งครรภ์นั้นส่วนหนึ่งมีสาเหตุมาที่ร่างกายขาดความชุ่มชื่น ดังนั้นผิวจึงแห้งกร้าน และรู้สึกไม่สบายตามผิวหนัง

เครื่องดื่มประเภทอื่นที่คุณแม่ตั้งครรภ์ดื่มได้

น้ำเป็นอีกหนึ่งตัวเลือกที่ดีต่อสุขภาพ เพราะมันช่วยให้ร่างกายมีความชุ่มชื่น ซึ่งการดื่มน้ำนั้นอาจมาจากเครื่องดื่มอื่นๆ ได้ด้วย แต่ต้องเป็นเครื่องดื่มที่ดีต่อสุขภาพ เช่น

น้ำผลไม้ปั่น

น้ำผลไม้ปั่นเป็นเครื่องดื่มที่ทำมาจากนมและผลไม้ ซึ่งเป็นอาหารที่ดีต่อสุขภาพทั้งคู่ หรือคุณอาจจะลองเปลี่ยนจากผลไม้เป็น น้ำผักปั่นก็ช่วยเพิ่มวิตามินและเกลือแร่ให้ร่างกายมากขึ้น แต่ควรหลีกเลี่ยงการใส่น้ำตาล ควรใช้ผักและผลไม้ที่มีความหวานในตัวเองอยู่แล้ว

นม

ในช่วงตั้งครรภ์คุณแม่หลายๆ คนก็เลือกที่จะดื่มนมมากๆ เพราะนมมีสารอาหารที่เป็นประโยชน์ต่อลูกน้อยในครรภ์มากมาย ไม่ว่าจะเป็น แคลเซียม วิตามินบี 5 และไอโอดีน

น้ำปรุงรส

ในช่วงตั้งครรภ์ คุณแม่หลายคนอาจมีอาการแพ้ รู้สึกเบื่อที่จะดื่มน้ำเปล่า การฝานมะนาว ส้ม เบอร์รี่ หรือว่าผลไม้อื่นๆ แช่ลงในน้ำเปล่านั้น มีส่วนช่วยเพิ่มรสชาติให้กับน้ำ และช่วยให้คุณแม่รู้สึกดีขึ้นได้

น้ำขิง

แม้จะขิงจะมีรสชาติที่เผ็ด แต่การดื่มน้ำขิงหรือชาขิงนั้นมีส่วนช่วยลดอาการแพ้ท้องได้ การได้จิบน้ำขิงนั้นช่วยลดอาการคลื่นไส้ได้ ทำให้คุณแม่ไม่ต้องอาเจียนออกมา จนร่างกายสูญเสียของเหลว

เครื่องมือคำนวณการตกไข่

เครื่องมือคำนวณการตกไข่

ติดตามรอบการมีประจำเดือนของคุณ เพื่อดูวันที่เหมาะสมที่จะช่วยเพิ่มโอกาสในการตั้งครรภ์หรือคุมกำเนิด

เครื่องมือคำนวณการตกไข่

ติดตามรอบการมีประจำเดือนของคุณ เพื่อดูวันที่เหมาะสมที่จะช่วยเพิ่มโอกาสในการตั้งครรภ์หรือคุมกำเนิด

เครื่องมือคำนวณการตกไข่

ระยะเวลารอบเดือน

(วัน)

28

ช่วงมีประจำเดือน

(วัน)

7

Hello Health Group ไม่ได้ให้คำแนะนำด้านการแพทย์ การวินิจฉัยโรค หรือการรักษาโรคแต่อย่างใด

รูปของผู้เขียนbadge
เขียนโดย ชลธิชา จันทร์วิบูลย์ แก้ไขล่าสุด 17/08/2020
ตรวจสอบความถูกต้องของข้อมูลโดย ทีม Hello คุณหมอ
x