home

What are your concerns?

close
Inaccurate
Hard to understand
Other

หรือ คัดลอกลิงก์

ใหม่

เจาะน้ำคร่ำ คัดกรองความผิดปกติระหว่างตั้งครรภ์

เจาะน้ำคร่ำ คัดกรองความผิดปกติระหว่างตั้งครรภ์

เจาะน้ำคร่ำ เป็นการตรวจคัดกรองระหว่างตั้งครรภ์ โดยคุณหมอจะนำตัวอย่างน้ำคร่ำมาตรวจสอบความผิดปกติของโครโมโซม ส่วนใหญ่การเจาะน้ำคร่ำมักทำในช่วงอายุครรภ์ 15-20 สัปดาห์ และคุณหมอมักแนะนำให้มีการเจาะน้ำคร่ำในกรณีที่คุณแม่ตั้งครรภ์มีอายุ 35 ปีขึ้นไป สมาชิกในครอบครัวมีโครโมโซมที่ผิดปกติ หรือพบสัญญาณปัญหาสุขภาพตอนตรวจครรภ์ เนื่องจากอาจมีปัจจัยเสี่ยงที่ทำให้ทารกในครรภ์มีภาวะผิดปกติ

health-tool-icon

เครื่องมือคำนวณกำหนดคลอด

ใช้เครื่องมือนี้เพื่อช่วยคำนวณกำหนดคลอดของคุณ แต่พึงระลึกไว้ว่า นี่เป็นเพียงการประมาณการณ์เท่านั้น ไม่ใช่การรับประกัน! อย่างไรก็ตาม คุณแม่ตั้งครรภ์ส่วนใหญ่จะคลอดภายในหนึ่งสัปดาห์ก่อนหรือหลังช่วงเวลาที่คำนวณนี้

ระยะเวลารอบเดือน

28 วัน

เจาะน้ำคร่ำ คืออะไร

การเจาะน้ำคร่ำ เป็นการเก็บตัวอย่างน้ำคร่ำซึ่งมีลักษณะเป็นของเหลวใส หรือสีเหลืองอ่อน ที่ทำหน้าที่ปกป้องทารกในครรภ์ และช่วยให้ทารกมีพื้นที่ในการเคลื่อนไหว คุณหมอจะนำน้ำคร่ำที่อยู่รอบ ๆ ตัวของทารก ไปตรวจสอบ และวินิจฉัยความผิดปกติของโครโมโซม เช่น ดาวน์ซินโดรม เอ็ดเวิร์ดส์ซินโดรม (Edwards’ Syndrome) หรือความผิดปกติของท่อประสาทชนิดเปิด (Open Neural Tube Defect หรือ ONTDs) เช่น ความบกพร่องของกระดูกไขสันหลัง

ทำไมถึงต้องเจาะน้ำคร่ำ

การเจาะน้ำคร่ำเป็นการตรวจคัดกรองในกรณีพิเศษ มักใช้ในกรณีที่คุณแม่ตั้งครรภ์เข้ารับการตรวจคัดกรองชนิดอื่น ๆ เช่น อัลตราซาวด์ แล้วคุณหมอพบว่าทารกอาจเสี่ยงเกิดความผิดปกติทางพันธุกรรม โดยการเจาะน้ำคร่ำช่วยให้รับรู้ถึงความผิดปกติ หรือโรคทางพันธุกรรมได้ เช่น

การเตรียมตัวก่อนเข้ารับการเจาะน้ำคร่ำ

ก่อนการเจาะน้ำคร่ำ คุณหมอจะอธิบายขั้นตอน และให้เซ็นเอกสารยินยอมรับทราบข้อตกลง แต่คุณแม่ตั้งครรภ์ไม่จำเป็นเตรียมตัวอะไรเป็นพิเศษ ไม่ต้องอดอาหาร และอดน้ำ หากอายุครรภ์เกิน 20 สัปดาห์ ควรถ่ายปัสสาวะก่อนเข้ารับการเจาะน้ำคร่ำ เพื่อลดความเสี่ยงในการเกิดภาวะถุงน้ำคร่ำรั่ว แต่หากอายุครรภ์น้อยกว่า 20 สัปดาห์ คุณหมออาจแนะนำให้งดถ่ายปัสสาวะก่อนเจาะน้ำคร่ำ เพื่อให้กระเพาะปัสสาวะช่วยรองรับถุงน้ำคร่ำไว้

วิธีการ เจาะน้ำคร่ำ

การเจาะน้ำคร่ำใช้เวลาประมาณ 45 นาที โดยคุณหมอจะใช้เวลาส่วนใหญ่ในการตรวจด้วยคลื่นเสียงความถี่สูง หรืออัลตราซาวด์ เพื่อตรวจสอบอัตราการเต้นของหัวใจ ตำแหน่งของรก สายสะดือ และถุงน้ำคร่ำ จากนั้นคุณหมอจะทำความสะอาดบริเวณหน้าท้องด้วยน้ำยาฆ่าเชื้อ แล้วใช้เข็มแทงผ่านทางผนังหน้าท้องและผนังมดลูกเข้าไปที่ถุงน้ำคร่ำ แล้วดูดน้ำคร่ำออกมาประมาณ 20-30 มิลลิลิตร และนำน้ำคร่ำที่ได้ไปส่งตรวจในทางห้องปฏิบัติการต่อไป

ปัจจัยเสี่ยงในการเจาะน้ำคร่ำ

แม้การเจาะน้ำคร่ำจะทำโดยคุณหมอผู้เชี่ยวชาญ และใช้เครื่องมืออุปกรณ์ที่ปลอดเชื้อ แต่ก็เสี่ยงเกิดภาวะแทรกซ้อนหลังเจาะน้ำคร่ำได้ เช่น การติดเชื้อของรกและถุงน้ำคร่ำ น้ำคร่ำรั่ว มีเลือดออกทางช่องคลอด แต่อาจพบได้ไม่บ่อยนัก นอกจากนี้ การเจาะน้ำคร่ำอาจทำให้เสี่ยงเกิดภาวะแท้ง ซึ่งพบได้ประมาณร้อยละ 0.3 หรือ 1 ใน 200

อย่างไรก็ตาม การเจาะน้ำคร่ำไม่สามารถบ่งบอกโรคทุกโรคที่อาจเกิดกับทารกในครรภ์ได้ และควรปรึกษาคุณหมอที่ฝากครรภ์ เพื่อรับข้อมูลเพิ่มเติมก่อนตัดสินใจเข้ารับการเจาะน้ำคร่ำ

Hello Health Group ไม่ได้ให้คำแนะนำด้านการแพทย์ การวินิจฉัยโรค หรือการรักษาโรคแต่อย่างใด

แหล่งที่มา

Amniocentesis. https://www.hopkinsmedicine.org/health/treatment-tests-and-therapies/amniocentesis. Accessed September 13, 2021

Amniocentesis. https://www.mayoclinic.org/tests-procedures/amniocentesis/about/pac-20392914. Accessed September 13, 2021

Amniocentesis. https://www.nhs.uk/conditions/amniocentesis/. Accessed September 13, 2021

Pregnancy and Amniocentesis. https://www.webmd.com/baby/pregnancy-amniocentesis#1. Accessed September 13, 2021

Amniocentesis. https://www.stanfordchildrens.org/en/topic/default?id=amniocentesis-90-P02429. Accessed September 13, 2021

รูปของผู้เขียนbadge
เขียนโดย นนทกร บัณฑิตสินทรัพย์ แก้ไขล่าสุด 3 สัปดาห์ก่อน
ตรวจสอบความถูกต้องของข้อมูลโดย เนตรนภา ปะวะคัง