คุณมีข้อกังวลอะไร

close
ไม่ถูกต้อง
เข้าใจยาก
อื่น ๆ

หรือ คัดลอกลิงก์

วิ่งทุกวัน เพิ่มความเสี่ยงสุขภาพหรือเปล่า

    วิ่งทุกวัน เพิ่มความเสี่ยงสุขภาพหรือเปล่า

    สำหรับมือใหม่หัดวิ่ง หรือคนที่ชอบการวิ่งเป็นชีวิตจิตใจ อาจสงสัยว่าคุณสามารถ วิ่งทุกวัน ได้หรือไม่ ซึ่งการวิ่งทุกวันมีประโยชน์ต่อสุขภาพ รวมถึงมีข้อควรระวังดังนี้

    ประโยชน์ของการวิ่งทุกวัน

    งานวิจัยแสดงให้เห็นประโยชน์ของการวิ่งทุกวัน เป็นเวลา 5-10 นาที ในระดับปานกลาง (ประมาณ 6.0 ไมล์ต่อชั่วโมง) ในแต่ละวันอาจทำให้ได้รับประโยชน์สุขภาพดังนี้

    • ช่วยลดความเสี่ยงต่อการเสียชีวิตด้วย โรคหัวใจวาย หรือโรคหลอดเลือดสมอง
    • ช่วยลดความเสี่ยงต่อโรคหัวใจและหลอดเลือด
    • ช่วยลดความเสี่ยงของการพัฒนาโรคมะเร็ง
    • ช่วยลดความเสี่ยงของการพัฒนาโรคทางระบบประสาท เช่น โรคอัลไซเมอร์ และโรคพาร์กินสัน

    นอกจากนี้ยังมีงานวิจัยของทีมวิจัยชาวดัตช์ ที่แนะนำว่า การวิ่ง 2.5 ชั่วโมงต่อสัปดาห์ หรือ 30 นาทีต่อวัน 5 วันต่อสัปดาห์ ถือว่าดีต่อสุขภาพเช่นกัน

    มากไปกว่านั้นการวิ่งยังมีส่วนช่วยในการนอนหลับ และทำให้อารมณ์ดีขึ้น เนื่องจากทีมวิจัยได้ศึกษากลุ่มวัยรุ่นที่มีสุขภาพดี ซึ่งเป็นผู้ที่วิ่งเป็นเวลา 30 นาทีทุกๆ เช้า ในความเข้มข้นระดับปานกลาง เป็นเวลา 3 สัปดาห์ ผลการวิจัยพบว่า กลุ่มตัวอย่างมีการนอนหลับ อารมณ์ และความสามารถด้านสมาธิดีขึ้น ในช่วงที่ทำการทดสอบ เมื่อเทียบกับกลุ่มที่ไม่ได้วิ่ง ดังนั้นการวิ่งทุกวันแม้จะใช้เวลาเพียง 5-10 นาทีต่อวัน ก็ถือว่ามีประโยชน์ต่อร่างกาย อย่างไรก็ตาม อาจมีข้อควรระวังดังนี้

    วิ่งทุกวันจะเป็นอะไรหรือเปล่า

    วิ่งทุกวันอาจเพิ่มความเสี่ยงต่อการบาดเจ็บ ซึ่งอาจเกิดจากการออกกำลังกายมากเกินไป เร็วเกินไป และไม่ให้เวลาร่างกายได้ปรับตัว หรืออาการบาดเจ็บอาจเกิดจากการผิดพลาดทางเทคนิค เช่น วิ่งผิดท่า และใช้กล้ามเนื้อบางส่วนมากเกินไป

    เพื่อหลีกเลี่ยงการบาดเจ็บเนื่องจากใช้ร่างกายมากเกินไป ควรปฏิบัติดังนี้

    • สวมรองเท้าที่เหมาะกับการวิ่ง และควรเปลี่ยนรองเท้าบ่อยๆ
    • ค่อยๆ เพิ่มระยะทางในแต่ละสัปดาห์
    • ออกกำลังกายด้วยการวิ่ง และออกกำลังกายประเภทอื่นด้วย เช่น ปั่นจักรยานหรือว่ายน้ำ
    • วอร์มอัพก่อนวิ่ง และยืดกล้ามเนื้อหลังออกกำลังกาย
    • วิ่งด้วยท่าทางที่ถูกต้อง

    นอกจากนี้ในกรณีที่บาดเจ็บจากการวิ่ง ให้หยุดพักและไปพบคุณหมอเพื่อรักษาอาการ

    สรุปแล้วควรวิ่งทุกวันหรือไม่

    การวิ่งทุกวันอาจมีประโยชน์ต่อสุขภาพ เนื่องจากงานวิจัยชี้ให้เห็นว่า การวิ่งเพียง 5-10 นาทีต่อวัน ด้วยระดับปานกลาง ก็สามารถช่วยลดความเสี่ยงต่อการเสียชีวิต จากโรคหัวใจวาย โรคหลอดเลือดสมอง และโรคอื่นๆ ได้แล้ว ดังนั้นจึงอาจไม่จำเป็นที่จะต้องวิ่งโดยใช้เวลาเป็นชั่วโมง ในทุกๆ วัน นอกจากนี้ เนื่องจากการวิ่งเป็นการออกกำลังกายที่มีการกระแทกสูง จึงอาจทำให้เกิดการบาดเจ็บได้

    นอกจากนี้การที่จะรู้ว่าควรวิ่งกี่วันต่อสัปดาห์นั้น จึงขึ้นอยู่กับเป้าหมายในการวิ่งของคุณ และความแข็งแรงของร่างกาย ส่วนสำหรับผู้ที่เพิ่งเริ่มต้น ควรวิ่งเป็นเวลา 3-4 วันต่อสัปดาห์ โดยผู้ที่เพิ่งเริ่มวิ่งอาจวางแผนการวิ่ง ดังตัวอย่างต่อไปนี้

    • วันอาทิตย์ วิ่ง
    • วันจันทร์ หยุดพัก
    • วันอังคาร วิ่งตอนเช้า และออกกำลังกายเพื่อเพิ่มความแข็งแรงของกล้ามเนื้อ ในตอนเย็น
    • วันพุธ เดิน หรือหยุดพัก
    • วันพฤหัสบดี วิ่งตอนเช้า และออกกำลังกายเพื่อเพิ่มความแข็งแรงของกล้ามเนื้อ ในตอนเย็น
    • วันศุกร์ เดิน หรือหยุดพัก
    • วันเสาร์ ออกกำลังกายแบบแอโรบิคประเภทอื่น เช่น ว่ายน้ำ

    นักวิ่งส่วนใหญ่จะมีวันหยุดพัก เพื่อฟื้นฟูร่างกายอย่างน้อย 2 วันต่อสัปดาห์ เนื่องจากมีงานวิจัยที่แนะนำว่า ควรหยุดพักอย่างน้อย 1 วันต่อสัปดาห์เพื่อลดความเสี่ยงต่ออาการบาดเจ็บ

    Hello Health Group ไม่ได้ให้คำปรึกษาด้านการแพทย์ การวินิจฉัย หรือการรักษาโรคแต่อย่างใด

    health-tool-icon

    เครื่องคำนวณหา ค่าดัชนีมวลกาย (BMI)

    ใช้เครื่องมือนี้เพื่อช่วยคำนวณค่าดัชนีมวลกาย (BMI) ของคุณ และดูว่าคุณมีน้ำหนักอยู่ในเกณฑ์สุขภาพดีหรือไม่ เครื่องมือนี้ยังสามารถใช้เพื่อคำนวณค่าดัชนีมวลกายของลูกคุณได้อีกด้วย

    เพศชาย

    เพศหญิง

    Hello Health Group ไม่ได้ให้คำแนะนำด้านการแพทย์ การวินิจฉัยโรค หรือการรักษาโรคแต่อย่างใด

    แหล่งที่มา

    What Are the Benefits and Risks of Running Every Day?. https://www.healthline.com/health/fitness-exercise/running-everyday. Accessed on April 3 2019.

    Should You Run Every Day?. https://www.verywellfit.com/should-i-run-every-day-2911130. Accessed on April 3 2019.

    How often should you run?. https://www.runnersworld.com/uk/health/a772514/how-often-should-you-run/. Accessed on April 3 2019.

    รูปของผู้เขียนbadge
    เขียนโดย Sopista Kongchon แก้ไขล่าสุด 11/05/2020
    ตรวจสอบความถูกต้องของข้อมูลโดย ทีม Hello คุณหมอ