home

คุณมีข้อกังวลอะไร

close
ไม่ถูกต้อง
เข้าใจยาก
อื่น ๆ

หรือ คัดลอกลิงก์

ใหม่

ดูแลลูกอย่างไรไม่ให้ลูกกลายเป็น เด็กบูลลี่เพื่อน ในโรงเรียน

ดูแลลูกอย่างไรไม่ให้ลูกกลายเป็น เด็กบูลลี่เพื่อน ในโรงเรียน

การถูกแกล้งจากเพื่อนในโรงเรียน ส่งผลเสียต่อสภาพจิตใจของเด็กเป็นอย่างมาก แต่ในขณะเดียวกัน หากลูกของคุณไม่ได้ถูกบูลลี่จากผู้อื่น แต่กลับเป็น เด็กบูลลี่เพื่อน คนอื่น ๆ เสียเอง พ่อแม่จึงควรมีการติดตามพฤติกรรมของลูกอยู่เสมอ เพื่อเป็นการป้องกันไม่ให้พฤติกรรมดังกล่าวนั้นส่งผลเสียจนติดเป็นนิสัยไปจนโต Hello คุณหมอ จึงมีแนวทางการดูแลลูกที่จะลดปัญหาการบูลลี่ผู้อื่นในโรงเรียนมาฝาก

เด็กบูลลี่เพื่อน ในโรงเรียนอย่างไรบ้าง

เด็กบางคนมีเพื่อนเยอะ จึงมักจะไปไหนมาไหนกันเป็นกลุ่ม และมองเพื่อนที่มีเพื่อนน้อยหรือไม่มีเพื่อนเลยว่าเป็นคนแปลกแยก เมื่อเดินผ่านหรือเห็นเด็กเหล่านี้เดินผ่านมาจึงรวมตัวกันกลั่นแกล้ง ทั้งการตะโกนใส่ ส่งเสียงล้อเลียน ผลักให้ล้ม หรือเดินเบียด บางครั้งอาจมีการแกล้งด้วยการนำสิ่งของแปลก ๆ ไปแปะใส่ตัว เช่น กระดาษโน้ตเขียนคำล้อเลียน หรือที่ยิ่งไปกว่านั้น ก็อาจร้ายแรงไปจนถึงขั้นทำร้ายร่างกายจนได้รับบาดเจ็บได้

ขณะเดียวกัน เด็กบางคนอาจจะไม่ได้เป็นหัวโจกของการกระทำดังกล่าว แต่ด้วยความที่อยู่ในเพื่อนกลุ่มใหญ่ก็เลยต้องทำตามเพื่อนไปด้วย

ในปัจจุบันการบูลลี่อาจไม่ได้อยู่แค่ในโรงเรียนแต่อยู่ในโลกโซเชียลด้วย ซึ่งถ้ามีการบูลลี่ผ่านทางโซเชียลมีเดีย ก็จะเป็นการเปิดโอกาสให้คนอื่นเข้ามาร่วมในการกลั่นแกล้งนั้นได้มากขึ้นกว่าเดิม

พ่อแม่จะดูแลลูกไม่ให้บูลลี่ผู้อื่นได้อย่างไรบ้าง

ธรรมชาติของพ่อแม่แล้วมักจะปกป้องลูกของตนเองเสมอ เราจึงมักได้ยินคำพูดในทำนองที่ว่า “ลูกฉันไม่ทำอะไรแบบนั้นหรอก” หรือ “ลูกฉันเป็นคนดี” ซึ่งหลายๆ ครั้งผู้ปกครองก็ไม่เคยรู้เลยว่า พฤติกรรมของเด็กเมื่ออยู่ที่โรงเรียนนั้นมีความแตกต่างจากตอนที่อยู่บ้านมากน้อยแค่ไหน การให้ท้ายแบบผิด ๆ หรือการเข้าข้างแบบเกินพอดี สามารถส่งผลให้เด็กมีนิสัยที่ไม่ดี และเติบโตไปเป็นบุคลากรที่ไม่ดีต่อสังคมในอนาคต ดังนั้นพ่อแม่จึงสามารถสอนลูกให้หลีกเลี่ยงจากพฤติกรรมบูลลี่ผู้อื่นได้ ด้วยวิธีการดังนี้

1. สร้างครอบครัวที่อบอุ่น

ทุกสิ่งทุกอย่างเริ่มต้นที่บ้าน ดังนั้นหากพื้นฐานครอบครัวมีความอบอุ่น แวดล้อมไปด้วยความรัก ย่อมส่งผลให้ลูกโตมาอย่างมีความสุข เข้าใจและเห็นอกเห็นใจผู้อื่น การที่ผู้ปกครองปล่อยปละละเลยลูกตั้งแต่ที่บ้าน จะทำให้ลูกขาดความรักและการเอาใจใส่จากพ่อแม่ ทำให้มีพฤติกรรมเรียกร้องความสนใจจนอาจทำสิ่งที่ไม่ดีอย่างการบูลลี่ได้

2. หาคนช่วยแก้ปัญหา

หากพ่อแม่ไม่สามารถจัดการปัญหานี้ได้ด้วยตัวเอง การปรึกษาครูประจำชั้น ผู้เชี่ยวชาญ แพทย์ หรือการพาลูกไปพบจิตแพทย์ก็เป็นอีกวิธีหนึ่งที่จะช่วยลดปัญหานี้ลงได้ โดยเฉพาะในเด็กที่มีพฤติกรรมก้าวร้าว การพาไปพบผู้เชี่ยวชาญก็จะสามารถได้รับแนวทางเพื่อขัดเกลาพฤติกรรมอย่างถูกต้อง

3. สอนให้ลูกรู้จักการวางตัวและการอยู่ร่วมสังคมกับผู้อื่น

การสอนให้เด็กรู้จักให้เกียรติผู้อื่นเป็นอีกวิธีที่ได้ผล ผู้ปกครองควรชี้แนะและยกตัวอย่างให้ลูกเข้าใจว่าคนเราไม่ได้เกิดมาตัวคนเดียว แต่มนุษย์ทุกคนต้องใช้ชีวิตร่วมกับผู้อื่น หากต้องการให้คนอื่นปฎิบัติดีกับเรา เราก็ต้องปฎิบัติตนเป็นคนดีกับคนนั้นเช่นกัน

4. พ่อแม่ควรเป็นแบบอย่างให้กับลูก

การกลั่นแกล้งเป็นพฤติกรรมเลียนแบบ เด็กรับพฤติกรรมมาจากผู้ใหญ่ เช่น การกลั่นแกล้งจากการจำลองบทบาทสมมุติในสื่อต่างๆ ดังนั้นการเป็นแบบอย่างที่ดี และสอนให้เด็กมีพฤติกรรมทางสังคมที่ดีตั้งแต่อายุยังน้อย ก็จะช่วยลดโอกาสที่ลูกของคุณจะมีพฤติกรรมในเชิงลบกับเพื่อนคนอื่น

5. หาเวลาคุยกับลูก

สิ่งแรกที่ต้องทำถ้าคุณสังเกตเห็นว่ามีอะไรผิดปกติกับลูกของคุณ นั่นคือการพูดคุยกับพวกเขา เอาใจใส่กับความรู้สึกของลูก และให้เด็กรับรู้ว่าพ่อแม่ใส่ใจ คุณอาจไม่สามารถแก้ไขปัญหาให้ลูกได้ทั้งหมด แต่ต้องทำให้เด็กมีความเชื่อใจและวางใจที่จะเล่าเรื่องต่างๆให้ฟัง

การสอนให้ลูกเข้าใจในเรื่องของการบูลลี่เป็นสิ่งที่สำคัญที่จะทำให้เด็กเติบโตขึ้นไปในสังคมได้อย่างมีคุณภาพ และไม่ทำร้ายผู้อื่นทั้งทางตรงหรือทางอ้อม รู้ว่าโทษของการบูลลี่คืออะไร และต้องทำอย่างไรที่จะไม่มีพฤติกรรมดังกล่าว ซึ่งทั้งหมดนี้เริ่มได้ง่ายๆจากที่บ้าน

Hello Health Group ไม่ได้ให้คำปรึกษาด้านการแพทย์ การวินิจฉัยโรค หรือการรักษาโรคแต่อย่างใด

Hello Health Group ไม่ได้ให้คำแนะนำด้านการแพทย์ การวินิจฉัยโรค หรือการรักษาโรคแต่อย่างใด

แหล่งที่มา

Teaching kids not to bully. https://kidshealth.org/en/parents/no-bullying.html. Accessed September 6, 2019

Why Do Kids Bully?. https://www.parents.com/kids/problems/bullying/when-your-child-is-the-bully/. Accessed September 6, 2019

How to Stop Bullying in Schools. https://www.healthline.com/health/how-to-stop-bullying#bullying-prevention-strategies. Accessed September 6, 2019

รูปของผู้เขียนbadge
เขียนโดย Khongrit Somchai แก้ไขล่าสุด 19/05/2020
ตรวจสอบความถูกต้องของข้อมูลโดย ทีม Hello คุณหมอ