สัตว์เลี้ยง ช่วยให้ลูกรักของคุณไม่เป็น ภูมิแพ้ จริงไหม

ทบทวนบทความโดย | โดย

Update Date มกราคม 27, 2020
Share now

ภูมิแพ้ในเด็ก (Kids Allergy) มีหลากหลายชนิดตั้งแต่ ภูมิแพ้อากาศ ภูมิแพ้ฝุ่น ซึ่งสาเหตุของอาการภูมิแพ้เหล่านี้ก็ยากที่จะควบคุม ยิ่งปัจจุบันอากาศมีการเปลี่ยนแปลงและแปรปรวนอยู่ตลอดเวลา ส่วนการเพิ่มขึ้นของมลพิษในปัจจุบันก็ยิ่งเป็นสาเหตุทำให้เด็กๆ เกิดโรคภูมิแพ้มากขึ้น แต่วันนี้ Hello คุณหมอ มีวิธีดีๆ ที่จะมาแนะนำพ่อแม่มือใหม่ที่จะช่วยป้องกันการเกิด โรคภูมิแพ้ในเด็ก สำหรับครอบครัวที่มีสัตว์เลี้ยงและลูกเล็กที่กำลังมีคำถามว่าควรทำอย่างไร ให้ลูกกับสัตว์เลี้ยงของเราอยู่ร่วมกันได้ไปอ่านลองอ่านบทความนี้กันค่ะ

สาเหตุของ ภูมิแพ้ในเด็ก

  1. การถ่ายทอดทางพันธุกรรม ภูมิแพ้เป็นภาวะที่สามารถถ่ายทอดได้ทางพันธุกรรม หากมีคนในครอบครัวคนใดคนหนึ่ง ไม่ว่าจะเป็นพ่อ แม่ หรือญาติเป็นภูมิแพ้ ลูกหลานที่เกิดมาก็จะมีโอกาสเป็นภูมิแพ้ได้มากกว่าคนอื่นๆร้อยละ 30-50 แต่หากทั้งพ่อและแม่มีประวัติเป็นภูมิแพ้ ลูกที่เกิดมาก็จะมีโอกาสเป็นภูมิแพ้ร้อยละ 50-70 ในขณะที่เด็กคนอื่นที่คนในครอบครัวไม่มีประวัติเป็นโรคภูมิแพ้ก็จะมีโอกาสเป็นโรคภูมิแพ้เพียงร้อยละ 10
  2. สิ่งแวดล้อม อีกหนึ่งสาเหตุของโรคภูมิแพ้ มีสาเหตุมาจากสิ่งแวดล้อม หากเราอยู่ในสภาพแวดล้อมที่อากาศเป็นมลพิษ เราก็จะได้รับมลพิษเหล่านั้นจนเกิดเป็นภูมิแพ้ นอกจากนี้ยังเกี่ยวข้องกับอาหารที่เรากิน สิ่งที่เราคลุกคลีในชีวิตประจำวันอีกด้วย เช่น สัตว์เลี้ยง สิ่งเหล่านี้ก็จะทำให้เราเกิดเป็นโรคภูมิแพ้ได้เช่นกัน

สัตว์เลี้ยงกับการรักษาอาการภูมิแพ้ขนสัตว์

การวิจัยจากการมหาวิทยาลัยแคลิฟอร์เนีย ซานฟรานซิสโกพบว่าเด็กที่โตในบ้านที่มีสัตว์เลี้ยง ได้สัมผัสกับสัตว์เลี้ยง มีแนวโน้มที่โรคภูมิแพ้จะพัฒนาได้น้อยลง ซึ่งแสดงให้เห็นว่าการได้สัมผัสสัตว์เลี้ยงในระยะแรก อาจเป็นประโยชน์มากในการลดความเสี่ยง ต่อการเป็นโรคภูมิแพ้และโรคหอบหืด นั่นเป็นเพราะในช่วงปีแรกระบบภูมิคุ้มกันของทารกยังคงเรียนรู้วิธีการจดจำเชื้อจุลิทรีย์ที่เป็นศัตรูต่อร่างกาย และการได้รับเชื้อจากสัตว์เลี้ยงช่วยเสริมระบบภูมิคุ้มกันให้ร่างกายของทารกมีภูมิคุ้มกัน ซึ่งเป็นประโยชน์ต่อร่างกายได้เร็วขึ้น

ในงานวิจัยก่อนหน้านี้ Fujimura พบว่าฝุ่นในบ้านจากแมวและสุนัขมีแบคทีเรียที่แตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญ มากกว่าฝุ่นละอองจากบ้านที่ไม่มีสัตว์เลี้ยง การศึกษาก่อนหน้านี้ชี้ให้เห็นว่า การมีสัตว์เลี้ยงในวัยเด็กมีความเกี่ยวข้องกับความเสี่ยงที่ลดลงของโรคหอบหืด สิ่งนี้ทำให้เราคาดการณ์ได้ว่าจุลินทรีย์ ฝุ่นที่อยู่ในสุนัขสามารถสร้างอาณานิคมบริเวณทางเดินอาหาร ปรับการตอบสนองของระบบภูมิคุ้มกัน และปกป้องการต่อต้านเชื้อโรคได้

ข้อควรระวัง

การมีสัตว์เลี้ยงในบ้านช่วยลดการเกิดโรคภูมิแพ้ก็จริง แต่ไม่ใช่เด็กทุกคนที่โตมากับสัตว์เลี้ยงจะไม่เกิดโรคภูมิแพ้ เพราะระบบภูมิคุ้มกันของแต่ละคนไม่เหมือนกัน ข้อมูลด้านล่างเป็นข้อควรระวัง หากเด็กๆ มีอาการดังกล่าวอาจจะมีความเสี่ยงที่จะเป็นภูมิแพ้ ซึ่งอาการของโรคอาจมีตั้งแต่รุนแรงถึงรุนแรงมาก บางรายอาการอาจจะปรากฏช้า ใช้เวลาหลายวันหลังจากสัมผัสแล้ว เพราะมีความไวต่ออาการแพ้ที่ต่ำ แต่หากเกิดอาการ ควรปรึกษาคุณหมอเพื่อรักษาทันที

  • มีอาการบวมและมีอาการคันในเยื่อหุ้มจมูกหรือรอบดวงตา
  • ผิวแดงหลังจากถูกเลียโดยสุนัข
  • หายใจถี่ หายใจถี่หรือหายใจเข้าภายใน 15 ถึง 30 นาทีหลังจากสัมผัสสารก่อภูมิแพ้
  • ผื่นบนใบหน้าคอหรือหน้าอก
  • การหอบหืดรุนแรง (ในคนที่มีโรคหอบหืด)

Hello Health Group ไม่ได้ให้คำปรึกษาด้านการแพทย์ การวินิจฉัยโรค หรือการรักษาโรคแต่อย่างใด

อ่านเพิ่มเติม:

บทความนี้มีประโยชน์ต่อคุณหรือไม่
happy unhappy"
แหล่งที่มา

บทความนี้ก็น่าสนใจเหมือนกัน

พ่อแม่ต้องรู้! ผลิตภัณฑ์ทำความสะอาด ที่คุณใช้ อาจทำลูกเสี่ยงเป็นโรคหอบหืด

เราควรทำความสะอาดบ้านเป็นประจำ ยิ่งถ้ามีเด็ก บ้านยิ่งต้องสะอาด แต่รู้ไหม ผลิตภัณฑ์ทำความสะอาด ที่คุณใช้ ก็อาจเพิ่มความเสี่ยงโรคหอบหืดให้ลูกหลานคุณได้นะ

ทบทวนบทความโดย ทีม Hello คุณหมอ
Written by เนตรนภา ปะวะคัง

อยาก ลดความเสี่ยงภูมิแพ้ ให้ลูก? ลองดูดจุกนมหลอกของลูกดูสิ

จุกนมหลอก ตัวช่วยในการเลี้ยงลูกของหลายๆ บ้าน นอกจากช่วยให้เด็กสงบแล้ว ผลการวิจัยยังเผยว่า หากพ่อแม่ดูดจุกนมหลอก อาจช่วย ลดความเสี่ยงภูมิแพ้ ให้ลูกได้ด้วย

ทบทวนบทความโดย ทีม Hello คุณหมอ
Written by เนตรนภา ปะวะคัง

สัญญาณเตือนของการอักเสบ ที่คุณอาจไม่เคยรู้

การสังเกต สัญญาณเตือนของการอักเสบ เป็นเรื่องที่ควรทำ เพื่อป้องกันตัวเองจากโรคร้ายต่างๆ ซึ่งสัญญาเตือนของการอักเสบจะมีอะไรบ้าง ต้องไปติดตามกัน

ทบทวนบทความโดย ทีม Hello คุณหมอ
Written by สิฏฐิณิศา รัชตวโรทัย

มีปัญหาในการหายใจ ออกกำลังกายยังไง ถึงจะปลอดภัยและเสริมสุขภาพ

คนที่ มีปัญหาในการหายใจ หายใจถี่ หายใจไม่สะดวก ไม่ใช่ว่าจะต้องงดออกกำลังกายไปเลย แต่คุณควรเลือกรูปแบบการออกกำลังกายที่ใช่ และปรับการหายใจ ให้ปอดทำงานดีขึ้น

ทบทวนบทความโดย ทีม Hello คุณหมอ
Written by เนตรนภา ปะวะคัง