home

เราจะปรับปรุงให้ดีขึ้นได้อย่างไร

close
chevron
บทความนี้อาจมีข้อมูลเท็จหรือไม่ถูกต้องแม่นยำ
chevron

โปรดแจ้งให้ทราบหากข้อมูลไม่ถูกต้อง

wanring-icon
คุณไม่จำเป็นต้องกรอกรายละเอียดนี้หากคุณไม่สะดวกใจ โปรดส่งความคิดเห็นของคุณที่ด้านล่างนี้เพื่อรับชมเว็บไซต์ต่อ
chevron
บทความนี้อาจมีข้อมูลไม่เพียงพอ
chevron

โปรดแจ้งให้ทราบหากข้อมูลไม่ครบถ้วน

wanring-icon
คุณไม่จำเป็นต้องกรอกรายละเอียดนี้หากคุณไม่สะดวกใจ โปรดส่งความคิดเห็นของคุณที่ด้านล่างนี้เพื่อรับชมเว็บไซต์ต่อ
chevron
ฉันมีข้อสงสัย
chevron

แม้ว่าเราอาจไม่ได้ให้คำแนะนำด้านการแพทย์ การวินิจฉัยโรค หรือการรักษาโรค แต่เราก็พร้อมรับฟังความคิดเห็นของท่าน โปรดแสดงความคิดเห็นในกล่องข้อความด้านล่าง

wanring-icon
หากคุณเกิดภาวะฉุกเฉินทางการแพทย์ โปรดแจ้งสายด่วน 1669 หรือติดต่อโรงพยาบาลที่อยู่ใกล้พื้นที่ของคุณในทันที

หรือ คัดลอกลิงก์

ใหม่

ตะคอก ตะโกน ใส่เด็กบ่อยๆ พ่อแม่รู้ไหม ส่งผลเสียกับลูกแค่ไหน

ตะคอก ตะโกน ใส่เด็กบ่อยๆ พ่อแม่รู้ไหม ส่งผลเสียกับลูกแค่ไหน

คุณเคยเผลอตัว ตะคอก ตะโกน ใส่ผู้อื่นบ้างหรือไม่ แล้วรู้หรือไม่ว่าการทำเช่นนั้นบ่อย ๆ ส่งผลกระทบต่อจิตใจของผู้ที่รับฟัง ผู้ฟังอาจไม่ได้ฟังแล้วจบไปเหมือนเช่นคนพูด บทความนี้โดย Hello คุณหมอ จะพามารู้จักกับผลกระทบของการตะคอก ตะโกน ใส่เด็ก รวมถึงวิธีหยุดพฤติกรรมที่ไม่ดีเหล่านั้น

ทำไมพ่อแม่ถึงต้อง ตะคอก

เป็นอาการปกติของคนเราที่เมื่อรู้สึกโกรธ โมโห ไม่พอใจ การแสดงออกทางอารมณ์จึงเป็นไปในลักษณะที่รุนแรง โทนเสียง และน้ำเสียงที่ใช้พูดก็จะเริ่มดังขึ้น เสียงสูงขึ้น ซึ่งนั่นไม่ได้ช่วยในการแก้ปัญหาแต่อย่างใดเลย การที่ผู้ปกครองแสดงออกถึงพฤติกรรมของการตะคอก ตะโกน หรือแผดเสียงใส่เด็ก ๆ ก็เป็นเพียงการทำให้เด็กเงียบและสงบลงได้แค่เพียงชั่วคราวเท่านั้น แต่สาเหตุของปัญหานั้นก็ยังคงไม่ได้รับการแก้ไข ยิ่งไปกว่านั้น เด็กจะเรียนรู้พฤติกรรมต่าง ๆ ของผู้ปกครอง หากคุณพ่อคุณแม่โมโหและตะคอกใส่ลูกบ่อย ๆ ก็มีแนวโน้มที่เด็กจะจำแล้วนำไปปฏิบัติกับผู้อื่น ลูกอาจโตมาเป็นคนที่มีพฤติกรรมก้าวร้าว ขี้โมโห และชอบหงุดหงิดใส่ผู้อื่น เพราะจดจำมาจากการที่พ่อแม่ทำใส่ตนเองที่บ้านจนคิดว่าเป็นเรื่องปกติ

ตะคอก ใส่เด็กบ่อย ๆ ส่งผลเสียอย่างไร

การตะคอกและตะโกนใส่ลูกบ่อย ๆ มีผลกระทบต่อเด็ก ทั้งทางร่างกาย สภาพจิตใจ รวมถึงสถานภาพความสัมพันธ์ในครอบครัวที่เปลี่ยนไป ดังนี้

ทางร่างกาย

พฤติกรรมก้าวร้าว

จากงานวิจัยค้นพบว่า การกระทำของผู้ปกครองในช่วงที่มีอารมณ์โกรธ หรือไม่พอใจ เช่น การตะโกนเสียงดังใส่ลูก เป็นการเพิ่มโอกาสที่จะทำให้พฤติกรรมของเด็กจะเปลี่ยนไปในทางที่ไม่ดี หรือก้าวร้าว

มีผลต่อสมอง

มีงานวิจัยชิ้นหนึ่ง ที่กล่าวถึงการตรวจคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า (Magnetic Resonance Imaging) หรือ MRI พบว่า สมองของผู้ที่มีเหตุการณ์เลวร้ายในอดีต มีความแตกต่างกับผู้ที่ไม่มีเหตุการณ์อันน่าสะเทือนใจ โดยมีความแตกต่างกันในส่วนของสมองที่ทำหน้าที่รับผิดชอบการประมวลผลของเสียงและภาษา

โรคซึมเศร้า

มีงานวิจัยที่ทดลองกับเด็กอายุ 13 ปี พบว่า ความเจ็บปวด ความโกรธ ความกลัว และความเสียใจ ที่มาจากการตะคอกของผู้ปกครองที่ปฏิบัติต่อเด็กในแต่ละวัน รวมถึงการละเมิดทางวาจาที่เกิดขึ้นซ้ำแล้วซ้ำเล่า สามารถทำให้เกิดปัญหาด้านสุขภาพจิต เช่น โรคซึมเศร้า

ทางจิตใจ

การแผดเสียงดังด้วยอารมณ์ที่ไม่ดีใส่เด็ก ๆ บ่อยครั้ง ทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงขึ้นภายในจิตใจและสมอง จากการวิจัยพบว่ามีผลต่อการทำงานของสมองส่วนอะมิกดะลา (Amygdala) ซึ่งเป็นสมองส่วนที่ทำงานทางด้านอารมณ์ และเพิ่มฮอร์โมนความเครียดเข้าไปในกระแสเลือด ทำให้ร่างกายเกิดความตึงเครียดของกล้ามเนื้อและอื่น ๆ ก่อให้เกิดโรคเครียด โรคซึมเศร้า มีอาการตื่นตระหนกทุกครั้งที่ได้ยินเสียงดัง

นอกจากนี้ การตะโกนบ่อยครั้งยังเป็นพฤติกรรมฝังใจของเด็ก แม้เวลาจะผ่านไปนานแล้ว แต่สมองยังคงเชื่อมโยงตามประสบการณ์ในอดีตที่เคยเกิดขึ้น ดังนั้น เมื่อมีเหตุการณ์ที่คล้ายกับตอนที่พ่อแม่เคยตะคอกใส่ตอนที่ยังเล็ก บุคคลนั้นก็ยังคงได้ยินเสียงพ่อแม่ตะโกนใส่อยู่ในหัว ถึงแม้ว่าผู้ปกครองจะไม่ได้อยู่ที่นั่นด้วยก็ตาม

สถานภาพความสัมพันธ์

หากคุณเผลอตัวตะคอกและตะโกนใส่ลูกเป็นประจำ คุณอาจสังเกตพบพฤติกรรมเหล่านี้ระหว่างตัวคุณและลูกได้

  • เด็ก ๆ ตะโกนใส่กัน เหมือนเป็นการเลียนแบบพฤติกรรมที่พบเห็นมาจากพ่อกับแม่
  • เด็กตะคอกกลับใส่พ่อหรือแม่เวลาที่ทะเลาะหรือมีเรื่องไม่เข้าใจกัน
  • ทั้งผู้ปกครองและเด็กเริ่มตีตัวออกห่างกัน
  • เด็กให้ความสำคัญกับคนอื่นมากกว่าคนในครอบครัวโดยเฉพาะอย่างยิ่งพ่อและแม่

วิธีหยุดตะคอกใส่ลูกเมื่อรู้สึกโกรธ

ไม่ตะคอก

วิธีนี้คือวิธีที่สำคัญ จะมีวิธีใดในการหยุดการตะคอกได้ดีกว่าการไม่ตะคอก ดร.ไอลีน เคเนดี้ มัวร์ (Eileen Kennedy-Moore, Ph.D., ) ที่ปรึกษาผู้ปกครอง และนักเขียนที่มีผลงานเขียนเรื่อง A Kids’ Guide to Making and Keeping Friends ให้คำแนะนำว่า ทุกครั้งที่ลูกทำผิด หรือทำในสิ่งต้องห้าม หรือฝ่าฝืนคำสั่ง ให้เดินไปพูดกับเด็กโดยตรง และพูดด้วยน้ำเสียงปกติ ไม่กระโชกโฮกฮาก ไม่ควรตะโกนจากที่ไกล ๆ

รู้อารมณ์ตนเอง

ก่อนที่คุณจะเดินไปพูดกับลูกด้วยน้ำเสียงไม่พอใจ ให้ตั้งสติ พาตัวเองออกจากสถานที่ตรงนั้นสักครู่เพื่อสงบสติอารมณ์โกรธของตนเอง หายใจเข้าลึก ๆ ทำใจเย็นลง แล้วจึงกลับไปพูดกับลูกด้วยโทนเสียงปกติ

ใช้การอธิบาย

ในบางครั้งที่คุณโกรธ เด็ก ๆ สามารถที่จะรับรู้ถึงอากัปกิริยาที่เปลี่ยนไปของผู้ปกครองได้ ในระหว่างนี้ให้ใช้การพูดคุยแบบปกติ อธิบายว่าตอนนี้กำลังโกรธ โกรธเพราะอะไร ลูกทำผิดอย่างไร เด็กสามารถที่จะเรียนรู้พฤติกรรมเหล่านี้จากผู้ปกครอง และรู้จักที่จะใช้เหตุผลในการพูดคุยมากกว่าการระเบิดอารมณ์

ระวังคำพูด

ในช่วงเวลาที่อารมณ์กำลังปะทุไปด้วยความขุ่นเคืองนั้น คำพูดที่หลุดออกมามักจะเป็นไปในทางที่เสียดสีให้อีกฝ่ายรู้สึกแย่ คำหยาบ คำแช่ง ต่าง ๆ นานา ผู้ปกครองต้องระมัดระวังการกล่าวคำที่ไม่ดีเหล่านี้ พยายามเลือกใช้คำที่สื่อถึงอารมณ์ความรู้สึก ค่อย ๆ พูด ด้วยความใจเย็น อย่าโมโหจนกระทั่งขาดสติและพูดคำที่รุนแรง เพราะคำพูดบางคำพูดอาจติดอยู่ในใจของผู้ฟังไปอีกนาน

ใช้ความใกล้ชิด

บางครั้งเราอาจไม่ได้ตะโกนเพราะโมโหเสมอไป แต่เป็นการตะโกนเพื่อต้องการให้อีกฝ่ายทำตามคำสั่ง ลองเปลี่ยนจากการตะโกนจากที่ไกล ๆ เป็นการเดินเข้ามาหาเด็กแล้วบอกสิ่งที่ต้องการ เช่น หยิบถุงใบนั้นมาหาแม่หน่อยได้ไหม

ทำความเข้าใจ

ผู้ปกครองต้องทำความเข้าใจทั้งต่อตนเอง และทำความเข้าใจกับลูก ทำความเข้าใจกับตนเองว่าการกระทำเช่นนี้ไม่สมควร และทำความเข้าใจกับลูกว่าสิ่งที่ลูกทำผิดไปทำให้คุณโกรธอย่างไร ขอโทษหากใช้คำพูดรุนแรง รวมถึงเปิดโอกาสที่จะรับฟังข้อเท็จจริงจากเด็ก ให้เด็กได้มีโอกาสพูดเพื่อที่จะได้ความกระจ่างมากขึ้น ไม่ควรเป็นฝ่ายพูดใส่เด็กแต่เพียงฝ่ายเดียว แต่ทั้งสองฝ่ายควรผลัดกันพูดและผลัดกันรับฟังซึ่งกันและกัน

Hello Health Group ม่ได้ให้คำปรึกษาด้านการแพทย์ การวินิจฉัยโรค และการรักษาโรคแต่อย่างใด

Hello Health Group ไม่ได้ให้คำแนะนำด้านการแพทย์ การวินิจฉัยโรค หรือการรักษาโรคแต่อย่างใด

แหล่งที่มา

The Long-Lasting Effects of Yelling at Your Kids. https://www.healthline.com/health/parenting/yelling-at-kids. Accessed December 19, 2019.

5 Steps to Quit Yelling at Your Kids—and What to Do Instead. https://www.parents.com/parenting/better-parenting/advice/how-to-quit-yelling-at-your-kids/. Accessed December 19, 2019.

The Problem With Yelling. https://www.nami.org/Blogs/NAMI-Blog/February-2018/The-Problem-with-Yelling. Accessed December 19, 2019.

5 Serious Long-Term Effects of Yelling At Your Kids. https://www.healthline.com/health/parenting/effects-of-yelling-at-kids. Accessed December 19, 2019.

What Am I Doing to My Kid When I Yell?. https://www.fatherly.com/parenting/discipline-and-behavior/parents-yell-affect-child-development-laura-markham/. Accessed December 19, 2019.

Why You Should Stop Yelling at Your Kids. https://www.nytimes.com/2018/09/05/well/family/why-you-should-stop-yelling-at-your-kids.html. Accessed December 19, 2019.

รูปของผู้เขียนbadge
เขียนโดย Agil Tonjoo แก้ไขล่าสุด 02/02/2021
ตรวจสอบความถูกต้องของข้อมูลโดย ทีม Hello คุณหมอ
x