home

เราจะปรับปรุงให้ดีขึ้นได้อย่างไร

close
chevron
บทความนี้อาจมีข้อมูลเท็จหรือไม่ถูกต้องแม่นยำ
chevron

โปรดแจ้งให้ทราบหากข้อมูลไม่ถูกต้อง

wanring-icon
คุณไม่จำเป็นต้องกรอกรายละเอียดนี้หากคุณไม่สะดวกใจ โปรดส่งความคิดเห็นของคุณที่ด้านล่างนี้เพื่อรับชมเว็บไซต์ต่อ
chevron
บทความนี้อาจมีข้อมูลไม่เพียงพอ
chevron

โปรดแจ้งให้ทราบหากข้อมูลไม่ครบถ้วน

wanring-icon
คุณไม่จำเป็นต้องกรอกรายละเอียดนี้หากคุณไม่สะดวกใจ โปรดส่งความคิดเห็นของคุณที่ด้านล่างนี้เพื่อรับชมเว็บไซต์ต่อ
chevron
ฉันมีข้อสงสัย
chevron

แม้ว่าเราอาจไม่ได้ให้คำแนะนำด้านการแพทย์ การวินิจฉัยโรค หรือการรักษาโรค แต่เราก็พร้อมรับฟังความคิดเห็นของท่าน โปรดแสดงความคิดเห็นในกล่องข้อความด้านล่าง

wanring-icon
หากคุณเกิดภาวะฉุกเฉินทางการแพทย์ โปรดแจ้งสายด่วน 1669 หรือติดต่อโรงพยาบาลที่อยู่ใกล้พื้นที่ของคุณในทันที

หรือ คัดลอกลิงก์

ใหม่

เมื่อไหร่จึงจะถึงเวลาอันเหมาะสมที่ ลูกน้อยจะนอนห่มผ้าห่ม

เมื่อไหร่จึงจะถึงเวลาอันเหมาะสมที่ ลูกน้อยจะนอนห่มผ้าห่ม

ในช่วงที่ทารกกำลังมีพัฒนาการต่าง ๆ เป็นช่วงที่คุณพ่อคุณแม่ควรจะต้องสังเกตพัฒนาการของพวกเขาเอาไว้ ลูกของพวกคุณจะเริ่มเรียนรู้ที่จะคลาน นอนหนุนหมอน รวมไปถึงนอนห่มผ้าห่ม แต่เมื่อไหร่กันที่ ลูกน้อยจะนอนห่มผ้าห่ม ได้ ขึ้นอยู่กับพัฒนาการของเด็กแต่ละคน ซึ่งทาง Hello คุณหมอ ได้นำเรื่องนี้มาฝากกัน

เมื่อไหร่ที่ ลูกน้อยจะนอนห่มผ้าห่ม ได้

สถาบันกุมารเวชศาสตร์แห่งอเมริกา (U.S. American Academy of Pediatrics; AAP) แนะนำให้เก็บของนุ่ม ๆ และผ้าปูที่นอนหลวม ๆ ออกจากที่นอนในช่วง 12 เดือนแรก โดยคำแนะนำนี้อ้างอิงจากข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับการเสียชีวิตจากการนอนหลับของทารกและแนวทางในการลดความเสี่ยงโรคไหลตายในทารก (Sudden Infant Death Syndrome; SIDS)

นอกเหนือจากคำแนะนำจากสถาบันกุมารเวชศาสตร์แห่งอเมริกาแล้ว เมื่อลูกน้อยของคุณโตขึ้น ปัจจัยอื่น ๆ ที่ควรพิจารณาก็จะตามมา อย่างเช่น การมีผ้าห่มในเปลนั้นปลอดภัยหรือไม่ รวมถึงขนาด ความหนา ประเภทของผ้า และขอบของผ้าห่ม

  • ผ้าห่มที่มีขนาดใหญ่กว่าตัวลูก อาจทำให้ผ้าห่มพันและทำให้ลูกน้อยหายใจไม่ออกได้ ซึ่งผ้าห่มผืนเล็กจะปลอดภัยกว่าแม้ว่าลูกของคุณจะอายุ 1 ขวบแล้วก็ตาม
  • เนื้อผ้าของผ้าห่มอาจมีผลต่อความปลอดภัยและเหมาะสมหรือไม่ที่จะใช้กับลูกน้อยของคุณ ผ้าห่มที่ทำจากผ้ามัสลินสามารถระบายอากาศได้เป็นอย่างดี ถือว่าเป็นตัวเลือกที่ดีสำหรับเด็ก ๆ แต่สำหรับผ้าห่มหนา ๆ หรือผ้าห่มถ่วงน้ำหนักซึ่งบางครั้งจะใช้สำหรับเด็กโตที่มีปัญหาด้านประสาทสัมผัสนั้น มักไม่ปลอดภัยหากนำมาใช้กับทารก
  • แม้ว่าลูกของคุณจะโตขึ้นเรื่อย ๆ แต่การเลือกผ้าห่มที่มีด้ายยาวตรงขอบหรือมีริบบิ้นที่ขอบก็อาจทำให้หายใจไม่ออก หรือพันรอบตัวลูกของคุณได้ ดังนั้น จึงไม่ปลอดภัยที่จะใช้มาเป็นผ้าห่มที่ใช้สำหรับห่มนอน

หากคุณกำลังคิดที่จะเอาตุ๊กตาสัตว์หรือของเล่นอื่น ๆ ใส่ไว้ในเปลของลูกน้อยช่วยให้พวกเขานอนหลับ นอกจากควรปฏิบัติตามคำแนะนำของสถาบันกุมารเวชศาสตร์แห่งอเมริกาแล้ว สิ่งที่สำคัญคือต้องพิจารณาน้ำหนักของวัตถุ และวัสดุที่ใช้ในการทำ และตรวจดูให้ว่ามีชิ้นส่วนเล็ก ๆ อยู่ด้วยหรือไม่ เพื่อไม่ให้เกิดอันตรายต่อลูกของคุณจากของเล่นในเปลนอนของเขาเอง

หากคุณพบว่าลูกของคุณชอบโยกตัวไปมาบนเตียงในตอนกลางคืน ถุงนอนหรือชุดนอนแบบรัดเท้าอาจปลอดภัยกว่าการใช้ผ้าห่มจนกว่าลูกจะโดน หากคุณตัดสินใจแล้วว่าลูกของคุณพร้อมที่จะใช้ผ้าห่มแล้ว คุณควรตรวจสอบให้แน่ใจว่า ผ้าห่มนั้นต้องไม่สูงกว่าระดับอก และพยายามซุกไว้รอบ ๆ เปลจะเป็นการดีที่สุด

เคล็ดลับในการนอนหลับอย่างปลอดภัยสำหรับลูกน้อย

นอกจากการเก็บวัตถุอันตรายต่าง ๆ ให้ห่างจากเปล แล้ว ยังมีสิ่งอื่นที่คุณพ่อคุณแม่ควรจะต้องคำนึงถึง เพื่อจัดสภาพแวดล้อมการนอนที่ปลอดภัย เมื่อลูกน้อยของคุณเติบโต โดยเคล็ดลับที่จะทำให้ลูกน้อยนอนหลับได้อย่างปลอดภัยนั้น ได้แก่

  • การเก็บผ้าห่ม หมอน และของเล่นให้พ้นจากเปล

นอกจากผ้าห่ม หมอน และของเล่น ยังหมายถึง การไม่ให้มีตัวกันกระแทก แม้ตัวกันกระแทกอาจจะดูน่ารักและเข้ากับการตกแต่งห้องนอนของลูกน้อย แต่ตัวกันกระแทกก็เสี่ยงต่อการทำให้เด็กหายใจไม่ออก เช่นเดียวกับของเล่น และเครื่องนอนที่หลวม แต่ตัวกันกระแทกนั้นมีประโยชน์สามารถใช้กับเด็กโต เพื่อกันไม่ให้พวกเขาปีนออกจากเปลได้

  • ไม่ควรกำหนดตำแหน่งหรือที่นอนตรงไหนเป็นพิเศษ

สถาบันกุมารเวชศาสตร์แห่งอเมริกาแนะนำว่าไม่ควรกำหนดตำแหน่งนอนจุดใดเป็นพิเศษ เพื่อลดความเสี่ยงโรคไหลตายในทารก กลับกันการทำแบบนั้นอาจเพิ่มความเสี่ยงเสียมากกว่า อย่างไรก็ตามมีหลายคนเชื่อว่า จุกนมหลอกจะช่วยลดความเสี่ยงของโรคไหลตายในทารกได้ แต่ควรจะใช้ในช่วงเวลานอนหลับเท่านั้น

  • เปลเด็กควรตั้งอยู่ในห้องนอนของคุณพ่อคุณแม่

เปลเด็กควรอยู่ในห้องเดียวกับพ่อแม่เป็นเวลาอย่างน้อย 6 เดือนถึง 1 ปีแรก แต่ไม่แนะนำให้คุณพ่อคุณแม่นอนร่วมเตียงกับลูกน้อย และไม่ควรใช้เตียงร่วมกันอย่างยิ่งหากคุณสูบบุหรี่ นอนน้อยกว่า 1 ชั่วโมงในช่วง 24 ชั่วโมงที่ผ่านมา กำลังใช้ยาบางชนิด หรือหากลูกน้อยของคุณมีน้ำหนักตอนแรกเกิดน้อย ถ้าคุณต้องการที่จะนอนร่วมกับทารก คุณจำเป็นจะต้องนำผ้าห่ม ผ้าปูที่นอน และหมอนทั้งหมด ออกจากบริเวณที่ทารกจะนอน

  • ในเวลานอนหรืองีบหลับ ให้สวมเสื้อให้ลูกน้อยมากกว่าที่ตัวคุณใส่

พยายามสังเกตดูว่าลูกน้อยของคุณอบอุ่นหรือเย็นเกินไปหรือไม่ พยายามสังเกตการเปลี่ยนแปลงจากการหายใจ และตรวจดูที่หลังคอ เพื่อดูว่าลูกน้อยมีเหงื่อออก ตัวเย็นหรือไม่ และพยายามสังเกตว่าแก้มของลูกน้อยนั้นแดงหรือไม่ โดยแนะนำให้จัดพื้นที่นอนของลูกน้อยในบริเวณที่เย็น เพื่อหลีกเลี่ยงความร้อนที่สูงมากจนเกินไป

  • เมื่อลูกพยุงตัวเองได้ จะนอนคว่ำหน้าหรือนอนตะแคงก็ไม่เป็นไร

เมื่อกล้ามเนื้อของลูกน้อยมีความแข็งแรงเพียงพอที่จะพยุงตัวเอง และความสามารถในการเคลื่อนตัวเข้าและออกจากตำแหน่งจะสามารถทำได้ดีขึ้น ในขณะที่ลูกน้อยของคุณเรียนรู้ที่จะกลิ้ง คุณอาจจะสังเกตเห็นว่า พวกเขาจะเริ่มกลิ้งเป็นนอนคว่ำก่อนที่จะหลับ ซึ่งคุณไม่จำเป็นต้องเข้าไปพลิกตัวของพวกเขา แต่คุณก็ยังควรวางเขาบนเปลด้วยท่านอนหงายตามปกติต่อไป

  • หยุดห่อตัวลูกเมื่อเขามีทีท่าจะเริ่มพลิกตัว

ทางสถาบันกุมารเวชศาสตร์แห่งอเมริกาแนะนำให้เลิกใช้ผ้าห่อตัวลูกน้อยตอนอายุประมาณ 2 เดือน ก่อนที่ลูกของคุณจะเริ่มพลิกตัวจริง ๆ เนื่องจากลูกน้อยของคุณอาจจะเริ่มใช้มือเพื่อช่วยในการพลิกตัว

  • ไม่ควรปล่อยลูกน้อยไว้ทั้งคืนบนโซฟาหรือเก้าอี้นวม

หากลูกน้อยของคุณหลับอยู่บนโซฟา เก้าอี้นวม หรือคาร์ซีท (Car seat) ไม่ว่าจะมีหรือไม่มีผ้าห่ม คุณก็ไม่ควรปล่อยพวกเขาเอาไว้ทั้งคืนโดยที่ไม่มีคนดูแล หากลูกน้อยหลับไปในระหว่างที่คุณแม่กำลังให้นมอยู่ คุณควรย้ายลูกน้อยของคุณกลับไปที่เปลทันที่ที่คุณรู้สึกตัว

  • ให้บริเวณเหนือและข้างเปลปลอดจากโมบายแขวน หน้าต่าง

เพื่อป้องกันสิ่งของเหล่านั้นจะตกลงมาใส่ลูกน้อย นอกจากนั้น พวกเขาอาจดึงสิ่งของเหล่านั้นลงมาหาตัวเองก็เป็นได้ การจัดวางตำแหน่งเปลอาจจะต้องมีการพิจารณาตั้งแต่ช่วงตกแต่งห้อง

  • เก็บห้องของเด็กไว้ให้เรียบร้อยเสมอ

เพื่อป้องกันเวลาที่ลูกน้อยของคุณหนีออกจากเปล ซึ่งมันอาจจะทำให้คุณรู้สึกตกใจในครั้งแรกที่ลูกของคุณเรียนรู้ที่จะหนีออกจากเปล เมื่อเตรียมทุกอย่างเอาไว้พร้อมแล้ว คุณก็ไม่ต้องกังวลว่าพวกเขาจะได้รับอันตรายจากสภาพแวดล้อมในห้อง ก่อนที่คุณจะตื่นไปเจอพวกเขา

Hello Health Group ไม่ได้ให้คำแนะนำด้านการแพทย์ การวินิจฉัยโรค หรือการรักษาโรคแต่อย่างใด

แหล่งที่มา

When Can Baby Sleep with a Blanket?. https://www.healthline.com/health/baby/when-can-baby-sleep-with-blanket. Accessed September 26, 2020

Helping Babies Sleep Safely. https://www.cdc.gov/reproductivehealth/features/baby-safe-sleep/index.html. Accessed September 26, 2020

Sleep-Related Infant Suffocation Deaths Attributable to Soft Bedding, Overlay, and Wedging. https://pediatrics.aappublications.org/content/143/5/e20183408. Accessed September 26, 2020

Pacifier use and SIDS: evidence for a consistently reduced risk. https://pubmed.ncbi.nlm.nih.gov/21505778/. Accessed September 26, 2020

How to Keep Your Sleeping Baby Safe: AAP Policy Explained. https://www.healthychildren.org/English/ages-stages/baby/sleep/Pages/A-Parents-Guide-to-Safe-Sleep.aspx. Accessed September 26, 2020

NIH alerts caregivers to increase in SIDS risk during cold weather. https://www.nih.gov/news-events/news-releases/nih-alerts-caregivers-increase-sids-risk-during-cold-weather. Accessed September 26, 2020

Swaddling: Is it Safe?. https://www.healthychildren.org/English/ages-stages/baby/diapers-clothing/Pages/Swaddling-Is-it-Safe.aspx. Accessed September 26, 2020

Updated safe sleep guidance warns against using soft bedding, sofa sleeping. https://www.aappublications.org/news/2016/10/24/SIDS102416. Accessed September 26, 2020

รูปของผู้เขียนbadge
เขียนโดย สิฏฐิณิศา รัชตวโรทัย แก้ไขล่าสุด 27/11/2020
ตรวจสอบความถูกต้องของข้อมูลโดย ทีม Hello คุณหมอ
x