คุณมีข้อกังวลอะไร

close
ไม่ถูกต้อง
เข้าใจยาก
อื่น ๆ

หรือ คัดลอกลิงก์

เด็กเป็นโรคเบาหวาน บุคลากรในโรงเรียนควรดูแลอย่างไร

    เด็กเป็นโรคเบาหวาน บุคลากรในโรงเรียนควรดูแลอย่างไร

    เด็กเป็นโรคเบาหวาน นอกจากจะต้องได้รับการดูแลจากครอบครัวเมื่ออยู่ที่บ้านแล้ว เมื่ออยู่ที่โรงเรียนก็ต้องได้รับการดูแลจากคุณครูหรือพยาบาลประจำโรงเรียนด้วย การทำความเข้าใจเกี่ยวกับวิธีการดูแลเด็กที่เป็นโรคเบาหวานเมื่ออยู่ที่โรงเรียน จึงถือเป็นเรื่องที่บุคลากรในโรงเรียนควรให้ความสนใจเป็นอย่างยิ่ง

    เด็กเป็นโรคเบาหวาน คุณครูควรทำอย่างไร

    หากเด็กเป็นโรคเบาหวาน ผู้ปกครองควรแจ้งให้ครูหรือบุคลากรในโรงเรียนทราบโดยเร็วที่สุด เพื่อให้มั่นใจได้ว่าหากเกิดเหตุฉุกเฉิน เด็กจะได้รับการดูแลอย่างถูกต้องและทันท่วงที ขณะเดียวกัน คุณครูหรือบุคลากรในโรงเรียนควรปฏิบัติตามคำแนะนำดังต่อไปนี้ เพื่อให้สามารถดูแลเด็กนักเรียนที่เป็นโรคเบาหวานได้ดีขึ้น

    • หาข้อมูลเกี่ยวกับ โรคเบาหวาน โดยเฉพาะโรคเบาหวานชนิดที่ 1 ที่พบมากในเด็ก
    • เรียนรู้เกี่ยวกับสัญญาณสำคัญต่าง ๆ เช่น อาการของภาวะระดับน้ำตาลในเลือดต่ำ อาการภาวะระดับน้ำตาลในเลือดสูง หากเกิดเหตุฉุกเฉิน จะได้รับมือ หรือพาเด็กไปพบคุณหมอได้ทันเวลา
    • พูดคุยกับผู้ปกครองถึงข้อมูลเกี่ยวกับเด็กที่ครูควรจะต้องทราบ คำแนะนำ ข้อเสนอแนะ หรือแนวทางและวิธีการต่าง ๆ ต้องทำอย่างไรเมื่อเกิดเหตุการณ์ฉุกเฉินขึ้น
    • ใส่ใจเรื่องอาหารการกินของเด็ก คุณอาจต้องแจ้งกับทางโรงอาหารให้ดูแลเป็นพิเศษ หรือสอบถามเด็กเกี่ยวกับการรับประทานอาหารอยู่เสมอ เพื่อให้แน่ใจว่าเด็กจะไม่ได้รับประทานอาหารที่เพิ่มความเสี่ยงของโรค
    • สร้างความเข้าใจอันดีระหว่าง เด็กที่เป็นโรคเบาหวาน กับเพื่อนคนอื่น ๆ เพราะหากเกิดเหตุฉุกเฉิน เพื่อน ๆ จะได้รับรู้สัญญาณต่าง ๆ และแจ้งให้ครูทราบได้
    • ข้อที่สำคัญที่สุด คือ ครูต้องเข้าใจ และเต็มใจที่จะดูแลเด็กนักเรียน

    หากโรงเรียนมีพยาบาลประจำโรงเรียน

    ความรับผิดชอบหลักของพยาบาลประจำโรงเรียน เช่น การคอยดูแลเด็กที่เป็นมีอาการป่วย ฉะนั้นเราก็ต้องมั่นใจได้ว่า เจ้าหน้าที่คนนั้นมีความชำนาญในวิชาชีพ และเคยได้รับการฝึกอบรมวิธีดูแลเด็กมาก่อน ซึ่งทางโรงเรียนควรมีข้อปฎิบัติ ดังนี้

    • โรงเรียนที่มี เด็กเป็นโรคเบาหวาน ควรจะมีพยาบาลประจำที่ผ่านการฝึกอบรมมาแล้วอย่างน้อย 2 คน
    • เด็กที่ป่วยเป็นโรคเบาหวานทุกคน ควรได้รับการดูแลจากพยาบาลผู้เชี่ยวชาญด้านเบาหวานในเด็ก ซึ่งมีหน้าที่คอยสอดส่องดูแลว่าเด็กต้องการความช่วยเหลืออะไรเมื่ออยู่ในโรงเรียน คุณควรมีส่วนร่วมในการวางแผนดูแลสุขภาพให้กับเด็ก เพื่อให้แน่ใจว่าเด็กคนนั้นจะได้รับการดูแลที่เหมาะสม
    • ถ้าพยาบาลผู้เชี่ยวชาญด้านเบาหวานในเด็กไม่สามารถให้บริการได้ คุณจำเป็นต้องประสานงานกับทีมดูแลสุขภาพของเด็กกับโรงเรียน
    • ทางโรงเรียนควรอบรมให้เจ้าหน้าที่ผู้เกี่ยวข้องมีความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับโรคเบาหวานในเด็ก ซึ่งในอนาคตอาจมีคนเข้ามาขอความรู้กับทางโรงเรียน ฉะนั้นจึงควรเตรียมความพร้อมอยู่เสมอ
    • ทางโรงเรียนควรมีการฝึกความพร้อม เพื่อให้แน่ใจว่าเจ้าหน้าที่คนนั้น ๆ รู้ว่าจะต้องปฎิบัติต่อเด็กอย่างไร ในกรณีที่มีเหตุฉุกเฉินเกิดขึ้น

    ความรับผิดชอบอื่น ๆ ของพยาบาลประจำโรงเรียน

    • พยาบาลประจำโรงเรียนต้องดูให้แน่ใจว่า เด็กที่ป่วยเป็นโรคเบาหวานจะได้รับการดูแลอย่างเหมาะสมในโรงเรียน ซึ่งบางครั้งอาจจะต้องติดต่อกับผู้ปกครอง และพยาบาลผู้เชี่ยวชาญด้านเบาหวานในเด็กคนอื่น ๆ
    • พยาบาลประจำโรงเรียนควรจัดระบบระเบียนสุขภาพของเด็กที่ป่วยเป็น โรคเบาหวาน ทุกคน รวมทั้งเก็บสำเนาแผนดูแลสุขภาพฉบับล่าสุดของเด็กที่ป่วยเป็นเบาหวานแต่ละคนไว้ด้วย

    โดยรวมแล้ว บุคลากรของโรงเรียนจำเป็นที่จะต้องทราบถึงสภาพร่างกายของเด็กที่เป็นเบาหวานและควรจะมีพยาบาลประจำโรงเรียนที่มีความรู้เกี่ยวกับโรคเบาหวานในเด็กและมีการฝึกอบรมเพื่อรับมือเหตุการณ์ฉุกเฉินและสามารถดูแลเด็กได้เต็มที่


    กำลังมองหาเรื่องราวในการเลี้ยงดูบุตรใช่หรือไม่?

    เข้าร่วมชุมชนการเลี้ยงดูบุตรและแลกเปลี่ยนข้อมูลกับคุณแม่และคุณพ่อคนอื่น ๆ เข้าร่วมชุมชนได้เลย!


    health-tool-icon

    เครื่องคำนวณหา ค่าดัชนีมวลกาย (BMI)

    ใช้เครื่องมือนี้เพื่อช่วยคำนวณค่าดัชนีมวลกาย (BMI) ของคุณ และดูว่าคุณมีน้ำหนักอยู่ในเกณฑ์สุขภาพดีหรือไม่ เครื่องมือนี้ยังสามารถใช้เพื่อคำนวณค่าดัชนีมวลกายของลูกคุณได้อีกด้วย

    เพศชาย

    เพศหญิง

    Hello Health Group ไม่ได้ให้คำแนะนำด้านการแพทย์ การวินิจฉัยโรค หรือการรักษาโรคแต่อย่างใด

    แหล่งที่มา
    รูปของผู้เขียนbadge
    เขียนโดย วรภพ ไกยเดช แก้ไขล่าสุด 16/06/2022
    ตรวจสอบความถูกต้องของข้อมูลโดย เนตรนภา ปะวะคัง