home

เราจะปรับปรุงให้ดีขึ้นได้อย่างไร

close
chevron
บทความนี้อาจมีข้อมูลเท็จหรือไม่ถูกต้องแม่นยำ
chevron

โปรดแจ้งให้ทราบหากข้อมูลไม่ถูกต้อง

wanring-icon
คุณไม่จำเป็นต้องกรอกรายละเอียดนี้หากคุณไม่สะดวกใจ โปรดส่งความคิดเห็นของคุณที่ด้านล่างนี้เพื่อรับชมเว็บไซต์ต่อ
chevron
บทความนี้อาจมีข้อมูลไม่เพียงพอ
chevron

โปรดแจ้งให้ทราบหากข้อมูลไม่ครบถ้วน

wanring-icon
คุณไม่จำเป็นต้องกรอกรายละเอียดนี้หากคุณไม่สะดวกใจ โปรดส่งความคิดเห็นของคุณที่ด้านล่างนี้เพื่อรับชมเว็บไซต์ต่อ
chevron
ฉันมีข้อสงสัย
chevron

แม้ว่าเราอาจไม่ได้ให้คำแนะนำด้านการแพทย์ การวินิจฉัยโรค หรือการรักษาโรค แต่เราก็พร้อมรับฟังความคิดเห็นของท่าน โปรดแสดงความคิดเห็นในกล่องข้อความด้านล่าง

wanring-icon
หากคุณกำลังมีภาวะฉุกเฉินทางการแพทย์ โปรดแจ้งสายด่วน 1669 หรือติดต่อโรงพยาบาลที่อยู่ใกล้พื้นที่ของคุณในทันที

หรือ คัดลอกลิงก์

โรคไหลตายในทารก ภัยเงียบที่ไม่ควรมองข้าม

โรคไหลตายในทารก ภัยเงียบที่ไม่ควรมองข้าม

แม้ลูกน้อยของคุณจะดูสุขภาพร่างกายหลังจากคลอดออกมา แต่บางครั้งก็อาจจะตกอยู่ในปัจจัยเสี่ยงที่จะเกิด โรคไหลตายในทารก ได้ โดยปัจจัยเสี่ยงของการเกิดภาวะดังกล่าวนั้นมีอยู่หลายอย่างด้วยกัน แต่ปัจจัยเสี่ยงเหล่านี้ก็สามารถป้องกันได้ ซึ่งทาง Hello คุณหมอ ได้นำเรื่องนี้มาฝากกันในบทความนี้

โรคไหลตายในทารก (Sudden Infant Death Syndrome) คืออะไร

โรคไหลตายในทารก (Sudden Infant Death Syndrome หรือ SIDS) คือ การที่ทารกดูเหมือนสุขภาพแข็งแรง แต่กลับเสียชีวิตอย่างกะทันหัน โดยไม่ทราบสาเหตุของการเสียชีวิต แม้จะมีการตรวจสอบอย่างละเอียดแล้วก็ตาม โดยโรคไหลตายในทารกนั้น มักเกิดขึ้นในขณะที่ทารกนอนหลับในเปล

แม้ว่าโรคไหลตายในทารกจะเป็นเรื่องที่พบได้ยาก แต่ก็ถือว่าเป็นสาเหตุการเสียชีวิตที่พบได้บ่อยที่สุดในสหรัฐอเมริกา โดยมักจะพบในเด็กที่อายุต่ำกว่า 1 ปี ซึ่งส่วนใหญ่มักจะเกิดขึ้นกับทารกที่มีอายุระหว่าง 2-4 เดือน ในปี ค.ศ. 2015 จากแหล่งที่มาที่เชื่อถือได้ มีเด็กประมาณ 1,600 คนในสหรัฐอเมริกา ที่เสียชีวิตจากโรคไหลตายในทารก

อาการของ โรคไหลตายในทารก

โรคไหลตายในทารกนั้นยังไม่มีอาการที่สังเกตได้อย่างชัดเจน เพราะอาการมักเกิดขึ้นอย่างกะทันหันกับทารกที่ดูเหมือนจะมีร่างกายที่แข็งแรงโดยที่คุณพ่อคุณแม่อาจไม่ทันได้คาดคิด

สาเหตุและปัจจัยเสี่ยงเกี่ยวกับ โรคไหลตายในทารก

เนื่องจากยังไม่ทราบสาเหตุที่ชัดเจนของโรคไหลตายในทารก แต่นักวิทยาศาสตร์กำลังพิจารณาถึงสาเหตุที่เป็นไปได้บางประการ ซึ่งสาเหตุที่เป็นไปได้บางประการที่อยู่ระหว่างการตรวจสอบนั้น ได้แก่

  • รูปแบบของการหยุดหายใจ เช่น การหยุดหายใจขณะนอนหลับ
  • ความผิดปกติของสมองในส่วนที่ทำหน้าที่ควบคุมการหายใจ

แม้ว่าจะยังไม่ทราบสาเหตุที่แน่ชัดของการเกิดโรคไหลตายในทารก แต่โรคไหลตายในทารกมีปัจจัยเสี่ยงหลายประการ ซึ่งคุณสามารถหลีกเลี่ยงปัจจัยเสี่ยงเหล่านี้ได้ ดังนั้นคุณพ่อคุณแม่จึงควรตระหนักถึงปัจจัยเหล่านี้ด้วย ซึ่งปัจจัยเสี่ยงบางประการสำหรับโรคไหลตายในเด็ก ได้แก่

  • การให้ลูกน้อยนอนคว่ำ หรือนอนตะแคงก่อนอายุ 1 ขวบ ซึ่งถือเป็นปัจจัยเสี่ยงที่สำคัญที่สุด
  • ความบกพร่องของสมอง ซึ่งหลายครั้งตรวจไม่พบสิ่งเหล่านี้จนกว่าจะมีการชันสูตรพลิกศพ
  • การติดเชื้อทางเดินหายใจ
  • น้ำหนักตัวน้อยเมื่อแรกเกิด
  • การคลอดก่อนกำหนด หรือการเกิดลูกแฝด (Birth of multiples)
  • ประวัติครอบครัวเคยเกิดโรคไหลตายในทารก
  • ควันบุหรี่มือสอง หรือคุณแม่สูบบุหรี่ระหว่างตั้งครรภ์
  • เชื้อชาติ โดยทารกแอฟริกัน อเมริกัน และชนพื้นเมืองอเมริกัน มีแนวโน้มที่จะเสียชีวิตด้วยโรคไหลตายในทารกมากกว่าเชื้อชาติอื่น ๆ
  • เพศ ซึ่งเพศชายนั้นมีความเสี่ยงสูงกว่าเพศหญิงเล็กน้อย
  • คุณแม่ที่ตั้งครรภ์ตอนอายุยังน้อย โดยตั้งครรภ์เมื่ออายุต่ำกว่า 20 ปี
  • ฤดูกาลที่เปลี่ยนไป ภาวะดังกล่าวมักพบมากในช่วงฤดูหนาว หรืออากาศเย็น แม้ว่าสถิตินั้นอาจมีการเปลี่ยนแปลง
  • ความร้อนสูงเกินไป
  • ทารกมีการนอนร่วมเตียงกับคุณพ่อคุณแม่ หรือผู้ดูแล
  • เปลที่ไม่มีความปลอดภัย หรือเปลเก่า
  • เครื่องนอนหรือที่นอนที่นุ่มเกินไป
  • เปลที่มีวัตถุนุ่ม ๆ รวมอยู่ในเปล
  • ไม่ใช่จุกนมหลอกในการนอนหลับ
  • ไม่ให้นมบุตร

การหลีกเลี่ยงปัจจัยเสี่ยงเหล่านี้ให้มากที่สุด อาจจะช่วยลดความเสี่ยงของลูกน้อยในการเป็นโรคไหลตายในทารก

วิธีลดความเสี่ยงที่อาจทำให้เกิดโรคไหลตายในทารก

อย่างที่กล่าวไปแล้วว่าโรคไหลตายในทารกนั้นเกิดขึ้นโดยไม่ทราบสาเหตุ ดังนั้น จึงไม่สามารถป้องกันได้ โรคไหลตายในทารกมีปัจจัยเสี่ยงหลายประการ แม้ว่าความเสี่ยงบางอย่างจะไม่สามารถหลีกเลี่ยงได้ แต่ก็สามารถลดความเสี่ยงได้หลายอย่าง

โดยปัจจัยเสี่ยงที่สำคัญที่สุด คือ การให้ทารกอายุต่ำกว่า 1 ขวบ นอนคว่ำ หรือนอนตะแคง ซึ่งคุณสามารถลดความเสี่ยงในการเกิดโรคไหลตายในทารกได้ด้วยการให้ลูกนอนหงาย ไม่ว่าจะเป็นการเข้านอนในเวลากลางคืน หรือจะงีบหลับระหว่างวันก็ตาม

อีกขึ้นตอนหนึ่งที่สามารถป้องกันโรคไหลตายในทารก คือ การให้ทารกนอนหลับโดยใช้จุกนมหลอก แม้ว่าสุดท้ายแล้วมันจะหลุดออกจากปากของลูกน้อย แต่การใช้จุกนมหลอกไม่ควรจะมีสายห้อยรอบคอของทารก ติดกับเสื้อผ้า เครื่องนอน หรือตุ๊กตาของทารก

หากคุณกำลังอยู่ในช่วงให้นมบุตร คุณอาจจะต้องรอเวลาให้ลูกของคุณกินนมได้ง่าย ก่อนที่จะใช้จุกนมหลอก ซึ่งโดยปกติจะใช้เวลาประมาณ 1 เดือน สำหรับวิธีอื่น ๆ ที่จะใช้ในการลดความเสียงของโรคไหลตายในทารก มีดังนี้

  • อย่าสูบบุหรี่ ใช้แอลกอฮอล์ หรือยาผิดเสพติดในระหว่างตั้งครรภ์ หรือหลังคลอด
  • อย่าให้ใครสูบบุหรี่ในบ้าน หรือรอบ ๆ บ้านในขณะที่ลูกน้อยของคุณอยู่ในบ้าน
  • คุณแม่ตั้งครรภ์หรือวางแผนที่จะตั้งครรภ์ ควรมีการฝากครรภ์กับสถานพยาบาล เพื่อรับการดูแลก่อนคลอดในระหว่างตั้งครรภ์อย่างสม่ำเสมอ
  • ให้ลูกน้อยอยู่ใกล้คุณเมื่อพวกเขานอน โดยให้อยู่ในห้องเดียวกัน แต่ไม่ควรให้นอนร่วมเตียงกับคุณ
  • หลีกเลี่ยงการนอนร่วมเตียงกับลูกน้อย หรือปล่อยให้พวกเขานอนรวมกับเด็กหรือผู้ใหญ่คนอื่น ๆ
  • หลีกเลี่ยงการห่อตัวให้ทารกมากเกินไป เมื่อคุณจะพาพวกเขาเข้านอน
  • ใช้ที่นอนและเปลที่ได้รับการรับรองด้านความปลอดภัย จากนั้นวางผ้าปูที่นอนทับอีกครั้ง
  • ให้นมลูกด้วยตัวเอง เพื่อช่วยลดความเสี่ยงของโรคไหลตายในทารก

การดูแลลูกน้อยอย่างใกล้ชิดถือเป็นเรื่องที่คุณพ่อคุณแม่ควรพึงกระทำ อีกหนึ่งสิ่งที่สำคัญคือ คุณพ่อคุณแม่ไม่ควรดูลูกน้อยผ่านกล้องวงจรปิด หรืออุปกรณ์ที่คิดว่าปลอดภัย โดยอ้างว่าอุปกรณ์เหล่านี้จะช่วยลดความเสี่ยงของโรคไหลตายในทารก เพราะอุปกรณ์นี้อาจมีปัญหาทางด้านความปลอดภัยที่อาจเกิดขึ้นได้

Hello Health Group ไม่ได้ให้คำแนะนำด้านการแพทย์ การวินิจฉัยโรค หรือการรักษาโรคแต่อย่างใด

แหล่งที่มา

Sudden Infant Death Syndrome. https://www.healthline.com/health/sudden-infant-death-syndrome. Accessed September 30, 2020

High serum serotonin in sudden infant death syndrome. https://www.pnas.org/content/114/29/7695.full. Accessed September 30, 2020

Sudden Infant Death Syndrome (SIDS). https://www.merckmanuals.com/home/children-s-health-issues/miscellaneous-disorders-in-infants-and-young-children/sudden-infant-death-syndrome-sids. Accessed September 30, 2020

Sudden infant death syndrome (SIDS). https://www.nhs.uk/conditions/sudden-infant-death-syndrome-sids/. Accessed September 30, 2020

รูปของผู้เขียน
ทบทวนบทความโดย ทีม Hello คุณหมอ
เขียนโดย สิฏฐิณิศา รัชตวโรทัย
แก้ไขล่าสุด 01/12/2020
x