home

เราจะปรับปรุงให้ดีขึ้นได้อย่างไร

close
chevron
บทความนี้อาจมีข้อมูลเท็จหรือไม่ถูกต้องแม่นยำ
chevron

โปรดแจ้งให้ทราบหากข้อมูลไม่ถูกต้อง

wanring-icon
คุณไม่จำเป็นต้องกรอกรายละเอียดนี้หากคุณไม่สะดวกใจ โปรดส่งความคิดเห็นของคุณที่ด้านล่างนี้เพื่อรับชมเว็บไซต์ต่อ
chevron
บทความนี้อาจมีข้อมูลไม่เพียงพอ
chevron

โปรดแจ้งให้ทราบหากข้อมูลไม่ครบถ้วน

wanring-icon
คุณไม่จำเป็นต้องกรอกรายละเอียดนี้หากคุณไม่สะดวกใจ โปรดส่งความคิดเห็นของคุณที่ด้านล่างนี้เพื่อรับชมเว็บไซต์ต่อ
chevron
ฉันมีข้อสงสัย
chevron

แม้ว่าเราอาจไม่ได้ให้คำแนะนำด้านการแพทย์ การวินิจฉัยโรค หรือการรักษาโรค แต่เราก็พร้อมรับฟังความคิดเห็นของท่าน โปรดแสดงความคิดเห็นในกล่องข้อความด้านล่าง

wanring-icon
หากคุณเกิดภาวะฉุกเฉินทางการแพทย์ โปรดแจ้งสายด่วน 1669 หรือติดต่อโรงพยาบาลที่อยู่ใกล้พื้นที่ของคุณในทันที

หรือ คัดลอกลิงก์

ใหม่

ธีโอฟิลลีน (Theophylline)

ข้อบ่งใช้|ข้อควรระวังและคำเตือน|ผลข้างเคียง|ปฏิกิริยาของยา|ขนาดยา
ธีโอฟิลลีน (Theophylline)

ข้อบ่งใช้

ธีโอฟิลลีน ใช้สำหรับ

ธีโอฟิลลีน (Theophylline) ใช้ในการรักษาและป้องกันอาการหายใจผิดปกติ และหายใจลำบากที่เกิดจากโรคปอดเรื้อรัง (เช่น โรคหอบหืด ถุงลมโป่งพอง หลอดลมอักเสบเรื้อรัง) ธีโอฟิลลีนอยู่ในกลุ่มยาที่เรียกว่า แซนทีน (xanthines) ออกฤทธิ์ในระบบทางเดินหายใจ โดยการคลายกล้ามเนื้อเพื่อเปิดทางอากาศ และทำให้หายใจสะดวกขึ้น รวมถึงลดการตอบสนองของปอดต่อสารระคายเคือง การควบคุมปัญหาในการหายใจ และสามารถลดปัญหาของการใช้ชีวิตประจำวันได้

ธีโอฟิลลีนไม่สามารถใช้งานได้ทันที ทางการแพทย์นั้นแนะนำให้ใช้ยาสำหรับสูด เช่น ยาอัลบูเทลอล (albuterol) เพื่อรักษาการหายใจถี่หรือหอบหืด ควรพกยาสำหรับสูดที่บรรเทาอาการได้อย่างรวดเร็วติดตัว ปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกรเพื่อสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม

วิธีการใช้ ธีโอฟิลลีน

รับประทานวันละ 1 ถึง 2 ครั้ง ตามที่แพทย์แนะนำ ธีโอฟิลลีนอาจทำให้ท้องไส้ปั่นป่วน ยานี้ใช้ได้ผลดีที่สุดเมื่อปริมาณยาในร่างกายของคุณอยู่ในระดับที่เหมาะสม ควรใช้ยาในช่วงเวลาเดียวกันโปรดปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกร เกี่ยวกับช่วงเวลาที่ดีที่สุดในการใช้ยาธีโอฟิลลีนแต่ละยี่ห้อ

อย่าบดหรือเคี้ยวยา ซึ่งเพิ่มความเสี่ยงในการเกิดผลข้างเคียง นอกจากนี้อย่าแบ่งเม็ดยา เว้นแต่จะมีเส้นแบ่งให้แบ่งเม็ดยา ให้รับประทานทั้งเม็ดหรือที่แบ่งแล้วโดยไม่บดหรือเคี้ยว

หากคุณรับประทานแคปซูล ให้กลืนลงไปในครั้งเดียว ถ้าคุณไม่สามารถกลืนได้ คุณอาจเปิดแคปซูล และโรยผงยาลงบนอาหาร รับประทานอาหารที่มียาโรยอยู่ทันทีโดยไม่ต้องเคี้ยว จากนั้น ดื่มน้ำเปล่า (8 ออนซ์หรือ 240 มิลลิลิตร)

ปริมาณยาขึ้นอยู่กับโรค และการตอบสนองต่อการรักษา อายุ น้ำหนัก ระดับยาในเลือด และยาอื่นๆ ใช้ยานี้เป็นประจำเพื่อให้ได้รับประสิทธิภาพสูงสุด รับประทานยาในช่วงเวลาเดียวกันเพื่อง่ายต่อการจำ

การเก็บรักษา ธีโอฟิลลีน

  • เก็บไว้ในอุณหภูมิห้อง รวมถึงเก็บให้พ้นจากแสงและความชื้น เพื่อป้องกันความเสียหายที่จะเกิดขึ้นกับยา
  • ควรเก็บยาให้พ้นมือเด็กและสัตว์เลี้ยง
  • คุณไม่ควรทิ้งธีโอฟิลลีนลงในชักโครก หรือเทลงในท่อระบายน้ำ เว้นแต่จะได้รับคำแนะนำให้ทำเช่นนั้น สิ่งสำคัญคือทิ้งยาเมื่อยาหมดอายุ หรือไม่จำเป็นต้องใช้ยาอีกต่อไป

ธีโอฟิลลีนแต่ละยี่ห้ออาจมีวิธีเก็บแตกต่างกันไป อ่านคำแนะนำการเก็บรักษาบนฉลากผลิตภัณฑ์ หรือสอบถามแพทย์ผู้เชี่ยวชาญและเภสัชกรจัดจำหน่าย เพื่อความปลอดภัย

ข้อควรระวังและคำเตือน

ข้อควรรู้ก่อนใช้ ธีโอฟิลลีน

ก่อนการตัดสินใจใช้ธีโอฟิลีน ควรพิจารณาถึงความเสี่ยงโดยผ่านการวินิยฉัยของแพทย์ สิ่งที่คุณควรคำนึงถึงมี ดังนี้

โรคภูมิแพ้

แจ้งให้แพทย์ทราบหากคุณเคยมีอาการผิดปกติหรืออาการแพ้ใดๆ กับยาชนิดนี้ หรือยาชนิดอื่นๆ นอกจากนี้ควรบอกให้ผู้ให้บริการทางการแพทย์ทราบ หากคุณมีอาการแพ้อื่นๆร่วมด้วย เช่น อาหาร สารย้อมสี สารกันบูดหรือสัตว์ สำหรับยาที่ขายตามร้านขายยา โปรดอ่านฉลากหรือส่วนผสมบนบรรจุภัณฑ์อย่างละเอียด

ผู้ป่วยเด็ก

ศึกษาการใช้ยาที่เหมาะสมในปัจจุบัน เด็กอายุต่ำกว่า 1 ปี มีแนวโน้มที่จะเกิดผลข้างเคียงที่รุนแรงขึ้น ซึ่งอาจจำเป็นต้องใช้ยาด้วยความระมัดระวัง และปรับปริมาณยาสำหรับผู้ป่วยที่ได้รับ ธีโอฟิลลีน ได้อย่างเหมาะสม

ผู้สูงอายุ

ผู้สูงอายุอาจรู้สึกไวต่อผลของ ธีโอฟิลลีน มากกว่าผู้ที่อายุน้อยกว่า และมีแนวโน้มที่จะมีปัญหาของไต ตับ หัวใจ หรือปอด ซึ่งอาจจำเป็นต้องใช้ยาด้วยความระมัดระวัง และการปรับปริมาณยาสำหรับผู้ป่วยที่ได้รับ ธีโอฟิลลีน ได้อย่างเหมาะสม

ความปลอดภัยต่อการตั้งครรภ์หรือให้นมบุตร

ไม่มีการวิจัยแน่ชัดในสตรีตั้งครรภ์ ที่จะระบุความเสี่ยงขณะที่ใช้ะหว่างตั้งครรภ์หรือให้นมบุตร โปรดปรึกษาแพทย์และได้รับการอนุญาตจากแพทย์ก่อนการใช้

ผลข้างเคียง

ผลข้างเคียงของการใช้ ธีโอฟิลลีน

หากมีอาการเหล่านี้ซึ่งเป็นสัญญาณของอาการแพ้ ได้แก่ ลมพิษ หายใจลำบาก หน้า ริมฝีปาก ลิ้นหรือคอบวม หยุดใช้ ธีโอฟิลลีน และไปโรงพยาบาลทันที หากเกิดผลข้างเคียงที่ร้ายแรง เช่น

  • คลื่นไส้ อาเจียนรุนแรงหรือต่อเนื่อง
  • หัวใจเต้นเร็วหรือไม่สม่ำเสมอ
  • การชัก
  • มึนงง ใจสั่นหรือตัวสั่น
  • ปวดศีรษะอย่างรุนแรง
  • ภาวะโพแทสเซียมต่ำ (สับสน อัตราการเต้นของหัวใจไม่สม่ำเสมอ กระหายน้ำ ปัสสาวะมากขึ้น กล้ามเนื้ออ่อนแรงหรือรู้สึกชา)
  • น้ำตาลในเลือดสูง (อยากอาหาร ปากแห้ง มีกลิ่นปาก ง่วงซึม ผิวแห้ง ตาพร่ามัว น้ำหนักลด)

ผลข้างเคียงที่ร้ายแรงน้อยกว่าอาจรวมถึง

ไม่ใช่ทุกคนที่จะแสดงอาการอันเนื่องมาจากผลข้างเคียงเหล่านี้ อาจมีผลข้างเคียงอื่นนอกเหนือข้างต้น หากคุณมีความกังวลเรื่องผลข้างเคียง โปรดปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกร

ปฏิกิริยาของยา

ปฏิกิริยากับยาอื่น

ธีโอฟิลลีน อาจเกิดปฏิกิริร่วมกับยาตัวอื่นที่คุณกำลังรับประทานอยู่ และอาจส่งผลให้ยาที่คุณรับประทานออกฤทธิ์ต่างไปจากเดิม หรือเพิ่มความเสี่ยงของผลข้างเคียงที่รุนแรง ควรแจ้งรายชื่อยาทั้งหมดที่คุณใช้ให้แพทย์ผู้เชี่ยวชาญทราบเพื่อความปลอดภัย ไม่ควรเริ่มหรือหยุดใช้ยา รวมถึงเพิ่ม ลด ปริมาณของยา โดยไม่ได้รับอนุญาตจากแพทย์

ไม่แนะนำให้ใช้ ธีโอฟิลลีน กับยาต่อไปนี้ร่วมกัน

  • ยาอะมิแฟมพริดีน (Amifampridine)
  • ยาไรโอคิกูแอท (Riociguat)

ปกติแล้วจะไม่แนะนำให้ใช้ ธีโอฟิลลีน กับยาต่อไปนี้ แต่ในบางกรณีมีความจำเป็นต้องใช้ร่วมกัน แพทย์อาจเปลี่ยนปริมาณยาหรือความถี่ของยาอย่างใดอย่างหนึ่งหรือทั้งสองอย่างลดลง

  • ยาอะคริวาสทีน (Acrivastine)
  • ยาอะดีโนซีน (Adenosine)
  • ยาบลินาทูโมแมบ(Blinatumomab)
  • ยาบูโพรพริออน (Bupropion)
  • ยาเซริทินิบ(Ceritinib)
  • ยาซิเมทิดีน (Cimetidine)
  • ยาซิโพรฟลอกซาซิน (Ciprofloxacin)
  • ยาโคบิสแตท (Cobicistat)
  • ยาเดเฟอราไซร็อกซ์ (Deferasirox)
  • ยาดีโซเจสเทรล (Desogestrel)
  • ยาไดอีโนเจสต์ (Dienogest)
  • ยาไดไฮโดรอาร์เทมิซินิน (Dihydroartemisinin)
  • ยาดรอสพิเรโนน (Drospirenone)
  • ยาอีโนซาซิน (Enoxacin)
  • ยาอิริโธรมัยซิน (Erythromycin)
  • ยาเอสทราดิออล ไซพิโอเนท (Estradiol Cypionate)
  • ยาเอสทราดิออล วาเลอเรท (Estradiol Valerate)
  • ยาอีทินิล เอสทราดิออล (Ethinyl Estradiol)
  • ยาอีธิโนดิออล ไดอาซีเตท (Ethynodiol Diacetate)
  • ยาอีทินดีน (Etintidine)
  • ยาอีโทโนเจสเทรล (Etonogestrel)
  • ยาฟลูโคนาโซล (Fluconazole)
  • ยาฟลูวอกซามีน (Fluvoxamine)
  • ยาฟอสเพนนิโทอิน (Fosphenytoin)
  • ยาฮาโลเทน (Halothane)
  • ยาไอดีลาลิซิบ (Idelalisib)
  • ยาไอโดรซิลาไมด์ (Idrocilamide)
  • ยาไอมิพีเนม (Imipenem)
  • ยาเลโวฟลอกซาซิน (Levofloxacin)
  • ยาเลโวนอร์เจสเทรล (Levonorgestrel)
  • ยาเมโดรไซโพรเจสเทอโรน อะซีเตท (Medroxyprogesterone Acetate)
  • ยาเมสทรานอล (Mestranol)
  • ยาเมซิเลทีน (Mexiletine)
  • ยานิโลทินิบ (Nilotinib)
  • ยานอเรลเจสโทรมิน (Norelgestromin)
  • ยานอเรทินโดรน (Norethindrone)
  • ยานอร์เจสทิเมท (Norgestimate)
  • ยานอร์เจสเทรล (Norgestrel)
  • ยาเพโฟลซาซิน (Pefloxacin)
  • ยาเพกอินเตอร์เฟรอนชนิดอัลฟ่าสองเอ (Peginterferon Alfa-2a)
  • ยาเพกอินเตอร์เฟรอนชนิดอัลฟ่าสองบี (Peginterferon Alfa-2b)
  • ยาเฟนิโทอิน (Phenytoin)
  • ยาพิซานโทรน (Pixantrone)
  • ยาเรกาเดโนโซน (Regadenoson)
  • ยาโรเฟโซคิบ (Rofecoxib)
  • ยาซิลทูซิแมบ (Siltuximab)
  • ยาทิอาเบนดาโซล (Thiabendazole)
  • ยาโทรเลแอนโดมัยซิน (Troleandomycin)
  • ยาเวมูราเฟนิบ (Vemurafenib)
  • ยาไซลิวตัน (Zileuton)

การใช้ธีโอฟิลลีนกับยาต่อไปนี้ อาจทำให้เกิดความเสี่ยงที่เพิ่มขึ้นจากผลข้างเคียงบางอย่าง แต่บางกรณีการใช้ทั้งสองชนิดร่วมด้วยอาจเป็นการรักษาที่ดีที่สุดสำหรับแต่ละบุคคล แพทย์อาจเปลี่ยนปริมาณยาหรือความถี่ของยาอย่างใดอย่างหนึ่งหรือทั้งสองอย่างลดลง

  • ยาอะดินาโซแลม (Adinazolam)
  • ยาอัลปราโซแลม (Alprazolam)
  • ยาอะมิโนกลูเททิไมด์ (Aminoglutethimide)
  • ยาอะมิโอดาโรน (Amiodarone)
  • ยาอะซิโทรมัยซิน (Azithromycin)
  • ยาโบรมาซีแพม (Bromazepam)
  • ยาโบรทิโซแลม (Brotizolam)
  • ยาคันนาบิส (Cannabis)
  • ยาคาร์บามาซีพีน (Carbamazepine)
  • ยาคลอร์ไดอะซีโพไซด์ (Chlordiazepoxide)
  • ยาคลอบาแซม (Clobazam)
  • ยาคลอนาซีแพม (Clonazepam)
  • ยาคลอราซีเพท (Clorazepate)
  • ยาไดอะซีแพม (Diazepam)
  • ยาไดซัลฟิแรม (Disulfiram)
  • ยาเอสทาโซแลม (Estazolam)
  • ยาเฟบูโซสแตท (Febuxostat)
  • ยาฟลูนิทราซีแพม (Flunitrazepam)
  • ยาฟลูราซีแพม (Flurazepam)
  • ยาฮาลาซีแพม (Halazepam)
  • ยาอินเตอร์เฟรอนชนิดอัลฟาสองเอ (Interferon Alfa-2a)
  • ยาไอพริฟลาโวน (Ipriflavone)
  • ยาไอโซโพรเทเรนอล (Isoproterenol)
  • ยาคีตาโซแลม (Ketazolam)
  • ยาลอราซีแพม (Lorazepam)
  • ยาลอร์เมทาซีแพม (Lormetazepam)
  • ยาเมดาซีแพม (Medazepam)
  • ยาเมโทเทรกเซท (Methotrexate)
  • ยามิดาโซแลม (Midazolam)
  • ยาไนลูทาไมด์ (Nilutamide)
  • ยาไนทราซีแพม (Nitrazepam)
  • ยาออกซาซีแพม (Oxazepam)
  • ยาแพนคูโรเนียม (Pancuronium)
  • ยาเพนโทซิฟิลลีน (Pentoxifylline)
  • ยาฟิโนบาร์บิทอล (Phenobarbital)
  • ยาไพเพอรีน (Piperine)
  • ยาพราซีแพม (Prazepam)
  • ยาโพรพาฟีโนน (Propafenone)
  • ยาควอซีแพม (Quazepam)
  • ยาไรแฟมพิน (Rifampin)
  • ยาไรฟาเพนทีน (Rifapentine)
  • ยาไรลูโซล (Riluzole)
  • ยาริโทนาเวียร์ (Ritonavir)
  • ยาเซโคบาร์บิทอล (Secobarbital)
  • สมุนไพรเซนต์จอห์นเวิร์ต (St John’s Wort)
  • ยาทาครีน (Tacrine)
  • ยาทาโครลิมุส (Tacrolimus)
  • ยาเทลิโทรมัยซิน (Telithromycin)
  • ยาเทมาซีแพม (Temazepam)
  • ยาไทโคลพิดีน (Ticlopidine)
  • ยาไทรอะโซแลม (Triazolam)
  • ยาไวโลซาซีน (Viloxazine)
  • ยาซาฟริลูคัสท์ (Zafirlukast)

ปฏิกิริยากับอาหารหรือแอลกอฮอล์

ธีโอฟิลลีนอาจมีปฏิกิริยากับอาหารหรือแอลกอฮอล์ โดยเปลี่ยนฤทธิ์ยา หรือเพิ่มความเสี่ยงให้ที่จะเกิดผลข้างเคียงที่รุนแรง โปรดปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกร ถึงอาหารหรือแอลกอฮอล์ที่อาจทำปฏิกิริยากับยานี้ ก่อนใช้ยา

ปฏิกิริยากับอาการโรคอื่น

ธีโอฟิลลีนอาจส่งผลต่อสุขภาพของคุณ โดยอาจทำให้สุขภาพของคุณย่ำแย่ลงหรือเปลี่ยนฤทธิ์ของยา โปรดแจ้งให้แพทย์และเภสัชกรทราบเกี่ยวกับสุขภาพและโรคประจำตัวของคุณ โดยเฉพาะอาการหรือโรคต่อไปนี้

  • ภาวะหัวใจล้มเหลว
  • โรคหัวใจ
  • มีไข้ 102 องศาฟาเรนไฮต์ หรือสูงกว่า เป็นเวลา 24 ชั่วโมงหรือมากกว่านั้น
  • ภาวะพร่องฮอร์โมนไทรอยด์ (underactive thyroid)
  • การติดเชื้อรุนแรง (เช่นภาวะติดเชื้อแบคทีเรีย)
  • โรคไตในเด็กอายุต่ำกว่า 3 เดือน
  • โรคตับ (เช่น โรคตับแข็ง โรคตับอักเสบ)
  • อาการบวมน้ำในปอด (โรคปอด)
  • ช็อก (โรคร้ายแรงซึ่งเลือดไหลเวียนน้อยมากในร่างกาย) ใช้ยาด้วยความระมัดระวัง ผลกระทบอาจเพิ่มขึ้น เนื่องจากการกำจัดยาออกจากร่างกายเป็นไปอย่างช้า
  • ปัญหาจังหวะการเต้นของหัวใจ (เช่น ภาวะหัวใจเต้นผิดจังหวะ)
  • ชักหรือเคยชักมาก่อน
  • แผลในกระเพาะอาหาร ควรใช้ยาด้วยความระมัดระวัง อาจทำให้อาการแย่ลง

ขนาดยา

ข้อมูลในที่นี้ไม่มีเจตนาให้ใช้ทดแทนคำแนะนำทางการแพทย์ ควรปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกรทุกครั้ง ก่อนใช้ยานี้

ขนาดธีโอฟิลลีนสำหรับผู้ใหญ่

ขนาดยาสำหรับรักษาโรคหอบหืดชนิดเฉียบพลัน

ขนาดยาเริ่มต้น : 5 มิลลิกรัมต่อกิโลกรัม สำหรับผู้ป่วยที่ไม่ได้รับธีโอฟิลลีน(theophylline) หรือ ยาอะมิโนฟิลลีน (aminophylline)

ขนาดต่อเนื่อง:

ผู้ที่ไม่สูบบุหรี่ : 10 มิลลิกรัมต่อกิโลกรัมต่อวัน ไม่เกิน 900 มิลลิกรัมต่อวัน

ผู้ที่สูบบุหรี่ : 16 มิลลิกรัมต่อกิโลกรัมต่อวัน

ผู้ป่วยที่มีภาวะหัวใจล้มเหลว หรือโรคปอดอุดกั้นชนิดเรื้อรัง : 5 มิลลิกรัมต่อกิโลกรัมต่อวัน ไม่เกิน 400 มิลลิกรัมต่อวัน

ขนาดยาทั่วไปที่มีผลต่อการรักษาโรคหอบหืด

ขนาดยาเริ่มต้น: 5 มิลลิกรัมต่อกิโลกรัม สำหรับผู้ป่วยที่ไม่ได้รับธีโอฟิลลีน(theophylline) หรือ ยาอะมิโนฟิลลีน (aminophylline)

ขนาดต่อเนื่อง :

ผู้ที่ไม่สูบบุหรี่ : 10 มิลลิกรัมต่อกิโลกรัมต่อวัน ไม่เกิน 900 มิลลิกรัมต่อวัน

ผู้ที่สูบบุหรี่ : 16 มิลลิกรัมต่อกิโลกรัมต่อวัน

ผู้ป่วยที่มีภาวะหัวใจล้มเหลวหรือโรคปอดอุดกั้นชนิดเรื้อรัง: 5 มิลลิกรัมต่อกิโลกรัมต่อวัน ไม่เกิน 400 มิลลิกรัมต่อวัน

ขนาดยาสำหรับผู้สูงอายุที่เป็นหอบหืดชนิดเฉียบพลัน

ขนาดยาเริ่มต้น: 5 มิลลิกรัมต่อกิโลกรัม สำหรับผู้ป่วยที่ไม่ได้รับ ธีโอฟิลลีน (theophylline) หรือ ยาอะมิโนฟิลลีน (aminophylline)

ขนาดยาต่อเนื่อง :

ผู้ที่ไม่สูบบุหรี่ : 10 มิลลิกรัมต่อกิโลกรัมต่อวัน ไม่เกิน 900 มิลลิกรัมต่อวัน

ผู้ที่สูบบุหรี่ : 16 มิลลิกรัมต่อกิโลกรัมต่อวัน

ผู้ป่วยที่มีภาวะหัวใจล้มเหลวหรือโรคปอดอุดกั้นชนิดเรื้อรัง : 5 มิลลิกรัมต่อกิโลกรัมต่อวัน ไม่เกิน 400 มิลลิกรัมต่อวัน

ขนาดยาที่มีผลต่อการรักษาผู้สูงอายุที่เป็นโรคหอบหืด

ขนาดยาเริ่มต้น: 5 มิลลิกรัมต่อกิโลกรัม สำหรับผู้ป่วยที่ไม่ได้รับ ธีโอฟิลลีน (theophylline) หรือ ยาอะมิโนฟิลลีน (aminophylline)

ขนาดยาต่อเนื่อง :

ผู้ที่ไม่สูบบุหรี่และมีสุขภาพดี : 10 มิลลิกรัมต่อกิโลกรัมต่อวัน ไม่เกิน 900 มิลลิกรัมต่อวัน

ผู้ป่วยที่มีภาวะหัวใจล้มเหลวหรือโรคปอดอุดกั้นชนิดเรื้อรัง : 5 มิลลิกรัมต่อกิโลกรัมต่อวัน ไม่เกิน 400 มิลลิกรัมต่อวัน

ปริมาณของยาธีโอพิลลีนสำหรับเด็ก

ขนาดยาเริ่มต้น :

หากไม่ใช้ธีโอฟิลลีนใน 24 ชั่วโมงก่อนหน้านี้ : 5 มิลลิกรัมต่อกิโลกรัม เป็นปริมาณยาเพื่อให้ได้ซีรัมที่มีความเข้มข้นประมาณ 10 ไมโครกรัมต่อมิลลิลิตร ควรให้ขนาดยาเริ่มต้น โดยใช้ยาที่ออกฤทธิ์ทันที มากกว่ายาที่ออกฤทธิ์ในระยะยาว

หากใช้ธีโอฟิลลีนใน 24 ชั่วโมงก่อนหน้านี้ : อาจต้องให้ธีโอฟิลลีนขนาด 2.5 มิลลิกรัมต่อกิโลกรัม ในกรณีฉุกเฉิน เมื่อไม่มีความเข้มข้นของซีรัมเพียงพอ ขนาดยาอาจคำนวณโดยใช้ (เมื่อทราบระดับซีรัม) : [ความเข้มข้นของเลือดที่ต้องการ – ความเข้มข้นของเลือดที่วัดได้] หารด้วย 2 (สำหรับทุก 1 มิลลิกรัมต่อกิโลกรัมที่ให้ ธีโอฟิลลีน ระดับเลือดจะเพิ่มขึ้นประมาณ 2 ไมโครกรัมต่อมิลลิลิตร)

ขนาดยาต่อเนื่อง :

อายุน้อยกว่า 42 วัน : 4 มิลลิกรัมต่อกิโลกรัมต่อวัน

อายุ 42 วันถึง 181 วัน : รับประทานยา 10 มิลลิกรัมต่อกิโลกรัมต่อวัน หรือขนาดยาสำรอง : [(0.2 x อายุในสัปดาห์) + 5] x กิโลกรัม = ปริมาณรับประทาน 24 ชั่วโมงเป็นมิลลิกรัม

อายุ 6 เดือนขึ้นไปแต่น้อยกว่า 12 เดือน : 12 ถึง 18 มิลลิกรัมต่อกิโลกรัมต่อวันหรือขนาดยาสำรอง : [(0.2 x อายุในสัปดาห์) + 5] x กิโลกรัม = ปริมาณรับประทาน 24 ชั่วโมงเป็นมิลลิกรัม

อายุ 1 ปีถึง 8 ปี: 20 ถึง 24 มิลลิกรัมต่อกิโลกรัมต่อวัน

อายุ 9 ปีถึง 11 ปี : 16 มิลลิกรัมต่อกิโลกรัมต่อวัน

อายุ 12 ปีถึง 15 ปี : 13 มิลลิกรัมต่อกิโลกรัมต่อวัน

อายุ 16 ปีหรือมากกว่า : 10 มิลลิกรัมต่อกิโลกรัมต่อวัน ไม่เกิน 900 มิลลิกรัมต่อกิโลกรัมต่อวัน

รูปแบบของยา

ธีโอฟิลลีน มีรูปแบบดังต่อไปนี้

  • แคปซูล : 100, 200, 300 และ 400 มิลลิกรัม
  • ยาน้ำ : 80 มิลลิกรัมต่อ 15 มิลลิลิตร (473 มิลลิลิตร)
  • สารละลาย : 80 มิลลิกรัมต่อ 15 มิลลิลิตร
  • ยาเม็ด : แคปซูล : 100, 200, 300, 450 และ 600 มิลลิกรัม

กรณีฉุกเฉินหรือการใช้ยาเกินขนาด

หากเกิดเหตุฉุกเฉินหรือใช้ยาเกินขนาด ควรแจ้งเหตุฉุกเฉิน หรือนำส่งห้องฉุกเฉินใกล้บ้านโดยทันที

กรณีลืมใช้ยา

หากคุณลืมใช้ยาควรรีบใช้ทันทีที่นึกได้ หรือถ้าหากใกล้ถึงเวลาใช้ยาครั้งต่อไป ให้ข้ามรอบไปใช้ยาตามตารางปกติ ไม่ควรเพิ่มปริมาณของยา

Hello Health Group ไม่ได้ให้คำแนะนำทางการแพทย์ การวินิจฉัยโรคหรือการรักษาโรคแต่อย่างใด

Hello Health Group ไม่ได้ให้คำแนะนำด้านการแพทย์ การวินิจฉัยโรค หรือการรักษาโรคแต่อย่างใด

แหล่งที่มา

Theophylline. https://www.drugs.com/cdi/theophylline.html. Accessed November 26, 2019.

Theophylline. https://medlineplus.gov/druginfo/meds/a681006.html. Accessed November 26, 2019.

Theophylline. http://www.healthline.com/drugs/theophylline/oral-tablet#Highlights1. Accessed November 26, 2019.

รูปของผู้เขียน
เขียนโดย จิดาภา ติยะสิริทานนท์ เมื่อ 09/08/2018
ทบทวนบทความโดย เภสัชกรอาชานนท์ สมศักดิ์
x