ออกตะโคซานอล (Octacosanol)

ทบทวนบทความโดย | โดย

Update Date 09/02/2021 . 2 mins read
Share now

สรรพคุณของออกตะโคซานอล

ออกตะโคซานอล คือสารชนิดหนึ่งที่พบได้ในพืชหลากหลายชนิด เช่น อ้อยและน้ำมันจมูกข้าว ซึ่งประกอบไปด้วยสารชนิดหนึ่งที่มีคุณสมบัติคล้ายกับวิตามินอี ใช้รักษาและฟื้นฟูอาการต่อไปนี้:

  • การออกกำลังกายเพื่อรักษาอาการต่างๆ เช่น เพิ่มความแข็งแรงและการตอบสนอง
  • โรคเริม
  • โรคผิวหนัง
  • โรคพาคินสัน
  • โรคกล้ามเนื้ออ่อนแรงเอแอลเอส
  • คอเลสเตอรอลสูง
  • โรคหลอดเลือดแดงแข็ง

ออกตะโคซานอลอาจสามารถใช้รักษาอาการอื่นๆ ได้ หากต้องการข้อมูลเพิ่มเติมควรปรึกษาเภสัชกรหรือแพทย์

กลไกการออกฤทธิ์

เนื่องจากยังมีงานวิจัยเกี่ยวกับออกตะโคซานอลไม่มากพอ หากต้องการข้อมูลเพิ่มเติม ควรปรึกษาแพทย์หรือผู้เชี่ยวชาญด้านสมุนไพรเพื่อขอข้อมูลเพิ่มเติม อย่างไรก็ดี มีการศึกษาแสดงให้เห็นว่า ออกตะโคซานอล ช่วยฟื้นฟูร่างกายให้ได้รับออกซิเจนได้อย่างดี

ข้อควรระวังและคำเตือน

สิ่งที่ควรรู้ก่อนใช้ออกตะโคซานอล

ปรึกษาแพทย์ เภสัชกรหรือผู้เชี่ยวชาญด้านสมุนไพรในกรณีที่:

  • หญิงมีครรภ์หรืออยู่ในช่วงให้นมบุตร เนื่องจากในระหว่างการมีครรภ์หรืออยู่ในช่วงให้นมบุตรจึงควรใช้ยาตามคำแนะนำของแพทย์เท่านั้น
  • อยู่ในระหว่างรับประทานยาชนิดอื่น รวมไปถึงยาที่สามารถซื้อได้โดยไม่ต้องใช้ใบสั่งยา
  • หากเคยมีประวัติแพ้ยาชนิดใดชนิดหนึ่งของออกตะโคซานอลหรือผลิตภัณฑ์เสริมอาหารอื่นๆ
  • หากมีอาการเจ็บป่วย ความผิดปกติ หรือสภาพทางการแพทย์อื่นๆ
  • หากเคยมีประวัติการแพ้ต่างๆ แพ้อาหาร แพ้สีผสมอาหาร แพ้สารกันบูด หรือแพ้เนื้อสัตว์

ข้อกำหนดสำหรับผลิตภัณฑ์เสริมอาหารออกตะโคซานอลนั้นมีความเข้มงวดน้อยกว่าข้อกำหนดยาอื่น ๆ จำเป็นอย่างยิ่งที่ต้องมีการศึกษาเพิ่มเติมเพื่อความปลอดภัย การใช้ผลิตภัณฑ์นี้ต้องมีประโยชน์มากกว่าความเสี่ยง ควรปรึกษาแพทย์หากต้องการข้อมูลเพิ่มเติม

ออกตะโคซานอลปลอดภัยหรือไม่

ช่วงตั้งครรภ์และให้นมบุตร: ไม่มีข้อมูลชัดเจนเกี่ยวกับการใช้ ออกตะโคซานอลในระหว่างตั้งครรภ์และให้นมบุตร ควรเลี่ยงการใช้เพื่อความปลอดภัย

ผลข้างเคียง

ผลข้างเคียงที่อาจเกิดขึ้นจากการใช้ออกตะโคซานอล

  • อาการเวียนศีรษะ
  • อาการตึงตัวของเส้นประสาท
  • การดูดซึมยาคาร์บิโดปาและเลวาโดปาลดลง
  • ในบางราย อาจได้รับผลข้างเคียงบางอย่างที่ไม่ได้ระบุไว้ข้างต้น หากมีข้อสงสัยเกี่ยวกับผลข้างเคียงใด ๆ โปรดปรึกษาแพทย์หรือผู้เชี่ยวชาญด้านสมุนไพรก่อนใช้ออกตะโคซานอล

ปฏิกิริยาระหว่างยา

ออกตะโคซานอลอาจมีปฏิกิริยาระหว่างยาหรือพยาธิสภาพปัจจุบัน ควรปรึกษาแพทย์หรือผู้เชี่ยวชาญด้านสมุนไพรก่อนใช้

โดยเฉพาะหากใช้ร่วมกับยาเลวาโดปาและคาร์บิโดปา เพื่อรักษาโรคพาคินสัน เนื่องจากการใช้ออกตะโคซานอลร่วมกับยาเลวาโดปาและคาร์บิโดปาอาจทำให้อาการของโรคพาคินสันทรุดลง

ขนาดยา

ข้อมูลนี้ไม่ใช่คำแนะนำจากแพทย์โดยตรง ปรึกษาแพทย์ประจำตัวหรือแพทย์ก่อนใช้

ขนาดการใช้ออกตะโคซานอลปกติอยู่ที่เท่าไร

จากการศึกษา แนะนำให้รับประทานออกตะโคซานอล ในปริมาณ 10-20 มิลลิกรัมเพื่อรักษาระดับคอเลสเตอรอลและโรคหัวใจ

ขนาดปกติของการใช้ออกตะโคซานอลอาจแตกต่างกันในผู้ป่วยแต่ละราย ทั้งนี้ ขึ้นอยู่กับอายุ สุขภาพและการใช้ยาอื่น ๆ อาหารเสริมสมุนไพรไม่ปลอดภัยเสมอไป ควรปรึกษาแพทย์ผู้ชำนาญด้านสมุนไพรหรือแพทย์เพื่อทราบขนาดยาที่เหมาะสม

ออกตะโคซานอลมีจำหน่ายในรูปแบบใด

ออกตะโคซานอลอาจมีจำหน่ายในรูปแบบต่อไปนี้:

  • แคปซูล หรือ ยาน้ำ

*** Hello Health Group ไม่ได้ให้คำปรึกษาทางการแพทย์ การวินิจฉัยโรค หรือการรักษาแต่อย่างใด ***

Hello Health Group ไม่ได้ให้คำแนะนำด้านการแพทย์ การวินิจฉัยโรค หรือการรักษาโรคแต่อย่างใด

อัปเดตข่าวสารสุขภาพติดตามไลน์ Hello คุณหมอ
บทความนี้มีประโยชน์ต่อคุณหรือไม่
happy unhappy

บทความนี้ก็น่าสนใจเหมือนกัน

หัดเยอรมัน (Rubella)

หัดเยอรมัน (Rubella) คือ โรคติดต่อที่เกิดจากการติดเชื้อของไวรัสซึ่งส่งผลก่อให้เกิดผื่นแดงจำนวนมากตามร่างกาย สามารถส่งต่อผ่านทางน้ำลาย

ทบทวนบทความโดย ทีม Hello คุณหมอ
Written by panyapat Aiemsin
สุขภาพผิว 02/02/2021 . 2 mins read

กลาก เกลื้อน ต่างกันอย่างไร สังเกตได้ ง่ายนิดเดียว

หลายคนมักเข้าใจว่าโรคกลากและโรคเกลื้อนเป็นโรคเดียวกัน แต่ในความเป็นจริงแล้วคือคนละโรค Hello คุณหมอมีวิธีการสังเกตโรค กลาก เกลื้อน มาฝากกัน

ทบทวนบทความโดย ทีม Hello คุณหมอ
Written by จินดารัตน์ สิริวิจักษณ์

ผื่นแพ้สัมผัส (Contact Dermatitis)

ผื่นแพ้สัมผัส (Contact dermatitis) หมายถึง อาการผื่นแดงที่เกิดขึ้นจากการสัมผัสสารก่อภูมิแพ้หรือสารบางอย่างที่ทำให้เกิดอาการระคายเคือง

ทบทวนบทความโดย ทีม Hello คุณหมอ
Written by พลอย วงษ์วิไล

คุณแม่ท้อง อย่าละเลย โรคผิวหนังระหว่างตั้งครรภ์ อาจอันตรายถึงชีวิต

โรคผิวหนังระหว่างตั้งครรภ์ เป็นภาวะแทรกซ้อนระหว่างตั้งครรภ์ ที่คุณแม่ไม่ควรละเลย เพราะอาจนำไปสู่ภาวะอื่นที่เป็นอันตรายได้

ทบทวนบทความโดย ทีม Hello คุณหมอ
Written by พลอย วงษ์วิไล