คุณมีข้อกังวลอะไร

close
ไม่ถูกต้อง
เข้าใจยาก
อื่น ๆ

หรือ คัดลอกลิงก์

อะม็อกซีซิลลิน (Amoxicillin)

อะม็อกซีซิลลิน (Amoxicillin)

อะม็อกซีซิลลิน (Amoxicillin) คือ ยาปฏิชีวนะชนิดเพนิซิลลิน (penicillin) เพื่อรักษาการติดเชื้อแบคทีเรีย ออกฤทธิ์ โดยหยุดยั้งการเจริญเติบโตของแบคทีเรีย แต่จะไม่ออกฤทธิ์สำหรับรักษาในกรณีติดเชื้อไวรัส

ข้อบ่งใช้

อะม็อกซีซิลลิน ใช้สำหรับ

อะม็อกซีซิลลิน (Amoxicillin) คือ ยาปฏิชีวนะชนิดเพนิซิลลิน (penicillin) เพื่อรักษาการติดเชื้อแบคทีเรีย ออกฤทธิ์ โดยหยุดยั้งการเจริญเติบโตของแบคทีเรีย แต่จะไม่ออกฤทธิ์สำหรับรักษาในกรณีติดเชื้อไวรัส เช่น ไข้หวัดทั่วไป ไข้หวัดใหญ่ อีกทั้งยานี้ยังสามารถใช้ร่วมกับยาชนิดอื่นที่เกี่ยวข้องกับการป้องกันการเกิดแผลในกระเพาะอาหาร และลำไส้จากเชื้อแบคทีเรียเอชไพโลไร (bacteria H. pylori) ได้อีกด้วย

วิธีการใช้ยา อะม็อกซีซิลลิน

  • สามารถรับประทานยานี้พร้อมอาหาร หรือไม่ก็ได้ ตามแพทย์กำหนด ทุก ๆ 8 ถึง 12 ชั่วโมง
  • ขนาดยานั้นขึ้นอยู่กับอาการ ช่วงอายุ และการตอบสนองของสุขภาพต่อการรักษา
  • ดื่มน้ำให้เพียงพอระหว่างใช้ยานี้
  • ยาปฏิชีวนะจะออกฤทธิ์ได้ดี เมื่อปริมาณยาในร่างกายอยู่ในระดับคงที่ ดังนั้น โปรดรับประทานยาในเวลาที่ห่างเท่า ๆ กัน เพื่อช่วยเตือนความจำ หรือรับประทานในเวลาเดียวกันของแต่ละวัน
  • ไม่ควรหยุดยา เพิ่ม และลดขนาดยาเอง จนกว่าจะได้รับการอนุญาตจากแพทย์
  • แจ้งให้แพทย์ทราบ หากยังคงมีอาการหรืออาการแย่ลง

วิธีการเก็บรักษายา อะม็อกซีซิลลิน

  • ยาอะม็อกซีซิลลิน ควรเก็บที่อุณหภูมิห้อง และหลีกเลี่ยงแสงหรือความชื้น เพื่อป้องกันไม่ให้ตัวยาเกิดความเสียหาย
  • ไม่ควรเก็บยานี้ในห้องน้ำ หรือช่องแช่แข็ง
  • ไม่ควรทิ้งยาอะม็อกซีซิลลินลงในชักโครก หรือในท่อระบายน้ำ เว้นแต่ได้รับคำแนะนำเช่นนั้น ควรกำจัดยาด้วยวิธีที่ถูกต้องเมื่อยาหมดอายุ หรือไม่มีความจำเป็นต้องใช้งาน โปรดสอบถามเภสัชกรเพิ่มเติม เกี่ยวกับวิธีการกำจัดยาที่ถูกต้อง
  • เพื่อความปลอดภัยโปรดเก็บยาให้ห่างจากมือเด็ก และสัตว์เลี้ยง

ยาอะม็อกซีซิลลิน บางยี่ห้ออาจจะต้องเก็บรักษาแตกต่างกัน หากคุณมีข้อกังวล หรือข้อสงสัยเพิ่มเติม สามารถสอบถามได้จากเภสัชกร และแพทย์ผู้เชี่ยวชาญอีกครั้งได้ในทันที

ข้อควรระวังและคำเตือน

ข้อควรรู้ก่อนใช้ ยาอะม็อกซีซิลลิน

ก่อนใช้ ยาอะม็อกซีซิลลิน

  • ควรแจ้งแพทย์ หรือเภสัชกร ให้ทราบหากคุณมีอาการแพ้ยาในกลุ่มอะม็อกซีซิลลิน ยาเพนิซิลลิน ยาเซฟาโลสปอริน (Cephalosporins) หรือยาอื่น ๆ
  • โปรดระบุสมุนไพร อาหารเสริมที่คุณกำลังใช้ รวมถึงสภาวะโรคประจำตัวให้แพทย์ทราบ โดยเฉพาะกับผู้ที่เป็นโรคต้อหิน และสตรีกำลังตั้งครรภ์
  • แจ้งให้แพทย์หรือเภสัชกรทราบเกี่ยวกับยาที่คุณกำลังใช้อยู่ร่วมไม่ว่าจะเป็นยาที่แพทย์กำหนด หรือยาตามร้านขายยา เช่น วิตามิน ยาคลอแรมเฟนิคอล (Chloramphenicol) ยาคลอโรมัยเซติน (Chloromycetin) ยาโพรเบเนซิด (Probenecid) หรือยาเบเนมิด (Benemid)
  • หากคุณเคยเป็นโรคไต ภูมิแพ้ หอบหืด ไข้ละอองฟาง โรคลมพิษ หรือโรคฟีนิลคีโตนูเรีย (Phenylketonuria) อาจต้องหลีกเลี่ยงการใช้ยาอะม็อกซีซิลลิน

ความปลอดภัยต่อการตั้งครรภ์หรือให้นมบุตร

ยังไม่มีงานวิจัยที่น่าเชื่อถือเกี่ยวกับความเสี่ยงในสตรีตั้งครรภ์ หรือให้นมบุตร โปรดปรึกษาแพทย์ เพื่อวิเคราะห์ถึงความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้น ก่อนใช้ยาอะม็อกซีซิลลิน จากอ้างอิงจากองค์การอาหารและยาแห่งสหรัฐอเมริกา (FDA) ยานี้จัดเป็นยากลุ่มเสี่ยงสำหรับสตรีมีครรภ์ประเภท B

ต่อไปนี้คือประเภทความเสี่ยงต่อสตรีมีครรภ์โดยองค์การอาหารและยาแห่งสหรัฐอเมริกา

  • A = ไม่เสี่ยง
  • B = ไม่พบความเสี่ยงในงานวิจัยบางชิ้น
  • C = อาจมีความเสี่ยงบางอย่าง
  • D = พบหลักฐานเกี่ยวกับความเสี่ยง
  • X = ห้ามใช้
  • N = ไม่ทราบแน่ชัด

ผลข้างเคียง

ผลข้างเคียงของการใช้ ยาอะม็อกซีซิลลิน

แจ้งให้แพทย์ทราบทันทีหากคุณมีผลข้างเคียงที่รุนแรง เช่น

  • มีรอยด่างขาว แผลเปื่อยภายในปาก หรือบนริมฝีปาก
  • เป็นไข้ ผื่นคัน ข้อต่อบวม
  • ลมพิษ
  • มีปัญหาในการหายใจ
  • ใบหน้า ลิ้น หรือคอบวม
  • ผิวซีดหรือเหลือง ตาเหลือง ปัสสาวะเป็นสีเข้ม
  • ร่างกายอ่อนแรง ปวดเมื่อยกล้ามเนื้อ
  • เลือดออกทางจมูก ปาก ช่องคลอด หรือทวารหนักผิดปกติ
  • รอยฟกช้ำม่วง หรือแดงใต้ผิวหนัง
  • อาการแพ้ทางผิวหนัง

ผลข้างเคียงที่รุนแรงน้อยกว่าอาจรวมถึง

ไม่ใช่ทุกคนที่จะแสดงอาการอันเนื่องมาจากผลข้างเคียงเหล่านี้หลังจากการใช้ ยาอะม็อกซีซิลลิน อาจมีผลข้างเคียงอื่นที่ไม่ได้ระบุไว้ข้างต้น หากคุณมีความกังวลเรื่องผลข้างเคียง โปรดปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกร

ปฏิกิริยาของยา

ปฏิกิริยากับยาอื่น

ยาอะม็อกซีซิลลิน อาจมีปฏิกิริยากับยาอื่น ๆ ที่คุณกำลังใช้ร่วมด้วย โดยอาจเปลี่ยนแปลงประสิทธิภาพการทำงานของยา หรือเพิ่มความเสี่ยงต่อการเกิดผลข้างเคียงที่รุนแรงได้ เพื่อหลีกเลี่ยงการมีปฏิกิริยาดังกล่าว ควรแจ้งรายชื่อยาทั้งหมดที่คุณใช้ให้แพทย์ทราบ ไม่ว่าจะเป็นยาที่ได้รับคำสั่งจากทางแพทย์ ยาที่หาซื้อเองโดยการจำหน่ายทางเภสัชกร ดังนี้

  • ยาอะคริวาสตีน (Acrivastine)
  • ยาบูโพรพิออน (Bupropion)
  • ยาคลอร์เตตระไซคลีน (Chlortetracycline)
  • ยาเดเมโคลไซคลีน (Demeclocycline)
  • ยาด็อกซีไซคลีน (Doxycycline)
  • ยาไลมีไซคลีน (Lymecycline)
  • ยาเมโคลไซคลีน (Meclocycline)
  • ยาเมทาไซคลีน (Methacycline)
  • ยาเมโทเทรกเซต (Methotrexate)
  • ยาไมโนไซคลีน (Minocycline)
  • ยาออกซีเตตระไซคลีน (Oxytetracycline)
  • ยารอลิเตตระไซคลีน (Rolitetracycline)
  • าเตตระไซคลีน (etracycline)
  • ยาเวนลาฟาซีน (Venlafaxine)
  • ยาวาร์ฟาริน (Warfarin)
  • ยาอะซีโนคูมารอล (Acenocoumarol)

ปฏิกิริยากับอาหารหรือแอลกอฮอล์

ยาอะม็อกซีซิลลิน อาจอาจทำปฏิกิริยากับอาหารและเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ โดยจะปรับเปลี่ยนประสิทธิภาพการทำงานของยา หรือเพิ่มความเสี่ยงของการเกิดผลข้างเคียงรุนแรงอื่นๆ โปรดปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกรก่อนเสมอ

ปฏิกิริยากับอาการโรคอื่น

ยาอะม็อกซีซิลลิน อาจส่งผลให้อาการโรคต่าง ๆ เหล่านี้ ของคุณแย่ลง เช่น อาการแพ้ยาปฏิชีวนะชนิดเพนิซิลลิน (penicillins) เซฟาโลสปอริน (cephalosporin) โรคติดเชื้อ โรคไตขั้นรุนแรง โรคทางพันธุกรรมที่เกี่ยวกับความบกพร่องของระบบเผาผลาญ เป็นต้น

ขนาดยา

ข้อมูลนี้ไม่สามารถใช้แทนคำแนะนำจากแพทย์โดยตรง ควรปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกรของคุณก่อนที่จะใช้ ยาอะม็อกซีซิลลิน

ขนาดยาอะม็อกซีซิลลินสำหรับผู้ใหญ่

ขนาดยาทั่วไปสำหรับรักษาอาการติดเชื้อแอคตีโนไมโคสิส (Actinomycosis)

  • รับประทานครั้งละ 500 มิลลิกรัม 3 ครั้งต่อวัน หรือ 875 มิลลิกรัม 2 ครั้งต่อวัน เป็นเวลา 6 เดือน

ขนาดยาทั่วไปสำหรับป้องกันการติดเชื้อแอนแทรกซ์ (Anthrax)

  • รับประทานยาครั้งละ 500 มิลลิกรัมทุก ๆ 8 ชั่วโมง

ขนาดยาทั่วไปสำหรับรักษาอาการติดเชื้อบาซิลลัสแอนแทรกซ์ที่ผิวหนัง (Cutaneous Bacillus anthracis)

  • รับประทานยาครั้งละ 500 มิลลิกรัม 3 ครั้งต่อวัน

ขนาดยาทั่วไปสำหรับป้องกันการติดเชื้อแบคทีเรียเอนโดคาร์ดิติส (Bacterial Endocarditis)

  • รับประทานยาครั้งละ 2 กรัม ก่อนเข้ารับการรักษา 1 ชั่วโมง

ขนาดยาทั่วไปสำหรับรักษาอาการติดเชื้อหนองในเทียม

  • ครั้งละ 500 มิลลิกรัม 3 ครั้งต่อวันเป็นเวลา 1 สัปดาห์

ขนาดยาทั่วไปสำหรับรักษาโรคกระเพาะปัสสาวะอักเสบ

  • รับประทานยา ครั้งละ 250 ถึง 500 มิลลิกรัม 3 ครั้งต่อวัน เป็นเวลา 3-7 วัน หรือรับประทานยา ครั้งละ 500 ถึง 875 มิลลิกรัม 2 ครั้งต่อวัน

ขนาดยาทั่วไปสำหรับรักษาอาการติดเชื้อที่ท่อปัสสาวะ

  • รับประทานยา ครั้งละ 250 ถึง 500 มิลลิกรัม 3 ครั้งต่อวันเป็นเวลา 3-7 วัน หรือรับประทานยา ครั้งละ 500 ถึง 875 มิลลิกรัม 2 ครั้งต่อวัน

ขนาดยาทั่วไปสำหรับรักษาอาการติดเชื้อเอชไพโรไล (Helicobacter pylori)

  • รับประทานยา ครั้งละ 1 กรัม 2 ถึง 3 ครั้งต่อวัน เป็นเวลา 14 วัน

ขนาดยาทั่วไปสำหรับรักษาโรคไลม์ (Lyme Disease) ชนิดข้ออักเสบ

  • รับประทานยา ครั้งละ 500 มิลลิกรัม 3 ครั้งต่อวัน เป็นเวลา 14-30 วัน

ขนาดยาทั่วไปสำหรับรักษาโรคไลม์ชนิดหัวใจอักเสบ

  • รับประทานยา ครั้งละ 500 มิลลิกรัม 3 ครั้งต่อวันเป็นเวลา 14-30 วัน

ขนาดยาทั่วไปสำหรับรักษาโรคไลม์ชนิดเป็นผื่นและปวดศีรษะแบบไมเกรน (Erythema Chronicum Migrans)

  • รับประทานยา ครั้งละ 500 มิลลิกรัม 3 ครั้งต่อวันเป็นเวลา 14-30 วัน

ขนาดยาทั่วไปสำหรับรักษาโรคไลม์ชนิดเป็นที่ระบบประสาท

  • รับประทานยา ครั้งละ 500 มิลลิกรัม 3 ครั้งต่อวันเป็นเวลา 14-30 วัน

ขนาดยาทั่วไปสำหรับรักษาโรคหูชั้นกลางอักเสบ

  • รับประทานยา ครั้งละ 250 ถึง 500 มิลลิกรัม 1 ครั้งต่อวันเป็นเวลา 10 ถึง 14 วัน หรือครั้งละ 500 ถึง 875 มิลลิกรัม 2 ครั้งต่อวัน

ขนาดยาทั่วไปสำหรับรักษาโรคปอดบวม

  • รับประทานยา ครั้งละ 500 มิลลิกรัม 3 ครั้งต่อวันหรือ ครั้งละ 875 มิลลิกรัม 2 ครั้งต่อวันเป็นเวลา 7 ถึง 10 วัน

ขนาดยาทั่วไปสำหรับรักษาโรคโพรงจมูกอักเสบ

  • รับประทานยา ครั้งละ 250 ถึง 500 มิลลิกรัม 3 ครั้งต่อวันเป็นเวลา 10 ถึง 14 วันหรือ ครั้งละ 500 ถึง 875 มิลลิกรัม 2 ครั้งต่อวัน

ขนาดยาทั่วไปสำหรับรักษาอาการติดเชื้อที่ผิวหนัง หรือเนื้อเยื่ออ่อน

  • รับประทานยา ครั้งละ 250 ถึง 500 มิลลิกรัม 3 ครั้งต่อวันเป็นเวลา 7 ถึง 10 วันหรือ ครั้งละ 500 ถึง 875 มิลลิกรัม 2 ครั้งต่อวัน

ขนาดยาทั่วไปสำหรับรักษาอาการติดเชื้อที่ทางเดินหายใจ

  • รับประทานยา ครั้งละ 250 ถึง 500 มิลลิกรัม 3 ครั้งต่อวันเป็นเวลา 7 ถึง 10 วันหรือ ครั้งละ 500 ถึง 875 มิลลิกรัม 2 ครั้งต่อวัน

ขนาดยาทั่วไปสำหรับรักษาโรคหลอดลมอักเสบ

  • รับประทานยา ครั้งละ 250 ถึง 500 มิลลิกรัม 3 ครั้งต่อวันเป็นเวลา 7 ถึง 10 วันหรือ ครั้งละ 500 ถึง 875 มิลลิกรัม 2 ครั้งต่อวัน

ขนาดยาทั่วไปสำหรับรักษาภาวะต่อมทอนซิล

  • ชนิดออกฤทธิ์ทันที: รับประทานยา ครั้งละ 250 ถึง 500 มิลลิกรัม 3 ครั้งต่อวันเป็นเวลา 7-10 วัน หรือครั้งละ 500 ถึง 875 มิลลิกรัม 2 ครั้งต่อวัน
  • ชนิดออกฤทธิ์เป็นระยะเวลานาน : รับประทานยา ครั้งละ 775 มิลลิกรัม 1 ครั้งต่อวัน ภายใน 1 ชั่วโมง หลังอาหารเป็นเวลา 10 วัน สำหรับอาการติดเชื้อสเตรปโตค็อกคัสไพโอจีน (Streptococcus pyogenes)

ขนาดยาทั่วไปสำหรับรักษาอาการติดเชื้อแบคทีเรีย

  • รับประทานยา ครั้งละ 250 ถึง 500 มิลลิกรัม 3 ครั้งต่อวันเป็นเวลา 7-21 วันหรือ ครั้งละ 500 ถึง 875 มิลลิกรัม 2 ครั้งต่อวัน

ขนาดยาอะม็อกซีซิลลินสำหรับเด็ก

ขนาดยาทั่วไปสำหรับป้องกันการติดเชื้อแบคทีเรียเอนโดคาร์ดิติส

  • รับประทานยา 50 มิลลิกรัม ภายใน 1 ชั่วโมง ก่อนเข้ารับการรักษา

ขนาดยาทั่วไปสำหรับป้องกันการติดเชื้อแอนแทรกซ์

  • รับประทานยา 80 มิลลิกรัมต่อวัน โดยแบ่งเป็นขนาดยาที่เท่ากันในแต่ละครั้งทุก ๆ 8 ชั่วโมง
  • ขนาดยาสูงสุด: 500 มิลลิกรัม ต่อครั้ง

ขนาดยาทั่วไปสำหรับรักษาอาการติดเชื้อบาซิลลัสแอนแทรกซ์ที่ผิวหนัง

  • การรักษาการยืนยันอาการติดเชื้อบาซิลลัสแอนเทรกซ์ที่ผิวหนัง : รับประทานยา 80 มิลลิกรัมต่อวัน โดยแบ่งเป็นขนาดยาที่เท่ากันในแต่ละครั้งทุก ๆ 8 ชั่วโมง
  • ขนาดยาสูงสุด: 500 มิลลิกรัม ต่อครั้ง

ขนาดยาทั่วไปสำหรับรักษาโรคหูชั้นกลางอักเสบ

  • 4 สัปดาห์ถึง 3 เดือน : 20 ถึง 30 มิลลิกรัมต่อวัน โดยแบ่งเป็นขนาดยาเท่า ๆ กันทุก 12 ชั่วโมง
  • 4 เดือนถึง 12 ปี: 20 ถึง 50 มิลลิกรัม ต่อวัน โดยแบ่งเป็นขนาดยาเท่า ๆ กันทุก 8-12 ชั่วโมง
  • โรคหูชั้นกลางอักเสบฉับพลันจากเชื้อสเตรปโตค็อกคัสนิวโมเนียที่ดื้อยา (Streptococcus pneumonia) อาจจำเป็นต้องใช้ขนาดยา 80 ถึง 90 มิลลิกรัมต่อวัน โดยแบ่งเป็น 2 ครั้งในขนาดยาเท่า ๆ กันในแต่ละช่วง 12 ชั่วโมง

ขนาดยาทั่วไปสำหรับรักษาอาการติดเชื้อที่ผิวหนังหรือเนื้อเยื่ออ่อน

  • 4 สัปดาห์ถึง 3 เดือน : 20 ถึง 30 มิลลิกรัมต่อวัน โดยแบ่งเป็นขนาดยาเท่า ๆ กันทุก 12 ชั่วโมง
  • 4 เดือนถึง 12 ปี : 20 ถึง 50 มิลลิกรัมต่อวัน โดยแบ่งเป็นขนาดยาเท่า ๆ กันทุก 8 ถึง 12 ชั่วโมง

ขนาดยาทั่วไปสำหรับรักษาอาการติดเชื้อที่ท่อปัสสาวะ

  • 4 สัปดาห์ถึง 3 เดือน: 20 ถึง 30 มิลลิกรัมต่อวัน โดยแบ่งเป็นขนาดยาเท่า ๆ กันทุก 12 ชั่วโมง
  • 4 เดือนถึง 12 ปี: 20 ถึง 50 มิลลิกรัมต่อวัน โดยแบ่งเป็นขนาดยาเท่า ๆ กันทุก 8 ถึง 12 ชั่วโมง

ขนาดยาทั่วไปสำหรับรักษาโรคปอดบวม

  • รับประทานยา 40 ถึง 50 มิลลิกรัมต่อวัน โดยแบ่งเป็นหลายขนาดยาในทุก 8 ชั่วโมง

ขนาดยาทั่วไปสำหรับรักษาภาวะต่อมทอนซิลหรือคอหอยอักเสบ

  • 4 สัปดาห์ถึง 3 เดือน: 20 ถึง 30 มิลลิกรัมต่อวัน โดยแบ่งเป็นขนาดยาเท่าๆ กันทุก 12 ชั่วโมง
  • 4 เดือนถึง 12 ปี: 20 ถึง 50 มิลลิกรัมต่อวัน โดยแบ่งเป็นขนาดยาเท่าๆ กันทุก 8 ถึง 12 ชั่วโมง
  • ชนิดออกฤทธิ์ทันที : รับประทานยาครั้งละ 250 ถึง 500 มิลลิกรัม 3 ครั้งต่อวันเป็นเวลา 7 ถึง 10 วันหรือ ครั้งละ 500 ถึง 875 มิลลิกรัม 2 ครั้งต่อวัน
  • ชนิดออกฤทธิ์นาน : รับประทานยา ครั้งละ 775 มิลลิกรัม 1 ครั้งต่อวันภายใน 1 ชั่วโมงหลังอาหาร เป็นเวลา 10 วัน สำหรับอาการติดเชื้อสเตรปโตค็อกคัสไพโอจีนเป็นครั้งที่สอง

รูปแบบของยา

ยาอะม็อกซีซิลลินมีรูปแบบดังต่อไปนี้

  • ยาอะม็อกซีซิลลิน รูปแบบยาเม็ด

กรณีฉุกเฉินหรือใช้ยาเกินขนาด

หากเกิดเหตุฉุกเฉิน หรือใช้ยาเกินขนาด ควรแจ้งเหตุฉุกเฉินหรือนำส่งโรงพยาบาลใกล้บ้านโดยทันที

กรณีลืมใช้ยา

หากคุณลืมรับประทานยาควรรีบรับประทานทันทีที่นึกได้ หรือถ้าหากใกล้ถึงเวลารับประทานยาครั้งต่อไป ให้ข้ามรอบไปรับประทานยาตามตารางปกติได้เลย ไม่ควรเพิ่มปริมาณยา

health-tool-icon

เครื่องคำนวณหา ค่าดัชนีมวลกาย (BMI)

ใช้เครื่องมือนี้เพื่อช่วยคำนวณค่าดัชนีมวลกาย (BMI) ของคุณ และดูว่าคุณมีน้ำหนักอยู่ในเกณฑ์สุขภาพดีหรือไม่ เครื่องมือนี้ยังสามารถใช้เพื่อคำนวณค่าดัชนีมวลกายของลูกคุณได้อีกด้วย

เพศชาย

เพศหญิง

Hello Health Group ไม่ได้ให้คำแนะนำด้านการแพทย์ การวินิจฉัยโรค หรือการรักษาโรคแต่อย่างใด

แหล่งที่มา

Amoxicillin https://www.drugs.com/amoxicillin.html. Accessed July 7, 2016.

Amoxicillin http://www.webmd.com/drugs/2/drug-1531/amoxicillin-oral. Accessed July 7, 2016.

Amoxicillin. https://www.drugbank.ca/drugs/DB01060. Accessed 26 November 2019

รูปของผู้เขียนbadge
เขียนโดย จิดาภา ติยะสิริทานนท์ แก้ไขล่าสุด 19/03/2021
ตรวจสอบข้อมูลทางการแพทย์โดย เภสัชกรวิสสุตา ชั้นประเสริฐ