home

เราจะปรับปรุงให้ดีขึ้นได้อย่างไร

close
chevron
บทความนี้อาจมีข้อมูลเท็จหรือไม่ถูกต้องแม่นยำ
chevron

โปรดแจ้งให้ทราบหากข้อมูลไม่ถูกต้อง

wanring-icon
คุณไม่จำเป็นต้องกรอกรายละเอียดนี้หากคุณไม่สะดวกใจ โปรดส่งความคิดเห็นของคุณที่ด้านล่างนี้เพื่อรับชมเว็บไซต์ต่อ
chevron
บทความนี้อาจมีข้อมูลไม่เพียงพอ
chevron

โปรดแจ้งให้ทราบหากข้อมูลไม่ครบถ้วน

wanring-icon
คุณไม่จำเป็นต้องกรอกรายละเอียดนี้หากคุณไม่สะดวกใจ โปรดส่งความคิดเห็นของคุณที่ด้านล่างนี้เพื่อรับชมเว็บไซต์ต่อ
chevron
ฉันมีข้อสงสัย
chevron

แม้ว่าเราอาจไม่ได้ให้คำแนะนำด้านการแพทย์ การวินิจฉัยโรค หรือการรักษาโรค แต่เราก็พร้อมรับฟังความคิดเห็นของท่าน โปรดแสดงความคิดเห็นในกล่องข้อความด้านล่าง

wanring-icon
หากคุณกำลังมีภาวะฉุกเฉินทางการแพทย์ โปรดแจ้งสายด่วน 1669 หรือติดต่อโรงพยาบาลที่อยู่ใกล้พื้นที่ของคุณในทันที

หรือ คัดลอกลิงก์

ไดเมททิล ซัลฟอกไซด์ (Dimethyl Sulfoxide หรือ DMSO)

การนำไปใช้|มันทำงานอย่างไร?|ข้อควรระวัง และคำเตือน|DMSO นั้นปลอดภัยแค่ไหน?|ผลข้างเคียง|ปฏิกิริยาต่างๆ|ขนาดใช้ยา|พบ DMSO ในรูปแบบใดได้บ้าง?

ไดเมททิล ซัลฟอกไซด์ หรือดีเอ็มเอสโอ (Dimethyl Sulfoxide หรือ DMSO) เป็นยา และยาเสริมอาหารที่ต้องได้รับการสั่งยาจากแพทย์ โดยสามารถใช้รับประทาน ใช้ทาบนผิวหนังได้ (เฉพาะที่) หรือนำมาฉีดเข้าเส้นเลือดก็ได้

การนำไปใช้

DMSO นั้นนำไปใช้เพื่ออะไรได้บ้าง?

ไดเมททิล ซัลฟอกไซด์ หรือดีเอ็มเอสโอ (Dimethyl Sulfoxide หรือ DMSO) เป็นยา และยาเสริมอาหารที่ต้องได้รับการสั่งยาจากแพทย์ โดยสามารถใช้รับประทาน ใช้ทาบนผิวหนังได้ (เฉพาะที่) หรือนำมาฉีดเข้าเส้นเลือดก็ได้

DMSO ใช้รับประทาน ทาบนผิวหนัง หรือนำมาฉีดเข้าเส้นเลือดเพื่อจัดการอาการ amyloidosis และอาการที่เกี่ยวข้อง amyloidosis คืออาการที่โปรตีนที่ก่อตัวและการสะสมในเนื้อเยื่อและอวัยวะต่างๆอย่างผิดปกติ

โดยทั่วไป DMSO ใช้เพื่อ

  • ลดอาการเจ็บปวดและเร่งการรักษาบาดแผล แผลไหม้ อาการบาดเจ็บบริเวณกล้ามเนื้อ และกระดูก
  • รักษาอาการเจ็บป่วยอื่นๆ เช่น ปวดหัว อาการอักเสบ โรคข้อกระดูกอักเสบ โรคข้ออักเสบรูมาตอยด์ และอาการเจ็บใบหน้ารุนแรงที่เรียกว่าอาการปวดประสาทไทรเจมินัล
  • รักษาโรคตา ได้แก่ ต้อ ต้อหิน และปัญหาเกี่ยวกับจอตา
  • รักษาโรคเท้า ได้แก่ ตาปลา หนังด้าน เชื้อราเล็บเท้า
  • รักษาโรคผิวหนัง ได้แก่ แผลคีลอยด์ หรือภาวะที่มีการหนาและแข็งตัวขึ้นของผิวหนัง
  • รักษาความเสียหายผิวหนังและเนื้อเยื่อ ที่เกิดจากการทำเคมีบำบัด เมื่อเกิดการรั่วไหลจากการฉีดเข้าร่างกาย

DMSO ถูกนำมาใช้ทั้งแบบชนิดเดียว และแบบผสมยาที่เรียกว่า idoxuridine เพื่อรักษาความเจ็บปวดจากโรคงูสวัด

ในการฉีด DMSO ถูกนำมาใช้เพื่อ

  • ลดความดันโลหิตในสมองที่ผิดปกติ
  • รักษาการติดเชื้อในกระเพาะปัสสาวะ และโรคกระเพาะปัสสาวะอักเสบเรื้อรัง

องค์การอาหารและยาแห่งสหรัฐอเมริกา (FDA) ได้รับรองผลิตภัณฑ์จาก DMSO บางตัว ในการใช้ฉีดเข้ากระเพาะปัสสาวะ เพื่อรักษาโรคกระเพาะปัสสาวะอักเสบเรื้อรัง บางครั้ง DMSO ถูกนำมาใส่ในท่อน้ำดีพร้อมกับตัวยาอื่นๆ เพื่อรักษานิ่วท่อน้ำดี

ในอุตสาหกรรม DMSO ถูกใช้เป็นตัวทำละลายของสารฆ่าวัชพืช สารฆ่าเชื้อรา ยาปฏิชีวนะ และฮอร์โมนพืช

 

มันทำงานอย่างไร?

การศึกษาเกี่ยวกับการทำงานของ DMSO ยังไม่เพียงพอนัก โปรดปรึกษาแพทย์ของท่านเพื่อขอข้อมูลเพิ่มเติม อย่างไรก็ตาม เป็นที่ทราบกันว่า DMSO ตัวยาต่างๆให้ซึมผ่านผิวหนัง และมีผลต่อ โปรตีน คาร์โบไฮเดรต ไขมัน และน้ำในร่างกาย

ข้อควรระวัง และคำเตือน

อะไรที่คุณควรรู้ก่อนที่จะใช้ DMSO?

ปรึกษาแพทย์ เภสัชกร หรือนักสมุนไพรของท่าน ตามเงื่อนไขดังต่อไปนี้

  • หากคุณกำลังตั้งครรภ์ หรืออยู่ในระหว่างให้นมบุตร เพราะระหว่างที่คุณตั้งครรภ์ หรือให้นมบุตรนั้น ควรรับประทานยาที่ได้รับการแนะนำจากแพทย์เท่านั้น
  • หากคุณกำลังใช้ยาอื่นๆ ซึ่งรวมถึงยาชนิดใดก็ตามที่คุณใช้อยู่ ที่หาซื้อได้โดยไม่ต้องใช้ใบสั่งยาจากแพทย์
  • หากคุณมีอาการแพ้ DMSO หรือตัวยาอื่น หรือสมุนไพรเสริมอาหารอื่นๆ
  • หากคุณมีอาการป่วย ความผิดปกติ หรือสภาพทางการแพทย์อื่นๆ
  • หากคุณมีอาการแพ้ประเภทอื่นๆ ไม่ว่าจะเป็นจากอาหาร สีย้อม สารกันบูด หรือสัตว์ต่างๆ

กฎหมายควบคุมผลิตภัณฑ์เสริมอาหารนั้นมีความเข้มงวดน้อยกว่ากฎหมายควบคุมยา จึงจำเป็นต้องมีการศึกษาเพิ่มเติมเพื่อประเมินความปลอดภัยก่อนการนำไปใช้ ซึ่งจะต้องแน่ใจว่าประโยชน์ของผลิตภัณฑ์เสริมอาหารชนิดนี้นั้นมีมากกว่าอันตรายที่อาจเกิดขึ้น โปรดปรึกษาแพทย์ของท่านเพื่อรับข้อมูลเพิ่มเติม

DMSO นั้นปลอดภัยแค่ไหน?

DMSO นั้นค่อนข้างปลอดภัย เมื่อใช้โดยคำสั่งแพทย์

ผลิตภัณฑ์จาก DMSO บางชนิดที่ไม่ได้ผ่านการสั่งยาจากแพทย์ นั้นอาจไม่ปลอดภัย ซึ่งมันอาจมีส่วนประกอบที่ไม่บริสุทธิ์ที่อาจมีผลต่อสุขภาพ มากไปกว่านี้ DMSO มีฤทธิ์ในการซึมเข้าสู่ผิวหนังจึงอาจนำสารอื่นๆเข้าไปในร่างกายด้วย

ข้อควรระวังและคำเตือนพิเศษ

สำหรับผู้ตั้งครรภ์และผู้ที่อยู่ในระหว่างการให้นมบุตร: ข้อมูลเรื่องความปลอดภัยในการนำ DMSO ไปใช้ในผู้ตั้งครรภ์และผู้ที่อยู่ในระหว่างการให้นมบุตรยังไม่เพียงพอ โปรดคำนึงถึงความปลอดภัยและหลีกเลี่ยงการใช้

ผู้เป็นโรคเบาหวาน: มีรายงานระบุว่าการใช้ DMSO ในบางจุดสามารถเปลี่ยนการทำงานของอินซูลินในร่างกาย หากท่านใช้อินซูลินในการรักษาโรคเบาหวานและใช้ DMSO ควบคู่ไปด้วย ตรวจสอบระดับน้ำตาลในเลือดเป็นประจำ ขนาดการใช้อินซูลินอาจต้องปรับเปลี่ยน

ผู้เป็นโรคเลือดบางชนิด: การฉีด DMSO เข้าร่างกายอาจทำให้เซลล์เม็ดเลือดแดงถูกทำลาย ซึ่งอาจเป็นปัญหาสำหรับผู้ที่เป็นโรคเลือดบางชนิด DMSO อาจไปทำให้อาการแย่ลง

ผู้มีปัญหาโรคตับ: DMSO อาจไปทำร้ายตับ หากคุณมีโรคที่เกี่ยวกับตับและใช้ DMSO ควบคู่ไปด้วย ควรตรวจการทำงานของตับทุกๆ 6 เดือน

ผู้มีปัญหาโรคไต: DMSO อาจไปทำร้ายไต ควรตรวจการทำงานของไตทุกๆ 6 เดือนหากคุณมีโรคที่เกี่ยวกับไต

ผลข้างเคียง

มีผลข้างเคียงอย่างไรบ้างที่อาจได้รับจาก DMSO?

ผลข้างเคียงจากการรับประทาน DMSO หรือการนำ DMSO มาทาบนผิว ได้แก่ การตอบสนองของผิว ผิวแห้ง อาการปวดหัว มึนหัว อาการครึ่งหลับครึ่งตื่น อาการคลื่นเหียน อาเจียน ท้องเสีย ท้องผูก หายใจลำบาก ปัญหาการมองเห็น โรคเลือด อาการแพ้ต่างๆ DMSO ยังมีกลิ่นคล้ายกระเทียม ซึ่งทำให้เกิดกลิ่นในลมหายใจ และกลิ่นตัว

ไม่ใช่ทุกคนที่จะได้รับผลข้างเคียงเหล่านี้ และอาจมีผลข้างเคียงอื่นๆนอกเหนือจากที่กล่าวมาข้างต้น หากคุณมีความกังวลใดๆเกี่ยวกับผลข้างเคียงของยา โปรดปรึกษาแพทย์ของท่าน

 

ปฏิกิริยาต่างๆ

DMSO อาจทำปฏิกิริยาอย่างไรกับฉันบ้าง?

DMSO อาจมีปฏิกิริยากับยาที่คุณรับประทานอยู่ หรือสภาพทางการแพทย์ของคุณ ปรึกษาแพทย์ของท่าน ก่อนการนำไปใช้

ผลิตภัณฑ์ที่อาจมีปฏิกิริยาต่อ DMSO ได้แก่:

  • ตัวยาที่ใช้ทาลงบนผิว ตา และหู (ยาใช้เฉพาะที่)

DMSO อาจเพิ่มปริมาณยาที่ร่างกายดูดซึมเข้าไป การทา DMSO ควบคู่กับยาที่ท่านทาลงบนผิว ตา หรือหู อาจเพิ่มปริมาณยาที่ร่างกายดูดซึมเข้าไป ซึ่งการเพิ่มปริมาณยาที่ร่างกายดูดซึมเข้าไปอาจเพิ่มฤทธิ์และผลข้างเคียงของตัวยา

  • ตัวยาที่ได้รับโดยการฉีด

DMSO อาจช่วยให้ร่างกายในการดูดซึมยา การใช้ DMSO ควบคู่กับการฉีดยาอาจเพิ่มปริมาณยาที่ร่างกายดูดซึมเข้าไป ซึ่งอาจเพิ่มฤทธิ์และผลข้างเคียงของตัวยาที่ได้รับการฉีด

  • ตัวยาที่ได้รับโดยการรับประทาน

DMSO อาจเพิ่มปริมาณยาที่ร่างกายดูดซึมเข้าไป การใช้ DMSO ควบคู่กับการรับประทานยาอาจเพิ่มปริมาณยาที่ร่างกายดูดซึมเข้าไป ซึ่งอาจเพิ่มฤทธิ์และผลข้างเคียงของตัวยาที่ได้รับ

ขนาดใช้ยา

ข้อมูลที่นำเสนอนี้ไม่สามารถใช้อ้างอิงเป็นคำแนะนำทางการแพทย์ โปรดปรึกษาเภสัชกร หรือแพทย์ของท่าน ก่อนการนำยาตัวนี้ไปใช้เสมอ

ขนาดในการใช้ DMSO โดยทั่วไปคือเท่าไหร่?

ขนาดการใช้ยาเหล่านี้ได้ถูกศึกษาวิจัยทางวิทยาศาสตร์:

การนำมาทาบนผิวหนัง:

เพื่อป้องกันผลข้างเคียงของการรักษาโรคมะเร็ง: DMSO 77-90% นั้นถูกนำมาใช้ทา ภายใต้การดูแลขางการแพทย์ ในทุกๆ 3-8 ชั่วโมง เป็นเวลา 10-14 วัน

สำหรับการรักษางูสวัด: DMSO 5-40% ภายใน 48 ชั่วโมง หลังจากการเกิดผื่น และทาทุกๆ 4 ชั่วโมง เป็นเวลา 4 วัน

สำหรับอาการปวดเส้นประสาท: สารละลาย DMSO 50% ถูกนำมาใช้ 4 ครั้งต่อวัน เป็นเวลา 3 สัปดาห์

สำหรับโรคข้อกระดูกอักเสบ: เจล DMSO 25% ถูกนำมาใช้ 3 ครั้งต่อวัน และ สารละลายใช้เฉพาะที่ DMSO 45% ถูกนำมาใช้ 4 ครั้งต่อวัน

พึงระลึกว่า DMSO อาจไม่ปลอดภัยเมื่อนำมาใช้ทาผิว มีรายงานระบุว่า DMSO เกรดอุตสาหกรรมถูกนำมาใช้ในการรักษาโรคหลายชนิดด้วยตนเอง DMSO เกรดอุตสาหกรรมไม่ได้มีคุณภาพเดียวกับ DMSO ที่ใช้ในการวิจัยยา เพราะมันอาจมีสารปนเปื้อน DMSO สามารถซึมเข้าสู่ผิวหนังได้ง่าย และนำสารปนเปื้อนและสสารอื่นๆเข้าไปทำอันตรายต่อร่างกาย

การใช้ในกระเพาะปัสสาวะ:

สำหรับอาการปวดปัสสาวะบ่อย และสำหรับอาการกระเพาะปัสสาวะอักเสบเรื้อรัง: ผู้ให้บริการด้านสุขภาพหยดสารละลาย DMSO ลงไปในกระเพาะปัสสาวะโดยใช้ท่อเรียกว่า catheter เมื่อนำ catheter ออกแล้วแพทย์จะขอให้คนไข้อั้นสารละลายไว้ระยะหนึ่งก่อนจะปัสสาวะออกมา

ขนาดในการนำ DMSO ไปใช้นั้นอาจแตกต่างกันในผู้ป่วยแต่ละราย ซึ่งขนาดการใช้นั้นขึ้นอยู่กับอายุ สุขภาพ และเงื่อนไขอื่นๆอีกมาก ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารนั้นไม่ได้ปลอดภัยเสมอไป โปรดขอคำปรึกษาจากแพทย์ของท่าน สำหรับขนาดในการใช้ยาที่เหมาะสม

พบ DMSO ในรูปแบบใดได้บ้าง?

ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารชนิดนี้ อาจพบได้ในรูปแบบต่อไปนี้

  • DMSO ในรูปแบบเจลสำหรับใช้เฉพาะที่
  • DMSO สำหรับหยด
  • DMSO บริสุทธิ์
  • DMSO รูปแบบครีม

Hello Health Group ไม่ได้ให้คำปรึกษาทางการแพทย์ การวิเคราะห์โรค หรือการรักษา

Hello Health Group ไม่ได้ให้คำแนะนำด้านการแพทย์ การวินิจฉัยโรค หรือการรักษาโรคแต่อย่างใด

รูปของผู้เขียน
ทบทวนบทความโดย ทีม Hello คุณหมอ
เขียนโดย Ploylada Prommate
แก้ไขล่าสุด 04/12/2017
x