ซิมวาสแตติน (Simvastatin)

โดย ทบทวนบทความโดย เภสัชกรวิสสุตา ชั้นประเสริฐ

ข้อบ่งใช้

ยา ซิมวาสแตติน ใช้สำหรับ

ยา ซิมวาสแตติน (Simvastatin) ใช้เพื่อลดระดับของคอเลสเตอรอลและไตรกลีเซอไรด์ (triglycerides) ซึ่งเป็นไขมันชนิดหนึ่งภายในเลือด

นอกจากนี้ ยาซิมวาสแตติน ยังใช้เพื่อลดความเสี่ยงในการเกิดโรคหลอดเลือดสมอง หัวใจขาดเลือดฉับพลัน และ ซิมวาสแตติน ช่วยเรื่องของอาการแทรกซ้อนของหัวใจอื่นๆ ในผู้ที่ป่วยเป็นโรคเบาหวาน โรคหลอดเลือดหัวใจ (coronary heart disease) หรือปัจจัยเสี่ยงอื่นๆ

ยาซิมวาสแตตินใช้กับผู้ใหญ่และเด็กที่อายุมากกว่า 10 ปีขึ้นไป

วิธีใช้ยาซิมวาสแตติน

ยาซิมวาสแตติน เป็นยาเม็ดสำหรับรับประทาน โดยปกติ คือ รับประทานวันละครั้งในตอนเย็น และควรรับประทานยาซิมวาสแตตินในเวลาเดียวกันทุกวัน

ทำตามแนวทางการใช้ยาบนฉลากยาอย่างเคร่งครัด และให้แพทย์หรือเภสัชกรอธิบายในส่วนที่คุณไม่เข้าใจ รับประทานยาซิมวาสแตติน ตามที่กำหนด อย่าใช้มากกว่า น้อยกว่า หรือบ่อยกว่าที่แพทย์กำหนด

แพทย์อาจให้คุณเริ่มใช้ยาในขนาดต่ำแล้วค่อยๆ เพิ่มขนาดยา โดยไม่เกินหนึ่งครั้งในทุกๆ 4 สัปดาห์

ใช้ยาอย่างต่อเนื่อง แม้ว่าคุณจะรู้สึกเป็นปกติดีแล้ว อย่าหยุดใช้ยายาซิมวาสแตตินโดยไม่ปรึกษากับแพทย์

การเก็บรักษายาซิมวาสแตติน

ยาซิมวาสแตตินควรเก็บที่อุณหภูมิห้อง หลีกเลี่ยงแสงและความชื้น เพื่อป้องกันไม่ให้ตัวยาเกิดความเสียหายหรือเสื่อมสภาพ ไม่ควรเก็บยานี้ในห้องน้ำหรือช่องแช่แข็ง ยาซิมวาสแตตินบางยี่ห้ออาจมีวิธีเก็บรักษาแตกต่างกัน จึงควรตรวจสอบฉลากยาหรือสอบถามเภสัชกรเสมอ และโปรดเก็บยาให้พ้นจากมือเด็กและสัตว์เลี้ยงเพื่อความปลอดภัย

ไม่ควรทิ้งยาซิมวาสแตตินลงในชักโครก หรือเทลงในท่อระบายน้ำ เว้นแต่ได้รับคำแนะนำให้ทำเช่นนั้น หากยาหมดอายุ หรือไม่มีความจำเป็นต้องใช้ยา ควรกำจัดยาด้วยวิธีที่ถูกต้อง โดยสามารถสอบถามข้อมูลวิธีกำจัดยาที่ถูกต้องเพิ่มเติมได้จากเภสัชกร

ข้อควรระวังและคำเตือน

ข้อควรรู้ก่อนใช้ยาซิมวาสแตติน

ก่อนรับประทานยาซิมวาสแตติน โปรดแจ้งกับแพทย์หรือเภสัชกรหาก

  • คุณแพ้ต่อยานี้หรือส่วมผสมอื่นๆ ของยานี้ หรือคุณแพ้ต่อยาอื่น หรือเป็นภูมิแพ้อื่นๆ ยานี้อาจมีผสมไม่ออกฤทธิ์ในการรักษาบางอย่างที่ทำให้เกิดการแพ้ได้
  • คุณกำลังตั้งครรภ์ หรือให้นมบุตร เนื่องจากในช่วงที่วางแผนตั้งครรภ์ กำลังตั้งครรภ์ หรือให้นมบุตร ควรใช้ยาตามที่แพทย์แนะนำเท่านั้น
  • คุณกำลังใช้ยาอื่นอยู่ รวมทั้งยาที่หาซื้อได้เอง เช่น สมุนไพร ยาทางเลือกอื่นๆ
  • คุณมีอาการป่วย มีความผิดปกติ หรือมีสภาวะทางการแพทย์อื่นๆ
  • คุณเป็นโรคตับ แพทย์อาจสั่งให้คุณเข้ารับการตรวจเลือด เพื่อดูการทำงานของเลือด และอาจจะสั่งไม่ให้คุณใช้ยาซิมวาสแตติน หากคุณเป็นโรคตับ หรือผลการตรวจแสดงให้เห็นว่าคุณกำลังจะเป็นโรคตับ
  • คุณดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ โดยเฉพาะสุรามากกว่า 2 แก้วต่อวัน หากคุณอายุมากกว่า 65 ปี หรือเป็นคนเอเชีย
  • หากคุณกำลังจะรับการผ่าตัดรวมถึงการผ่าตัดทำฟัน
  • หากคุณกำลังรับการรักษาในโรงพยาบาลเนื่องจากการบาดเจ็บขั้นรุนแรงหรือการติดเชื้อ

โปรดปรึกษาแพทย์เกี่ยวกับการดื่มสุราอย่างปลอดภัยในระหว่างใช้ยานี้ เนื่องจากสุราสามารถเพิ่มความเสี่ยงในการเกิดผลข้างเคียงที่รุนแรงได้

ความปลอดภัยต่อการตั้งครรภ์หรือให้นมบุตร

ยังไม่มีงานวิจัยที่น่าเชื่อถือเกี่ยวกับความเสี่ยงในสตรีที่ใช้ยานี้ในช่วงการตั้งครรภ์หรือให้นมบุตร โปรดปรึกษาแพทย์เพื่อประเมินประโยชน์และความเสี่ยงก่อนการใช้ยานี้

ยาซิมวาสแตตินจัดอยู่ในประเภทของยาที่มีความเสี่ยงต่อผู้ตั้งครรภ์ หมวด X โดยองค์การอาหารและยาแห่งสหรัฐอเมริกา (FDA)

การจัดประเภทของยาที่มีความเสี่ยงต่อผู้ตั้งครรภ์โดยองค์การอาหารและยาแห่งสหรัฐอเมริกามีดังนี้

  • A = ไม่มีความเสี่ยง
  • B = ไม่พบความเสี่ยงในการวิจัยบางชิ้น
  • C = อาจจะมีความเสี่ยง
  • D = มีหลักฐานแสดงถึงความเสี่ยง
  • X = ห้ามใช้
  • N = ไม่ทราบแน่ชัด

ผลข้างเคียง

ผลข้างเคียงของการใช้ยาซิมวาสแตติน

ยาซิมวาสแตตินอาจทำให้เกิดผลข้างเคียงได้ โปรดแจ้งให้แพทย์ทราบหากผลข้างเคียงเหล่านี้ไม่หายไป หรือรุนแรงขึ้น

หากคุณเกิดผลข้างเคียงที่รุนแรงเหล่านี้ โปรดติดต่อแพทย์หรือเข้ารับการรักษาพยาบาลฉุกเฉินทันที

  • ปวดกล้ามเนื้อ มีอาการกดเจ็บ หรืออ่อนแรง
  • ปัสสาวะสีแดงเข้ม
  • ปัสสาวะลดลง
  • ไม่มีแรง เหนื่อยล้า หรืออ่อนแรง
  • เบื่ออาหาร
  • ปวดบริเวณกระเพาะอาหารส่วนบนด้านขวา
  • ผิวหรือดวงตาเป็นสีเหลือง
  • เป็นไข้หรือหนาวสั่น
  • หน้าแดง
  • แผลพุพอง
  • ผดผื่น
  • ลมพิษ
  • คัน
  • บวมที่ใบหน้า ลำคอ ลิ้น ริมฝีปาก ดวงตา มือ เท้า ข้อเท้า หรือขาส่วนล่าง
  • หายใจติดขัดหรือหายใจตื้น
  • เสียงแหบ
  • ปวดข้อต่อ
  • มีปฏิกิริยาไวต่อแสง

ผลข้างเคียงที่กล่าวมาข้างต้น อาจไม่ได้เกิดกับทุกคน หรือบางคนอาจมีอาการอื่นนอกเหนือจากนี้ หากคุณมีข้อสงสัยใดๆ เกี่ยวกับผลข้างเคียง โปรดปรึกษากับแพทย์หรือเภสัชกร

ปฏิกิริยาของยา

ปฏิกิริยากับยาอื่น

ยาซิมวาสแตตินอาจเกิดปฏิกิริยากับยาอื่นที่คุณกำลังใช้อยู่ ซึ่งอาจส่งผลต่อการออกฤทธิ์ของยา หรือเพิ่มความเสี่ยงในการเกิดผลข้างเคียง เพื่อป้องกันปัญหาที่อาจจะเกิดขึ้น

คุณควรแจ้งแพทย์หรือเภสัชกรด้วยว่า คุณกำลังใช้ยาอะไรอยู่บ้าง ไม่ว่าจะเป็นยาตามใบสั่งแพทย์ ยาที่ซื้อได้เอง สมุนไพร เป็นต้น และเพื่อความปลอดภัย คุณไม่ควรเริ่ม หยุด หรือเปลี่ยนขนาดยาเองโดยไม่ได้รับความเห็นชอบจากแพทย์

ยาที่อาจมีปฏิกิริยากับยายาซิมวาสแตติน ได้แก่

  • ยาต้านเชื้อรา เช่น ยาไอทราโคนาโซล (itraconazole) อย่างสปอรานอกซ์ (Sporanox) ยาคีโตโคนาโซล (ketoconazole) อย่างไนโซรอล (Nizoral) ยาโพซาโคนาโซล (posaconazole) อย่างโนซาฟิล (Noxafil) ยาโวริโคนาโซล (voriconazole) อย่างวีเฟด (Vfend)
  • ยาโบซีพรีเวียร์ (Boceprevir) อย่างวิคเทรลิส (Victrelis)
  • ยาคลาริโทรมัยซิน (Clarithromycin) อย่างไบอาซิน (Biaxin) ในเพรฟแพค (in Prevpac)
  • ยาที่มีส่วนประกอบของโคบิซิสแตท (Cobicistat) อย่างสไตรบิด (Stribild)
  • ยาไซโคลสปอริน (Cyclosporine) อย่างเจนกราฟ (Gengraf) นีโอรอล (Neoral) แซนดิมมูน (Sandimmune)
  • ยาดานาซอล (Danazol)
  • ยาอิริโทรมัยซิน (Erythromycin) อย่างอีอีเอส (E.E.S.) อีมัยซิน (E-Mycin) อิริโทรซิน (Erythrocin)
  • ยาเจมไฟโบรซิล (Gemfibrozil) อย่างโลปิด (Lopid)
  • ยาต้านเชื้อไวรัสเอชไอวี (HIV protease inhibitors) เช่น ยาอะทาซานาเวียร์ (atazanavir) อย่างเรยาทาส (Reyataz) ยาดารุนาเวียร์ (darunavir) อย่างเพรซิสทา (Prezista) ยาฟอสแอมพรีนาเวียร์ (fosamprenavir) อย่างเลซิวา (Lexiva) ยาอินดินาเวียร์ (indinavir) อย่างคริซิแวน (Crixivan) ยาโลปินาเวียร์ (lopinavir) ในเคลทรา (in Kaletra) ยาเนวฟินนาเวียร์ (nelfinavir) อย่างไวราเซป (Viracept) ยาริโทนาเวียร์ (ritonavir) อย่างนอร์เวียร์ (Norvir) ในเคบทรา (in Kaletra) ยาซาควินาเวียร์ (Saquinavir) อย่างอินไวราส (Invirase) และยาทิพล่านาเวียร์ (tipranavir) อย่างแอปทิวัส (Aptivus)
  • ยาเนฟาโซโดน (Nefazodone)
  • ยาทีลาพรีเวียร์ (Telaprevir) อย่างอินซิเวก (Incivek)
  • ยาเทลิโทรมัยซิน (Telithromycin) อย่างเคเทก (Ketek)
  • ยาอะมิโอดาโรน (Amiodarone) อย่างคอร์ดาโรน (Cordarone) หรือพาเซโรน (Pacerone)
  • ยาแอมโลดิปีน (Amlodipine) อย่างนอร์วาส (Norvasc) ในคาดูเอท (in Caduet) ในโลเทรล (in Lotrel)
  • ยาต้านลิ่มเลือด (Anticoagulants) หรือยาเจือจางเลือด (blood thinners) เช่น ยาวาฟาริน (warfarin) อย่างคูมาดิน (Coumadin) หรือแจนโทเวน (Jantoven) ยาโคลชิซิน (colchicine) อย่างคอลคายส์ (Colcrys)
  • ดิจ็อกซิน (Digoxin) อย่างลาน็อกซิแคป (Lanoxicaps) ลาน็อกซิน (Lanoxin)
  • ยาดิลไทอะเซม (Diltiazem) อย่างคาร์ดิเซม (Cardizem) ดิลลาคอร์ (Dilacor) ไทอาแซค (Tiazac)
  • ยาโดรเนดาโรน (Dronedarone) อย่างมูลแทก (Multaq)
  • ยาลดระดับคอเลสเตอรอลอื่นๆ เช่น ยาฟีโนไฟเบรต (fenofibrate) อย่างไทรคอร์ (Tricor) ยาโลมิทาไพด์ (lomitapide) อย่างจูกซ์ทาปิด (Juxtapid) ยาไนอาซิน (niacin) อย่างกรดไนโคทินิค (nicotinic acid) ไนอาคอร์ (Niacor) ไนอาสแปน (Niaspan)
  • ยาราโนลาซีน (Ranolazine) อย่างราเนซา (Ranexa)
  • ยาเวราพามิล (Verapamil) อย่างคาแลน (Calan) โคเวรา (Covera) ไอโซทิบ (Isoptin) เวราแลน (Verelan)

ปฏิกิริยากับอาหารหรือแอลกอฮอล์

ยาซิมวาสแตตินอาจมีปฏิกิริยากับอาหารหรือเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ โดยส่งผลต่อการออกฤทธิ์ของยา หรือเพิ่มความเสี่ยงที่จะเกิดผลข้างเคียง โปรดปรึกษากับแพทย์หรือเภสัชกรก่อนเสมอ

ปฏิกิริยากับอาการโรคอื่น

ยาซิมวาสแตตินอาจส่งผลให้อาการโรคของคุณแย่ลง หรือส่งผลต่อการออกฤทธิ์ของยา โปรดแจ้งให้แพทย์หรือเภสัชกรทราบถึงสภาวะโรคของคุณก่อนใช้ยาเสมอ โดยเฉพาะ

ขนาดยา

ข้อมูลในที่นี้ไม่มีเจตนาให้ใช้ทดแทนคำแนะนำทางการแพทย์ ควรปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกรทุกครั้งเพื่อรับทราบข้อมูลเพิ่มเติม

ขนาดยาซิมวาสแตตินสำหรับผู้ใหญ่

ขนาดยาสำหรับผู้ใหญ่เพื่อลดความเสี่ยงโรคหลอดเลือดและหัวใจ

ขนาดยาเริ่มต้น : 10-20 มก. รับประทานวันละครั้ง

สำหรับผู้ป่วยที่มีความเสี่ยงสูง อาจใช้ขนาดยาเริ่มแรกที่ 40 มก. รับประทานวันละครั้ง

การใช้งานทางการแพทย์ในวงจำกัด (เนื่องจากมีความเสี่ยงในการเกิดอาการผิดปกติที่เกี่ยวกับกล้ามเนื้อ) : 80 มก./วัน โดยต้องใช้กับผู้ป่วยที่ใช้ยานี้ติดต่อกันมาเป็นเวลานาน (เช่น 12 เดือนหรือมากกว่า) โดยไม่แสดงสัญญาณของภาวะเป็นพิษในกล้ามเนื้อ (muscle toxicity)

คำแนะนำ

  • ควรมีการตรวจวัดปริมาณของลิพิด (Lipid) หลังจากรักษาด้วยขนาดยาเริ่มต้นแล้วจาก 4 สัปดาห์ หากใช้ยาที่ขนาด 40 มก./วันแล้ว ระดับคอเลสเตอรอล LDL ยังไม่ได้ตามเป้าหมาย ควรลดระดับคอเลสเตอรอลในเลือดด้วยวิธีอื่นแท
  • สำหรับผู้ที่มีความเสี่ยงสูง เช่น ผู้ป่วยโรคหลอดเลือดและหัวใจที่เสี่ยงอาการของโรคหลอดเลือดและหัวใจกำเริบ ผู้ที่เสี่ยงเป็นเบาหวาน ผู้ที่เสี่ยงเป็นโรคหลอดเลือดแดงส่วนปลายตีบ (peripheral vessel disease) ผู้ที่มีประวัติโรคหลอดเลือดสมอง สามารถใช้ขนาดยาเริ่มต้นที่สูงขึ้นได้ ควบคู่ไปกับการควบคุมอาหาร โดยต้องงดอาหารที่มีกรดไขมันอิ่มตัว และคอเลสเตอรอลสูง

ขนาดยาซิมวาสแตตินสำหรับเด็ก

ยังไม่มีการจัดขนาดยาสำหรับเด็กโดยเฉพาะ ดังนั้น การใช้ยาซิมวาสแตตินอาจไม่ปลอดภัยสำหรับเด็ก ควรปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกรเพื่อทำความเข้าใจตัวยาก่อนการใช้งาน

รูปแบบของยา

ความแรงและรูปแบบของยามีดังนี้

  • ยาเม็ด

กรณีฉุกเฉินหรือใช้ยาเกินขนาด

หากเกิดเหตุฉุกเฉินหรือใช้ยาเกินขนาด ควรแจ้งเหตุฉุกเฉินหรือนำส่งห้องฉุกเฉินใกล้บ้านทันที

กรณีลืมใช้ยา

หากคุณลืมใช้ยาควรรีบใช้ทันทีที่นึกได้ หรือหากใกล้ถึงเวลาใช้ยาครั้งต่อไป ให้ข้ามรอบไปใช้ยาตามตารางปกติได้เลย ไม่ควรเพิ่มปริมาณยา

Hello Health Group ไม่ได้ให้คำปรึกษาด้านการแพทย์ การวินิจฉัยโรค หรือการรักษาโรคแต่อย่างใด

อ่านเพิ่มเติม:

Share now :

Review Date: พฤศจิกายน 27, 2019 | Last Modified: ธันวาคม 31, 2019

แหล่งที่มา
บทความนี้ก็น่าสนใจเหมือนกัน