นาบูเมโทน (Nabumetone)

ทบทวนบทความโดย | โดย

Update Date ธันวาคม 31, 2019
Share now

ข้อบ่งใช้

นาบูเมโทน ใช้สำหรับ

นาบูเมโทน (Nabumetone) เป็นชื่อตัวยาที่ใช้ในการรักษาอาการปวดและอักเสบจากโรคข้อเสื่อม หรือ โรคเกาต์ (Gout) นาบูเมโทนนี้เป็นยาในกลุ่มยาแก้อักเสบชนิดไม่ใช่สเตียรอยด์ (NSAID)

วิธีการใช้ นาบูเมโทน

  • รับประทานยานี้ตามที่แพทย์กำหนด วันละ 1 – 2 ครั้ง พร้อมกับดื่มน้ำให้เพียงพอต่อวัน
  • ห้ามล้มตัวลงนอนหลังจากใช้นาบูเมโทน เพื่อป้องกันอาการท้องไส้ปั่นป่วน ควรรับประทานพร้อมกับอาหาร หรือยาลดกรด
  • ขนาดยาขึ้นอยู่กับสภาวะทางการแพทย์ และการตอบสนองต่อการรักษา เพื่อลดความเสี่ยงในการเกิดผลข้างเคียง (เช่น เลือดออกในกระเพาะอาหาร)
  • ควรใช้ยานี้ในขนาดต่ำที่สุด และใช้ในระยะเวลาที่สั้นที่สุด อย่าเพิ่มปริมาณนาบูเมโทน หรือใช้บ่อยกว่าที่กำหนด
  • สำหรับอาการเรื้อรัง เช่น ข้ออักเสบ ให้ใช้นาบูเมโทนอย่างต่อเนื่องตามที่แพทย์กำหนด โปรดปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกรก่อนเสมอ

สภาวะบางอย่าง เช่น ข้ออักเสบ อาจต้องใช้ยาอย่างต่อเนื่องเป็นเวลานานกว่า 2 สัปดาห์ จึงจะเห็นผลการรักษาและอาการที่ดีขึ้นจากนาบูเมโทน แจ้งให้แพทย์ทราบ หากอาการของคุณรุนแรงขึ้น

การเก็บรักษา นาบูเมโทน

  • ควรเก็บในอุณหภูมิห้อง หลีกเลี่ยงแสงหรือความชื้น เพื่อป้องกันไม่ให้ตัวยาเกิดความเสียหาย
  • เก็บยาให้ห่างจากมือเด็กและสัตว์เลี้ยง
  • ไม่ควรทิ้งนาบูเมโทนลงในชักโครก หรือเทยาลงในท่อระบายน้ำ ควรกำจัดยาด้วยวิธีที่ถูกต้องเมื่อยาหมดอายุ หรือไม่มีความจำเป็นต้องใช้งาน

นาบูเมโทนบางยี่ห้ออาจจะต้องเก็บรักษาแตกต่างกัน ตรวจสอบฉลากข้างบรรจุภัณฑ์หรือสอบถามแพทย์และเภสัชกรเพิ่มเติมเพื่อความปลอดภัย

ข้อควรระวังและคำเตือน

ข้อควรรู้ก่อนใช้ นาบูเมโทน

ก่อนใช้นาบูเมโทน แจ้งให้แพทย์หรือเภสัชกรทราบ หากคุณแพ้ต่อนาบูเมโทน หรือยาแก้อักเสบชนิดไม่ใช่สเตียรอยด์อื่นๆ (NSAIDs) เช่น ไอบูโพรเฟน (ibuprofen) นาพรอกเซน (naproxen) หรือเซเลโคซิบ (celecoxib) หรือหากคุณเป็นโรคภูมิแพ้อื่นๆ นาบูเมโทนมีสารไม่ออกฤทธิ์ที่ทำให้เกิดอาการแพ้ หรือปัญหาอื่น โปรดปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกร สำหรับข้อมูลเพิ่มเติม

ก่อนใช้นาบูเมโทน แจ้งให้แพทย์หรือเภสัชกรทราบ เกี่ยวกับประวัติโรคประจำตัวของคุณ โดยเฉพาะโรคต่อไปนี้

  • โรคหอบหืด (รวมถึงเคยมีอาการหายใจได้แย่ลงหลังจากใช้ยาแอสไพรินหรือยาแก้อักเสบชนิดไม่ใช่สเตียรอยด์อื่นๆ)
  • ปัญหาเกี่ยวกับอาการเลือดออกหรือลิ่มเลือดอื่นๆ ริดสีดวง โรคหัวใจ เช่น เคยมีอาการหัวใจขาดเลือดฉับพลัน
  • ความดันโลหิตสูง
  • โรคหลอดเลือดสมอง
  • โรคตับ
  • ปัญหาเกี่ยวกับกระเพาะอาหาร ลำไส้ หรือหลอดอาหาร

บางครั้งการใช้ยาแก้อักเสบชนิดไม่ใช่สเตียรอยด์ รวมถึงนาบูเมโทน อาจทำให้เกิดปัญหาเกี่ยวกับไต ปัญหานี้มักจะเกิดขึ้น หากคุณมีภาวะขาดน้ำ หัวใจวาย โรคไต ดื่มน้ำให้เพียงพอตามที่แพทย์กำหนด เพื่อป้องกันภาวะขาดน้ำ และแจ้งให้แพทย์ทราบในทันที หากปริมาณของปัสสาวะมีการเปลี่ยนแปลง

นาบูเมโทนนี้อาจทำให้เกิดอาการวิงเวียนหรือง่วงซึม ไม่ควรใช้ยานพาหนะจนกว่าคุณจะสามารถทำได้อย่างปลอดภัย และมีปฏิกิริยาไวต่อแสง ควรหลีกเลี่ยงการเผชิญหน้ากับแสงแดดจัด ทาครีมกันแดด และสวมเสื้อผ้าป้องกันเมื่ออยู่นอกบ้าน

สำหรับสตรีที่กำลังตั้งครรภ์ ควรใช้ยานี้เมื่อจำเป็นเท่านั้น ควรได้รับการอนุญาตจากแพทย์และได้รับคำแนะนำที่ถูกต้องก่อนใช้

ยังไม่ทราบแน่ชัดว่า นาบูเมโทนสามารถผ่านสู่น้ำนมแม่ได้หรือไม่ ไม่แนะนำการให้นมบุตรระหว่างกำลังใช้นาบูเมโทนโปรดปรึกษาแพทย์ก่อนให้นมบุตร

ความปลอดภัยต่อการตั้งครรภ์หรือให้นมบุตร

ยังไม่มีงานวิจัยที่น่าเชื่อถือเกี่ยวกับความเสี่ยงในสตรี ที่ใช้ยานี้ในช่วงการตั้งครรภ์หรือให้นมบุตร โปรดปรึกษาแพทย์เพื่อหาประโยชน์และความเสี่ยงก่อนการใช้ยานี้

นาบูเมโทนจัดอยู่ในประเภทของยาที่มีความเสี่ยงต่อสตรีมีครรภ์ ประเภท C โดยองค์การอาหารและยาแห่งสหรัฐอเมริกา (FDA)

การจัดประเภทของยาที่มีความเสี่ยงต่อสตรีมีครรภ์ โดยองค์การอาหารและยาแห่งสหรัฐอเมริกามีดังนี้

  • A= ไม่มีความเสี่ยง
  • B= ไม่พบความเสี่ยงในการวิจัยบางชิ้น
  • C= อาจจะมีความเสี่ยง
  • D= มีหลักฐานแสดงถึงความเสี่ยง
  • X= ห้ามใช้
  • N= ไม่ทราบแน่ชัด

ผลข้างเคียง

ผลข้างเคียงของการใช้ นาบูเมโทน

ผลข้างเคียงที่สามารถพบได้ทั่วไปจากการใช้ นาบูเมโทน มีดังนี้

  • อาจเกิดอาการท้องไส้ปั่นป่วน
  • คลื่นไส้ อาเจียน
  • ท้องร่วง มีแก๊สในกระเพาะอาหาร
  • วิงเวียน ง่วงซึม หรือปวดหัว

หากอาการเหล่านี้ไม่หายไปหรือรุนแรงขึ้น โปรดแจ้งแพทย์หรือเภสัชกรในทันที

ไม่ใช่ทุกคนที่จะได้รับผลข้างเคียงในข้างต้นนี้ ควรปรึกษาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญหรือเภสัชกรที่จำหน่ายยาอย่างละเอียดก่อนการใช้ยา

ปฏิกิริยาของยา

ปฏิกิริยากับยาอื่น

ยาที่อาจมีปฏิกิริยากับยานี้ ได้แก่

  • อะลิสคิเรน (aliskiren)
  • ยาในกลุ่ม ACE inhibitors เช่น แคปโตพริล (captopril) หรือลิซิโนพริล (lisinopril)
  • ยาในกลุ่มแองจิโอเทนซินทูรีเซฟเตอร์บล็อกเกอร์ (angiotensin II receptor blockers) เช่น ลอซาร์แทน (losartan) หรือวาลซาร์แทน (valsartan) ไซโดโฟเวียร์ (cidofovir)
  • ยาในกลุ่มคอร์ติโคสเตียรอยด์ (corticosteroids) เช่น เพรดนิโซน (prednisone) ลิเทียม (lithium) เมโธเทรกเซท (methotrexate)
  • ยาขับปัสสาวะ เช่น ฟูโรซีไมด์ (furosemide)

นาบูเมโทนอาจเพิ่มความเสี่ยงในการเกิดอาการเลือดออก เมื่อใช้ร่วมกับยาอื่นที่เพิ่มความเสี่ยงเกี่ยวกับเลือด เช่น ยาต้านเกล็ดเลือด อย่างโคลพิโดเกรล (clopidogrel) ยาเจือจางเลือด เช่น ดาบิกาแทรน (dabigatran) อีนอกซาพาริน (enoxaparin) หรือวาฟาริน (warfarin) และอื่นๆ

ควรอ่านฉลากข้างบรรจุภัณฑ์ที่จำหน่ายโดยแพท์และเภสัชกร เนื่องจากมียาจำนวนมากที่มียาบรรเทาอาการปวด เช่น แอสไพริน เซเลโคซิบ (celecoxib) ไอบูโพรเฟน (ibuprofen) หรือคีโตโรแลค (ketorolac) ยาเหล่านี้มีความคล้ายคลึงกับนาบูเมโทน และอาจเพิ่มความเสี่ยงในการเกิดผลข้างเคียง หากใช้ร่วมกัน เว้นแต่แพทย์จะอนุญาต

นาบูเมโทนอาจเกิดปฏิกิริยากับยาอื่นที่คุณกำลังใช้อยู่ ซึ่งอาจส่งผลต่อการออกฤทธิ์ของยา หรือเพิ่มความเสี่ยงที่จะเกิดผลข้างเคียง เพื่อป้องกันปัญหาที่อาจจะเกิดขึ้น ควรจะบอกแพทย์หรือเภสัชกรของคุณว่า คุณกำลังใช้ยาอะไรอยู่บ้าง (ทั้งยาตามใบสั่งแพทย์ ยาที่ซื้อได้เอง และสมุนไพรต่างๆ) เพื่อความปลอดภัย โปรดอย่าเริ่ม หยุด หรือเปลี่ยนขนาดยาใดๆ โดยไม่ได้รับความเห็นชอบจากแพทย์

ปฏิกิริยากับอาหารหรือแอลกอฮอล์

นาบูเมโทนอาจมีปฏิกิริยากับอาหารหรือเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ โดยส่งผลต่อการออกฤทธิ์ของยา หรือเพิ่มความเสี่ยงที่จะเกิดผลข้างเคียง โปรดปรึกษากับแพทย์หรือเภสัชกรก่อนเสมอ

ปฏิกิริยากับอาการโรคอื่น

นาบูเมโทนอาจส่งผลให้อาการโรคของคุณแย่ลง หรือส่งผลต่อการออกฤทธิ์ของยา โปรดแจ้งให้แพทย์หรือเภสัชกรทราบถึงสภาวะโรคของคุณก่อนใช้ยาเสมอ

ขนาดยา

ข้อมูลในที่นี้ไม่มีเจตนาให้ใช้ทดแทนคำแนะนำทางการแพทย์ ควรปรึกษากับแพทย์หรือเภสัชกรทุกครั้งเพื่อรับทราบข้อมูลเพิ่มเติม

ขนาด นาบูเมโทน สำหรับผู้ใหญ่

ขนาดนาบูเมโทนสำหรับผู้ใหญ่เพื่อรักษาโรคข้อเสื่อม (Osteoarthritis)

  • ขนาดยาเริ่มต้น : 1000 มก. รับประทานวัน 1 ครั้ง
  • ขนาดยาปกติ : รับประทาน 1500 ถึง 2000 มก. ต่อวัน แบ่งรับประทาน 1 หรือ 2 ครั้ง
  • ขนาดยาปกติ : 2000 มก./วัน

คำแนะนำ

  • ผู้ป่วยที่น้ำหนักน้อยกว่า 50 มก. ไม่ควรใช้เกินปริมาณ 1000 มก.
  • เมื่อมีการตอบสนองต่อการรักษา ควรปรับปริมาณของยาและความถี่ในการใช้ โดยเริ่มปริมาณที่ต่ำที่สุดที่มีประสิทธิภาพและระยะเวลาที่สั้นที่สุด

การใช้งาน

  • เพื่อรักษาอาการของโรคข้อเสื่อมและโรคข้ออักเสบรูมาตอยด์

ขนาดนาบูเมโทนสำหรับผู้ใหญ่เพื่อรักษาโรคข้ออักเสบรูมาตอยด์ (Rheumatoid Arthritis)

  • ขนาดยาเริ่มต้น : 1000 มก. รับประทานวัน 1 ครั้ง
  • ขนาดยาปกติ : รับประทาน 1500 ถึง 2000 มก. ต่อวัน แบ่งรับประทาน 1 หรือ 2 ครั้ง
  • ขนาดยาปกติ : 2000 มก./วัน

คำแนะนำ

  • ผู้ป่วยที่น้ำหนักน้อยกว่า 50 มก. ไม่ควรใช้เกินปริมาณ 1000 มก.
  • เมื่อมีการตอบสนองต่อการรักษา ควรปรับปริมาณของยาและความถี่ในการใช้ โดยเริ่มปริมาณที่ต่ำที่สุดที่มีประสิทธิภาพและระยะเวลาที่สั้นที่สุด

การใช้งาน

  • เพื่อรักษาอาการของโรคข้อเสื่อมและโรคข้ออักเสบรูมาตอยด์

การปรับขนาดนาบูเมโทนสำหรับผู้ป่วยโรคไต

ไตบกพร่องระดับเบา (ค่าครีอะตินีนเคลียรานซ์ [CrCl] 50 มล./นาที หรือมากกว่านั้น)

  • ไม่มีการปรับขนาดยาที่แนะนำ

ไตบกพร่องระดับปานกลาง (ค่าครีอะตินีนเคลียรานซ์ 30 ถึง 49 มล./นาที)

  • ขนาดยาเริ่มต้น : 750 มก. รับประทานวัน 1 ครั้ง
  • ขนาดยาปกติ : 1500 มก./วัน

ไตบกพร่องระดับรุนแรง (ค่าครีอะตินีนเคลียรานซ์น้อยกว่า 30 มล./นาที )

  • ขนาดยาเริ่มต้น : 500 มก. รับประทานวัน 1 ครั้ง
  • ขนาดยาสูงสุด : 1000 มก./วัน

หลีกเลี่ยงการใช้ในผู้ป่วยที่มีไตบกพร่องระดับรุนแรง หากจำเป็นต้องใช้ควรเริ่มต้นการรักษาโดยเฝ้าการทำงานของไตอย่างใกล้ชิด

การปรับขนาดนาบูเมโทนสำหรับผู้ป่วยโรคตับ

  • ผู้ป่วยที่มีผลการทดสอบตับผิดปกติ หรืออาการของตับบกพร่องควรทำการประเมินความผิดปกติของตับในเบื้องต้น
  • หากเกิดโรคตับหรือมีอาการทั่วร่างการ เช่น ภาวะ eosinophilia หรือผดผื่น ควรหยุดใช้ยานี้

คำแนะนำอื่นๆ

คำแนะนำการใช้ยา

  • สามารถรับประทานพร้อมกับอาหารหรือรับประทานแยกต่างหากวันละ 1-2 ครั้ง

การเก็บรักษา

  • เก็บไว้ให้พ้นจากแสงแดด

ทั่วไป

  • ควรใช้นาบูเมโทนในปริมาณยาที่ต่ำที่สุดที่มีประสิทธิภาพและระยะเวลาที่สั้นที่สุด
  • อาจมีความเสี่ยงในการเกิดโรคหัวใจขาดเลือดฉับพลัน หัวใจวาย หรือโรคหลอดเลือดสมอง ขณะที่กำลังใช้ยาแก้อักเสบชนิดไม่ใช่สเตียรอยด์ ผลข้างเคียงนี้สามารถเกิดได้ตลอดระยะเวลาในการรักษาและความเสี่ยงจะเพิ่มขึ้นหากใช้เป็นเวลานาน หากเคยเป็นโรคหลอดเลือดหัวใจ และหากใช้ยาในขนาดสูง

การเฝ้าระวัง

  • หัวใจและหลอดเลือด : ควรเฝ้าระวังความดันโลหิตอย่างใกล้ชิดในช่วงต้นของการรักษาและในช่วงตลอดระยะเวลาในการรักษา
  • ระบบทางเดินอาหาร: เฝ้าระวังอาการเลือดออกในระบบทางเดินอาหาร
  • สมรรถภภาพของไต : เฝ้าระวังการทำงานของไต โดยเฉพาะในผู้ป่วยที่มีอาการโปรสตาแกลนดินส์ของไต (renal prostaglandins) มีบทบาทสำคัญในการรักษาระดับเลือดมาเลี้ยงไต
  • เฝ้าระวังจำนวนเม็ดเลือด สมรรถภาพของไต และสมรรถภาพของตับเป็นระยะๆ สำหรับผู้ป่วยที่ทำการรักษาในระยะยาว

คำแนะนำสำหรับผู้ป่วย

  • ผู้ป่วยควรรับการรักษา หากมีอาการรุนแรงที่ระบบทางเดินอาหาร ปฏิกิริยาไม่พึงประสงค์ที่ผิวหนัง หรืออาการน้ำหนักเพิ่มขึ้นอย่างหาสาเหตุไม่ได้หรือบวมน้ำ
  • ผู้ป่วยควรรับการรักษาทันที หากมีอาการของโรคหลอดเลือดหัวใจ ทั้งอาการหายใจไม่อิ่ม พูดไม่ชัด หรืออาการอ่อนแรงที่ด้านใดด้านหนึ่งของร่างกาย
  • ผู้ป่วยควรแจ้งให้แพทย์หรือเภสัชกรทราบ หากกำลังตั้งครรภ์ มีแผนที่จะตั้งครรภ์ หรือกำลังให้นมบุตร ไม่ควรใช้นาบูเมโทนในช่วงสัปดาห์ที่ 30 ขึ้นไปของการตั้งครรภ์

ขนาด นาบูเมโทนสำหรับเด็ก

ไม่มีการกำหนดขนาดยาสำหรับผู้ป่วยเด็ก เนื่องจากเป็นยาค่อนข้างอันตราย ควรทำความเข้าใจถึงความปลอดภัยของนอร์ฟลอกซาซินก่อนใช้และโปรดปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกรเพื่อขอข้อมูลเพิ่มเติม

รูปแบบของยา

รูปแบบของยา มีดังนี้

  • ยาเม็ดสำหรับรับประทาน

กรณีฉุกเฉินหรือใช้ยาเกินขนาด

หากเกิดเหตุฉุกเฉินหรือใช้ยาเกินขนาด ควรแจ้งเหตุฉุกเฉิน หรือนำส่งห้องฉุกเฉินใกล้บ้านโดยทันที

กรณีลืมใช้ยา

หากคุณลืมใช้ยาควรรีบใช้ในทันทีที่นึกได้ หรือถ้าหากใกล้ถึงเวลาใช้ยาครั้งต่อไป ให้ข้ามรอบไปใช้ยาตามตารางปกติได้เลย ไม่ควรเพิ่มปริมาณยาก่อนได้รับอนุญาตจากแพทย์

Hello Health Group ไม่ได้ให้คำแนะนำทางการแพทย์ การวินิจฉัยโรคหรือการรักษาโรคแต่อย่างใด

อ่านเพิ่มเติม:

บทความนี้มีประโยชน์ต่อคุณหรือไม่
happy unhappy"
แหล่งที่มา

บทความนี้ก็น่าสนใจเหมือนกัน

ยามีลอกซิแคม ปลอดภัยสำหรับแม่ตั้งครรภ์ หรือให้นมลูกหรือเปล่า?

ยามีลอกซิแคม เป็นยากลุ่มยาบรรเทาอาการอักเสบที่ไม่ใช่สเตียรอยด์ ซึ่งนิยมใช้กันสำหรับอาการปวดข้อ แต่คุณแม่ตั้งครรภ์หรือให้นมลูก ต้องระวังการใช้ยานี้

ทบทวนบทความโดย ทีม Hello คุณหมอ
Written by pimruethai

คีโตโรแลค (Ketorolac)

คีโตโรแลค (Ketorolac) เป็นยาในกลุ่ม NSAID ใช้รักษาอาการปวดระดับปานกลางถึงรุนแรงในผู้ใหญ่ในช่วงสั้นๆ (ไม่เกิน 5 วัน) โดยปกติจะใช้ก่อนหรือหลังจากการผ่าตัด

ทบทวนบทความโดย เภสัชกรวิสสุตา ชั้นประเสริฐ
Written by พลอย วงษ์วิไล
ยา ก-ฮ, ยา-สมุนไพร ก-ฮ พฤศจิกายน 12, 2018

เซเลโคซิบ (Celecoxib)

เซเลโคซิบ (Celecoxib) ใช้เพื่อรักษาอาการข้ออักเสบ อาการปวดเฉียบพลัน และปวดประจำเดือน เป็นยาในกลุ่ม NSAID เรียกว่า คอก-ทู อินฮิบิเตอร์ (Cox-2 inhibitor)

ทบทวนบทความโดย เภสัชกรอาชานนท์ สมศักดิ์
Written by พลอย วงษ์วิไล

นาพรอกเซน (naproxen)

นาพรอกเซน (Naproxen) ใช้สำหรับบรรเทาอาการปวดต่างๆ เช่น ปวดหัว ปวดกล้ามเนื้อ โรคเอ็นอักเสบ ปวดฟัน และปวดประจำเดือน และยังใช้เพื่อลดอาการปวด บวม และข้อยึดติด

ทบทวนบทความโดย เภสัชกรอาชานนท์ สมศักดิ์
Written by พลอย วงษ์วิไล

Recommended for you

ออกซาโพรซิน (Oxaprozin)

ออกซาโพรซิน (Oxaprozin)

ทบทวนบทความโดย ทีม Hello คุณหมอ
Written by พลอย วงษ์วิไล
Published on ธันวาคม 1, 2019
เอโทโดแลค (Etodolac)

เอโทโดแลค (Etodolac)

ทบทวนบทความโดย ทีม Hello คุณหมอ
Written by พลอย วงษ์วิไล
Published on พฤศจิกายน 27, 2019
เฟโนโพรเฟน (Fenoprofen)

เฟโนโพรเฟน (Fenoprofen)

ทบทวนบทความโดย ทีม Hello คุณหมอ
Written by พลอย วงษ์วิไล
Published on พฤศจิกายน 27, 2019
ซูลินแดค (Sulindac)

ซูลินแดค (Sulindac)

ทบทวนบทความโดย เภสัชกรอาชานนท์ สมศักดิ์
Written by พลอย วงษ์วิไล
Published on ธันวาคม 27, 2018