นิวรอนติน® (Neurontin®)

ทบทวนบทความโดย | โดย

Update Date พฤษภาคม 11, 2020 . 5 mins read
Share now

ข้อบ่งใช้ นิวรอนติน®

นิวรอนติน® ใช้สำหรับ

นิวรอนติน® (Neurontin®) ประกอบด้วยตัวยาหลักคือ กาบาเพนติน (Gabapentin)  ใช้สำหรับรักษาโรคลมชัก เป็นยาต้านชัก (anti-epileptic medication) หรือเรียกอีกอย่างว่า ยากันชัก (anticonvulsant) ยังสามารถบรรเทาอาการปวดประสาทในโรคงูสวัดได้ ยานิวรอนติน®นี้ยังใช้เพื่อรักษาอาการชักในผู้ใหญ่และเด็กที่อายุอย่างน้อย 3 ปี

วิธีการใช้ นิวรอนติน®

  • รับประทานยานิวรอนติน®ตามที่แพทย์กำหนดอย่างเคร่งครัด ควรทำตามวิธีการใช้ยาทั้งหมดบนฉลาก อย่าใช้ยานี้ในปริมาณที่มากหรือน้อยเกินไป และใช้ในระยะเวลาที่เหมาะสม
  • นิวรอนติน®สามารถรับประทานพร้อมกับอาหาร หรือแยกต่างหากก็ได้
  • หากคุณแบ่งเม็ดยานิวรอนติน® และรับประทานเพียงแค่ครึ่งเม็ด ควรใช้ยาอีกครึ่งเม็ดที่เหลือในครั้งหน้า เม็ดยาใดๆ ที่ทำการถูกแบ่งนั้นควรจะใช้ให้เร็วที่สุดเท่าที่จะทำได้หรือภายในไม่กี่วัน
  • ควรตวงยาน้ำโดยใช้กระบอกที่แถมมาหรือใช้ช้อนหรือถ้วยสำหรับตวงยาหากคุณไม่มีอุปกรณ์สำหรับตวงยา โปรดสอบถามเภสัชกรได้ตามร้านขายทั่วไป
  • อย่าหยุดใช้ยานิวรอนติน®อย่างกะทันหัน แม้ว่าคุณจะมีอาการที่ดีขึ้นแล้ว การหยุดใช้ยาอย่างกะทันหันนั้น อาจจะทำให้อาการชักเพิ่มมากขึ้น ควรทำตามวิธีการลดปริมาณยาตามคำแนะนำของแพทย์
  • นิวรอนติน®สามารถทำให้ผลการตรวจคัดกรองโปรตีนภายในปัสสาวะของคุณ มีผลบวกที่เป็นเท็จได้ หากคุณต้องทำการตรวจตัวอย่างปัสสาวะ โปรดแจ้งให้แพทย์และบุคลากรในห้องแล็บทราบว่า คุณกำลังใช้นิวรอนติน®

การเก็บรักษา นิวรอนติน®

  • ควรเก็บในอุณหภูมิห้อง หลีกเลี่ยงแสงหรือความชื้น เพื่อป้องกันไม่ให้ตัวยาเกิดความเสียหาย
  • เก็บยาให้ห่างจากมือเด็กและสัตว์เลี้ยง
  • ไม่ควรทิ้งนิวรอนติน®ลงในชักโครก หรือเทยาลงในท่อระบายน้ำ ควรกำจัดยาด้วยวิธีที่ถูกต้องเมื่อยาหมดอายุ หรือไม่มีความจำเป็นต้องใช้งาน

นิวรอนติน®บางยี่ห้ออาจจะต้องเก็บรักษาแตกต่างกัน ตรวจสอบฉลากข้างบรรจุภัณฑ์หรือสอบถามแพทย์และเภสัชกรเพิ่มเติมเพื่อความปลอดภัย

ข้อควรระวังและคำเตือน

ข้อควรรู้ก่อนใช้ นิวรอนติน®

ก่อนใช้นิวรอนติน® ควรคำนึงถึงอาการเหล่านี้และแจ้งให้แพทย์ทราบ

  • คุณกำลังตั้งครรภ์ หรือให้นมบุตร เนื่องจากในช่วงที่คุณตั้งครรภ์หรือกำลังให้นมบุตร ควรใช้ยาตามที่แพทย์แนะนำเท่านั้น
  • หากคุณกำลังใช้ยาอื่นอยู่ รวมทั้งยาที่หาซื้อได้เอง เช่น สมุนไพรหรือยาทางเลือกอื่นๆ
  • หากคุณแพ้สารออกฤทธิ์หรือไม่มีฤทธิ์ในการรักษาของนิวรอนติน®หรือยาอื่นๆ
  • หากคุณมีอาการป่วย มีอาการผิดปกติ หรือมีสภาวะทางการแพทย์อื่นๆ

บางคนอาจจะมีความคิดเกี่ยวกับกระบวนการทางความคิด เช่น การฆ่าตัวตาย ขณะที่กำลังใช้ยานี้ แพทย์จำเป็นต้องทำการนัดตรวจเป็นประจำ เพื่อดูความคืบหน้าของอาการ ควรได้รับการดูแลจากครอบครัวและผู้ดูแลของคุณอย่างใกล้ชิด ต่อความเปลี่ยนแปลงทางอารมณ์และจิตใจ

ความปลอดภัยต่อการตั้งครรภ์หรือให้นมบุตร

ยังไม่มีงานวิจัยที่น่าเชื่อถือเกี่ยวกับความเสี่ยงในสตรี ที่ใช้ยานี้ในช่วงการตั้งครรภ์หรือให้นมบุตร โปรดปรึกษาแพทย์เพื่อหาประโยชน์และความเสี่ยงก่อนการใช้ยานี้

นิวรอนติน® จัดอยู่ในประเภทของยาที่มีความเสี่ยงต่อสตรีมีครรภ์ ประเภท C โดยองค์การอาหารและยาแห่งสหรัฐอเมริกา (FDA)

การจัดประเภทของยาที่มีความเสี่ยงต่อสตรีมีครรภ์โดยองค์การอาหารและยาแห่งสหรัฐอเมริกามีดังนี้

  • A= ไม่มีความเสี่ยง
  • B= ไม่พบความเสี่ยงในการวิจัยบางชิ้น
  • C= อาจจะมีความเสี่ยง
  • D= มีหลักฐานแสดงถึงความเสี่ยง
  • X= ห้ามใช้
  • N= ไม่ทราบแน่ชัด

ผลข้างเคียง

ผลข้างเคียงของการใช้ นิวรอนติน® 

ผลข้างเคียงที่พบได้ทั่วไปมีดังนี้

ผลข้างเคียงบางอย่างมักจะพบได้ในเด็กที่กำลังใช้ยานิวรอนติน® โปรดติดต่อแพทย์ หากเด็กที่กำลังใช้ยานี้มีอาการดังต่อไปนี้

  • มีความเปลี่ยนแปลงทางพฤติกรรม
  • มีปัญหาเกี่ยวกับความจำ
  • มีปัญหาเกี่ยวกับการรวบรวมสมาธิ
  • แสดงอาการร้อนรน ไม่เป็นมิตร หรือก้าวร้าว

โปรดติดต่อแพทย์ในทันที หากคุณมีอาการเหล่านี้

  • อาการชักรุนแรง
  • อ่อนแรงหรือเหนื่อยล้า
  • ปวดท้องส่วนบน
  • ปวดหน้าอก อาการไอใหม่รุนแรงขึ้น พร้อมกับเป็นไข้ หายใจติดขัด
  • เหน็บชา
  • ดวงตาเคลื่อนไหวไปมาอย่างรวดเร็ว
  • ปัญหาเกี่ยวกับไต – ปัสสาวะน้อย หรือไม่ปัสสาวะเลย มีอาการปวดขณะปัสสาวะหรือปัสสาวะติดขัด มีอาการบวมที่เท้าหรือข้อเท้า รู้สึกเหนื่อยล้าหรือหายใจไม่อิ่ม
  • ปฏิกิริยาผิวหนังที่รุนแรง – เป็นไข้ เจ็บคอ มีอาการบวมที่ใบหน้าหรือลิ้น แสบร้อนที่ดวงตา ปวดผิว ตามด้วยผดผื่นผิวหนังสีแดงหรือสีม่วงที่แพร่กระจาย (โดยเฉพาะใบหน้าหรือร่างกายส่วนบน) และทำให้เกิดแผลพุพองและผิวลอก
  • มีความเปลี่ยนแปลงทางอารมณ์หรือพฤติกรรม วิตกกังวล ซึมเศร้า
  • รู้สึกกระวนกระวาย ไม่เป็นมิตร ร้อนรน อยู่ไม่สุข (ทางจิตใจหรือร่างกาย) หรือมีความคิดที่จะฆ่าตัวตายหรือทำร้ายตัวเอง

รับการรักษาในทันที หากคุณมีอาการผื่นผิวหนัง พร้อมกับอาการแพ้ที่รุนแรง ที่สามารถส่งผลไปยังส่วนอื่นในร่างกาย รวมถึงเป็นไข้ ปัสสาวะสีคล้ำ มีเลือดในปัสสาวะ ต่อมบวม เจ็บคอ อ่อนแรงหรือเหนื่อยล้าอย่างมาก มีรอยช้ำหรือเลือดออกผิดปกติ ปวดกล้ามเนื้อ หรือดีซ่าน (ดวงตาหรือผิวหนังเป็นสีเหลือง)

รับการรักษาพยาบาลฉุกเฉินทันที หากคุณมีสัญญาณของอาการแพ้ ได้แก่ ลมพิษ หายใจติดขัด บวมที่ใบหน้า ริมฝีปาก ลิ้น หรือลำคอ

ไม่ใช่ทุกคนจะเจอกับผลข้างเคียงเหล่านี้ หรืออาจจะมีอาการอย่างอื่นนอกเหนือจากที่กล่าวมาข้างต้น ถ้าคุณมีข้อสงสัยใดๆ เกี่ยวกับผลข้างเคียง โปรดปรึกษากับแพทย์หรือเภสัชกร

ปฏิกิริยาของยา

ปฏิกิริยากับยาอื่น

นิวรอนติน®อาจเกิดปฏิกิริยากับยาอื่นที่คุณกำลังใช้อยู่ ซึ่งอาจส่งผลต่อการออกฤทธิ์ของยา หรือเพิ่มความเสี่ยงที่จะเกิดผลข้างเคียง เพื่อป้องกันปัญหาที่เกิดขึ้น คุณควรบอกแพทย์หรือเภสัชกรของคุณว่า คุณกำลังใช้ยาอะไรอยู่บ้าง (ทั้งยาตามใบสั่งแพทย์ ยาที่ซื้อได้เอง และสมุนไพรต่างๆ) เพื่อความปลอดภัย โปรดอย่าเริ่ม หยุด หรือเปลี่ยนขนาดยาใดๆ โดยไม่ได้รับความเห็นชอบจากแพทย์

ปฏิกิริยากับอาหารหรือแอลกอฮอล์

นิวรอนติน®อาจทำปฎิกิริยากับอาหารและเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ โดยจะปรับเปลี่ยนประสิทธิภาพการทำงานของยา หรือเพิ่มความเสี่ยงของการเกิดผลข้างเคียงรุนแรงอื่นๆ โปรดปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกรก่อนเสมอ

ปฏิกิริยากับอาการโรคอื่น

นิวรอนติน®อาจส่งผลให้อาการโรคของคุณแย่ลง หรือส่งผลต่อการออกฤทธิ์ของยา โปรดแจ้งให้แพทย์หรือเภสัชกรทราบถึงสภาวะโรคของคุณก่อนใช้ยาเสมอ

โรคที่อาจมีปฏิกิริยากับยานี้ได้แก่

  • โรคไต หรือหากคุณกำลังทำการไดอะไลซิส (Dialysis)
  • โรคลมชัก (Epilepsy) หรือโรคชักอื่นๆ
  • โรคเบาหวาน
  • โรคตับ
  • เคยเป็นโรคซึมเศร้า มีความผิดปกติทางอารมณ์ ติดยาเสพติด หรือมีความคิดหรือพยายามฆ่าตัวตาย
  • โรคหัวใจ
  • สำหรับผู้ป่วยโรคขาอยู่ไม่สุข (RLS) หากคุณเป็นผู้ที่นอนหลับในตอนกลางวันหรือทำงานกะกลางคืน

ขนาดยา

ข้อมูลในที่นี้ไม่มีเจตนาให้ใช้ทดแทนคำแนะนำทางการแพทย์ ควรปรึกษากับแพทย์หรือเภสัชกรทุกครั้ง เพื่อรับทราบข้อมูลเพิ่มเติม

ขนาด นิวรอนติน® สำหรับผู้ใหญ่

อาการปวดเส้นประสาทเนื่องจากเป็นโรคงูสวัด (Postherpetic Neuralgia)

  • ควรเริ่มให้ยาในวันที่ 1 โดยให้ยาหนึ่งครั้งในขนาด 300 มก. ในวันที่ 2 ในขนาด 600 มก./วัน (300 มก. วันละสองครั้ง) และในวันที่ 3 ในขนาด 900 มก./วัน (300 มก. วันละสามครั้ง)
  • ขนาดยาหลังจากนั้นสามารถปรับเท่าที่จำเป็นเพื่อบรรเทาอาการปวดไปที่ขนาด 1,800 มก./วัน (600 มก. วันละสามครั้ง)

โรคลมชักโดยเริ่มมีอาการชักบางส่วน

ผู้ป่วยอายุ 12 ปีขึ้นไป

  • ขนาดยาเริ่มต้นคือ 300 มก. 3 ครั้ง ต่อวัน
  • ขนาดยาปกติที่แนะนำคือ 300 มก. ถึง 600 มก. 3 ครั้ง ต่อวัน เคยมีการทนในขนาดยาสูงถึง 2,400 มก./วัน ได้อย่างดีในการวิจัยทางการแพทย์ระยะยาว
  • เคยมีการใช้ยาในขนาด 3,600 มก./วัน กับผู้ป่วยจำนวนน้อยในระยะเวลาสั้นและสามารถทนได้อย่างดี
    • ให้นิวรอนติน® 3 ครั้ง ต่อวัน โดยใช้ยาแคปซูลขนาด 300 มก. หรือ 400 มก. หรือยาเม็ดขนาด 600 มก. หรือ 800 มก.
  • ระยะเวลาสูงสุดระหว่างการใช้ยาแต่ละครั้งไม่ควรเกิน 12 ชั่วโมง

ผู้ป่วยเด็กอายุ 3 ถึง 11 ปี

  • ช่วงขนาดยาเริ่มต้นคือ 10 มก./กก./วัน ถึง 15 มก./กก./วัน แบ่งให้ 3 ครั้ง ต่อวัน และขนาดยาปกติที่แนะนำนั้นได้รับจากการปรับขนาดยาเพิ่มขึ้นภายในช่วงเวลาประมาณ 3 วัน
  • ขนาดยาปกติที่แนะนำสำหรับผู้ป่วยอายุ 3 ถึง 4 ปีคือ 40 มก./กก./วัน โดยแบ่งรับประทาน 3 ครั้ง
  • ขนาดยาปกติที่แนะนำสำหรับผู้ป่วยอายุ 5 ถึง 11 ปีคือ 25 มก./กก./วัน ถึง 35 มก./กก./วัน โดยแบ่งรับประทาน 3 ครั้ง
  • นิวรอนติน®สามารถใช้ได้ทั้งรูปแบบยาสารละลายสำหรับรับประทาน ยาแคปซูล หรือยาเม็ด หรือใช้ทั้งสามรูปแบบร่วมกัน เคยมีการทนยาในขนาดยาสูงถึง 50 มก./กก./วัน ได้ดีในการวิจัยทางการแพทย์ในระยะยาว
  • ระยะเวลาสูงสุดระหว่างการใช้ยาแต่ละครั้งไม่ควรเกิน 12 ชั่วโมง

ขนาด นิวรอนติน® สำหรับเด็ก

ไม่ได้มีการกำหนดขยาดยาสำหรับผู้ป่วยเด็ก ยานี้อาจไม่ปลอดภัยสำหรับสิ่งที่สำคัญคือต้องศึกษาการใช้ยาอย่างปลอดภัยก่อนรับประทาน โปรดปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกรเพื่อสอบถามข้อมูลเพิ่มเติม

รูปแบบของยา

รูปแบบของยามี ดังนี้

  • แคปซูล
  • ยาเม็ด
  • ยาชนิดน้ำกาบาเพนติน (gabapentin) 100 มก.

กรณีฉุกเฉินหรือใช้ยาเกินขนาด

หากเกิดเหตุฉุกเฉินหรือใช้ยาเกินขนาด ควรแจ้งเหตุฉุกเฉิน หรือนำส่งห้องฉุกเฉินใกล้บ้านโดยทันที

กรณีลืมใช้ยา

หากคุณลืมรับประทานนิวรอนติน® ควรรีบใช้ในทันทีที่นึกได้ หรือถ้าหากใกล้ถึงเวลาใช้ยาครั้งต่อไป ให้ข้ามรอบไปใช้ยาตามตารางปกติได้เลย ไม่ควรเพิ่มปริมาณยาก่อนได้รับอนุญาตจากแพทย์

Hello Health Group ไม่ได้ให้คำแนะนำทางการแพทย์ การวินิจฉัยโรคหรือการรักษาโรคแต่อย่างใด

Hello Health Group ไม่ได้ให้คำแนะนำด้านการแพทย์ การวินิจฉัยโรค หรือการรักษาโรคแต่อย่างใด

อ่านเพิ่มเติม:

บทความนี้มีประโยชน์ต่อคุณหรือไม่
happy unhappy"
แหล่งที่มา

บทความนี้ก็น่าสนใจเหมือนกัน

เพอร์โคเซต® (Percocet®)

เพอร์โคเซต® (Percocet®) ประกอบด้วยยาอะเซตามีโนเฟน และยาออกซิโคโดน ซึ่งเป็นยาแก้ปวดแบบโอปิออยด์ (opioid) ซึ่งบางครั้งอาจจะเรียกว่า ยาแก้ปวดแบบเสพติด

ทบทวนบทความโดย เภสัชกรอาชานนท์ สมศักดิ์
เขียนบทความโดย พลอย วงษ์วิไล
ยา ก-ฮ, ยา-สมุนไพร ก-ฮ มีนาคม 4, 2019 . 5 mins read

เฟนิโทอิน (Phenytoin)

เฟนิโทอิน (Phenytoin) ใช้เพื่อรักษาและควบคุมอาการชัก (นอกจากนี้ยังเรียกว่ายาต้านชัก หรือยารักษาอาการชัก) ทำงานโดยการลดการแพร่กระจายของอาการชักภายในสมอง

ทบทวนบทความโดย เภสัชกรวิสสุตา ชั้นประเสริฐ
เขียนบทความโดย พลอย วงษ์วิไล
ยา ก-ฮ, ยา-สมุนไพร ก-ฮ พฤศจิกายน 16, 2018 . 11 mins read

ลาโมไตรจีน (Lamotrigine)

ลาโมไตรจีน (Lamotrigine) ใช้ป้องกันและควบคุมอาการชัก นอกจากนี้ยังอาจใช้เพื่อช่วยป้องกันอารมณ์แปรปรวนที่รุนแรงของโรคอารมณ์สองขั้วสำหรับผู้ใหญ่

ทบทวนบทความโดย เภสัชกรวิสสุตา ชั้นประเสริฐ
เขียนบทความโดย พลอย วงษ์วิไล
ยา ก-ฮ, ยา-สมุนไพร ก-ฮ ตุลาคม 19, 2018 . 6 mins read

คาร์บามาเซพีน (Carbamazepine)

คาร์บามาเซพีน (Carbamazepine) อยู่ในกลุ่มของยากันชัก นอกจากนี้ยังใช้เพื่อบรรเทาอาการปวดเส้นประสาทบางอย่าง ทำงานโดยการลดการลุกลามของอาการชักในสมอง

ทบทวนบทความโดย เภสัชกรพิมพ์จิต วัฒนชโนบล
เขียนบทความโดย พลอย วงษ์วิไล
ยา ก-ฮ, ยา-สมุนไพร ก-ฮ กันยายน 3, 2018 . 12 mins read

บทความแนะนำ

โคลนาซีแพม (Clonazepam)

โคลนาซีแพม (Clonazepam)

ทบทวนบทความโดย เภสัชกรวิสสุตา ชั้นประเสริฐ
เขียนบทความโดย พลอย วงษ์วิไล
เผยแพร่วันที่ เมษายน 9, 2019 . 7 mins read
ไลริกา® (Lyrica®)

ไลริกา® (Lyrica®)

ทบทวนบทความโดย เภสัชกรวิสสุตา ชั้นประเสริฐ
เขียนบทความโดย พลอย วงษ์วิไล
เผยแพร่วันที่ มีนาคม 19, 2019 . 6 mins read
เค็ปปรา (Keppra®)

เค็ปปรา (Keppra®)

ทบทวนบทความโดย เภสัชกรอาชานนท์ สมศักดิ์
เขียนบทความโดย พลอย วงษ์วิไล
เผยแพร่วันที่ มีนาคม 18, 2019 . 5 mins read
กาบาเพนติน (Gabapentin)

กาบาเพนติน (Gabapentin)

ทบทวนบทความโดย เภสัชกรอาชานนท์ สมศักดิ์
เขียนบทความโดย พลอย วงษ์วิไล
เผยแพร่วันที่ มีนาคม 4, 2019 . 9 mins read