บรินโซลาไมด์ (Brinzolamide)

ทบทวนบทความโดย | โดย

Update Date ธันวาคม 31, 2019
Share now

ข้อบ่งใช้ บรินโซลาไมด์

บรินโซลาไมด์ ใช้สำหรับ

บรินโซลาไมด์ (Brinzolamide) ใช้เพื่อรักษาอาการความดันภายในดวงตาสูงเนื่องจากโรคต้อหินมุมเปิด (glaucoma ) หรือโรคดวงตาอื่นๆ เช่น ภาวะความดันตาสูง (ocular hypertension) การลดระดับของความดันภายในดวงตาที่เพิ่มสูงนั้นจะช่วยป้องกันการตาบอดได้ ยานี้ทำงานโดยการลดปริมาณของน้ำภายในดวงตา จัดในกลุ่มของยาคาร์บอนิก แอนไฮเดรส อินฮิบิเตอร์ (carbonic anhydrase inhibitors)

วิธีการใช้ บรินโซลาไมด์

  • หยอดยานี้เข้าดวงตาข้างที่มีอาการ ตามปกติคือ 1 หยด วันละ 3 ครั้ง หรือตามที่แพทย์กำหนด ควรเขย่าขวดให้ดีก่อนใช้ยา
  • ควรล้างมือให้สะอาดก่อนจะหยอดยาหยอดตา เพื่อหลีกเลี่ยงการปนเปื้อน อย่าให้ปลายขวดสัมผัสกับดวงตาหรือพื้นผิวอื่นๆ
  • คอนแทคเลนส์อาจจะดูดซึมสารกันบูดในยาได้ หากคุณสวมคอนแทคเลนส์ ควรถอดออกก่อนใช้ยา หลังจากใช้ยาแล้วควรรออย่างน้อย 15 นาทีก่อน แล้วจึงค่อยสวมคอนแทคเลนส์กลับคืนไป
  • เงยหน้าขึ้นมองขึ้นไปด้านบน แล้วดึงเปลือกตาล่างลงมาให้เป็นกระพุ้ง ถือขวดยาหยอดตาไว้เหนือดวงตา แล้วหยอดยาหนึ่งหยดลงไป โดยปกติคือวันละ 3 ครั้ง หรือตามที่แพทย์กำหนด มองลงมาแล้วค่อยๆ หลับตานาน 1-2 นาที ใช้นิ้วกดลงไปเบาๆ บริเวณหัวตา (ใกล้กับจมูก) พยายามอย่ากระพริบตาหรือขยี้ตา การทำแบบนี้จะช่วยป้องกันไม่ยาไหลออกจากดวงตา ทำตามขั้นตอนนี้ซ้ำที่ดวงตาอีกข้างหนึ่ง
  • อย่าล้างขวดยาหยอดตาและปิดฝาหลังจากใช้งาน

หากคุณกำลังใช้ยาอื่นสำหรับดวงตา เช่น ยาหยอดตาหรือขี้ผึ้งทาตา ควรรออย่างน้อย 5-10 นาที

ควรใช้ยาอย่างต่อเนื่อง แม้ว่าคุณจะไม่มีอาการใดๆ ใช้ยานี้เป็นประจำเพื่อให้ได้ประโยชน์จากยาสูงสุด และง่ายต่อการจำควรใช้ยาในเวลาเดียวกันทุกวัน อย่าหยุดใช้ยานี้โดยไม่ได้รับการอนุญาตจากแพทย์

โปรดแจ้งให้แพทย์ทราบ หากมีอาการที่รุนแรงขึ้น

การเก็บรักษา บรินโซลาไมด์

  • ควรเก็บในอุณหภูมิห้อง หลีกเลี่ยงแสงหรือความชื้น เพื่อป้องกันไม่ให้ตัวยาเกิดความเสียหาย
  • เก็บยาให้ห่างจากมือเด็กและสัตว์เลี้ยง
  • ไม่ควรทิ้งบรินโซลาไมด์ลงในชักโครก หรือเทยาลงในท่อระบายน้ำ ควรกำจัดยาด้วยวิธีที่ถูกต้องเมื่อยาหมดอายุ หรือไม่มีความจำเป็นต้องใช้งาน

บรินโซลาไมด์บางยี่ห้ออาจจะต้องเก็บรักษาแตกต่างกัน ตรวจสอบฉลากข้างบรรจุภัณฑ์หรือสอบถามแพทย์และเภสัชกรเพิ่มเติมเพื่อความปลอดภัย

ข้อควรระวังและคำเตือน

ข้อควรรู้ก่อนใช้ บรินโซลาไมด์

  • ก่อนใช้บรินโซลาไมด์ แจ้งให้แพทย์หรือเภสัชกรทราบหากคุณมีอาการแพ้ยาชนิดนี้ หรือหากคุณมีอาการแพ้ยาอื่นๆ เนื่องจากมีส่วนประกอบของบริโมนิดีน ควรปรึกษาแพทย์สำหรับข้อมูลเพิ่มเติม
  • แจ้งให้แพทย์หรือเภสัชกรทราบเกี่ยวกับประวัติโรคประจำตัวทางการแพทย์ของคุณ โดยเฉพาะผู้ป่วยที่มีปัญหาเกี่ยวกับโรคไต และโรคตับ

หากคุณมีการติดเชื้อที่ดวงตา หรือการบาดเจ็บที่ดวงตา และหากคุณต้องรับการผ่าตัดที่ดวงตา โปรดปรึกษาแพทย์ว่า คุณควรใช้ยาบรินโซลาไมด์ขวดเดิมต่อไปหรือไม่ แพทย์อาจจะแนะนำให้คุณเริ่มใช้ยาขวดใหม่

ยานี้อาจทำให้เกิดอาการวิงเวียน ง่วงซึม หรือมองเห็นไม่ชัดในขณะใช้ยานพาหนะหรือเครื่องจักร รวมถึงการทำกิจกรรมที่มีความตื่นตัวสูง จนกว่าอาการของคุณจะดีขึ้น

ในช่วงขณะการตั้งครรภ์หรือระหว่างการให้นมบุตรควรใช้บริโมนิดีนเมื่อจำเป็นเท่านั้น โปรดปรึกษาแพทย์ก่อนการใช้เสมอ

ความปลอดภัยต่อการตั้งครรภ์หรือให้นมบุตร

ยังไม่มีงานวิจัยที่น่าเชื่อถือเกี่ยวกับความเสี่ยงในสตรีที่ใช้ยานี้ในช่วงการตั้งครรภ์หรือให้นมบุตร โปรดปรึกษาแพทย์เพื่อหาประโยชน์และความเสี่ยงก่อนการใช้ยานี้

บรินโซลาไมด์จัดอยู่ในประเภทของยาที่มีความเสี่ยงต่อสตรีมีครรภ์ ประเภท C โดยองค์การอาหารและยาแห่งสหรัฐอเมริกา (FDA)

การจัดประเภทของยาที่มีความเสี่ยงต่อสตรีมีครรภ์โดยองค์การอาหารและยาแห่งสหรัฐอเมริกามีดังนี้

  • A= ไม่มีความเสี่ยง
  • B= ไม่พบความเสี่ยงในการวิจัยบางชิ้น
  • C= อาจจะมีความเสี่ยง
  • D= มีหลักฐานแสดงถึงความเสี่ยง
  • X= ห้ามใช้
  • N= ไม่ทราบแน่ชัด

ผลข้างเคียง

ผลข้างเคียงของการใช้ บรินโซลาไมด์

อาการที่สามารถพบได้ทั่วไปมื่อใช้ยานี้

  • อาจเกิดอาการมองเห็นไม่ชัดชั่วคราว
  • ประสาทสัมผัสการรับรสผอดปกติ อาจรู้สึกมีรสขม เปรี้ยว หรือผิดปกติภายในปาก
  • ตาแห้ง รู้สึกไม่สบาย หรือตาแดงที่บริเวณดวงตา รู้สึกเหมือนมีอะไรอยู่ในดวงตา มีสารคัดหลังจากดวงตา
  • ปวดหัว

หากคุณเริ่มมีอาการรุนแรงเหล่านี้ ควรหยุดการใช้ยานี้และเข้ารับการรักษาโดยแพทย์

  • ตาบวม ดวงตามีสีเหลือง
  • ปวดท้อง 
  • ปวดหลัง
  • คลื่นไส้ อาเจียนบ่อยครั้ง
  • ปัสสาวะสีคล้ำ
  • รอยช้ำ เลือดออกง่าย
  • เหนื่อยล้าผิดปกติ
  • เป็นไข้ หนาวสั่น เจ็บคอ
  • แน่นหน้าอก

หากอาการเหล่านี้ไม่หายไปหรือรุนแรงขึ้นโปรดแจ้งให้แพทย์หรือเภสัชกรทราบในทันที

โปรดจำไว้ว่าการที่แพทย์ให้คุณใช้ยาตัวนี้เนื่องจากคำนวณแล้วว่ายามีประโยชน์มากกว่าเป็นโทษ และผู้ที่ใช้ยานี้ส่วนใหญ่มักไม่พบผลข้างเคียงที่ร้ายแรงใดๆ

ไม่ใช่ทุกคนจะเจอกับผลข้างเคียงเหล่านี้อาจจะมีอาการอย่างอื่นนอกเหนือจากที่กล่าวมาข้างต้น ถ้าคุณมีข้อสงสัยใดๆ โปรดปรึกษาแพทย์ของคุณ

ปฏิกิริยาของยา

ปฏิกิริยากับยาอื่น

  • ก่อนใช้ยานี้ แจ้งให้แพทย์หรือเภสัชกรทราบเกี่ยวกับยาทั้งหมดที่คุณกำลังใช้ร่วมด้วย ทั้งยาตามใบสั่งยา ยาที่หาซื้อเอง และสมุนไพรต่างๆ โดยเฉพาะ ยาแอสไพรินขนาดสูง หรือเกี่ยวข้องกับยาซาลิไซเลต (salicylates) เช่น การใช้ยาขนาดสูงสำหรับโรคข้ออักเสบ (arthritis)
  • ควรใช้ยาแอสไพรินขนาดต่ำที่แพทย์สั่ง เนื่องจากเหตุผลทางการแพทย์ เพื่อป้องกันโรคหัวใจวาย หรือโรคหลอดเลือดสมอง (ขนาดยาตามปกติคือ 81 ถึง 325 มก. ต่อวัน) โปรดปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกรสำหรับข้อมูลเพิ่มเติม

บรินโซลาไมด์อาจเกิดปฏิกิริยากับยาอื่นที่คุณกำลังใช้อยู่ ซึ่งอาจส่งผลต่อการออกฤทธิ์ของยา หรือเพิ่มความเสี่ยงที่จะเกิดผลข้างเคียง เพื่อป้องกันปัญหาที่อาจจะเกิดขึ้น คุณควรจะบอกแพทย์หรือเภสัชกรของคุณว่า คุณกำลังใช้ยาอะไรอยู่บ้าง (ทั้งยาตามใบสั่งแพทย์ ยาที่ซื้อได้เอง และผลิตภัณฑ์สมุนไพรต่างๆ) เพื่อความปลอดภัย โปรดอย่าเริ่ม หยุด หรือเปลี่ยนยา โดยไม่ได้รับความเห็นชอบจากแพทย์

ปฏิกิริยากับอาหารหรือแอลกอฮอล์

บรินโซลาไมด์อาจทำปฎิกิริยากับอาหารและเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ โดยจะปรับเปลี่ยนประสิทธิภาพการทำงานของยา หรือเพิ่มความเสี่ยงของการเกิดผลข้างเคียงรุนแรงอื่นๆ โปรดปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกรก่อนเสมอ

ปฏิกิริยากับอาการโรคอื่น

บรินโซลาไมด์อาจส่งผลให้อาการโรคของคุณแย่ลง หรือส่งผลต่อการออกฤทธิ์ของยา โปรดแจ้งให้แพทย์หรือเภสัชกรทราบถึงสภาวะโรคของคุณก่อนใช้ยาเสมอ

ขนาดยา

ข้อมูลในที่นี้ไม่มีเจตนาให้ใช้ทดแทนคำแนะนำทางการแพทย์ ควรปรึกษากับแพทย์และเภสัชกรทุกครั้ง เพื่อรับทราบข้อมูลเพิ่มเติมก่อนใช้

ขนาดยา บรินโซลาไมด์ สำหรับผู้ใหญ่

ขนาดยาสำหรับผู้ใหญ่เพื่อรักษาภาวะความดันในตาสูง (Intraocular Hypertension)

หยอดยา 1 หยดลงในดวงตาข้างที่มีอาการวันละ 3 ครั้ง

คำแนะนำ

หากใช้ยาเฉพาะที่สำหรับดวงตามากกว่า 1 ชนิด ควรเว้นระยะเวลาห่างระหว่างการใช้ยาแต่ละชนิดนานอย่างน้อย 10 นาที

การใช้งาน

เพื่อการรักษาอาการความดันภายในดวงตาที่เพิ่มสูงสำหรับผู้ป่วยที่มีภาวะความดันตาสูงหรือเป็นโรคต้อหินมุมเปิด

ขนาดยาสำหรับผู้ใหญ่เพื่อรักษาโรคต้อหินมุมเปิด

หยอดยา 1 หยดลงในดวงตาข้างที่มีอาการวันละ 3 ครั้ง

คำแนะนำ

หากใช้ยาเฉพาะที่สำหรับดวงตามากกว่า 1 ชนิด ควรเว้นระยะเวลาห่างระหว่างการใช้ยาแต่ละชนิดนานอย่างน้อย 10 นาที

การใช้งาน

เพื่อการรักษาอาการความดันภายในดวงตาที่เพิ่มสูงสำหรับผู้ป่วยที่มีภาวะความดันตาสูงหรือเป็นโรคต้อหินมุมเปิด

การปรับขนาดยาสำหรับผู้ป่วยโรคไต

หากผู้ป่วยมีภาวะไตบกพร่องระดับรุนแรง (ค่าค่าครีอะตินีนเคลียรานซ์ [CrCl] น้อยกว่า 30 มล./นาที) ไม่แนะนำให้ใช้ยานี้

การปรับขนาดยาสำหรับผู้ป่วยโรคตับ

มีข้อมูลไม่เพียงพอต่อผู้ป่วยที่มีภาวะตับบกพร่อง

ขนาดยา บรินโซลาไมด์ สำหรับเด็ก

ยังไม่พบข้อพิสูจน์ถึงความความปลอดภัย และประสิทธิภาพของขนาดยาบรินโซลาไมด์สำหรับผู้ป่วยเด็ก ยานี้อาจส่งผลอันตรายต่อเด็กได้ ดังนั้น จึงควรทำความเข้าใจกับความปลอดภัยของยาก่อนการใช้ โปรดปรึกษาขอคำแนะนำจากแพทย์หรือเภสัชกร

รูปแบบของยา

รูปแบบของยามีดังนี้

  • ยาหยอดตา

กรณีฉุกเฉินหรือใช้ยาเกินขนาด

หากเกิดเหตุฉุกเฉินหรือใช้ยาเกินขนาด ควรแจ้งเหตุฉุกเฉินหรือนำส่งโรงพยาบาลใกล้บ้านโดยทันที

กรณีลืมใช้ยา

หากคุณลืมรับประทานบรินโซลาไมด์อาจควรรีบใช้ในทันทีที่นึกได้ หรือถ้าหากใกล้ถึงเวลาใช้ยาครั้งต่อไป ให้ข้ามรอบไปใช้ยาตามตารางปกติได้เลย ไม่ควรเพิ่มปริมาณยาก่อนได้รับอนุญาตจากแพทย์

Hello Health Group ไม่ได้ให้คำแนะนำทางการแพทย์ การวินิจฉัยโรคหรือการรักษาโรคแต่อย่างใด

อ่านเพิ่มเติม:

บทความนี้มีประโยชน์ต่อคุณหรือไม่
happy unhappy"
แหล่งที่มา

บทความนี้ก็น่าสนใจเหมือนกัน

ลาแทโนพรอสต์ (Latanoprost)

ลาแทโนพรอสต์ (Latanoprost) ใช้รักษาความดันสูงภายในดวงตาเนื่องจากโรคต้อหิน (มุมเปิด) หรือโรคตาอื่นๆ เช่น โรคความดันตาสูง จะช่วยป้องกันการตาบอดได้

ทบทวนบทความโดย เภสัชกรวิสสุตา ชั้นประเสริฐ
Written by พลอย วงษ์วิไล

คาร์ทีโอลอล (Carteolol)

คาร์ทีโอลอล (Carteolol) มักใช้เป็นยาชนิดเดียวหรือใช้ร่วมกับยาอื่นเพื่อรักษาอาการความดันโลหิตสูงภายในดวงตา เนื่องจากโรคต้อกระจกแบบมุมเปิด

ทบทวนบทความโดย เภสัชกรอาชานนท์ สมศักดิ์
Written by พลอย วงษ์วิไล

เยื่อบุตาอักเสบเฉียบพลัน (Acute Conjunctivitis)

เยื่อบุตาอักเสบเฉียบพลัน หรือ “ตาแดง” เกิดขึ้นจากการติดเชื้อไวรัสหรือแบคทีเรีย อาจมาจากภูมิแพ้ บาดเจ็บตา หรือปฏิกิริยากับยา และเป็นโรคที่ติดต่อถึงกันได้

ทบทวนบทความโดย ทีม Hello คุณหมอ
Written by ปราโมทย์ วงศ์คำ
ผู้ช่วยศาสตราจารย์แพทย์หญิงฉันทกา สุปิยพันธุ์
โรค ก-ฮ, สุขภาพ ก-ฮ มิถุนายน 27, 2018

ตรวจดวงตา บอกให้รู้ถึงระดับคอเลสเตอรอลของคุณได้นะ

ระดับคอลเสลสเตอรอลอาจตรวจจับได้จากการตรวจเลือด อย่างไรก็ตามการ ตรวจดวงตา ของเราก็สามารถบ่งชี้ถึงปัญหาคอเลสเตอรอลสูงได้เช่นกัน

Written by ปราโมทย์ วงศ์คำ