บริโมนิดีน (Brimonidine)

ทบทวนบทความโดย | โดย

Update Date 11/05/2020 . 6 mins read
Share now

ข้อบ่งใช้ บริโมนิดีน

บริโมนิดีน ใช้สำหรับ

บริโมนิดีน (Brimonidine) ยานี้เป็นยาในกลุ่มอัลฟ่าอะโกนิสต์ (alpha agonist) ใช้เพื่อรักษาโรคต้อกระจกมุมเปิด (open-angle glaucoma) หรือมีความดันภายในดวงตาสูง ลดความดันภายในดวงตาที่สูงนั้น จะช่วยลดความเสี่ยงในการสูญเสียการมองเห็น ความเสียหายต่อระบบประสาท หรือตาบอด ยานี้จะลดระดับของความดันโลหิตโดยการทำให้น้ำระบายออกจากภายในดวงตาได้ดีขึ้น

ไม่แนะนำให้ใช้ยานี้ในเด็กที่อายุต่ำกว่า 2 ปี เนื่องจากอาจเพิ่มความเสี่ยงในการเกิดผลข้างเคียงที่รุนแรง เช่น หายใจขัดข้อง โปรดสอบถามแพทย์หรือเภสัชกรสำหรับข้อมูลเพิ่มเติม

วิธีการใช้ บริโมนิดีน

  • ควรล้างมือก่อนจะใช้ยาหยอดตา เพื่อหลีกเลี่ยงการปนเปื้อน อย่าให้สัมผัสกับปลายขวดหรือให้ปลายขวดสัมผัสกับดวงตา
  • หากคุณสวมคอนแทคเลนส์ ควรถอดออกก่อนใช้ยา และควรรออย่างน้อย 15 นาทีก่อน แล้วจึงค่อยสวมคอนแทคเลนส์กลับคืน
  • เงยหน้าขึ้นมองขึ้นไปด้านบน แล้วดึงเปลือกตาล่างลงมาให้เป็นกระพุ้ง ถือขวดยาหยอดตาไว้เหนือดวงตา แล้วหยอดยาหนึ่งหยดลงไป โดยปกติคือวันละ 3 ครั้ง หรือตามที่แพทย์กำหนด มองลงมาแล้วค่อยๆ หลับตานาน 1-2 นาที ใช้นิ้วกดลงไปเบาๆ บริเวณหัวตา (ใกล้กับจมูก) พยายามอย่ากระพริบตาหรือขยี้ตา การทำแบบนี้จะช่วยป้องกันไม่ยาไหลออกจากดวงตา ทำตามขั้นตอนนี้ซ้ำที่ดวงตาอีกข้างหนึ่ง
  • อย่าล้างขวดยาหยอดตาและปิดฝาหลังจากใช้งาน

หากคุณกำลังใช้ยาอื่นสำหรับดวงตา เช่น ยาหยอดตาหรือขี้ผึ้งทาตา ควรรออย่างน้อย 5-10 นาที

ควรใช้ยาอย่างต่อเนื่อง แม้ว่าคุณจะไม่มีอาการใดๆ ใช้ยานี้เป็นประจำเพื่อให้ได้ประโยชน์จากยาสูงสุด และง่ายต่อการจำควรใช้ยาในเวลาเดียวกันทุกวัน อย่าหยุดใช้ยานี้โดยไม่ได้รับการอนุญาตจากแพทย์

โปรดแจ้งให้แพทย์ทราบ หากมีอาการที่รุนแรงขึ้น

การเก็บรักษา บริโมนิดีน

  • ควรเก็บในอุณหภูมิห้อง หลีกเลี่ยงแสงหรือความชื้น เพื่อป้องกันไม่ให้ตัวยาเกิดความเสียหาย
  • เก็บยาให้ห่างจากมือเด็กและสัตว์เลี้ยง
  • ไม่ควรทิ้งบริโมนิดีนลงในชักโครก หรือเทยาลงในท่อระบายน้ำ ควรกำจัดยาด้วยวิธีที่ถูกต้องเมื่อยาหมดอายุ หรือไม่มีความจำเป็นต้องใช้งาน

บริโมนิดีนบางยี่ห้ออาจจะต้องเก็บรักษาแตกต่างกัน ตรวจสอบฉลากข้างบรรจุภัณฑ์หรือสอบถามแพทย์และเภสัชกรเพิ่มเติมเพื่อความปลอดภัย

ข้อควรระวังและคำเตือน

ข้อควรรู้ก่อนใช้ บริโมนิดีน

  • ก่อนใช้บริโมนิดีน แจ้งให้แพทย์หรือเภสัชกรทราบหากคุณมีอาการแพ้ยาชนิดนี้ หรือหากคุณมีอาการแพ้ยาอื่นๆ เนื่องจากมีส่วนประกอบของบริโมนิดีน ควรปรึกษาแพทย์สำหรับข้อมูลเพิ่มเติม
  • แจ้งให้แพทย์หรือเภสัชกรทราบเกี่ยวกับประวัติโรคประจำตัวทางการแพทย์ของคุณ โดยเฉพาะผู้ป่วยที่เป็นโรคหลอดเลือด ความผิดปกติของระบบไหลเวียนโลหิต อย่างภาวะสมองขาดเลือด โรคซึมเศร้า โรคหัวใจระดับรุนแรง โรคไต โรคตับ โรคเรเนาด์ (Raynaud’s disease) ภาวะความดันโลหิตต่ำขณะยืน (orthostatic hypotension)

ยานี้อาจทำให้เกิดอาการวิงเวียน ง่วงซึม หรือมองเห็นไม่ชัดในขณะใช้ยานพาหนะหรือเครื่องจักร รวมถึงการทำกิจกรรมที่มีความตื่นตัวสูง จนกว่าอาการของคุณจะดีขึ้น

ควรระมัดระวังการใช้ยานี้กับเด็ก เนื่องจากเด็กอาจจะมีปฏิกิริยาไวต่อผลข้างเคียงที่เกิดขึ้นจากยานี้ได้

ในช่วงขณะการตั้งครรภ์หรือระหว่างการให้นมบุตรควรใช้บริโมนิดีนเมื่อจำเป็นเท่านั้น โปรดปรึกษาแพทย์ก่อนการใช้เสมอ

ความปลอดภัยต่อการตั้งครรภ์หรือให้นมบุตร

ยังไม่มีงานวิจัยที่น่าเชื่อถือเกี่ยวกับความเสี่ยงในสตรีที่ใช้ยานี้ในช่วงการตั้งครรภ์หรือให้นมบุตร โปรดปรึกษาแพทย์เพื่อหาประโยชน์และความเสี่ยงก่อนการใช้ยานี้

บริโมนิดีนจัดอยู่ในประเภทของยาที่มีความเสี่ยงต่อสตรีมีครรภ์ หมวด B โดยองค์การอาหารและยาแห่งสหรัฐอเมริกา (FDA)

การจัดประเภทของยาที่มีความเสี่ยงต่อสตรีมีครรภ์โดยองค์การอาหารและยาแห่งสหรัฐอเมริกามีดังนี้

  • A= ไม่มีความเสี่ยง
  • B= ไม่พบความเสี่ยงในการวิจัยบางชิ้น
  • C= อาจจะมีความเสี่ยง
  • D= มีหลักฐานแสดงถึงความเสี่ยง
  • X= ห้ามใช้
  • N= ไม่ทราบแน่ชัด

ผลข้างเคียง

ผลข้างเคียงของการใช้ บริโมนิดีน

อาการที่สามารถพบได้ทั่วไปมื่อใช้ยานี้

หากคุณเริ่มมีอาการรุนแรงเหล่านี้ ควรหยุดการใช้ยานี้และเข้ารับการรักษาโดยแพทย์

  • อัตราหัวใจเต้นเร็วผิดปกติ
  • ปวดหัวบ่อยครั้ง
  • แสบร้อน หรือบวมบริเวณดวงตา
  • การมองเห็นเปลี่ยนแปลง
  • ผดผื่น คันหรือบวม (โดยเฉพาะบริเวณใบหน้า ลิ้น และลำคอ)
  • วิงเวียนขั้นรุนแรง

หากอาการเหล่านี้ไม่หายไปหรือรุนแรงขึ้นโปรดแจ้งให้แพทย์หรือเภสัชกรทราบในทันที

โปรดจำไว้ว่าการที่แพทย์ให้คุณใช้ยาตัวนี้เนื่องจากคำนวณแล้วว่ายามีประโยชน์มากกว่าเป็นโทษ และผู้ที่ใช้ยานี้ส่วนใหญ่มักไม่พบผลข้างเคียงที่ร้ายแรงใดๆ

ไม่ใช่ทุกคนจะเจอกับผลข้างเคียงเหล่านี้อาจจะมีอาการอย่างอื่นนอกเหนือจากที่กล่าวมาข้างต้น ถ้าคุณมีข้อสงสัยใดๆ โปรดปรึกษาแพทย์ของคุณ

ปฏิกิริยาของยา

ปฏิกิริยากับยาอื่น

ยาที่อาจมีปฏิกิริยากับยานี้ ได้แก่

  • ยาในกลุ่มเบต้าบล็อกเกอร์ (beta-blockers) เช่น เอเทโนลอล (atenolol) เมโทโพรลอล (metoprolol) หรือยาหยอดตาทิโมลอล (timolol eye drops) ยาไดจอกซิน (digoxin)
  • ยารักษาภาวะความดันโลหิตสูง เช่น โคลนิดีน (clonidine) หรือเทราโซซิน (terazosin)
  • ยาต้านซึมเศร้ากลุ่มไตรไซคลิก (tricyclic antidepressants) เช่น อะมิทริปไทลีน (amitriptyline)

โปรดแจ้งให้แพทย์ทราบ หากคุณกำลังใช้ยาที่ทำให้เกิดอาการง่วงซึม เช่น

  • ยาต้านฮีสตามีน (antihistamines)
  • ยาต้านวิตกกังวล เช่น ไดอาเซแพม (diazepam) ยาบาร์บิทูเรต (barbiturates) อย่างฟีโนบาร์บิทอล (phenobarbital)
  • ยานอนหลับ เช่น ซอลพิเดม (zolpidem) และยาชนิดอื่นๆ
  • ยาคลายกล้ามเนื้อ เช่นไซโคลเบนซาปีน (cyclobenzaprine) และยาชนิดอื่นๆ
  • ยาแก้ปวดแบบเสพติด (narcotic pain relievers) เช่น โคเดอีน (codeine)
  • ยารักษาทางจิตเวช เช่น คลอร์โปรมาซีน (chlorpromazine)
  • ยาคลายเครียด (tranquilizers)

โปรดตรวจสอบฉลากยาทั้งหมดของคุณอย่างละเอียด เนื่องจากยาเหล่านี้อาจจะมีส่วนผสมที่ทำให้เกิดอาการง่วงซึม โปรดสอบถามเภสัชกรถึงวิธีการใช้อย่างปลอดภัย

บริโมนิดีนอาจเกิดปฏิกิริยากับยาอื่นที่คุณกำลังใช้อยู่ ซึ่งอาจส่งผลต่อการออกฤทธิ์ของยา หรือเพิ่มความเสี่ยงที่จะเกิดผลข้างเคียง เพื่อป้องกันปัญหาที่อาจจะเกิดขึ้น คุณควรจะบอกแพทย์หรือเภสัชกรของคุณว่า คุณกำลังใช้ยาอะไรอยู่บ้าง (ทั้งยาตามใบสั่งแพทย์ ยาที่ซื้อได้เอง และผลิตภัณฑ์สมุนไพรต่างๆ) เพื่อความปลอดภัย โปรดอย่าเริ่ม หยุด หรือเปลี่ยนยา โดยไม่ได้รับความเห็นชอบจากแพทย์

ปฏิกิริยากับอาหารหรือแอลกอฮอล์

บริโมนิดีนอาจทำปฎิกิริยากับอาหารและเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ โดยจะปรับเปลี่ยนประสิทธิภาพการทำงานของยา หรือเพิ่มความเสี่ยงของการเกิดผลข้างเคียงรุนแรงอื่นๆ โปรดปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกรก่อนเสมอ

ปฏิกิริยากับอาการโรคอื่น

บริโมนิดีนอาจส่งผลให้อาการโรคของคุณแย่ลง หรือส่งผลต่อการออกฤทธิ์ของยา โปรดแจ้งให้แพทย์หรือเภสัชกรทราบถึงสภาวะโรคของคุณก่อนใช้ยาเสมอ

ขนาดยา

ข้อมูลในที่นี้ไม่มีเจตนาให้ใช้ทดแทนคำแนะนำทางการแพทย์ ควรปรึกษากับแพทย์และเภสัชกรทุกครั้ง เพื่อรับทราบข้อมูลเพิ่มเติมก่อนใช้

ขนาดยา บริโมนิดีน สำหรับผู้ใหญ่

ขนาดยาสำหรับผู้ใหญ่เพื่อรักษาภาวะความดันตาสูง (Intraocular Hypertension)

หยอดยา 1 หยดลงในดวงตาข้างที่มีอาการวันละ 3 ครั้ง เว้นระยะเวลาประมาณ 8 ชั่วโมง

คำแนะนำ

  • สามารถยานี้ร่วมกับยาเฉพาะที่สำหรับดวงตาอื่นๆ ได้
  • หากใช้ยาเฉพาะที่สำหรับดวงตามากกว่า 1 ชนิด ควรเว้นระยะเวลาห่างระหว่างการใช้ยาแต่ละชนิด อย่างน้อย 5 นาที

การใช้งาน 

เพื่อลดความดันภายในดวงตาสำหรับผู้ป่วยที่เป็นโรคต้อหินมุมเปิดหรือภาวะความดันตาสูง

ขนาดยาสำหรับผู้ใหญ่เพื่อรักษาโรคต้อหินมุมเปิด

หยอดยา 1 หยดลงในดวงตาข้างที่มีอาการวันละ 3 ครั้ง เว้นระยะเวลาประมาณ 8 ชั่วโมง

คำแนะนำ

  • สามารถยานี้ร่วมกับยาเฉพาะที่สำหรับดวงตาอื่นๆ ได้
  • หากใช้ยาเฉพาะที่สำหรับดวงตามากกว่า 1 ชนิด ควรเว้นระยะเวลาห่างระหว่างการใช้ยาแต่ละชนิด อย่างน้อย 5 นาที

การใช้งาน 

เพื่อลดความดันภายในดวงตาสำหรับผู้ป่วยที่เป็นโรคต้อหินมุมเปิดหรือภาวะความดันตาสูง

ขนาดยา บริโมนิดีน สำหรับเด็ก

ขนาดยาสำหรับเด็กเพื่อรักษาภาวะความดันตาสูง

อายุ 2 ปีขึ้นไป

หยอดยา 1 หยดลงในดวงตาข้างที่มีอาการวันละ 3 ครั้ง เว้นระยะเวลาประมาณ 8 ชั่วโมง

คำแนะนำ

  • สามารถยานี้ร่วมกับยาเฉพาะที่สำหรับดวงตาอื่นๆ ได้
  • หากใช้ยาเฉพาะที่สำหรับดวงตามากกว่า 1 ชนิด ควรเว้นระยะเวลาห่างระหว่างการใช้ยาแต่ละชนิด อย่างน้อย 5 นาที

การใช้งาน

เพื่อลดความดันภายในดวงตาสำหรับผู้ป่วยที่เป็นโรคต้อหินมุมเปิดหรือภาวะความดันตาสูง

ขนาดยาสำหรับเด็กเพื่อรักษาโรคต้อหินมุมเปิด

อายุ 2 ปีขึ้นไป

หยอดยา 1 หยดลงในดวงตาข้างที่มีอาการวันละ 3 ครั้ง เว้นระยะเวลาประมาณ 8 ชั่วโมง

คำแนะนำ

  • สามารถยานี้ร่วมกับยาเฉพาะที่สำหรับดวงตาอื่นๆ ได้
  • หากใช้ยาเฉพาะที่สำหรับดวงตามากกว่า 1 ชนิด ควรเว้นระยะเวลาห่างระหว่างการใช้ยาแต่ละชนิดนานอย่างน้อย 5 นาที

การใช้งาน

เพื่อลดความดันภายในดวงตาสำหรับผู้ป่วยที่เป็นโรคต้อหินมุมเปิดหรือภาวะความดันตาสูง

การปรับขนาดยาสำหรับผู้ป่วยโรคไต

ไตบกพร่อง ควรใช้ด้วยความระมัดระวังและได้รับคำแนะนำจากแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ

การปรับขนาดยาสำหรับผู้ป่วยโรคตับ

ตับบกพร่อง ควรใช้ด้วยความระมัดระวังและได้รับคำแนะนำจากแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ

รูปแบบของยา

รูปแบบของยามี ดังนี้

  • ยาหยอดตา

กรณีฉุกเฉินหรือใช้ยาเกินขนาด

หากเกิดเหตุฉุกเฉินหรือใช้ยาเกินขนาด ควรแจ้งเหตุฉุกเฉินหรือนำส่งโรงพยาบาลใกล้บ้านโดยทันที

กรณีลืมใช้ยา

หากคุณลืมรับประทานบริโมนิดีนอาจควรรีบใช้ในทันทีที่นึกได้ หรือถ้าหากใกล้ถึงเวลาใช้ยาครั้งต่อไป ให้ข้ามรอบไปใช้ยาตามตารางปกติได้เลย ไม่ควรเพิ่มปริมาณยาก่อนได้รับอนุญาตจากแพทย์

Hello Health Group ไม่ได้ให้คำแนะนำทางการแพทย์ การวินิจฉัยโรคหรือการรักษาโรคแต่อย่างใด

Hello Health Group ไม่ได้ให้คำแนะนำด้านการแพทย์ การวินิจฉัยโรค หรือการรักษาโรคแต่อย่างใด

อัปเดตข่าวสารสุขภาพติดตามไลน์ Hello คุณหมอ
บทความนี้มีประโยชน์ต่อคุณหรือไม่
happy unhappy
แหล่งที่มา

บทความนี้ก็น่าสนใจเหมือนกัน

ดีกัวดิน® (Dequadin®)

ยา ดีกัวดิน® เป็นยาที่ช่วยบรรเทาอาการเจ็บคอ และการติดเชื้อได้ทันที ซึ่งมีประสิทธิภาพสูงในการลดการติดเชื้อที่ช่องปากและลำคอ เช่น เชื้อราในช่องปาก ลิ้นอักเสบ

ทบทวนบทความโดย ทีม Hello คุณหมอ
Written by วรภพ ไกยเดช

อัลปราโซแลม (Alprazolam)

อัลปราโซแลม (Alprazolam) ใช้เพื่อรักษาโรควิตกกังวล และแพนิค เป็นยาซึ่งส่งผลต่อสมองและประสาท ทำงานโดยกระตุ้นสารสื่อประสาท

ทบทวนบทความโดย เภสัชกรอาชานนท์ สมศักดิ์
Written by พลอย วงษ์วิไล

อัลเบนดาโซล (Albendazole)

อัลเบนดาโซล (Albendazole) ใช้เพื่อรักษาพยาธิบางชนิด เช่น ตัวอ่อนพยาธิที่พบในสมองและไขสันหลัง ยาอัลเบนดาโซลอยู่ในกลุ่มของยาถ่ายพยาธิ (anthelmintic) 

ทบทวนบทความโดย เภสัชกรอาชานนท์ สมศักดิ์
Written by พลอย วงษ์วิไล

ไดอะเซอรีน (Diacerein)

ไดอะเซอรีน (Diacerein) เป็นยาในกลุ่มแอนทราควิโนน (anthraquinone) และใช้เพื่อรักษาอาการที่เกี่ยวข้องกับโรคเสื่อมสภาพที่กระดูกและข้อต่อ

ทบทวนบทความโดย เภสัชกรอาชานนท์ สมศักดิ์
Written by พลอย วงษ์วิไล