บาโคลเฟน (Baclofen)

โดย

Update Date พฤษภาคม 11, 2020 . 1 min read
Share now

ข้อบ่งใช้ บาโคลเฟน

บาโคลเฟน ใช้สำหรับ

บาโคลเฟน (Baclofen) ใช้เพื่อรักษาอาการกล้ามเนื้อกระตุกที่เกิดจากโรคบางอย่าง เช่น โรคปลอกประสาทเสื่อมแข็งหรือโรคเอ็มเอส (Multiple Sclerosis) และอาการบาดเจ็บที่ไขสันหลัง ยานี้ออกฤทธิ์คล้ายยาคลายกล้ามเนื้อ

วิธีการใช้ บาโคลเฟน

  • รับประทานยาพร้อมกับอาหารหรือแยกต่างหาก ตามคำแนะนำของแพทย์ โดยปกติจะทาน 3 ครั้งต่อวัน เพื่อลดความเสี่ยงต่อผลข้างเคียง แพทย์อาจให้คุณเริ่มใช้ยานี้ในปริมาณต่ำ และค่อยๆ เพิ่มปริมาณยาขึ้น ปฏิบัติตามคำแนะนำของแพทย์ด้วยความระมัดระวัง
  • ขนาดยาขึ้นอยู่กับโรคประจำตัว และการตอบสนองต่อการรักษาตามแต่ละบุคคล

ควรใช้ยาอย่างต่อเนื่อง แม้ว่าคุณจะไม่มีอาการใดๆ ใช้ยานี้เป็นประจำเพื่อให้ได้ประโยชน์จากยาสูงสุด และง่ายต่อการจำควรใช้ยาในเวลาเดียวกันทุกวัน อย่าหยุดใช้ยานี้โดยไม่ได้รับการอนุญาตจากแพทย์

การเก็บรักษา บาโคลเฟน

  • ควรเก็บในอุณหภูมิห้อง หลีกเลี่ยงแสงหรือความชื้น เพื่อป้องกันไม่ให้ตัวยาเกิดความเสียหาย
  • เก็บยาให้ห่างจากมือเด็กและสัตว์เลี้ยง
  • ไม่ควรทิ้งบาโคลเฟนลงในชักโครก หรือเทยาลงในท่อระบายน้ำ ควรกำจัดยาด้วยวิธีที่ถูกต้องเมื่อยาหมดอายุ หรือไม่มีความจำเป็นต้องใช้งาน

บาโคลเฟนบางยี่ห้ออาจจะต้องเก็บรักษาแตกต่างกัน ตรวจสอบฉลากข้างบรรจุภัณฑ์หรือสอบถามแพทย์และเภสัชกรเพิ่มเติมเพื่อความปลอดภัย

ข้อควรระวังและคำเตือน

ข้อควรรู้ก่อนใช้บาโคลเฟน

  • ก่อนที่ใช้ยาบาโคลเฟน แจ้งให้แพทย์หรือเภสัชกรทราบหากคุณมีอาการแพ้ยาชนิดนี้ หรือหากคุณมีอาการแพ้ยาอื่นๆ เนื่องจากมีส่วนประกอบของบาโคลเฟนควรปรึกษาแพทย์สำหรับข้อมูลเพิ่มเติม
  • แจ้งให้แพทย์หรือเภสัชกรทราบเกี่ยวกับประวัติโรคประจำตัวทางการแพทย์ของคุณ โดยเฉพาะผู้ป่วยที่เป็นโรคไต โรคทางจิต ภาวะอารมณ์ไม่คงที่ ความผิดปกติของสมอง เช่น อาการชัก

ยานี้อาจทำให้เกิดอาการวิงเวียน ง่วงซึม หรือมองเห็นไม่ชัดในขณะใช้ยานพาหนะหรือเครื่องจักร รวมถึงการทำกิจกรรมที่มีความตื่นตัวสูง จนกว่าอาการของคุณจะดีขึ้น

ผู้สูงอายุอาจตอบสนองไวต่อผลข้างเคียงของยานี้ โดยเฉพาะอาการง่วงซึม และการเปลี่ยนแปลงทางอารมณ์จิตใจ

ในช่วงขณะการตั้งครรภ์หรือระหว่างการให้นมบุตรควรใช้บาโคลเฟนเมื่อจำเป็นเท่านั้น โปรดปรึกษาแพทย์ก่อนการใช้เสมอ

ยานี้อาจซึมผ่านสู่น้ำนมของแม่ไปยังบุตรได้ ปรึกษาแพทย์ก่อนให้นมบุตร

ความปลอดภัยต่อการตั้งครรภ์หรือให้นมบุตร

ยังไม่มีงานวิจัยที่น่าเชื่อถือเกี่ยวกับความเสี่ยงในสตรีที่ใช้ยานี้ในช่วงการตั้งครรภ์หรือให้นมบุตร โปรดปรึกษาแพทย์เพื่อหาประโยชน์และความเสี่ยงก่อนการใช้ยานี้

บาโคลเฟนจัดอยู่ในประเภทของยาที่มีความเสี่ยงต่อสตรีมีครรภ์ หมวด N โดยองค์การอาหารและยาแห่งสหรัฐอเมริกา (FDA)

การจัดประเภทของยาที่มีความเสี่ยงต่อสตรีมีครรภ์โดยองค์การอาหารและยาแห่งสหรัฐอเมริกามีดังนี้

  • A= ไม่มีความเสี่ยง
  • B= ไม่พบความเสี่ยงในการวิจัยบางชิ้น
  • C= อาจจะมีความเสี่ยง
  • D= มีหลักฐานแสดงถึงความเสี่ยง
  • X= ห้ามใช้
  • N= ไม่ทราบแน่ชัด

ผลข้างเคียง

ผลข้างเคียงจากการใช้ บาโคลเฟน

อาการที่สามารถพบได้ทั่วไปมื่อใช้ยานี้

หากคุณเริ่มมีอาการรุนแรงเหล่านี้ ควรหยุดการใช้ยานี้และเข้ารับการรักษาโดยแพทย์

  • การเปลี่ยนแปลงทางอารมณ์และจิตใจ
  • เห็นภาพหลอน
  • มีอาการซึมเศร้า สับสน

หากอาการเหล่านี้ไม่หายไปหรือรุนแรงขึ้นโปรดแจ้งให้แพทย์หรือเภสัชกรทราบในทันที

โปรดจำไว้ว่าการที่แพทย์ให้คุณใช้ยาตัวนี้เนื่องจากคำนวณแล้วว่ายามีประโยชน์มากกว่าเป็นโทษ และผู้ที่ใช้ยานี้ส่วนใหญ่มักไม่พบผลข้างเคียงที่ร้ายแรงใดๆ

ไม่ใช่ทุกคนจะเจอกับผลข้างเคียงเหล่านี้อาจจะมีอาการอย่างอื่นนอกเหนือจากที่กล่าวมาข้างต้น ถ้าคุณมีข้อสงสัยใดๆ โปรดปรึกษาแพทย์ของคุณ

ปฏิกิริยาของยา

ปฏิกิริยากับยาอื่น

ยาที่อาจมีปฏิกิริยากับยานี้ ได้แก่

  • ยาแก้ปวดโอปิออยด์ (Opioid)
  • ยาบรรเทาอาการไอ เช่น โคเดดีน (codeine) หรือไฮโดรโคโดน (hydrocodone)
  • ยานอนหลับ หรือยาแก้เครียด เช่น ยาอัลปราโซแลม (alprazolam) ยาลอราซีแพม (lorazepam) ยาโซลพิเดม (zolpidem)
  • ยาต้านฮิสตามีน (anyihistamines) เช่น ยาเซริทิซีน (cetirizine) หรือยาไดเฟนไฮดรามีน (diphenhydramine)

โปรดตรวจสอบฉลากยาทั้งหมดของคุณอย่างละเอียด เนื่องจากยาเหล่านี้อาจจะมีส่วนผสมที่ทำให้เกิดอาการง่วงซึม โปรดสอบถามเภสัชกรถึงวิธีการใช้อย่างปลอดภัย

บาโคลเฟนอาจเกิดปฏิกิริยากับยาอื่นที่คุณกำลังใช้อยู่ ซึ่งอาจส่งผลต่อการออกฤทธิ์ของยา หรือเพิ่มความเสี่ยงที่จะเกิดผลข้างเคียง เพื่อป้องกันปัญหาที่อาจจะเกิดขึ้น คุณควรจะบอกแพทย์หรือเภสัชกรของคุณว่า คุณกำลังใช้ยาอะไรอยู่บ้าง (ทั้งยาตามใบสั่งแพทย์ ยาที่ซื้อได้เอง และผลิตภัณฑ์สมุนไพรต่างๆ) เพื่อความปลอดภัย โปรดอย่าเริ่ม หยุด หรือเปลี่ยนยา โดยไม่ได้รับความเห็นชอบจากแพทย์

ปฏิกิริยากับอาหารหรือแอลกอฮอล์

บาโคลเฟนอาจทำปฎิกิริยากับอาหารและเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ โดยจะปรับเปลี่ยนประสิทธิภาพการทำงานของยา หรือเพิ่มความเสี่ยงของการเกิดผลข้างเคียงรุนแรงอื่นๆ โปรดปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกรก่อนเสมอ

ปฏิกิริยากับอาการโรคอื่น

บาโคลเฟนอาจส่งผลให้อาการโรคของคุณแย่ลง หรือส่งผลต่อการออกฤทธิ์ของยา โปรดแจ้งให้แพทย์หรือเภสัชกรทราบถึงสภาวะโรคของคุณก่อนใช้ยาเสมอ

ขนาดยา

-ข้อมูลในที่นี้ไม่มีเจตนาให้ใช้ทดแทนคำแนะนำทางการแพทย์ ควรปรึกษากับแพทย์และเภสัชกรทุกครั้ง เพื่อรับทราบข้อมูลเพิ่มเติมก่อนใช้

ขนาดยา บาโคลเฟน สำหรับผู้ใหญ่

ขนาดยาสำหรับรักษาอาการหดเกร็ง

สำหรับรับประทาน

แนะนำให้ค่อยๆ เพิ่มปริมาณยา ตามความเหมาะสมของผู้ป่วยแต่ละราย : 5 มิลลิกรัม รับประทานวันละ 3 ครั้ง เป็นเวลา 3 วันจากนั้น เพิ่มปริมาณเป็น 10 มิลลิกรัม 3 ครั้งต่อวัน เป็นเวลา 3 วัน เช่นกัน จนถึง 20 มิลลิกรัม

ขนาดยาที่มีผลกับการรักษา : ขึ้นอยู่กับผู้ป่วยแต่ละราย

ขนาดยาสูงสุด : 80 มิลลิกรัมต่อวัน (รับประทาน 20 มิลลิกรัมวันละ 4 ครั้ง)

คำแนะนำ

  • แนะนำให้ใช้ยาในขนาดที่ต่ำที่สุดเพื่อให้ผู้ป่วยมีการตอบสนองที่ดี
  • ค่อย ๆ ลดขนาดยาหากอาการไม่ดีขึ้นหลังใช้ยามาระยะหนึ่ง

การใช้

  • ใช้สำหรับการบรรเทาอาการชักของกล้ามเนื้อกระตุก และอาการปวดที่มีอาการกระตุกร่วม รวมถึงกล้ามเนื้อหดเกร็ง ควรมีการบำบัดร่วมด้วยเพราะจะช่วยในการฟื้นฟูการทำงานของกล้ามเนื้อ
  • เพื่อรักษาอาการบาดเจ็บชนิดไขสันหลังอักเสบ และโรคไขสันหลังอักเสบอื่นๆ

ขนาดยาสำหรับรักษา

  • การตรวจคัดกรองครั้งแรก : 50 ไมโครกรัม (ในปริมาตร 1 มิลลิลิตร) ฉีดเข้าช่องเยื่อหุ้มไขสันหลัง อย่างน้อย 1 นาที สังเกตอาการผู้ป่วยเป็นเวลา 4-8 ชั่วโมง
  • ขนาดยาการตรวจคัดกรองครั้งที่สอง : (ถ้าไม่มีการตอบสนองเชิงบวก ต่อการตรวจคัดกรองครั้งแรก) : 75 ไมโครกรัม (ในปริมาตร 1.5 มิลลิลิตร) ภายใน 24 ชั่วโมงหลังกาตรวจคัดกรองครั้งแรก สังเกตผู้ป่วยเป็นเวลา 4-8 ชั่วโมง
  • ขนาดยาการตรวจคัดกรองครั้งที่สาม : (หากไม่มีการตอบสนองในทางบวก ต่อยาที่ได้รับการตรวจคัดกรองครั้งที่สอง) : 100 ไมโครกรัม (ในปริมาตร 2 มิลลิลิตร) ภายใน 24 ชั่วโมงหลังจากได้รับการตรวจครั้งที่สอง สังเกตผู้ป่วยเป็นเวลา 4-8 ชั่วโมง

ถ้าไม่มีการตอบสนองในทางบวกต่อการตรวจคัดกรองครั้งที่สามผู้ป่วยไม่ควรใช้ยาฉีดเพื่อรักษาอาการปวดเรื้อรัง

การปรับขนาดยาสำหรับผู้ป่วยโรคไต

ใช้ด้วยความระมัดระวัง อาจจำเป็นต้องลดปริมาณของยาบาโคลเฟนลง

การปรับขนาดยาสำหรับผู้ป่วยการล้างไต

การฟอกไตอาจขับยานี้ออกจากร่างกาย ช่วยเรื่องผลข้างเคียงของการให้ยาเกินขนาด และทำให้ผู้ป่วยฟื้นตัวได้ไวขึ้น

ความแนะนำอื่นๆ

คำแนะนำในการใช้ยา

  • ควรรับประทานยาพร้อมอาหาร
  • ความเข้มข้นเฉพาะของยานี้ที่ควรใช้สำหรับการฉีดเข้าน้ำไขสันหลังขึ้นอยู่กับขนาดยารวมในแต่ละวันที่รวมถึงอัตราการทำงานของเครื่องปั๊ม
  • ผู้ป่วยที่ไม่ตอบสนอง เห็นถึงการลดลงของความตึงตัวของกล้ามเนื้อกล้ามเนื้อ หลังจากฉีดยาเข้าน้ำไขสันหลัง 100 ไมโครกรัม ไม่ควรให้ยาเพิ่มขึ้นอีก หรือได้รับการฉีดยาอย่างสม่ำเสมอ
  • ในระหว่างการรักษาด้วยการฉีดยาเข้าน้ำไขสันหลัง ผู้ป่วยจำนวนมากจำเป็นต้องค่อยๆเพิ่มขนาดยา เพื่อรักษาฤทธิ์ของยาที่ต้องการ

ทั่วไป

  • ยาเม็ดสำหรับรับประทาน และยาน้ำต่างมีประสิทธิภาพเท่ากัน
  • หากผู้ป่วยอาการไม่ดีขึ้นภายใน 6-8 สัปดาห์หลังจากรับประทานยาในปริมาณสูงสุดแล้ว ควรรับคำแนะนำจากแพทย์ว่าจะใช้ยานี้ต่อไปหรือไม่
  • ควรใช้ยาสูตรเฉพาะ สำหรับผู้ป่วยที่ไม่ตอบสนองต่อการรักษา 
  • ไม่ควรฝังเครื่องปั๊มจนกว่าผู้ป่วยจะได้รับการตอบสนองต่อการฉีดยาในปริมาณมาก หรือการวัดความเข้มข้นยาอย่างเพียงพอ และพบว่าปลอดภัยจากอันตรายที่อาจตามมาภายหลัง
  • อย่าใช้บาโคลเฟนสำหรับการฉีดเข้าไขสันหลังด้วยวิธีอื่น นอกเหนือไปจากวิธีที่กำหนด
  • สำหรับผู้ป่วยที่มีอาการหดเกร็ง เนื่องจากการบาดเจ็บที่ศีรษะ ควรรอกระทั่งอาการหดเกร็งดีขึ้น
  • ไม่มีคำแนะนำในการปรับขนาดยา สำหรับผู้ป่วยสูงอายุ

ขนาดยา บาโคลเฟน สำหรับเด็ก

ขนาดยาสำหรับรักษาอาการหดเกร็ง

อายุ 12 ปีขึ้นไป

สำหรับรับประทาน

  • ขนาดยาเริ่มต้น : แนะนำให้ค่อยๆ เพิ่มขนาดยาแต่ควรปรับให้เหมาะสมกับความต้องการของผู้ป่วยแต่ละราย: 5 มิลลิกรัม รับประทานวันละ 3 ครั้งเป็นเวลา 3 วัน จากนั้นรับประทาน 10 มิลลิกรัม 3 ครั้งต่อวันเป็นเวลา 3 วัน จนถึงปริมาณ 20 มิลลิกรัมหรือตามที่แพทยฝืกำหนด
  • ขนาดยาที่มีผลกับการรักษา : ขึ้นอยู่กับผู้ป่วยแต่ละราย
  • ขนาดยาสูงสุด : 80 มิลลิกรัมต่อวัน (รับประทาน 20 มิลลิกรัมวันละ 4 ครั้ง)

คำแนะนำ

  • แนะนำให้ใช้ยาในขนาดที่ต่ำที่สุดที่ตอบสนองดีที่สุด
  • ค่อยๆ เลิกใช้ยาหากอาการไม่ดีขึ้นหลังใช้ยามาระยะหนึ่ง

การใช้

  • เพื่อเพิ่มความยืดหยุ่นของเส้นเลือดตีบหลายแห่ง โดยเฉพาะอย่างยิ่งสำหรับการบรรเทาอาการกล้ามเนื้อกระตุก และอาการปวดที่มีอาการกระตุกร่วม และควรได้รับการบำบัดจะช่วยในการฟื้นฟูการทำงานของเส้นเลือดได้ดีขึ้น
  • เพื่อรักษาอาการบาดเจ็บชนิดไขสันหลังอักเสบ และโรคไขสันหลังอักเสบอื่นๆ

การรับประทาน

 ยังไม่มีการรับรองความปลอดภัย และประสิทธิภาพในการใช้ยา ในผู้ป่วยที่มีอายุต่ำกว่า 12 ปี

การฉีดเข้าน้ำไขสันหลัง

 ยังไม่มีการรับรองความปลอดภัย และประสิทธิภาพในการใช้ยา ในผู้ป่วยที่มีอายุต่ำกว่า 4 ปี

รูปแบบของยา

ยาบาโคลเฟนมีรูปแบบดังต่อไปนี้

  • ยาเม็ดสำหรับรับประทาน
  • ยาผงสูตรผสม
  • ยาฉีด
  • ยาน้ำแขวนตะกอน

กรณีฉุกเฉินหรือการใช้ยาเกินขนาด

หากเกิดเหตุฉุกเฉินหรือใช้ยาเกินขนาด ควรแจ้งเหตุฉุกเฉินหรือนำส่งโรงพยาบาลใกล้บ้านโดยทันที

กรณีลืมใช้ยา

หากคุณลืมรับประทานบาโคลเฟนอาจควรรีบใช้ในทันทีที่นึกได้ หรือถ้าหากใกล้ถึงเวลาใช้ยาครั้งต่อไป ให้ข้ามรอบไปใช้ยาตามตารางปกติได้เลย ไม่ควรเพิ่มปริมาณยาก่อนได้รับอนุญาตจากแพทย์

Hello Health Group ไม่ได้ให้คำแนะนำทางการแพทย์ การวินิจฉัยโรคหรือการรักษาโรคแต่อย่างใด

Hello Health Group ไม่ได้ให้คำแนะนำด้านการแพทย์ การวินิจฉัยโรค หรือการรักษาโรคแต่อย่างใด

อ่านเพิ่มเติม:

บทความนี้มีประโยชน์ต่อคุณหรือไม่
happy unhappy"
แหล่งที่มา

บทความนี้ก็น่าสนใจเหมือนกัน

เลิกกังวล โรคสมองน้อยย้อย รักษาให้หายได้หากคุณรู้ทัน

โรคสมองน้อยย้อย (Chiari Malformation) คือ ความผิดปกติของโครงสร้างกะโหลกศีรษะและสมองที่ไม่สมดุลกัน ทำให้เนื้อเยื้อสมองส่วนท้ายทอยย้อยลงมากดทับส่วนอื่นๆ

ทบทวนบทความโดย ทีม Hello คุณหมอ
เขียนบทความโดย panyapat Aiemsin

ไขข้อข้องใจ คนเป็นโรคไต ใช้ยาคลายกล้ามเนื้อ ปลอดภัยจริงเหรอ

โรคไตกับยาคลายกล้ามเนื้อ นั้นมีความเกี่ยวข้องกัน เนื่องจากเป็นยาที่คนเป็นโรคไตมักจะต้องใช้ โดยเฉพาะในผู้ป่วยโรคไตที่ต้องทำการฟอกไต

ทบทวนบทความโดย ทีม Hello คุณหมอ
เขียนบทความโดย พลอย วงษ์วิไล

ยาคลายกล้ามเนื้อ แอลกอฮอล์ ส่วนผสมอันตราย ที่ห้ามรับประทานพร้อมกัน เด็ดขาด!

ยาคลายกล้ามเนื้อ แอลกอฮอล์ มีฤทธิ์ในการกดประสาทส่วนกลางทั้งคู่ หากใช้พร้อมๆ กันอาจทำให้เกิดอาการปวดหัว อัตราการเต้นของหัวใจช้าง และอันตรายต่อสุขภาพ

ทบทวนบทความโดย ทีม Hello คุณหมอ
เขียนบทความโดย ชลธิชา จันทร์วิบูลย์

นอนหลับไม่เต็มอิ่ม เพราะ อาการนอนกระตุก แก้ไขได้อย่างไรบ้าง

อาการนอนกระตุก เป็นอีกปัจจัยหนึ่งที่ทำให้เรานั้นนอนไม่เต็มอิ่ม เกิดจากกลุ่มกล้ามเนื้อมัดเดี่ยวขนาดเล็ก โดยทั่วไปกล้ามเนื้อกระตุกจะเกิดขึ้นเพียงชั่วคราว

ทบทวนบทความโดย ทีม Hello คุณหมอ
เขียนบทความโดย panyapat Aiemsin

บทความแนะนำ

ภาวะโซเดียมในเลือดต่ำ-hyponatremia

ภาวะโซเดียมในเลือดต่ำ (Hyponatremia)

ทบทวนบทความโดย ทีม Hello คุณหมอ
เขียนบทความโดย จินดารัตน์ สิริวิจักษณ์
เผยแพร่วันที่ มิถุนายน 26, 2020 . 1 min read
อาการ-ผวาตกจากที่สูงขณะหลับ-hypnic-jerk

ไขข้อข้องใจ ทำไมเราจึงมีอาการ ผวาตกจากที่สูงขณะหลับ (hypnic jerk)

ทบทวนบทความโดย ทีม Hello คุณหมอ
เขียนบทความโดย พลอย วงษ์วิไล
เผยแพร่วันที่ มีนาคม 20, 2020 . 3 mins read
ดนตรีบำบัด-โรคปลอกประสาทเสื่อมแข็ง

ดนตรีบำบัด โรคปลอกประสาทเสื่อมแข็ง

ทบทวนบทความโดย ทีม Hello คุณหมอ
เขียนบทความโดย ชลธิชา จันทร์วิบูลย์
เผยแพร่วันที่ มกราคม 23, 2020 . 2 mins read
ไข้เวสต์ไนล์-ไวรัส-สัตว์ปีก

ไข้เวสต์ไนล์ (West Nile) เชื้อไวรัสจากสัตว์ปีก สู่ร่างกายคน

ทบทวนบทความโดย ทีม Hello คุณหมอ
เขียนบทความโดย panyapat Aiemsin
เผยแพร่วันที่ มกราคม 15, 2020 . 2 mins read