ฟีโนไฟเบรต (Fenofibrate)

ทบทวนบทความโดย | โดย

Update Date 11/05/2020 . 9 mins read
Share now

ข้อบ่งใช้

ยา ฟีโนไฟเบรต ใช้สำหรับ

ยาฟีโนไฟเบรต (Fenofibrate) มักจะใช้ร่วมกับการรับประทานอาหารที่เหมาะสมเพื่อช่วยลดคอเลสเตอรอลที่ไม่ดีและไขมัน เช่น ไขมันแอลดีแอล (LDL) และไตรกลีเซอไรด์ (triglycerides) และเพิ่มระดับของคอเลสเตอรอลที่ดี เช่น ไขมันเอชดีแอล (HDL) ภายในเลือด ยานี้ทำงานโดยการเพิ่มระดับของเอ็นไซม์ตามธรรมชาติที่จะช่วยย่อยสลายไขมันในเลือด ยาฟีโนไฟเบรตอยู่ในกลุ่มของยาไฟเบรต (fibrates) การลดระดับของไตรกลีเซอไรด์ในผู้ที่มีไตรกลีเซอไรด์สูงอาจจะช่วยลดความเสี่ยงในการเกิดโรคตับอ่อนอักเสบ (pancreatitis) แต่ยาฟีโนไฟเบรตนั้นอาจจะไม่สามรถลดความเสี่ยงในการเกิดโรคหัวใจวายหรือโรคหลอดเลือดสมองได้ โปรดปรึกษาแพทย์ถึงความเสี่ยงและประโยชน์ในการใช้ยาฟีโนไฟเบรต

นอกเหนือจากการรับประทานอาหารอย่างเหมาะสม เช่น อาหารที่มีคอเลสเตอรอลหรือไขมันต่ำ การเปลี่ยนไลฟ์สไตล์อื่นๆ อาจจะช่วยให้ยานี้ทำงานได้ดีขึ้น ทั้งการออกกำลังกาย การลดน้ำหนักหากมีน้ำหนักเกิน และการหยุดสูบบุหรี่ โปรดปรึกษาแพทย์สำหรับข้อมูลเพิ่มเติม

วิธีการใช้ยา ฟีโนไฟเบรต

รับประทานยานี้ตามที่แพทย์กำหนด โดยปกติคือวันละครั้ง ยาฟีโนไฟเบรตมาในรูปแบบยาแคปซูลและยาเม็ดประเภทต่างๆ ที่จะให้ขนาดยาที่แตกต่างกัน อย่าเปลี่ยนรูปแบบยาหรือยี่ห้อของยาเว้นเสียแต่แพทย์จะสั่งให้ทำเช่นนั้น ยาบางชนิดอาจควรรับประทานพร้อมกับอาหารในขณะที่บางชนิดอาจสามารถรับประทานพร้อมกับหรือปราศจากอาหารก็ได้ โปรดสอบถามเภสัชกรเกี่ยวกับยาฟีโนไฟเบรตยี่ห้อที่คุณกำลังใช้ คุณควรจะให้ยาให้ถูกต้องเพื่อให้ได้ผลดีที่สุด

ขนาดยาขึ้นอยู่กับสภาวะทางการแพทย์และการตอบสนองต่อการรักษา

หากคุณกำลังใช้ยาอื่นเพื่อลดระดับของคอเลสเตอรอล เช่น ยาไบล์แอซิดไบน์ดิ้งเรซิ่น (bile acid-binding resins) อย่าง ยาคอเลสไทรามีน (cholestyramine) หรือยาคอเลสทิพอล (colestipol) ควรรับประทานยาฟีโนไฟเบรตอย่างน้อย 1 ชั่วโมงก่อน หรือ 4-6 ชั่วโมงหลังจากใช้ยาเหล่านี้ ยาเหล่านี้สามารถจับกับยาฟีโนไฟเบรตและทำให้ร่างกายไม่สามารถดูดซึมยาได้อย่างเต็มที่

ใช้ยาเป็นประจำเพื่อให้ได้ประโยชน์จากยาสูงสุด เพื่อให้ง่ายต่อการจำควรใช้ยาในเวลาเดียวกันทุกวัน อย่าเพิ่มขนาดยาหรือใช้ยาบ่อยกว่าหรือนานกว่าที่กำหนด ระดับคอเลสเตอรอล/ไตรกลีเซอไรด์ของคุณจะไม่ลดลงเร็วขึ้น แต่ความเสี่ยงในการเกิดผลข้างเคียงจะเพิ่มขึ้น ควรใช้ยานี้ต่อไปแม้ว่าคุณจะรู้สึกดีขึ้นแล้ว ผู้ที่มีระดับคอเลสเตอรอล/ไตรกลีเซอไรด์สูงจะไม่รู้สึกป่วยใดๆ

คุณควรทำตามคำแนะนำของแพทย์ในเรื่องของการรับประทานอาหารและการออกกำลังกาย อาจต้องใช้เวลานานกว่า 2 เดือนกว่าที่ยาจะแสดงผลอย่างเต็มที่

การเก็บรักษายาฟีโนไฟเบรต

ยาฟีโนไฟเบรตควรเก็บที่อุณหภูมิห้อง หลีกเลี่ยงแสงหรือความชื้น เพื่อป้องกันไม่ให้ตัวยาเกิดความเสียหาย ไม่ควรเก็บยานี้ในห้องน้ำหรือช่องแช่แข็ง ยาฟีโนไฟเบรตบางยี่ห้ออาจจะต้องเก็บรักษาแตกต่างกัน จึงควรตรวจสอบฉลากยาหรือสอบถามเภสัชกรเสมอ เพื่อความปลอดภัยโปรดเก็บยาให้ห่างจากมือเด็กและสัตว์เลี้ยง

ไม่ควรทิ้งยาฟีโนไฟเบรตลงในชักโครก หรือเทลงในท่อระบายน้ำ เว้นแต่ได้รับคำแนะนำให้ทำเช่นนั้น ควรกำจัดยาด้วยวิธีที่ถูก สอบถามเภสัชกรเพิ่มเติม เกี่ยวกับวิธีการกำจัดยาที่ถูกต้อง

ข้อควรระวังและคำเตือน

ข้อควรรู้ก่อนใช้ยา ฟีโนไฟเบรต

ก่อนใช้ยาฟีโนไฟเบรต แจ้งให้แพทย์หรือเภสัชกรทราบหากคุณแพ้ต่อยานี้ หรือไฟเบรตอื่นๆ เช่นกรดฟีโนไฟบริค (fenofibric acid) หรือหากคุณเป็นโรคภูมิแพ้อื่นๆ ยานี้อาจมีส่วนประกอบไม่ออกฤทธิ์ (เช่นถั่วเหลือง) ที่ทำให้เกิดอาการแพ้หรือปัญหาอื่น โปรดปรึกษาเภสัชกรสำหรับข้อมูลเพิ่มเติม

ก่อนใช้ยานี้ แจ้งให้แพทย์หรือเภสัชกรทราบเกี่ยวกับประวัติทางการแพทย์ของคุณ โดยเฉพาะโรคไต โรคกระเพาะปัสสาวะ โรคตับ เช่นโรคตับแข็งทางเดินน้ำดี (biliary cirrhosis) หรือโรคตับอักเสบ (hepatitis) การดื่มสุรา

ก่อนการผ่าตัด แจ้งให้แพทย์หรือทันตแพทย์ทราบเกี่ยวกับยาทั้งหมดที่คุณใช้ (ทั้งยาตามใบสั่งยา ยาที่หาซื้อเอง และสมุนไพรต่างๆ)

ไม่แนะนำให้ใช้ยานี้ขณะตั้งครรภ์เนื่องจากอาจเป็นอันตรายต่อทารกในครรภ์ โปรดปรึกษาแพทย์เกี่ยวกับความเสี่ยงและประโยชน์ของการใช้ยา

ยังไม่ทราบแน่ชัดว่ายานี้สามารถผ่านเข้าสู่น้ำนมแม่ได้หรือไม่ ไม่แนะนำการให้นมบุตรขณะใช้ยานี้เนื่องจากโอกาสในการเกิดความเสี่ยงต่อทารก โปรดปรึกษาแพทย์ก่อนให้นมบุตร

ความปลอดภัยต่อการตั้งครรภ์หรือให้นมบุตร

ยังไม่มีงานวิจัยที่น่าเชื่อถือเกี่ยวกับความเสี่ยงในสตรีที่ใช้ยานี้ในช่วงการตั้งครรภ์หรือให้นมบุตร โปรดปรึกษาแพทย์เพื่อหาประโยชน์และความเสี่ยงก่อนการใช้ยา

ยาฟีโนไฟเบรตจัดอยู่ในประเภทของยาที่มีความเสี่ยงต่อผู้ตั้งครรภ์ หมวด C โดยองค์การอาหารและยาแห่งสหรัฐอเมริกา (FDA)

การจัดประเภทของยาที่มีความเสี่ยงต่อผู้ตั้งครรภ์โดยองค์การอาหารและยาแห่งสหรัฐอเมริกามีดังนี้

  • A= ไม่มีความเสี่ยง
  • B= ไม่พบความเสี่ยงในการวิจัยบางชิ้น
  • C= อาจจะมีความเสี่ยง
  • D= มีหลักฐานแสดงถึงความเสี่ยง
  • X= ห้ามใช้
  • N= ไม่ทราบแน่ชัด

ผลข้างเคียง

ผลข้างเคียงของการใช้ยา ฟีโนไฟเบรต

ในนานๆ ครั้งยานี้อาจทำให้เกิดปัญหาเกี่ยวกับนิ่วและปัญหาเกี่ยวกับตับได้ หากคุณสังเกตเห็นอาการที่ไม่ค่อยจะเกิดขึ้นแต่รุนแรงดังต่อไปนี้ คลื่นไส้อาเจียนบ่อยครั้ง เบื่ออาหาร ปวดท้อง ดวงตาหรือผิวหนังเป็นสีเหลือง ปัสสาวะสีคล้ำ

ในนานๆ ครั้งยานี้อาจจะทำให้เกิดปัญหาเกี่ยวกับกล้ามเนื้อ ซึ่งอาจนำไปสู่สภาวะที่รุนแรงมากกว่าภาวะกล้ามเนื้อลายสลาย (rhabdomyolysis) โปรดแจ้งให้แพทย์ทราบในทันทีหากเกิดอาการดังต่อไปนี้ กล้ามเนื้อมีอาการปวด กดเจ็บ หรืออ่อนแรง (โดยเฉพาะหากเป็นไข้หรือเหนื่อยล้าผิดปกติร่วมด้วย) สัญญาณของปัญหาเกี่ยวกับไต (เช่น ปริมาณของปัสสาวะเปลี่ยนแปลง)

ในนานๆ ครั้งยานี้อาจจะทำให้ระดับของไขมันเอชดีแอลลดลงอย่างรุนแรง อาการนี้จะตรงข้ามกับสิ่งที่ควรเกิดขึ้นกับระดับของไขมันเอชดีแอลของคุณ เรียกว่าปฏิกิริยาตรงข้ามกับฤทธิ์ของยา (paradoxical reaction) ควรทำการตรวจระดับของไขมันเอชดรแอลเป็นประจำและไปตามนัดตรวจของห้องแล็บทุกครั้ง

โปรดแจ้งให้แพทย์ทราบในทันทีหากคุณมีผลข้างเคียงที่รุนแรงจากยานี้ เช่น มีรอยช้ำหรือเลือดออกง่าย สัญญาณของการติดเชื้อ (เช่น เป็นไข้ เจ็บคอบ่อยครั้ง) เหนื่อยล้าิดปกติ

รับการรักษาในทันทีหากมีผลข้างเคียงที่รุนแรงดังนี้ เจ็บหน้าอก มีอาการปวด รอยแดง หรือบวมอย่างกะทันหัน มักจะเกิดที่บริเวณขา

การแพ้ยาที่รุนแรงต่อยานี้ ค่อนข้างเกิดขึ้นได้ยาก แต่จำเป็นต้องได้รับการรักษาที่ทันท่วงที อาการของการแพ้รุนแรงมีดังนี้ ผดผื่น คันหรือบวม (โดยเฉพาะบริเวณใบหน้า ลิ้น และลำคอ) วิงเวียนขั้นรุนแรง หายใจติดขัด

ไม่ใช่ทุกคนจะเจอกับผลข้างเคียงเหล่านี้อาจจะมีอาการอย่างอื่นนอกเหนือจากที่กล่าวมาข้างต้น ถ้าคุณมีข้อสงสัยใดๆ เกี่ยวกับผลข้างเคียง โปรดปรึกษากับแพทย์หรือเภสัชกร

ปฏิกิริยาของยา

ปฏิกิริยากับยาอื่น

ยาที่อาจมีปฏิกิริยากับยานี้ ได้แก่ ยาเจือจางเลือด เช่น ยาวาฟาริน (warfarin)

ยาฟีโนไฟเบรตนั้นคล้ายกันกรดฟีโนไฟบริคเป็นอย่างมาก อย่าใช้ยาที่มีส่วนผสมของกรดฟีโนไฟบริคขณะที่กำลังใช้ยานี้

ยาฟีโนไฟเบรต อาจเกิดปฏิกิริยากับยาอื่นที่คุณกำลังใช้อยู่ ซึ่งอาจส่งผลต่อการออกฤทธิ์ของยา หรือเพิ่มความเสี่ยงที่จะเกิดผลข้างเคียง เพื่อป้องกันปัญหาที่อาจจะเกิดขึ้น คุณควรจะบอกแพทย์หรือเภสัชกรของคุณว่า คุณกำลังใช้ยาอะไรอยู่บ้าง (ทั้งยาตามใบสั่งแพทย์ ยาที่ซื้อได้เอง และสมุนไพรต่างๆ) เพื่อความปลอดภัย โปรดอย่าเริ่ม หยุด หรือเปลี่ยนขนาดยาใดๆ โดยไม่ได้รับความเห็นชอบจากแพทย์

ปฏิกิริยากับอาหารหรือแอลกอฮอล์

ยาฟีโนไฟเบรตอาจมีปฏิกิริยากับอาหารหรือเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ โดยส่งผลต่อการออกฤทธิ์ของยา หรือเพิ่มความเสี่ยงที่จะเกิดผลข้างเคียง โปรดปรึกษากับแพทย์หรือเภสัชกรก่อนเสมอ

ปฏิกิริยากับอาการโรคอื่น

ยาฟีโนไฟเบรตอาจส่งผลให้อาการโรคของคุณแย่ลง หรือส่งผลต่อการออกฤทธิ์ของยา โปรดแจ้งให้แพทย์หรือเภสัชกรทราบถึงสภาวะโรคของคุณก่อนใช้ยาเสมอ

ขนาดยา

ข้อมูลในที่นี้ไม่มีเจตนาให้ใช้ทดแทนคำแนะนำทางการแพทย์ ควรปรึกษากับแพทย์หรือเภสัชกรทุกครั้งเพื่อรับทราบข้อมูลเพิ่มเติม

ขนาดยาฟีโนไฟเบรตสำหรับผู้ใหญ่

ขนาดยาสำหรับผู้ใหญ่เพื่อรักษาภาวะไขมันในเลือดสูง (Hyperlipidemia)

  • ยาแคปซูล 150 มก. รับประทานวันละครั้ง
  • ยาแคปซูลผงละเอียด (Micronized Capsules) 90 -200 มก. รับประทานวันละครั้ง
  • ยาเม็ด 120-160 มก. รับประทานวันละครั้ง

คำแนะนำ

  • ควรระงับการรักษาในผู้ป่วยที่ไม่มีการตอบสนองที่เพียงพอหลังจากรักษาไปแล้ว 2 เดือน โดยใช้ขนาดที่แนะนำสูงสุด
  • การใช้งาน เพื่อเสริมกับการรับประทานอาหาร เพื่อลดระดับไขมันแอลดีแอลระดับคอเลสเตอรอลทั้งหมด (Total-C) ระดับไตรกลีเซอไรด์ และระดับของอะโปไลโบโปรตีน บี (apolipoprotein B) และเพิ่มระดับของไขมันเอชดีแอลในผู้ป่วยที่มีภาวะไขมันในเลือดสูงปฐมภูมิหรือโรคไขมันในเลือดสูงแบบผสม ประเภท IIa และ IIb ตามเกณฑ์ของเฟร็ดริกสัน (Fredrickson)

ขนาดยาสำหรับผู้ใหญ่เพื่อรักษาภาวะไลโพโปรตีนในเลือดสูง (Hyperlipoproteinemia) ชนิด IIa (ไขมันแอลดีแอลสูง)

  • ยาแคปซูล 150 มก. รับประทานวันละครั้ง
  • ยาแคปซูลผงละเอียด 90-200 มก. รับประทานวันละครั้ง
  • ยาเม็ด 120-160 มก. รับประทานวันละครั้ง

คำแนะนำ

  • ควรระงับการรักษาในผู้ป่วยที่ไม่มีการตอบสนองที่เพียงพอหลังจากรักษาไปแล้ว 2 เดือน โดยใช้ขนาดที่แนะนำสูงสุด
  • การใช้งาน เพื่อเสริมกับการรับประทานอาหารเพื่อลดระดับไขมันแอลดีแอลระดับคอเลสเตอรอลทั้งหมด ระดับไตรกลีเซอไรด์ และระดับของอะโปไลโบโปรตีน บี และเพิ่มระดับของไขมันเอชดีแอลในผู้ป่วยที่มีภาวะไขมันในเลือดสูงปฐมภูมิหรือโรคไขมันในเลือดสูงแบบผสม ประเภท IIa และ IIb ตามเกณฑ์ของเฟร็ดริกสัน

ขนาดยาสำหรับผู้ใหญ่เพื่อรักษาภาวะไลโพโปรตีนในเลือดสูง ชนิด IIb (ไขมันแอลดีแอลและวีแอลดีแอล [VLDL] สูง)

  • ยาแคปซูล 150 มก. รับประทานวันละครั้ง
  • ยาแคปซูลผงละเอียด 90-200 มก. รับประทานวันละครั้ง
  • ยาเม็ด 120-160 มก. รับประทานวันละครั้ง

คำแนะนำ

  • ควรระงับการรักษาในผู้ป่วยที่ไม่มีการตอบสนองที่เพียงพอหลังจากรักษาไปแล้ว 2 เดือน โดยใช้ขนาดที่แนะนำสูงสุด
  • การใช้งาน เพื่อเสริมกับการรับประทานอาหารเพื่อลดระดับไขมันแอลดีแอลระดับคอเลสเตอรอลทั้งหมด ระดับไตรกลีเซอไรด์ และระดับของอะโปไลโบโปรตีน บี และเพิ่มระดับของไขมันเอชดีแอลในผู้ป่วยที่มีภาวะไขมันในเลือดสูงปฐมภูมิหรือโรคไขมันในเลือดสูงแบบผสม ประเภท IIa และ IIb ตามเกณฑ์ของเฟร็ดริกสัน

ขนาดยาสำหรับผู้ใหญ่เพื่อรักษาโรคไขมันในเลือดสูง (Dyslipidemia)

  • ยาแคปซูล 150 มก. รับประทานวันละครั้ง
  • ยาแคปซูลผงละเอียด 90-200 มก. รับประทานวันละครั้ง
  • ยาเม็ด 120-160 มก. รับประทานวันละครั้ง

คำแนะนำ

  • ควรระงับการรักษาในผู้ป่วยที่ไม่มีการตอบสนองที่เพียงพอหลังจากรักษาไปแล้ว 2 เดือน โดยใช้ขนาดที่แนะนำสูงสุด
  • การใช้งาน เพื่อเสริมกับการรับประทานอาหารเพื่อลดระดับไขมันแอลดีแอลระดับคอเลสเตอรอลทั้งหมด ระดับไตรกลีเซอไรด์ และระดับของอะโปไลโบโปรตีน บี และเพิ่มระดับของไขมันเอชดีแอลในผู้ป่วยที่มีภาวะไขมันในเลือดสูงปฐมภูมิหรือโรคไขมันในเลือดสูงแบบผสม ประเภท IIa และ IIb ตามเกณฑ์ของเฟร็ดริกสัน

ขนาดยาสำหรับผู้ใหญ่เพื่อรักษาภาวะไลโพโปรตีนในเลือดสูง ชนิด IV (ไขมันวีแอลดีแอล)

ยาแคปซูล

  • ขนาดยาเริ่มต้น 50-150 มก. ต่อวัน
  • ขนาดยาสูงสุด 150 มก. รับประทานวันละครั้ง

ยาแคปซูลผงละเอียด

  • ขนาดยาเริ่มต้น 30-200 มก. ต่อวัน
  • ขนาดยาสูงสุด 90-200 มก. ต่อวัน

ยาเม็ด

  • ขนาดยาเริ่มต้น 40-160 มก. ต่อวัน
  • ขนาดยาสูงสุด 120-160 มก. ต่อวัน

คำแนะนำ

  • ขนาดยาควรแตกต่างกันตามแต่ละคนโดยขึ้นอยู่กับการตอบสนองของผู้ป่วยและควรปรับขนาดยาหากจำเป็น ตามผลการตรวจวัดระดับของลิพิดซ้ำๆ ทุกๆ 4-8 สัปดาห์
  • ควรระงับการรักษาในผู้ป่วยที่ไม่มีการตอบสนองที่เพียงพอหลังจากรักษาไปแล้ว 2 เดือน โดยใช้ขนาดที่แนะนำสูงสุด
  • การใช้งาน เพื่อเสริมกับการรับประทานอาหารเพื่อรักษาภาวะไตรกลีเซอไรด์ในเลือดสูงระดับรุนแรง ประเภท IV และ V ตามเกณฑ์ของเฟร็ดริกสัน

ขนาดยาสำหรับผู้ใหญ่เพื่อรักษาภาวะไลโพโปรตีนในเลือดสูง ชนิด V (ไคโลไมครอน [Chylomicrons] + ไขมันวีแอลดีแอลสูง)

ยาแคปซูล

  • ขนาดยาเริ่มต้น 50 ถึง 150 มก. ต่อวัน
  • ขนาดยาสูงสุด 150 มก. รับประทานวันละครั้ง

ยาแคปซูลผงละเอียด

  • ขนาดยาเริ่มต้น 30 ถึง 200 มก. ต่อวัน
  • ขนาดยาสูงสุด 90 ถึง 200 มก .ต่อวัน

ยาเม็ด

  • ขนาดยาเริ่มต้น 40-160 มก. ต่อวัน
  • ขนาดยาสูงสุด 120-160 มก. ต่อวัน

คำแนะนำ

  • ขนาดยาควรแตกต่างกันตามแต่ละคนโดยขึ้นอยู่กับการตอบสนองของผู้ป่วยและควรปรับขนาดยาหากจำเป็น ตามผลการตรวจวัดระดับของลิพิดซ้ำๆ ทุกๆ 4-8 สัปดาห์
  • ควรระงับการรักษาในผู้ป่วยที่ไม่มีการตอบสนองที่เพียงพอหลังจากรักษาไปแล้ว 2 เดือน โดยใช้ขนาดที่แนะนำสูงสุด
  • การใช้งาน เพื่อเสริมกับการรับประทานอาหารเพื่อรักษาภาวะไตรกลีเซอไรด์ในเลือดสูงระดับรุนแรง ประเภท IV และ V ตามเกณฑ์ของเฟร็ดริกสัน

ขนาดยาสำหรับผู้ใหญ่เพื่อรักษาภาวะไตรกลีเซอไรด์ในเลือดสูง (Hypertriglyceridemia)

ยาแคปซูล

  • ขนาดยาเริ่มต้น 50-150 มก. ต่อวัน
  • ขนาดยาสูงสุด 150 มก. รับประทานวันละครั้ง

ยาแคปซูลผงละเอียด

  • ขนาดยาเริ่มต้น 30-200 มก. ต่อวัน
  • ขนาดยาสูงสุด 90-200 มก. ต่อวัน

ยาเม็ด

  • ขนาดยาเริ่มต้น 40-160 มก. ต่อวัน
  • ขนาดยาสูงสุด 120-160 มก. ต่อวัน

คำแนะนำ

  • ขนาดยาควรแตกต่างกันตามแต่ละคนโดยขึ้นอยู่กับการตอบสนองของผู้ป่วยและควรปรับขนาดยาหากจำเป็น ตามผลการตรวจวัดระดับของลิพิดซ้ำๆ ทุกๆ 4-8 สัปดาห์
  • ควรระงับการรักษาในผู้ป่วยที่ไม่มีการตอบสนองที่เพียงพอหลังจากรักษาไปแล้ว 2 เดือน โดยใช้ขนาดที่แนะนำสูงสุด
  • การใช้งาน เพื่อเสิรมกับการรับประทานอาหารเพื่อรักษาภาวะไตรกลีเซอไรด์ในเลือดสูงระดับรุนแรง ประเภท IV และ V ตามเกณฑ์ของเฟร็ดริกสัน

การปรับขนาดยาสำหรับไต

ไตบกพร่องระดับเบาถึงปานกลาง

  • ยาแคปซูล 50 มก. รับประทานวันละครั้ง
  • ยาแคปซูลผงละเอียด 30 ถึง 67 มก. รับประทานวันละครั้ง
  • ยาเม็ด 40 ถึง 54 มก. รับประทานวันละครั้ง ยาไตรไกลด์ (Triglide) ไม่แนะนำให้ใช้ยา

คำแนะนำ

  • อาจเพิ่มขนาดยาขึ้นหลังจากทำการประเมินผลต่อการทำงานของตับและระดับของลิพิดในขนาดยาเริ่มต้นที่เลือกไว้
  • ไตบกพร่องระดับรุนแรง ห้ามใช้ยา

การปรับขนาดยาสำหรับตับ

โรคตับที่มีอาการอยู่ (ทั้งโรคตับแข็งทางเดินน้ำดีปฐมภูมิและการทำงานของตับผิดปกติบ่อยครั้งอย่างหาสาเหตุไม่ได้) ห้ามใช้ยา

การปรับขนาดยา

ผู้สูงอายุ เนื่องจากมีโอกาสสูงกว่าที่จะเกิดอาการไตบกพร่องในผู้ป่วยกลุ่มนี้ ควรเลือกขนาดยาโดยขึ้นอยู่กับการทำงานของไต และควรเฝ้าระวังการทำงานของไตระหว่างการรักษา ควรเริ่มใช้ยาแคปซูลผงละเอียดโลไฟบรา (Lofibra) และจำกัดขนาดยาไว้ที่ 67 มก./วัน

การฟอกไต (Dialysis)

  • ห้ามใช้ยา

คำแนะนำการใช้ยา

  • สามารถรับประทานยาพร้อมกับอาหารเพื่อเพิ่มการดูดซึม
  • กลืนยาแคปซูลและยาเม็ดลงไปทั้งเม็ด อย่าหัก แกะ บด ละลาย หรือเคี้ยวยา
  • ใช้ยาอย่างน้อย 1 ชั่วโมงก่อน หรือ 4 ถึง 6 ชั่วโมงหลังจากยาไบน์แอซิดไบน์ดิ้งเรซิ่น
  • การเก็บรักษายา
  • เก็บให้พ้นจากแสงและความชื้น
  • ยาไตรไกลด์ เก็บไว้ในขวดยาเดิม

ทั่วไป

  • ผู้ป่วยควรคาดหวังไว้กับการรับประทานอาหารเพื่อลดระดับของไขมันก่อนที่จะใช้ยานี้และควรรับประทานอาหารแบบนั้นต่อไปตลอดการรักษา
  • ยานี้ไม่แสดงให้เห็นผลของการลดโอกาสในการป่วยเป็นโรคหลอดเลือดหัวใจตีบ (coronary heart disease) และการเสียชีวิตในผู้ป่วยโรคเบาหวานประเภทที่ 2
  • ระดับของเซรั่มไตรกลีเซอไรด์ที่สูงอย่างเห็นได้ชัด (เช่นมากกว่า 2000 มก./เดซิลิตร) อาจจะเพิ่มความเสี่ยงในการเกิดโรคตับอ่อนอักเสบ ยังไม่มีการศึกษาอย่างเพียงพอเกี่ยวกับผลของยาในการลดความเสี่ยงนี้
  • ควรพยายามควบคุมระดับเซรั่มลิพิดโดยไม่ใช้ยาก่อนที่จะเริ่มต้นการรักษาโดยใช้ยา (เช่น การคุมอาหาร ออกกำลังกาย ควบคุมปัญหาทางการแพทย์ ลดขนาดยาที่อาจจะทำให้เกิดภาวะไตรกลีเซอไรด์ในเลือดสูง เป็นต้น)

การเฝ้าระวัง

  • เลือด เฝ้าระวังจำนวนเม็ดเลือดแดงและจำนวนเม็ดเลือดขาวเป็นระยะๆ ในช่วง 12 เดือนแรกของการรักษา
  • ตับ ประเมินค่าการทำงานของตับพื้นฐานและเป็นระยะๆ ตลอดการรักษา
  • ระบบการเผาผลาญ วัดระดับของลิพิดและปรับขนาดยาตามนั้น
  • ไต เฝ้าระวังการทำงานของไตในผู้ป่วยที่มีไตบกพร่องหรือผู้ที่มีความเสี่ยงในการเกิดภาวะไตวาย

คำแนะนำสำหรับผู้ป่วย

  • โปรดแจ้งให้แพทย์ทราบในทันทีหากกล้ามเนื้อมีอาการปวด กดเจ็บ หรืออ่อนแรง เริ่มมีอาการปวดท้อง หรือมีอาการใหม่ใดๆ
  • โปรดปรึกษาแพทย์หากคุณตั้งครรภ์ มีแผนที่จะตั้งครรภ์ หรือกำลังให้นมบุตร

ขนาดยาฟีโนไฟเบรตสำหรับเด็ก

ยังไม่มีการพิสูจน์ความความปลอดภัยและประสิทธิภาพของขนาดยานี้สำหรับผู้ป่วยเด็ก ยานี้อาจเป็นอันตรายต่อเด็กได้ ดังนั้นจึงควรทำความเข้าใจกับความปลอดภัยของยาก่อนการใช้ยา สำหรับข้อมูลเพิ่มเติมโปรดติดต่อกับแพทย์หรือเภสัชกร

รูปแบบของยา

ขนาดและรูปแบบของยามีดังนี้

  • ยาเม็ดสำหรับรับประทาน
  • ยาแคปซูลสำหรับรับประทาน

กรณีฉุกเฉินหรือใช้ยาเกินขนาด

หากเกิดเหตุฉุกเฉินหรือใช้ยาเกินขนาด ควรแจ้งเหตุฉุกเฉินหรือนำส่งห้องฉุกเฉินใกล้บ้านโดยทันที

กรณีลืมใช้ยา

หากคุณลืมใช้ยาควรรีบใช้ในทันทีที่นึกได้ หรือถ้าหากใกล้ถึงเวลาใช้ยาครั้งต่อไป ให้ข้ามรอบไปใช้ยาตามตารางปกติได้เลย ไม่ควรเพิ่มปริมาณยา

Hello Health Group ไม่ได้ให้คำแนะนำทางการแพทย์ การวินิจฉัยโรคหรือการรักษาโรคแต่อย่างใด

Hello Health Group ไม่ได้ให้คำแนะนำด้านการแพทย์ การวินิจฉัยโรค หรือการรักษาโรคแต่อย่างใด

อัปเดตข่าวสารสุขภาพติดตามไลน์ Hello คุณหมอ
บทความนี้มีประโยชน์ต่อคุณหรือไม่
happy unhappy
แหล่งที่มา

บทความนี้ก็น่าสนใจเหมือนกัน

อัลเบนดาโซล (Albendazole)

อัลเบนดาโซล (Albendazole) ใช้เพื่อรักษาพยาธิบางชนิด เช่น ตัวอ่อนพยาธิที่พบในสมองและไขสันหลัง ยาอัลเบนดาโซลอยู่ในกลุ่มของยาถ่ายพยาธิ (anthelmintic) 

ทบทวนบทความโดย เภสัชกรอาชานนท์ สมศักดิ์
Written by พลอย วงษ์วิไล

ไดอะเซอรีน (Diacerein)

ไดอะเซอรีน (Diacerein) เป็นยาในกลุ่มแอนทราควิโนน (anthraquinone) และใช้เพื่อรักษาอาการที่เกี่ยวข้องกับโรคเสื่อมสภาพที่กระดูกและข้อต่อ

ทบทวนบทความโดย เภสัชกรอาชานนท์ สมศักดิ์
Written by พลอย วงษ์วิไล

แอลทีเพลส (Alteplase)

แอลทีเพลส (Alteplase) มักใช้เพื่อป้องกันการเกิดลิ่มเลือด รักษาหลอดเลือดดำอุดตัน นอกจากนี้ยังอาจใช้เพื่อจุดประสงค์อื่น โปรดปรึกษากับแพทย์ 

ทบทวนบทความโดย เภสัชกรวิสสุตา ชั้นประเสริฐ
Written by พลอย วงษ์วิไล

แอมโลดิปีน (Amlodipine)

แอมโลดิปีน (Amlodipine) ถูกจัดอยู่ในกลุ่มยาแคลเซียมแชนแนลบล็อกเกอร์ ช่วยคลายหลอดเลือด เพื่อให้เลือดสามารถไหลเวียนได้ง่ายขึ้น

ทบทวนบทความโดย เภสัชกรอาชานนท์ สมศักดิ์
Written by พลอย วงษ์วิไล

Recommended for you

ไขมันไม่ดี-ldl-คืออะไร-ไม่ดีอย่างไร

ไขมันไม่ดี (LDL) ไม่ดีอย่างไร แบบไหนถึงเรียกว่าไขมันไม่ดี

ทบทวนบทความโดย ทีม Hello คุณหมอ
Written by พลอย วงษ์วิไล
Published on 28/01/2021 . 3 mins read
คาพาสแตต-ซัลเฟต-capastat-sulfate

คาพาสแตต® ซัลเฟต (Capastat® Sulfate)

ทบทวนบทความโดย เภสัชกรวิสสุตา ชั้นประเสริฐ
Written by พลอย วงษ์วิไล
Published on 06/02/2020 . 9 mins read
ดีกัวดิน-dequadin

ดีกัวดิน® (Dequadin®)

ทบทวนบทความโดย ทีม Hello คุณหมอ
Written by วรภพ ไกยเดช
Published on 09/12/2019 . 3 mins read
อัลปราโซแลม-alprazolam

อัลปราโซแลม (Alprazolam)

ทบทวนบทความโดย เภสัชกรอาชานนท์ สมศักดิ์
Written by พลอย วงษ์วิไล
Published on 01/12/2019 . 5 mins read