มิลริโนน (Milrinone)

ทบทวนบทความโดย | โดย

Update Date ธันวาคม 31, 2019
Share now

ข้อบ่งใช้

ยา มิลริโนน ใช้สำหรับ

ยา มิลริโนน (Milrinone) ใช้เพื่อเป็นการรักษาระยะสั้นสำหรับภาวะหัวใจวาย ยานี้ทำงานโดยทำให้หัวใจเต้นแรงขึ้นและคลายหลอดเลือดบางชนิด ทำให้ปริมาณการสูบฉีดเลือดจากหัวใจเพิ่มขึ้น ผลของยานี้อาจช่วยรักษาอาการของภาวะหัวใจล้มเหลวได้ เช่น อาการหายใจไม่อิ่ม หรืออาการเหนื่อยล้า

วิธีการใช้ยา มิลริโนน

ให้ยาโดยการฉีดยาเข้าหลอดเลือดดำตามที่แพทย์สั่ง มักจะเริ่มจากการฉีดยาอย่างช้าๆ (นานกว่า 10 นาที) แล้วจึงหยอดให้ยาอย่างต่อเนื่องนาน

หากคุณใช้ยานี้ด้วยตัวเองที่บ้าน ควรเรียนรู้วิธีการเตรียมการและการใช้ยาจากผู้เชี่ยวชาญการดูแลสุขภาพ ก่อนใช้ยาควรตรวจสอบคุณภาพยาก่อนใช้ เช่น ฝุ่นละอองหรือการเปลี่ยนสี หากมีไม่ควรใช้ยานั้น ควรเรียนรู้วิธีการเก็บรักษาและกำจัดยาอย่างปลอดภัย

ขนาดยาขึ้นอยู่กับสภาวะทางการแพทย์ น้ำหนักตัว และการตอบสนองต่อการรักษา

การเก็บรักษายา มิลริโนน

เก็บรักษายาไว้ที่อุณหภูมิ 20° ถึง 25° เซลเซียส หลีกเลี่ยงช่องแช่แข็ง ยาควรลดการสัมผัสกับความร้อนและหลีกเลี่ยงความร้อนสูงเกินไป

หากคุณเก็บรักษายา มิลริโนน ไว้ที่บ้าน ควรปรึกษาแพทย์ พยาบาล หรือเภสัชกรถึงวิธีการเก็บรักษายา

ยามิลริโนนบางยี่ห้ออาจจะต้องเก็บรักษาแตกต่างกัน จึงควรตรวจสอบฉลากยาหรือสอบถามเภสัชกรเสมอ เพื่อความปลอดภัยโปรดเก็บยาให้ห่างจากมือเด็กและสัตว์เลี้ยง

ไม่ควรทิ้งยามิลริโนนลงในชักโครก หรือเทยาลงในท่อระบายน้ำ เว้นแต่ได้รับคำแนะนำให้ทำเช่นนั้น ควรกำจัดยาด้วยวิธีที่ถูกต้องเมื่อยาหมดอายุ หรือไม่มีความจำเป็นต้องใช้งาน โปรดสอบถามเภสัชกรเพิ่มเติมเกี่ยวกับวิธีการกำจัดยาที่ถูกต้อง

ข้อควรระวังและคำเตือน

ข้อควรรู้ก่อนใช้ยา มิลริโนน

ก่อนใช้ยามิลริโนน แจ้งให้แพทย์หรือเภสัชกรทราบหากคุณแพ้ต่อยานี้ หรือหากคุณเป็นโรคภูมิแพ้อื่นๆ ยานี้อาจมีส่วนผสมที่ไม่มีฤทธิ์ในการรักษาที่ทำให้เกิดอาการแพ้หรือปัญหาอื่น โปรดปรึกษาเภสัชกรสำหรับข้อมูลเพิ่มเติม

ก่อนใช้ยานี้ แจ้งให้แพทย์หรือเภสัชกรทราบ เกี่ยวกับประวัติทางการแพทย์ของคุณ โดยเฉพาะโรคลิ้นหัวใจ โรคไต แร่ธาตุไม่สมดุล (ระดับโพแทสเซียมในเลือดต่ำ) หัวใจเต้นผิดปกติ เช่น ภาวะหัวใจห้องบนสั่นพลิ้ว

ในช่วงขณะการตั้งครรภ์ควรใช้ยานี้เมื่อจำเป็นเท่านั้น โปรดปรึกษาความเสี่ยงและประโยชน์กับแพทย์

ยังไม่ทราบแน่ชัดว่า ยานี้สามารถส่งผ่านน้ำนมแม่ได้หรือไม่ โปรดปรึกษาแพทย์ก่อนให้นมบุตร

ความปลอดภัยต่อการตั้งครรภ์หรือให้นมบุตร

ยังไม่มีงานวิจัยที่น่าเชื่อถือเกี่ยวกับความเสี่ยงในสตรีที่ใช้ยานี้ในช่วงการตั้งครรภ์หรือให้นมบุตร โปรดปรึกษาแพทย์เพื่อหาประโยชน์และความเสี่ยงก่อนการใช้ยานี้

ยามิลริโนนจัดอยู่ในประเภทของยาที่มีความเสี่ยงต่อสตรีมีครรภ์ หมวด C โดยองค์การอาหารและยาแห่งสหรัฐอเมริกา (FDA)

การจัดประเภทของยาที่มีความเสี่ยงต่อสตรีมีครรภ์โดยองค์การอาหารและยาแห่งสหรัฐอเมริกามีดังนี้

  • A= ไม่มีความเสี่ยง
  • B= ไม่พบความเสี่ยงในการวิจัยบางชิ้น
  • C= อาจจะมีความเสี่ยง
  • D= มีหลักฐานแสดงถึงความเสี่ยง
  • X= ห้ามใช้
  • N= ไม่ทราบแน่ชัด

ผลข้างเคียง

ผลข้างเคียงของการใช้ยา มิลริโนน

อาจเกิดอาการปวดหัว หากอาการเหล่านี้ไม่หายไปหรือรุนแรงขึ้น โปรดแจ้งแพทย์หรือเภสัชกรในทันที

โปรดจำไว้ว่า การที่แพทย์ให้คุณใช้ยาตัวนี้ เนื่องจากพิจารณาแล้วว่า ยามีประโยชน์มากกว่าความเสี่ยง และคนที่ใช้ยานี้ส่วนใหญ่ไม่พบผลข้างเคียงที่ร้ายแรงใดๆ

แจ้งให้แพทย์ทราบในทันที หากเกิดผลข้างเคียงที่รุนแรงดังต่อไปนี้ ได้แก่ อาจเกิดอาการปวดอย่างรุนแรง รอยแดง หรือบวมที่บริเวณที่ฉีดยา หัวใจเต้นเร็วหรือผิดปกติ วิงเวียน หมดสติ ปวดหน้าอก

การแพ้ยาที่รุนแรงต่อยานี้ ค่อนข้างเกิดขึ้นได้ยาก แต่จำเป็นต้องได้รับการรักษาที่ทันท่วงที อาการของการแพ้รุนแรงมีดังนี้คือ ผดผื่น คันหรือบวม โดยเฉพาะบริเวณใบหน้า ลิ้น และลำคอ วิงเวียนขั้นรุนแรง หายใจติดขัด

ไม่ใช่ทุกคนจะเจอกับผลข้างเคียงเหล่านี้ และอาจจะมีอาการอย่างอื่นนอกเหนือจากที่กล่าวมาข้างต้น ถ้าคุณมีข้อสงสัยใดๆ เกี่ยวกับผลข้างเคียง โปรดปรึกษากับแพทย์หรือเภสัชกร

ปฏิกิริยาของยา

ปฏิกิริยากับยาอื่น

ยาบางชนิดอาจมีส่วนประกอบที่ทำให้ภาวะหัวใจล้มเหลวแย่ลงได้ แจ้งให้แพทย์ทราบเกี่ยวกับยาทั้งหมดที่คุณใช้ และสอบถามวิธีการใช้อย่างปลอดภัย โดยเฉพาะยาแก้ไอแก้หวัด ยาลดความอ้วน หรือยาแก้อักเสบชนิดไม่ใช่สเตียรอยด์ (NSAID) เช่น ไอบูโพรเฟน (ibuprofen) หรือนาพรอกเซน (naproxen)

ยา มิลริโนน อาจเกิดปฏิกิริยากับยาอื่นที่คุณกำลังใช้อยู่ ซึ่งอาจส่งผลต่อการออกฤทธิ์ของยา หรือเพิ่มความเสี่ยงที่จะเกิดผลข้างเคียง เพื่อป้องกันปัญหาที่อาจจะเกิดขึ้น คุณควรจะบอกแพทย์หรือเภสัชกรของคุณว่า คุณกำลังใช้ยาอะไรอยู่บ้าง (ทั้งยาตามใบสั่งแพทย์ ยาที่ซื้อได้เอง และสมุนไพรต่างๆ) เพื่อความปลอดภัย โปรดอย่าเริ่ม หยุด หรือเปลี่ยนขนาดยาโดยไม่ได้รับความเห็นชอบจากแพทย์

ปฏิกิริยากับอาหารหรือแอลกอฮอล์

ยามิลริโนนอาจมีปฏิกิริยากับอาหารหรือเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ โดยส่งผลต่อการออกฤทธิ์ของยา หรือเพิ่มความเสี่ยงที่จะเกิดผลข้างเคียง โปรดปรึกษากับแพทย์หรือเภสัชกรก่อนเสมอ

ปฏิกิริยากับอาการโรคอื่น

ยามิลริโนนอาจส่งผลให้อาการโรคของคุณแย่ลง หรือส่งผลต่อการออกฤทธิ์ของยา โปรดแจ้งให้แพทย์หรือเภสัชกรทราบถึงสภาวะโรคของคุณก่อนใช้ยาเสมอ

ขนาดยา

ข้อมูลในที่นี้ไม่มีเจตนาให้ใช้ทดแทนคำแนะนำทางการแพทย์ ควรปรึกษากับแพทย์หรือเภสัชกรทุกครั้ง เพื่อรับทราบข้อมูลเพิ่มเติม

ขนาดยามิลริโนนสำหรับผู้ใหญ่

ขนาดยาสำหรับผู้ใหญ่เพื่อรักษาภาวะหัวใจวาย

ขนาดยาเริ่มต้น 50 ไมโครกรัม/กก. ฉีดยาเข้าหลอดเลือดนานกว่า 10 นาที

ขนาดยาปกติสำหรับหยอดยา 0.375 ถึง 0.75 ไมโครกรัม/กก./นาที

การปรับขนาดยาสำหรับไต

  • ค่าครีอะตินีนเคลียรานซ์ (CrCl) 5 มล./นาที:ขนาดยาปกติสำหรับหยอดยา 0.2 ไมโครกรัม/กก./นาที
  • ค่าครีอะตินีนเคลียรานซ์ 10 มล./นาที: ขนาดยาปกติสำหรับหยอดยา 0.23 ไมโครกรัม/กก./นาที
  • ค่าครีอะตินีนเคลียรานซ์ 20 มล./นาที: ขนาดยาปกติสำหรับหยอดยา 0.28 ไมโครกรัม/กก./นาที
  • ค่าครีอะตินีนเคลียรานซ์ 30 มล./นาที: ขนาดยาปกติสำหรับหยอดยา 0.33 ไมโครกรัม/กก./นาที
  • ค่าครีอะตินีนเคลียรานซ์ 40 มล./นาที: ขนาดยาปกติสำหรับหยอดยา 0.38 ไมโครกรัม/กก./นาที
  • ค่าครีอะตินีนเคลียรานซ์ 50 มล./นาที: ขนาดยาปกติสำหรับหยอดยา 0.43 ไมโครกรัม/กก./นาที

การปรับขนาดยา

ควรขนาดยาปกติสำหรับหยอดยาโดยขึ้นอยู่กับการตอบสนองของผู้ป่วย

ข้อควรระวัง

  • ผู้ป่วยควรเฝ้าระวังโดยการวัด (telemetry) เมื่อหยอดยามิลริโนน
  • เคยมีการงานการเกิดปฏิกิริยาบริเวณที่หยอดยา ผู้ผลิตแนะนำให้เฝ้าระวังบริเวณที่หยอดให้ยาเพื่อหลีกเลี่ยงการรั่วออกจากหลอดเลือด

คำแนะนำอื่นๆ

  • ขนาดยาที่แนะนำสูงสุดต่อวันคือ 1.13 มก./กก.
  • ยังไม่มีการบันทึกการหยอดยามิลริโนนเป็นเวลานานกว่า 48 ชั่วโมง

ขนาดยามิลริโนนสำหรับเด็ก

ขนาดยาสำหรับเด็กเพื่อรักษาภาวะหัวใจวาย

อายุน้อยกว่า 1 เดือน

เพื่อสนับสนุนการไหลเวียนของเลือด ทารกแรกคลอดที่ครบกำหนดคลอด

  • ขนาดยาเริ่มต้น 50 ถึง 75 ไมโครกรัม/กก. ฉีดยาเข้าหลอดเลือดนานกว่า 15 นาที ตามด้วยหยอดยาอย่างต่อเนื่อง 0.5 ไมโครกรัม/กก./นาที
  • ปรับขนาดยาเพื่อให้มีประสิทธิภาพ สถานพยาบาลต่างๆ เคยมีการใช้ยาในช่วง 0.25 ถึง 0.75 ไมโครกรัม/กก./นาที มีการงานการใช้ยาในขนาดเริ่มต้นที่ 50 ไมโครกรัม/กก. ฉีดยาเข้าหลอดเลือดนานกว่า 15 นาที ตามด้วยการหยอดยาขนาด 0.5 ไมโครกรัม/กก./นาที นานกว่า 30 นาที ในทารกแรกเกิด 10 ราย (อายุ 3 ถึง 27 วัน อายุเฉลี่ย 5 วัน) ปริมาณเลือดส่งออกจากหัวใจต่อนาทีต่ำหลังจากการผ่าตัดหัวใจ มีผลแสดงให้เห็นถึงการเพิ่มขึ้น ของการวัดการไหลเวียนของเลือด และสามารถทนยามิลริโนนได้ดี

เพื่อป้องกันภาวะการสูบฉีดเลือดจากหัวใจต่อนาทีลดต่ำหลังจากการผ่าตัด: ทารกแรกคลอดที่ครบกำหนดคลอด

  • ขนาดยาเริ่มต้น 75 ไมโครกรัม/กก. ฉีดยาเข้าหลอดเลือดนานกว่า 60 นาที ตามด้วยหยอดยาอย่างต่อเนื่อง 0.75 ไมโครกรัม/กก./นาที เป็นเวลา 35 ชั่วโมง
  • เคยมีการสุ่มใช้การทดลองควบคุมด้วยยาหลอกในผู้ป่วย 227 ราย (อายุ 2 วัน ถึง 6.9 ปี อายุเฉลี่ย 3 เดือน) และแสดงให้เห็นว่า มีความเสี่ยงที่เกี่ยวข้องลดลงร้อยละ 64 สำหรับการเกิดภาวะการสูบฉีดเลือดจากหัวใจต่อนาทีลดต่ำลง เทียบกับผู้ที่ใช้ยาหลอก
  • การใช้ยามิลริโนนขนาดต่ำในการวิจัยนั้น ไม่แสดงให้เห็นถึงความเสี่ยงที่ลดลงอย่างมีนัยยะสำคัญ เทียบกับผู้ที่ได้รับยาหลอกในตอนท้าย

อายุ 1 เดือนขึ้นไป

  • ขนาดยาเริ่มต้น 50 ไมโครกรัม/กก. ฉีดยาเข้าหลอดเลือดนานกว่า 15 นาที
  • ขนาดยาปกติสำหรับหยอดยา 0.25-1 ไมโครกรัม/กก./นาที

รูปแบบของยา

ความแรงและรูปแบบของยามีดังนี้

  • สารละลายสำหรับฉีด

กรณีฉุกเฉินหรือใช้ยาเกินขนาด

หากเกิดเหตุฉุกเฉินหรือใช้ยาเกินขนาด ควรแจ้งเหตุฉุกเฉิน หรือนำส่งห้องฉุกเฉินใกล้บ้านโดยทันที

กรณีลืมใช้ยา

หากคุณลืมใช้ยาควรรีบใช้ในทันทีที่นึกได้ หรือถ้าหากใกล้ถึงเวลาใช้ยาครั้งต่อไป ให้ข้ามรอบไปใช้ยาตามตารางปกติได้เลย ไม่ควรเพิ่มปริมาณยา

Hello Health Group ไม่ได้ให้คำแนะนำทางการแพทย์ การวินิจฉัยโรคหรือการรักษาโรคแต่อย่างใด

อ่านเพิ่มเติม:

บทความนี้มีประโยชน์ต่อคุณหรือไม่
happy unhappy"
แหล่งที่มา

บทความนี้ก็น่าสนใจเหมือนกัน

ทิโคลพิดีน (Ticlopidine)

ทิโคลพิดีน (Ticlopidine) ใช้ป้องกันการเกิดโรคเส้นเลือดในสมองแตก ในผู้ที่ไม่สามารถกินยาแอสไพริน เป็นยาต้านเกล็ดเลือด ช่วยให้การไหลเวียนของโลหิตราบรื่นขึ้น

ทบทวนบทความโดย เภสัชกรวิสสุตา ชั้นประเสริฐ
Written by ปราโมทย์ วงศ์คำ

Recommended for you

แอมโลดิปีน (Amlodipine)

แอมโลดิปีน (Amlodipine)

ทบทวนบทความโดย เภสัชกรอาชานนท์ สมศักดิ์
Written by พลอย วงษ์วิไล
Published on ธันวาคม 1, 2019
อีโพรซาร์แทน (Eprosartan)

อีโพรซาร์แทน (Eprosartan)

ทบทวนบทความโดย ทีม Hello คุณหมอ
Written by พลอย วงษ์วิไล
Published on มิถุนายน 14, 2019
ไอวาบราดีน (Ivabradine)

ไอวาบราดีน (Ivabradine)

ทบทวนบทความโดย เภสัชกรอาชานนท์ สมศักดิ์
Written by พลอย วงษ์วิไล
Published on ธันวาคม 27, 2018
โดบูทามีน (Dobutamine)

โดบูทามีน (Dobutamine)

ทบทวนบทความโดย เภสัชกรวิสสุตา ชั้นประเสริฐ
Written by พลอย วงษ์วิไล
Published on สิงหาคม 30, 2018