ยูเรีย (Urea)

ทบทวนบทความโดย | โดย

Update Date 11/05/2020 . 4 mins read
Share now

ข้อบ่งใช้ ยูเรีย

ยูเรีย ใช้สำหรับ

ยูเรีย (Urea) เป็นยาที่ใช้เพื่อรักษาสภาวะผิวแห้งหรือหยาบ เช่น โรคผิวหนังอักเสบผื่นแพ้ (eczema) โรคสะเก็ดเงิน (psoriasis) ตาปลา (Corns) หรือแคลลัส (callus) และปัญหาเกี่ยวกับเล็บ เช่น เล็บขบ (ingrown nails) นอกจากนี้ยังใช้เพื่อช่วยในการกำจัดเนื้อเยื่อที่ตายในแผล เพื่อช่วยให้แผลหายเร็วขึ้น ยายูเรียเป็นที่รู้จักกันว่าเป็นยาลอกผิวหนัง (keratolytic) ช่วยเพิ่มความชุ่มชื้นให้แก่ผิวหนัง โดยการทำให้สารที่ตายแล้ว หรือเคราติน (keratin) ซึ่งทำให้เซลล์ผิวหนังชั้นนอกสุดเกาะรวมตัวกันนั้นนุ่มขึ้น และละลายไป ผลนี้จะช่วยให้เซลล์ที่ตายแล้วหลุดออก และทำให้ผิวหนังกักเก็บน้ำได้มากขึ้น

วิธีการใช้ยายูเรีย

  • ใช้ยานี้ตามที่แพทย์กำหนด ควรทำตามแนวทางการใช้ยาบนบรรจุภัณฑ์และฉลากยาตามใบสั่ง หากมีข้อสงสัยใดๆ โปรดสอบถามแพทย์หรือเภสัชกร
  • ยาบางอย่างนั้นควรเขย่าขวดให้ดีก่อนใช้งาน อ่านฉลากยาว่าคุณจำเป็นต้องเขย่าขวดยาหรือไม่ หายาลงที่บริเวณผิวหนังหรือเล็บที่มีอาการ โดยปกติคือวันละ 1 ถึง 3 ครั้งต่อวัน หรือตามที่แพทย์กำหนด นวดจนยาซึมเข้าสู่ผิวหนัง ล้างมือให้สะอาดหลังจากที่ทายา เว้นแต่ว่าคุณทายาที่บริเวณมือ ความถี่ในการใช้ยาขึ้นอยู่กับผลิตภัณฑ์และสภาวะของผิวคุณ
  • ยานี้ใช้ยาที่ผิวหนังหรือเล็บเท่านั้น ควรหลีกเลี่ยงบริเวณที่อ่อนไหว เช่น รอบดวงตา ริมฝีปาก ภายในปากหรือจมูก และที่บริเวณช่องคลอดหรือขาหนีบ นอกเสียจากว่าแพทย์จะสั่งให้ทำ สอบถามแพทย์หรืออ่านฉลากยา เพื่อรับทราบบริเวณหรือชนิดของผิวที่ไม่ควรทายา เช่น บริเวณใบหน้า ผิวหนังที่มีรอยถลอก รอยแตก ระคายเคือง หรือมีรอยครูด หรือผิวบริเวณที่พึ่งผ่านการโกนขนไป สอบถามแพทย์ว่า คุณควรจะพันแผลหรือปิดแผลบริเวณที่มีอาการหรือไม่ สำหรับข้อมูลเพิ่มเติมโปรดสอบถามแพทย์
  • ใช้ยาอย่างเป็นประจำเพื่อให้ได้รับประโยชน์จากยาสูงสุด
  • แจ้งให้แพทย์ทราบหากอาการไม่หายไปหรือแย่ลง

การเก็บรักษายายูเรีย

ยายูเรียควรเก็บในอุณหภูมิห้อง หลีกเลี่ยงแสงหรือความชื้น เพื่อป้องกันไม่ให้ตัวยาเกิดความเสียหาย ไม่ควรเก็บยานี้ในห้องน้ำหรือช่องแช่แข็ง ยายูเรียบางยี่ห้ออาจจะต้องเก็บรักษาแตกต่างกัน จึงควรตรวจสอบฉลากยาหรือสอบถามเภสัชกรเสมอ เพื่อความปลอดภัย โปรดเก็บยาให้ห่างจากมือเด็กและสัตว์เลี้ยง 

ไม่ควรทิ้งยายูเรียลงในชักโครก หรือเทยาลงในท่อระบายน้ำ เว้นเสียแต่จะได้รับคำแนะนำให้ทำ ควรกำจัดยาด้วยวิธีที่ถูกต้องเมื่อยาหมดอายุ หรือไม่มีความจำเป็นต้องใช้งาน โปรดสอบถามเภสัชกรเพิ่มเติม เกี่ยวกับวิธีการกำจัดยาที่ถูกต้อง

ข้อควรระวังและคำเตือน

ข้อควรรู้ก่อนใช้ยายูเรีย

ระหว่างที่กำลังพิจารณาเลือกใช้ยา แพทย์จะพิจารณาความเสี่ยงของการใช้ยาต่อประโยชน์ของยาเสียก่อน สำหรับยานี้ควรพิจารณาดังต่อไปนี้

โรคภูมิแพ้ 

แจ้งให้แพทย์ทราบ หากคุณเคยมีอาการที่ผิดปกติ หรืออาการแพ้ต่อยานี้ นอกจากนี้ยังควรแจ้งให้แพทย์ทราบ เกี่ยวกับโรคภูมิแพ้อื่นๆ ที่คุณเป็น เช่น แพ้อาหาร สีย้อม สารกันบูด หรือสัตว์ สำหรับยาที่หาซื้อเองควรอ่ายฉลากยาหรือส่วนประกอบของยาอย่างละเอียด

เด็ก

แม้ว่าจะไม่มีข้อมูลเฉพาะที่เปรียบเทียบการใช้ยายูเรียในวัยรุ่น กับการใช้ยานี้ในกลุ่มอายุอื่น ยานี้ไม่คาดว่าจะมีผลข้างเคียง หรือปัญหาในกลุ่มวัยรุ่น ที่แตกต่างจากอาการที่เกิดขึ้นในกลุ่มผู้ใหญ่

ความปลอดภัยต่อการตั้งครรภ์หรือให้นมบุตร

ยังไม่มีงานวิจัยในผู้หญิงที่เพียงพอ ที่จะบ่งชี้ความเสี่ยงของการใช้ยานี้ ขณะตั้งครรภ์หรือให้นมบุตร โปรดปรึกษากับแพทย์ เพื่อพิจารณาประโยชน์และความเสี่ยงก่อนการใช้ยา

ผลข้างเคียง

ผลข้างเคียงของการใช้ยายูเรีย

ยานั้นอาจทำให้เกิดผลข้างเคียงที่ไม่พึงประสงค์ ควบคู่มากับประสิทธิภาพที่จำเป็นได้ แม้ว่าผลข้างเคียงเหล่านี้อาจจะไม่เกิดขึ้นทั้งหมด แต่คุณควรรับการรักษาหากเกิดผลข้างเคียงขึ้น

ติดต่อแพทย์ในทันทีหากเกิดผลข้างเคียงดังต่อไปนี้

  • สับสน
  • หัวใจเต้นผิดปกติ
  • เป็นตะคริวหรือปวดกล้ามเนื้อ
  • มีอาการเหน็บชา ปวด หรืออ่อนแรงที่มือหรือเท้า
  • มีอาการเหนื่อยล้าหรืออ่อนแรงผิดปกติ
  • รู้สึกอ่อนแรงหรือหนักที่ขา

ไม่ใช่ทุกคนจะเจอกับผลข้างเคียงเหล่านี้ และอาจจะมีอาการอย่างอื่นนอกเหนือจากที่กล่าวมาข้างต้น ถ้าคุณมีข้อสงสัยใดๆ เกี่ยวกับผลข้างเคียง โปรดปรึกษากับแพทย์หรือเภสัชกร

ปฏิกิริยาของยา

ปฏิกิริยากับยาอื่น

ยายูเรียอาจเกิดปฏิกิริยากับยาอื่นที่คุณกำลังใช้อยู่ ซึ่งอาจส่งผลต่อการออกฤทธิ์ของยา หรือเพิ่มความเสี่ยงที่จะเกิดผลข้างเคียง เพื่อป้องกันปัญหาที่อาจจะเกิดขึ้น คุณควรจะบอกแพทย์หรือเภสัชกรของคุณว่า คุณกำลังใช้ยาอะไรอยู่บ้าง (ทั้งยาตามใบสั่งแพทย์ ยาที่ซื้อได้เอง และสมุนไพรต่างๆ) เพื่อความปลอดภัย โปรดอย่าเริ่ม หยุด หรือเปลี่ยนขนาดยาใดๆ โดยไม่ได้รับความเห็นชอบจากแพทย์

โดยปกติแล้วไม่แนะนำให้ใช้ยากลุ่มนี้กับยาดังต่อไปนี้ แต่อาจจำเป็นในบางกรณี หากคุณได้รับใบสั่งยาทั้งคู่ร่วมกัน แพทย์อาจจะต้องเปลี่ยนขนาดยาหรือความถี่ในการใช้ยาตัวหนึ่งหรือทั้งคู่

  • อาร์เซนิกไตรออกไซด์ (Arsenic Trioxide)
  • ดรอเพอริดอล (Droperidol)
  • เลโวเมทาดิล (Levomethadyl)

การใช้ยาดังต่อไปนี้ร่วมกันอาจเพิ่มความเสี่ยงในการเกิดผลข้างเคียงบางอย่างได้ แต่การใช้ยาทั้งสองร่วมกันอาจเป็นการรักษาที่ดีที่สุดสำหรับคุณ หากคุณได้รับใบสั่งยาทั้งคู่ร่วมกัน แพทย์อาจจะต้องเปลี่ยนขนาดยาหรือความถี่ในการใช้ยาตัวหนึ่งหรือทั้งคู่

  • ลิโคไรซ์ (Licorice) หรือชะเอมเทศ

ปฏิกิริยากับอาหารหรือแอลกอฮอล์

ยายูเรียอาจมีปฏิกิริยากับอาหารหรือเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ โดยส่งผลต่อการออกฤทธิ์ของยา หรือเพิ่มความเสี่ยงที่จะเกิดผลข้างเคียง โปรดปรึกษากับแพทย์หรือเภสัชกรก่อนเสมอ

ปฏิกิริยากับอาการโรคอื่น

ยายูเรียอาจส่งผลให้อาการโรคของคุณแย่ลง หรือส่งผลต่อการออกฤทธิ์ของยา โปรดแจ้งให้แพทย์หรือเภสัชกรทราบ ถึงสภาวะโรคของคุณก่อนใช้ยาเสมอ โดยเฉพาะ

  • โรคเบาหวาน 
  • เนื้องอกไฟบรอยด์ (Fibroid tumors) ที่มดลูก
  • โรคไต
  • โรคตับ
  • โรคเม็ดเลือดแดงรูปเคียว (Sickle cell disease)

ขนาดยา

ข้อมูลในที่นี้ไม่มีเจตนาให้ใช้ทดแทนคำแนะนำทางการแพทย์ ควรปรึกษากับแพทย์หรือเภสัชกรทุกครั้ง เพื่อรับทราบข้อมูลเพิ่มเติม

ขนาดยายูเรียสำหรับผู้ใหญ่

ทายาที่บริเวณผิวหนังที่มีอาการวันละ 2 ครั้ง ด้วย

  • ยายูเรียรูปแบบโฟม 30%
  • ยายูเรียรูปแบบโฟม 35%
  • ยายูเรียรูปแบบโลชั่น 35%
  • ยายูเรียรูปแบบครีม 39%
  • ยายูเรียรูปแบบโฟม 40%
  • ยายูเรียแบบโฟม 42%
  • ยายูเรียรูปแบบอิมัลชั่น (emulsion) 45%
  • ยายูเรียรูปแบบสารละลาย 45%
  • ยายูเรียรูปแบบอิมัลชั่น 50%
  • ยายูเรียรูปแบบขี้ผึ้ง 50%
  • ยายูเรียรูปแบบยาแขวนตะกอน 50%

ทายาที่บริเวณเนื้อเยื่อเล็บหรือผิวหนังที่มีอาการวันละ 2 ครั้ง ด้วย

  • ยายูเรียรูปแบบอิมัลชั่น 40%
  • ยายูเรียรูปแบบยาแขวนตะกอน 40%
  • ยายูเรียรูปแบบแผ่นแปะ 42%
  • ยายูเรียรูปแบบเจล 45%
  • ยายูเรียรูปแบบครีม 50%
  • ยายูเรียรูปแบบเจล 50%

ทายาที่บริเวณเนื้อเยื่อเล็บที่มีอาการวันละ 2 ครั้ง ด้วย

  • ยายูเรียรูปแบบแท่ง 50%

ขนาดยายูเรียสำหรับเด็ก

ยังไม่มีการพิสูจน์ความความปลอดภัยและประสิทธิภาพของขนาดยานี้สำหรับผู้ป่วยเด็ก ยานี้อาจเป็นอันตรายต่อเด็กได้ ดังนั้น จึงควรทำความเข้าใจกับความปลอดภัยของยาก่อนการใช้ยา สำหรับข้อมูลเพิ่มเติมโปรดติดต่อกับแพทย์หรือเภสัชกร

รูปแบบของยา

ความแรงและรูปแบบของยามีดังนี้

  • ยาผงสำหรับสารละลาย
  • โฟม

กรณีฉุกเฉินหรือใช้ยาเกินขนาด

หากเกิดเหตุฉุกเฉินหรือใช้ยาเกินขนาด ควรแจ้งเหตุฉุกเฉินหรือนำส่งห้องฉุกเฉินใกล้บ้านโดยทันที

กรณีลืมใช้ยา

หากคุณลืมใช้ยาควรรีบใช้ในทันทีที่นึกได้ หรือถ้าหากใกล้ ถึงเวลาใช้ยาครั้งต่อไป ให้ข้ามรอบไปใช้ยาตามตารางปกติได้เลย ไม่ควรเพิ่มปริมาณยา

Hello Health Group ไม่ได้ให้คำแนะนำทางการแพทย์ การวินิจฉัยโรคหรือการรักษาโรคแต่อย่างใด

Hello Health Group ไม่ได้ให้คำแนะนำด้านการแพทย์ การวินิจฉัยโรค หรือการรักษาโรคแต่อย่างใด

อัปเดตข่าวสารสุขภาพติดตามไลน์ Hello คุณหมอ
บทความนี้มีประโยชน์ต่อคุณหรือไม่
happy unhappy

บทความนี้ก็น่าสนใจเหมือนกัน

ไดอะเซอรีน (Diacerein)

ไดอะเซอรีน (Diacerein) เป็นยาในกลุ่มแอนทราควิโนน (anthraquinone) และใช้เพื่อรักษาอาการที่เกี่ยวข้องกับโรคเสื่อมสภาพที่กระดูกและข้อต่อ

ทบทวนบทความโดย เภสัชกรอาชานนท์ สมศักดิ์
Written by พลอย วงษ์วิไล

แอลทีเพลส (Alteplase)

แอลทีเพลส (Alteplase) มักใช้เพื่อป้องกันการเกิดลิ่มเลือด รักษาหลอดเลือดดำอุดตัน นอกจากนี้ยังอาจใช้เพื่อจุดประสงค์อื่น โปรดปรึกษากับแพทย์ 

ทบทวนบทความโดย เภสัชกรวิสสุตา ชั้นประเสริฐ
Written by พลอย วงษ์วิไล

แอมโลดิปีน (Amlodipine)

แอมโลดิปีน (Amlodipine) ถูกจัดอยู่ในกลุ่มยาแคลเซียมแชนแนลบล็อกเกอร์ ช่วยคลายหลอดเลือด เพื่อให้เลือดสามารถไหลเวียนได้ง่ายขึ้น

ทบทวนบทความโดย เภสัชกรอาชานนท์ สมศักดิ์
Written by พลอย วงษ์วิไล

ริโทนาเวียร์ (Ritonavir)

ยา ริโทนาเวียร์ (Ritonavir) ใช้ร่วมกับยารักษาผู้ป่วยติดเชื้อเอชไอวี ใช้เพื่อควบคุมอาการติดเชื้อเอชไอวี ทำหน้าที่ในการลดปริมาณของเชื้อเอชไอวีในร่างกาย

ทบทวนบทความโดย เภสัชกรอาชานนท์ สมศักดิ์
Written by พลอย วงษ์วิไล

Recommended for you

คาพาสแตต-ซัลเฟต-capastat-sulfate

คาพาสแตต® ซัลเฟต (Capastat® Sulfate)

ทบทวนบทความโดย เภสัชกรวิสสุตา ชั้นประเสริฐ
Written by พลอย วงษ์วิไล
Published on 06/02/2020 . 9 mins read
ดีกัวดิน-dequadin

ดีกัวดิน® (Dequadin®)

ทบทวนบทความโดย ทีม Hello คุณหมอ
Written by วรภพ ไกยเดช
Published on 09/12/2019 . 3 mins read
อัลปราโซแลม-alprazolam

อัลปราโซแลม (Alprazolam)

ทบทวนบทความโดย เภสัชกรอาชานนท์ สมศักดิ์
Written by พลอย วงษ์วิไล
Published on 01/12/2019 . 5 mins read
อัลเบนดาโซล-albendazole

อัลเบนดาโซล (Albendazole)

ทบทวนบทความโดย เภสัชกรอาชานนท์ สมศักดิ์
Written by พลอย วงษ์วิไล
Published on 01/12/2019 . 6 mins read