สโคโปลามีน (Scopolamine)

ทบทวนบทความโดย | โดย

Update Date 11/05/2020 . 4 mins read
Share now

ข้อบ่งใช้

ยา สโคโปลามีน ใช้สำหรับ

ยา สโคโปลามีน (Scopolamine) ลดการหลั่งของสารในอวัยวะบางส่วน เช่น กระเพาะอาหารและลำไส้ ยาสโคโปลามีนยังสามารถลดสัญญาณประสาท ที่กระตุ้นกระเพาะอาหารของคุณให้คุณอาเจียน

ยาสโคโปลามีนยังใช้เพื่อป้องกันอาการคลื่นไส้และอาเจียน ที่เกิดการเมายานพาหนะ (motion sickness) หรือยาชาที่ได้รับระหว่างการผ่าตัด

ยาสโคโปลามีนยังใช้เพื่อรักษาปัญหาเกี่ยวกับกระเพาะอาหารหรือปัญหาเกี่ยวกับลำไส้บางประเภท กล้ามเนื้อกระตุก สภาวะที่คล้ายกับโรคพาร์กินสัน (Parkinson)

วิธีการใช้ยา สโคโปลามีน

ควรทำตามแนวทางทั้งหมดบนฉลาก อย่าใช้รับประทานขนาดที่มากกว่า น้อยกว่า หรือนานกว่าที่แนะนำ

รับประทานยาพร้อมกับดื่มน้ำอย่างน้อยหนึ่งแก้ว

คุณสามารถรับประทานยาสโคโปลามีน พร้อมกับอาหารหรือรับประทานแยกต่างหาก็ได้

หากคุณใช้ยาสโคโปลามีน เพื่อรักษาสภาวะที่คล้ายกับโรคพาร์กินสัน อย่าหยุดใช้ยานี้อย่างกะทันหัน การหยุดใช้ยาอย่างกะทันหันอาจทำให้สภาวะนั้นรุนแรงขึ้น

การเก็บรักษายาสโคโปลามีน

ยาสโคโปลามีนควรเก็บที่อุณหภูมิห้อง หลีกเลี่ยงแสงหรือความชื้น เพื่อป้องกันไม่ให้ตัวยาเกิดความเสียหาย ไม่ควรเก็บยานี้ในห้องน้ำหรือช่องแช่แข็ง ยาสโคโปลามีนบางยี่ห้ออาจจะต้องเก็บรักษาแตกต่างกัน จึงควรตรวจสอบฉลากยาหรือสอบถามเภสัชกรเสมอ เพื่อความปลอดภัย โปรดเก็บยาให้ห่างจากมือเด็กและสัตว์เลี้ยง

ไม่ควรทิ้งยาสโคโปลามีนลงในชักโครก หรือเทลงในท่อระบายน้ำ เว้นแต่ได้รับคำแนะนำให้ทำเช่นนั้น ควรกำจัดยาด้วยวิธีที่ถูกต้องเมื่อยาหมดอายุ หรือไม่มีความจำเป็นต้องใช้งาน โปรดสอบถามเภสัชกรเพิ่มเติม เกี่ยวกับวิธีการกำจัดยาที่ถูกต้อง

ข้อควรระวังและคำเตือน

ข้อควรรู้ก่อนใช้ยาสโคโปลามีน

ก่อนใช้ยานี้ แจ้งให้แพทย์ทราบหาก

  • คุณกำลังตั้งครรภ์ หรือให้นมบุตร เนื่องจากในช่วงที่คุณกำลังตั้งครรภ์ หรือกำลังให้นมบุตร ควรใช้ยาตามที่แพทย์แนะนำเท่านั้น
  • หากคุณกำลังใช้ยาอื่นอยู่ รวมทั้งยาที่หาซื้อได้เอง เช่น สมุนไพรหรือยาทางเลือกอื่นๆ
  • หากคุณแพ้สารออกฤทธิ์หรือไม่ออกฤทธิ์ของยาสโคโปลามีน หรือยาอื่นๆ
  • หากคุณมีอาการป่วย มีความผิดปกติ หรือมีสภาวะทางการแพทย์อื่นๆ

คุณไม่ควรใช้ยานี้หากคุณเป็นโรคภูมิแพ้ต่อยาสโคโปลามีนหรือยาที่คล้ายกัน เช่น เมทสโคโพลามีน (methscopolamine) หรือไฮออสไซยามีน (hyoscyamine) หรือหากคุณเป็นโรค

  • โรคต้อหินมุมปิด
  • ลำไส้อุดตัน
  • ความผิดปกติเกี่ยวกับการหายใจอย่างรุนแรง
  • หากคุณไม่สามารถปัสสาวะได้

ความปลอดภัยต่อการตั้งครรภ์หรือให้นมบุตร

ยังไม่มีงานวิจัยที่น่าเชื่อถือ เกี่ยวกับความเสี่ยงในสตรีที่ใช้ยานี้ ในช่วงการตั้งครรภ์หรือให้นมบุตร โปรดปรึกษาแพทย์เพื่อหาประโยชน์และความเสี่ยงก่อนการใช้ยานี้

ยาสโคโปลามีนจัดอยู่ในประเภทของยาที่มีความเสี่ยงต่อผู้ตั้งครรภ์ หมวด C โดยองค์การอาหารและยาแห่งสหรัฐอเมริกา (FDA)

การจัดประเภทของยาที่มีความเสี่ยงต่อผู้ตั้งครรภ์โดยองค์การอาหารและยาแห่งสหรัฐอเมริกามีดังนี้

  • A= ไม่มีความเสี่ยง
  • B= ไม่พบความเสี่ยงในการวิจัยบางชิ้น
  • C= อาจจะมีความเสี่ยง
  • D= มีหลักฐานแสดงถึงความเสี่ยง
  • X= ห้ามใช้
  • N= ไม่ทราบแน่ชัด

ผลข้างเคียง

ผลข้างเคียงของการใช้ยาสโคโปลามีน

โปรดแจ้งให้แพทย์ทราบในทันทีหากคุณมีอาการ

  • ปัสสาวะน้อยหรือไม่ปัสสาวะเลย
  • หัวใจเต้นเร็วหรือรัว
  • สับสน
  • หวาดระแวง
  • กลืนลำบาก

ผลข้างเคียงที่พบได้ทั่วไปอาจมีดังนี้

  • ปากแห้ง กระหายน้ำเพิ่มขึ้น
  • ผิวแห้ง
  • ท้องผูก
  • มีอาการปวดขณะปัสสาวะหรือปัสสาวะติดขัด
  • ง่วงซึม
  • วิงเวียน
  • รู้สึกร้อนรน
  • มองเห็นไม่ชัด รูม่านตาขยาย ดวงตามีปฏิกิริยาไวต่อแสงมากขึ้น

ผลข้างเคียงนี้มักจะเกิดขึ้นได้บ่อยกว่าในผู้สูงอายุ

ไม่ใช่ทุกคนจะเจอกับผลข้างเคียงเหล่านี้ และอาจจะมีอาการอย่างอื่นนอกเหนือจากที่กล่าวมาข้างต้น ถ้าคุณมีข้อสงสัยใดๆ เกี่ยวกับผลข้างเคียง โปรดปรึกษากับแพทย์หรือเภสัชกร

ปฏิกิริยาของยา

ปฏิกิริยากับยาอื่น

ยาสโคโปลามีนอาจเกิดปฏิกิริยากับยาอื่นที่คุณกำลังใช้อยู่ ซึ่งอาจส่งผลต่อการออกฤทธิ์ของยา หรือเพิ่มความเสี่ยงที่จะเกิดผลข้างเคียง เพื่อป้องกันปัญหาที่อาจจะเกิดขึ้น คุณควรจะบอกแพทย์หรือเภสัชกรของคุณว่า คุณกำลังใช้ยาอะไรอยู่บ้าง (ทั้งยาตามใบสั่งแพทย์ ยาที่ซื้อได้เอง และสมุนไพรต่างๆ) เพื่อความปลอดภัย โปรดอย่าเริ่ม หยุด หรือเปลี่ยนขนาดยาใดๆ โดยไม่ได้รับความเห็นชอบจากแพทย์

ยาที่อาจมีปฏิกิริยากับยานี้ได้แก่ยาโพแทสเซียมแบบยาเม็ดหรือยาแคปซูล ยาพรามลินไทด์ (pramlintide)

ปฏิกิริยากับอาหารหรือแอลกอฮอล์

ยาสโคโปลามีนอาจมีปฏิกิริยากับอาหารหรือเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ โดยส่งผลต่อการออกฤทธิ์ของยา หรือเพิ่มความเสี่ยงที่จะเกิดผลข้างเคียง โปรดปรึกษากับแพทย์หรือเภสัชกรก่อนเสมอ

ปฏิกิริยากับอาการโรคอื่น

ยาสโคโปลามีนอาจส่งผลให้อาการโรคของคุณแย่ลง หรือส่งผลต่อการออกฤทธิ์ของยา โปรดแจ้งให้แพทย์หรือเภสัชกรทราบถึงสภาวะโรคของคุณก่อนใช้ยาเสมอ

โรคที่อาจมีปฏิกิริยากับยานี้ได้แก่

  • โรคต้อหิน
  • ต่อมลูกหมากโต กระเพาะปัสสาวะอุดตัน หรือปัญหาเกี่ยวกับการปัสสาวะ
  • ปัญหาเกี่ยวกับหลอดอาหาร กระเพาะอาหาร หรือลำไส้
  • โรคไต
  • โรคตับ
  • โรคหัวใจ ความดันโลหิตสูง
  • โรคหลอดเลือดหัวใจ (Coronary artery disease) หลอดเลือดแดงแข็งตัว
  • ภาวะต่อมไทรอยด์ทำงานเกิน (Overactive thyroid)
  • โรคกล้ามเนื้ออ่อนแรงเอ็มจี (Myasthenia gravis)
  • โรคหอบหืดหรือปัญหาเกี่ยวกับการหายใจอื่นๆ
  • เคยมีการบาดเจ็บที่ศีรษะหรือโรคเนื้องอกในสมอง

ขนาดยา

ข้อมูลในที่นี้ไม่มีเจตนาให้ใช้ทดแทนคำแนะนำทางการแพทย์ ควรปรึกษากับแพทย์หรือเภสัชกรทุกครั้ง เพื่อรับทราบข้อมูลเพิ่มเติม

ขนาดยาสโคโปลามีนสำหรับผู้ใหญ่

สำหรับอาหารคลื่นไส้อาเจียน

แก้คลื่นไส้อาเจียนทั่วไป 0.3 ถึง 0.65 มก. ฉีดยาเข้าหลอดเลือดดำ เข้ากล้ามเนื้อ หรือใต้ผิวหนัง ทุกๆ 6 ถึง 8 ชั่วโมงเท่าที่จำเป็น

แก้คลื่นไส้และอาเจียนหลังจากการผ่าตัด แปะแผ่นยาซึมผ่านผิวหนังสโคโปลามีนขนาด 1.5 มก. ไว้ที่ด้านหลังใบหูในตอนเย็น คือวันก่อนการผ่าตัด ควรแปะแผ่นยาไว้ 24 ชั่วโมงหลังจากการผ่าตัด แล้วจึงค่อยกำจัดทิ้ง

หากคุณใช้แผ่นแปะยาสโคโปลามีนกับผู้ป่วยที่คลอดบุตร ควรแปะแผ่นยา 1 ชั่วโมงก่อนการผ่าตัดคลอด เพื่อจำกัดปริมาณยาที่จะเข้าสู่เด็กทารก

สำหรับภาวะเมายานพาหนะ

แปะแผ่นแผะยาซึมผ่านผิวหนังสโคโปลามีนขนาด 1.5 มก. ไว้ที่ด้านหลังใบหูอย่างน้อย 4 ชั่วโมงก่อนเดินทาง ทุกๆ 3 วันเท่าที่จำเป็น

สำหรับอาการสั่นเทาที่เหมือนโรคพาร์กินสัน

ขนาดยาที่แนะนำคือ 0.4 ถึง 0.8 มก. รับประทานทุกๆ 8 ชั่วโมงเท่าที่จำเป็น

ขนาดยาสโคโปลามีนสำหรับเด็ก

สำหรับอาหารคลื่นไส้อาเจียน

อายุ 1 ถึง 12 ปี 6 ไมโครกรัม/กก./ครั้ง (ขนาดยาสูงสุดที่ 0.3 มก./ครั้ง) ฉีดยาเข้าหลอดเลือดดำ เข้ากล้ามเนื้อ หรือใต้ผิวหนังทุกๆ 6 ถึง 8 ชั่วโมงเท่าที่จำเป็น

สำหรับภาวะป่วยจากการเคลื่อนไหว

อายุมากกว่า 12 ปี แปะแผ่นยาซึมผ่านผิวหนังสโคโปลามีนขนาด 1.5 มก. ไว้ที่ด้านหลังใบหูอย่างน้อย 4 ชั่วโมง ก่อนเริ่มมีการเคลื่อนไหว ทุกๆ 3 วันเท่าที่จำเป็น

รูปแบบของยา

ความแรงและรูปแบบของยามีดังนี้

  • ยาเม็ด 1.5 มก. 1 มก./มล. 0.4 มก./มล. 0.4 มก.

กรณีฉุกเฉินหรือใช้ยาเกินขนาด

หากเกิดเหตุฉุกเฉินหรือใช้ยาเกินขนาด ควรแจ้งเหตุฉุกเฉิน หรือนำส่งห้องฉุกเฉินใกล้บ้านโดยทันที

กรณีลืมใช้ยา

หากคุณลืมใช้ยาควรรีบใช้ในทันทีที่นึกได้ หรือถ้าหากใกล้ถึงเวลาใช้ยาครั้งต่อไป ให้ข้ามรอบไปใช้ยาตามตารางปกติได้เลย ไม่ควรเพิ่มปริมาณยา

Hello Health Group ไม่ได้ให้คำแนะนำทางการแพทย์ การวินิจฉัยโรคหรือการรักษาโรคแต่อย่างใด

Hello Health Group ไม่ได้ให้คำแนะนำด้านการแพทย์ การวินิจฉัยโรค หรือการรักษาโรคแต่อย่างใด

อัปเดตข่าวสารสุขภาพติดตามไลน์ Hello คุณหมอ
บทความนี้มีประโยชน์ต่อคุณหรือไม่
happy unhappy
แหล่งที่มา

บทความนี้ก็น่าสนใจเหมือนกัน

ดีกัวดิน® (Dequadin®)

ยา ดีกัวดิน® เป็นยาที่ช่วยบรรเทาอาการเจ็บคอ และการติดเชื้อได้ทันที ซึ่งมีประสิทธิภาพสูงในการลดการติดเชื้อที่ช่องปากและลำคอ เช่น เชื้อราในช่องปาก ลิ้นอักเสบ

ทบทวนบทความโดย ทีม Hello คุณหมอ
Written by วรภพ ไกยเดช

อัลปราโซแลม (Alprazolam)

อัลปราโซแลม (Alprazolam) ใช้เพื่อรักษาโรควิตกกังวล และแพนิค เป็นยาซึ่งส่งผลต่อสมองและประสาท ทำงานโดยกระตุ้นสารสื่อประสาท

ทบทวนบทความโดย เภสัชกรอาชานนท์ สมศักดิ์
Written by พลอย วงษ์วิไล

อัลเบนดาโซล (Albendazole)

อัลเบนดาโซล (Albendazole) ใช้เพื่อรักษาพยาธิบางชนิด เช่น ตัวอ่อนพยาธิที่พบในสมองและไขสันหลัง ยาอัลเบนดาโซลอยู่ในกลุ่มของยาถ่ายพยาธิ (anthelmintic) 

ทบทวนบทความโดย เภสัชกรอาชานนท์ สมศักดิ์
Written by พลอย วงษ์วิไล

ไดอะเซอรีน (Diacerein)

ไดอะเซอรีน (Diacerein) เป็นยาในกลุ่มแอนทราควิโนน (anthraquinone) และใช้เพื่อรักษาอาการที่เกี่ยวข้องกับโรคเสื่อมสภาพที่กระดูกและข้อต่อ

ทบทวนบทความโดย เภสัชกรอาชานนท์ สมศักดิ์
Written by พลอย วงษ์วิไล