อะโทรพีน (Atropine)

ทบทวนบทความโดย | โดย

Update Date 30/09/2020 . 6 mins read
Share now

อะโทรพีน (Atropine) มักใช้เพื่อลดการผลิตน้ำลาย และสารคัดหลั่งในทางเดินหายใจ ก่อนการผ่าตัด และยังใช้เพื่อรักษาอาการชักหดเกร็งภายในกระเพาะ ลำไส้

ข้อบ่งใช้

อะโทรพีน ใช้สำหรับ

อะโทรพีน (Atropine) มักใช้เพื่อลดการสร้างน้ำลาย และสารคัดหลั่งในทางเดินหายใจ ก่อนการผ่าตัด และยังใช้เพื่อรักษาอาการชักหดเกร็งภายในกระเพาะ ลำไส้ และอวัยวะอื่นๆ นอกจากนี้ยังอาจใช้เพื่อต้านผลของยาหรือสภาวะอื่นๆ ตามที่แพทย์กำหนด

อะโทรพีน เป็นยาต้านโคลีเนอร์จิค (anticholinergic) ทำงานโดยการยับยั้งประสิทธิภาพของสารเคมีในร่างกายซึ่งได้แก่ สารอะซิทิลคอลีน (acetylcholine) ภายในระบบประสาท กระเพาะ ลำไส้ และต่อมบางชนิด (เช่น ต่อมน้ำลาย) ทางเดินปัสสาวะ และเนื้อเยื่ออื่นๆ

วิธีการใช้ ยาอะโทรพีน

ยาอะโทรพีน มักให้โดยการฉีด ภายใต้คำแนะนำของแพทย์ ในโรงพยาบาล หรือคลินิก หากคุณต้องใช้ยาอะโทรพีนที่บ้าน ผู้ดูแลสุขภาพจะสอนวิธีการฉีดยาให้ ควรทำความเข้าใจวิธีการใช้ยาอะโทรพีนให้ดี ทำตามขั้นตอนที่เรียนรู้มาให้ถูกต้อง ติดต่อกับผู้ดูแลสุขภาพ หากคุณมีข้อสงสัยใดๆ

อย่าใช้ยาอะโทรพีนหากยามีฝุ่นตะกอน ขุ่น หรือเปลี่ยนสี หรือหากขวดยาแตกหรือเสียหาย

เก็บยานี้พร้อมทั้งเข็มฉีดยาให้ห่างไกลมือของเด็กและสัตว์เลี้ยง ห้ามใช้เข็มฉีดยาหรือวัสดุอื่นซ้ำ สอบถามผู้ดูแลสุขภาพเกี่ยวกับวิธีการกำจัดวัสดุเหลานี้ หลังจากการใช้งาน ควรทำตามกฏการกำจัดขยะในพื้นที่อย่างเคร่งครัด

การเก็บรักษา ยาอะโทรพีน

ยาอะโทรพีน ควรเก็บที่อุณหภูมิห้อง หลีกเลี่ยงแสงหรือความชื้น เพื่อป้องกันไม่ให้ตัวยาเกิดความเสียหาย ไม่ควรเก็บยานี้ในห้องน้ำหรือช่องแช่แข็ง ยาอะโทรพีนบางยี่ห้ออาจจะต้องเก็บรักษาแตกต่างกัน จึงควรตรวจสอบฉลากยาหรือสอบถามเภสัชกรเสมอ เพื่อความปลอดภัยโปรดเก็บยาให้ห่างจากมือเด็กและสัตว์เลี้ยง

ไม่ควรทิ้งยาอะโทรพีนลงในชักโครก หรือท่อระบายน้ำ เว้นแต่ได้รับคำแนะนำเช่นนั้น ควรกำจัดยาด้วยวิธีที่ถูกต้องเมื่อยากหมดอายุ หรือไม่มีความจำเป็นต้องใช้งาน โปรดสอบถามเภสัชกรเพิ่มเติม เกี่ยวกับวิธีการกำจัดยาที่ถูกต้อง

ข้อควรระวังและคำเตือน

ข้อควรรู้ก่อนใช้ ยาอะโทรพีน

ก่อนใช้ยานี้ แจ้งให้แพทย์ทราบในกรณีดังต่อไปนี้

  • คุณตั้งครรภ์หรือให้นมบุตร เนื่องจากคุณควรใช้ยาตามที่แพทย์กำหนดเท่านั้น หากคุณกำลังตั้งครรภ์หรือให้นมบุตร
  • หากคุณกำลังใช้ยาอื่นอยู่ รวมถึงยาที่หาซื้อได้เองโดยไม่ต้องมีใบสั่งยา เช่น สมุนไพร หรือแพทย์ทางเลือก
  • หากคุณเป็นแพ้ส่วนผสมในยานี้หรือยาอื่น
  • หากคุณป่วย มีความผิดปกติ หรือมีสภาวะอื่นๆ
  • หากคุณเคยเป็นโรคลำไส้ใหญ่โป่งพอง หรือมีแนวโน้มที่จะเป็นโรคต้อหินมุมปิด
  • หากคุณมีอาการชาเนื่องจากเส้นประสาทเสียหาย โรคต่อมลูกหมากโต กระเพาะปัสสาวะอุดตัน มีปัญหากับการปัสสาวะ มีปัญหาเกี่ยวกับหัวใจ (หัวใจวาย) ไส้เลื่อนกระบังลม หรือต้อหินมุมเปิด

ติดต่อแพทย์หากอาการของคุณไม่ดีขึ้นภายในไม่กี่วัน หรือมีอาการแย่ลง

ยาอะโทรพีน อาจทำให้เกิดอาการง่วงซึม หรือมองเห็นไม่ชัด ผลเหล่านี้อาจจะแย่ลง หากคุณดื่มสุราหรือใช้ยาบางชนิด ควรใช้ยาอะโทรพีนด้วยความระมัดระวัง อย่าขับรถหรือทำสิ่งที่อาจจะไม่ปลอดภัย จนกว่าคุณจะทราบว่า ยามีผลต่อคุณอย่างไร

อย่าดื่มสุราหรือใช้ยาอื่นที่อาจทำให้ง่วงซึม (เช่น ยานอนหลับ ยาคลายกล้ามเนื้อ) ขณะที่คุณกำลังใช้ยาอะโทรพีนเนื่องจากอาจทำให้ผลมีมากขึ้น สอบถามเภสัชกรหากคุณมีข้อสงสัยเกี่ยวกับยาอื่นที่อาจทำให้เกิดอาการง่วงซึม

อย่าทำให้ร่างกายเกิดอาการร้อนมากเกินไป เนื่องจากอาจทำให้เป็นลมแดดได้

แจ้งให้แพทย์ทราบหากคุณเกิดอาการของภาวะขาดน้ำ ได้แก่ อาการปากแห้ง กระหายน้ำ อ่อนแรง เฉื่อยชา ง่วงซึม ร้อนรน ปวดกล้ามเนื้อ กล้ามเนื้ออ่อนแรง ความดันโลหิตต่ำ ปัสสาวะน้อย หัวใจเต้นเร็ว มีความผิดปกติในกระเพาะ เช่น คลื่นไส้และอาเจียน

ยาอะโทรพีน อาจทำให้ดวงตาของคุณไวต่อแสงแดดมากขึ้น การสวมแว่นตากันแดดอาจช่วยได้

แจ้งแพทย์หรือทันตแพทย์ว่า คุณกำลังใช้ยาอะโทรพีนก่อนรับการรักษาทางการแพทย์หรือทำฟัน รับการรักษาฉึกเฉิน หรือการผ่าตัด

ผุ้สูงอายุควรใช้ยาอะโทรพีนด้วยความระมัดระวัง เนื่องจากอาจจะรู้สึกไวต่อผลของยามากกว่า

ควรใช้ยาอะโทรพีนด้วยความระมัดระวังอย่างมากหากจะใช้ยานี้กับเด็ก เนื่องจากยังไม่มีการยืนยันประสิทธิภาพ และความปลอดภัยในการใช้ยากับเด็ก

ความปลอดภัยต่อการตั้งครรภ์หรือให้นมบุตร

ยังไม่มีงานวิจัยที่น่าเชื่อถือเกี่ยวกับความเสี่ยงในสตรีที่ใช้ยานี้ในช่วงการตั้งครรภ์หรือให้นมบุตร โปรดปรึกษาแพทย์เพื่อหาประโยชน์และความเสี่ยงก่อนการใช้ยานี้ ยาอะโทรพีน จัดอยู่ในประเภทของยาที่มีความเสี่ยงต่อสตรีมีครรภ์ ประเภท C โดยองค์การอาหารและยาแห่งสหรัฐอเมริกา (FDA)

การจัดประเภทของยาที่มีความเสี่ยงต่อสตรีมีครรภ์โดยองค์การอาหารและยาแห่งสหรัฐอเมริกามีดังนี้

  • A= ไม่มีความเสี่ยง
  • B= ไม่พบความเสี่ยงในการวิจัยบางชิ้น
  • C= อาจจะมีความเสี่ยง
  • D= มีหลักฐานแสดงถึงความเสี่ยง
  • X= ห้ามใช้
  • N= ไม่ทราบแน่ชัด

ผลข้างเคียง

ผลข้างเคียงของการใช้ ยาอะโทรพีน

แจ้งให้แพทย์ทราบหากผลข้างเคียงทั่วไปเหล่านี้ไม่ยอมหายไปหรือรบกวนคุณ ได้แก่

รับการรักษาในทันทีหากคุณมีผลข้างเคียงที่รุนแรงดังนี้

  • อาการแพ้ที่รุนแรง (ผดผื่น ลมพิษ คัน หายใจติดขัด แน่นหน้าอก บวมที่ปาก ใบหน้า ริมฝีปาก หรือลิ้น)
  • อัตราการเต้นของหัวใจเปลี่ยนแปลง
  • สับสน
  • มีอาการเพ้อ
  • ท้องร่วง
  • ดวงตาโฟกัสได้ลำบาก
  • ปัสสาวะลำบาก
  • หัวใจเต้นเร็ว/ผิดปกติ
  • มองเห็นภาพหลอน
  • ร้อนรนและอ่อนแรง
  • พูดไม่ชัด
  • อ่อนแรงอย่างผิดปกติ อาเจียน

ไม่ใช่ทุกคนจะเจอกับผลข้างเคียงเหล่านี้ และอาจจะมีอาการอย่างอื่นนอกเหนือจากที่กล่าวมาข้างต้น ถ้าคุณมีข้อสงสัยใดๆ โปรดปรึกษากับแพทย์

ปฏิกิริยาของยา

ปฏิกิริยากับยาอื่น

ยาอะโทรพีน อาจเกิดปฏิกิริยากับยาอื่นที่คุณกำลังใช้อยู่ ซึ่งอาจส่งผลต่อการออกฤทธิ์ของยา หรือเพิ่มความเสี่ยงที่จะเกิดผลข้างเคียง เพื่อป้องกันปัญหาที่อาจจะเกิดขึ้น

คุณควรจะบอกแพทย์หรือเภสัชกรของคุณว่าคุณกำลังใช้ยาอะไรอยู่บ้าง (ทั้งยาตามใบสั่งแพทย์ ยาที่ซื้อได้เอง และสมุนไพรต่างๆ) เพื่อความปลอดภัย โปรดอย่าเริ่ม หยุด หรือเปลี่ยนขนาดยาโดยไม่ได้รับความเห็นชอบจากแพทย์

ปฏิกิริยากับอาหารหรือแอลกอฮอล์

ยาอะโทรพีน อาจมีปฏิกิริยากับอาหารหรือเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ โดยส่งผลต่อการออกฤทธิ์ของยา หรือเพิ่มความเสี่ยงที่จะเกิดผลข้างเคียง โปรดปรึกษากับแพทย์หรือเภสัชกรก่อนเสมอ

ปฏิกิริยากับอาการโรคอื่น

ยาอะโทรพีน อาจส่งผลให้อาการโรคของคุณแย่ลง หรือส่งผลต่อการออกฤทธิ์ของยา โปรดแจ้งให้แพทย์หรือเภสัชกรทราบถึงสภาวะโรคของคุณก่อนใช้ยาเสมอ

ขนาดยา

ข้อมูลในที่นี้ไม่มีเจตนาให้ใช้ทดแทนคำแนะนำทางการแพทย์ ควรปรึกษากับแพทย์หรือเภสัชกรทุกครั้ง เพื่อรับทราบข้อมูลเพิ่มเติม

ขนาด ยาอะโทรพีน สำหรับผู้ใหญ่

ขนาดยาสำหรับผู้ใหญ่เพื่อรักษาอาการหัวใจเต้นช้ากว่าปกติ 

0.4-1 มก. ฉีดเข้าหลอดเลือด หนึ่งครั้ง อาจให้ยาในช่วงขนาดยาที่มีประสิทธิภาพซ้ำได้ทุก ๆ 1-2 ชั่วโมง เท่าที่ความจำเป็น เพื่อให้ได้อัตราการเต้นของหัวใจที่เพียงพอ หรือภายใน 5-10 นาที หากอัตราการเต้นของหัวใจเริ่มต้นนั้นไม่เพียงพอ ในกรณีที่หายาก อาจจำเป็นต้องให้ยาซ้ำในขนาด 2 มก.

ขนาดยาสำหรับผู้ใหญ่เพื่อรักษาอาการ AV Heart Block

0.4-1 มก. ฉีดเข้าหลอดเลือด หนึ่งครั้ง อาจให้ยาในช่วงขนาดยาที่มีประสิทธิภาพซ้ำได้ ทุกๆ 1-2 ชั่วโมง เท่าที่ความจำเป็น เพื่อให้สัญญาณไฟฟ้าหัวใจเป็นปกติ หรือภายใน 5-10 นาที หากประสิทธิภาพเริ่มต้นนั้นไม่เพียงพอ สำหรับอาการสัญญาณไฟฟ้าหัวใจถูกขัดขวาง ในกรณีที่หายาก อาจจำเป็นต้องให้ยาซ้ำในขนาด 2 มก.

ขนาดยาสำหรับผู้ใหญ่เพื่อรักษาภาวะเป็นพิษจากออร์กาโนฟอสเฟต (Organophosphate Poisoning)

อาการในระดับเบาของการสัมผัสกับแก๊สทําลายประสาท (nerve agent) หรือยาฆ่าแมลง : แนะนำให้ใช้เครื่องฉีดยาอัตโนมัติ 2 มก./0.7 มล. (สีเขียว) ตรงกลางด้านข้างต้นขา ตามด้วยฉีดอะโทรเพนเพิ่มเติม 2 ครั้งต่อเนื่องอย่างรวดเร็ว ในขนาดยา 2 มก./0.7 มล. หลังจากที่ผ่านไป 10 นาที

หลังจากฉีดครั้งแรกหากผู้ป่วยมีอาการที่รุนแรง เช่น มีพฤติกรรมที่แปลกหรือสับสน หายใจติดขัด หรือมีสารคัดหลั่งจำนวนมากในปอดหรือทางเดินหายใจ กล้ามเนื้อกระตุกอย่างรุนแรงและมีอาการอ่อนแรงทั่วไป ปัสสาวะและอุจจาระโดยไม่ได้ตั้งใจ ชักกระตุก หรือหมดสติ

อาการในระดับรุนแรงของการสัมผัสกับแก๊สทําลายประสาทหรือยาฆ่าแมลง: แนะนำให้ใช้เครื่องฉีดยาอัตโนมัติ 3 ครั้งในขนาดยา 2 มก./0.7 มล. (สีเขียว) ตรงกลางด้านข้างต้นขาต่อเนื่องอย่างรวดเร็ว

อาการที่รุนแรงคือ มีพฤติกรรมที่แปลกหรือสับสน หายใจติดขัด หรือมีสารคัดหลั่งจำนวนมากในปอดหรือทางเดินหายใจ กล้ามเนื้อกระตุกอย่างรุนแรง และมีอาการอ่อนแรงทั่วไป ปัสสาวะและอุจจาระโดยไม่ได้ตั้งใจ ชักกระตุก หรือหมดสติ

ขนาดยาสำหรับผู้ใหญ่เพื่อรักษาภาะพิษจากสารต้านโคลีนเอสเตอเรส (Anticholinesterase Poisoning)

2 ถึง 3 มก. ฉีดเข้าหลอดเลือดหนึ่งครั้ง อาจต้องให้ยาซ้ำ เพื่อป้องกันหรือรักษาสัญญาณของ กระบวนการพาราซิมพาโทมิเมติก (parasympathomimetic activity) อาการโคม่า และ/หรือหลอดเลือดหัวใจตีบ

ขนาด ยาอะโทรพีน สำหรับเด็ก

ขนาดยาสำหรับเด็กเพื่อรักษาอาการหัวใจเต้นช้ากว่าปกติ 

0.01 ถึง 0.03 มก./กก. ฉีดเข้าหลอดเลือดทุกๆ 5 นาที เป็นจำนวน 2 ถึง 3 ครั้งเท่าที่จำเป็น ขนาดยาต่ำสุดคือ 0.1 มก. และขนาดยาสูงสุดคือ 0.5 มก. ขนาดยารวมสูงสุดคือ 1 มก.

ท่อช่วยหายใจ: 0.04 ถึง 0.06 มก./กก. อาจให้ซ้ำได้อีกครั้งหากจำเป็น

ขนาดยาสำหรับเด็กเพื่อรักษาอาการ AV Heart Block

0.01 ถึง 0.03 มก./กก. ฉีดเข้าหลอดเลือดทุกๆ 5 นาที เป็นจำนวน 2 ถึง 3 ครั้งเท่าที่จำเป็น ขนาดยาต่ำสุดคือ 0.1 มก. และขนาดยาสูงสุดคือ 0.5 มก. ขนาดยารวมสูงสุดคือ 1 มก.

ท่อช่วยหายใจ : 0.04 ถึง 0.06 มก./กก. อาจให้ซ้ำได้อีกครั้งหากจำเป็น

ขนาดยาสำหรับเด็กเพื่อรักษาภาวะเป็นพิษจากออร์กาโนฟอสเฟต (Organophosphate Poisoning)

ทารกน้ำหนักต่ำกว่า 15 ปอนด์ (โดยปกติมักจะอายุต่ำกว่า 6 เดือน) : ใช้เครื่องฉีดยาอัตโนมัติ 0.25 มก./ 0.3 มล. (สีเหลือง)

รูปแบบของยา

ความแรงและรูปแบบของยามีดังนี้

  • ยาสำหรับฉีด : 0.1 มก./มล., 0.05 มก./มล.

กรณีฉุกเฉินหรือใช้ยาเกินขนาด

หากเกิดเหตุฉุกเฉินหรือใช้ยาเกินขนาด ควรแจ้งเหตุฉุกเฉิน หรือนำส่งห้องฉุกเฉินใกล้บ้านโดยทันที

กรณีลืมใช้ยา

หากคุณลืมใช้ยาควรรีบใช้ในทันทีที่นึกได้ หรือถ้าหากใกล้ถึงเวลาใช้ยาครั้งต่อไป ให้ข้ามรอบไปใช้ยาตามตารางปกติได้เลย ไม่ควรเพิ่มปริมาณยา

Hello Health Group ไม่ได้ให้คำแนะนำด้านการแพทย์ การวินิจฉัยโรค หรือการรักษาโรคแต่อย่างใด

อัปเดตข่าวสารสุขภาพติดตามไลน์ Hello คุณหมอ
บทความนี้มีประโยชน์ต่อคุณหรือไม่
happy unhappy
แหล่งที่มา

บทความนี้ก็น่าสนใจเหมือนกัน

ไดอะเซอรีน (Diacerein)

ไดอะเซอรีน (Diacerein) เป็นยาในกลุ่มแอนทราควิโนน (anthraquinone) และใช้เพื่อรักษาอาการที่เกี่ยวข้องกับโรคเสื่อมสภาพที่กระดูกและข้อต่อ

ทบทวนบทความโดย เภสัชกรอาชานนท์ สมศักดิ์
Written by พลอย วงษ์วิไล

แอลทีเพลส (Alteplase)

แอลทีเพลส (Alteplase) มักใช้เพื่อป้องกันการเกิดลิ่มเลือด รักษาหลอดเลือดดำอุดตัน นอกจากนี้ยังอาจใช้เพื่อจุดประสงค์อื่น โปรดปรึกษากับแพทย์ 

ทบทวนบทความโดย เภสัชกรวิสสุตา ชั้นประเสริฐ
Written by พลอย วงษ์วิไล

แอมโลดิปีน (Amlodipine)

แอมโลดิปีน (Amlodipine) ถูกจัดอยู่ในกลุ่มยาแคลเซียมแชนแนลบล็อกเกอร์ ช่วยคลายหลอดเลือด เพื่อให้เลือดสามารถไหลเวียนได้ง่ายขึ้น

ทบทวนบทความโดย เภสัชกรอาชานนท์ สมศักดิ์
Written by พลอย วงษ์วิไล

ริโทนาเวียร์ (Ritonavir)

ยา ริโทนาเวียร์ (Ritonavir) ใช้ร่วมกับยารักษาผู้ป่วยติดเชื้อเอชไอวี ใช้เพื่อควบคุมอาการติดเชื้อเอชไอวี ทำหน้าที่ในการลดปริมาณของเชื้อเอชไอวีในร่างกาย

ทบทวนบทความโดย เภสัชกรอาชานนท์ สมศักดิ์
Written by พลอย วงษ์วิไล

Recommended for you

คาพาสแตต-ซัลเฟต-capastat-sulfate

คาพาสแตต® ซัลเฟต (Capastat® Sulfate)

ทบทวนบทความโดย เภสัชกรวิสสุตา ชั้นประเสริฐ
Written by พลอย วงษ์วิไล
Published on 06/02/2020 . 9 mins read
ดีกัวดิน-dequadin

ดีกัวดิน® (Dequadin®)

ทบทวนบทความโดย ทีม Hello คุณหมอ
Written by วรภพ ไกยเดช
Published on 09/12/2019 . 3 mins read
อัลปราโซแลม-alprazolam

อัลปราโซแลม (Alprazolam)

ทบทวนบทความโดย เภสัชกรอาชานนท์ สมศักดิ์
Written by พลอย วงษ์วิไล
Published on 01/12/2019 . 5 mins read
อัลเบนดาโซล-albendazole

อัลเบนดาโซล (Albendazole)

ทบทวนบทความโดย เภสัชกรอาชานนท์ สมศักดิ์
Written by พลอย วงษ์วิไล
Published on 01/12/2019 . 6 mins read