อีเซทิไมบ์ (Ezetimibe)

ทบทวนบทความโดย | โดย

Update Date 11/05/2020 . 9 mins read
Share now

ข้อบ่งใช้

ยา อีเซทิไมบ์ ใช้สำหรับ

ยา อีเซทิไมบ์ (Ezetimibe) เป็นยาที่ใช้ทานพร้อมกับการรับประทานอาหารที่มีคอเลสเตอรอลหรือไขมันต่ำ ร่วมกับการออกกำลังกายเพื่อช่วยลดคอเลสเตอรอลในเลือด ยาอีเซทิไมบ์อาจใช้เป็นยาเดี่ยวหรือใช้ร่วมกับยาอื่น เช่น ยาในกลุ่มสแตติน (statin) หรือยาในกลุ่มไฟเบรต (fibrate) ยาอีเซทิไมบ์มีฤทธิ์ช่วยลดปริมาณคอเลสเตอรอลที่ร่างกายดูดซึมจากอาหาร การลดคอเลสเตอรอลอาจช่วยป้องกันโรคหลอดเลือดในสมองแตกและหัวใจวาย

วิธีการใช้ยาอีเซทิไมบ์

รับประทานยานี้พร้อมกับอาหารหรือไม่ก็ได้ตามที่แพทย์สั่ง ปกติแล้วจะรับประทานวันละ 1 ครั้ง

ขนาดยาขึ้นอยู่กับโรคและการตอบสนองต่อการรักษา

หากคุณรับประทานยาลดไขมันชนิด ไบล์ เอซิด ซีเควสแตรนต์ (bile acid sequestrant) เช่น ยาคอเรสไทรามีน (cholestyramine) ยาคอเลสติพอล (colestipol) รับประทานยาอีเซทิไมบ์อย่างน้อย 2 ชั่วโมงก่อนหรือ 4 ชั่วโมงหลังจากรับประทานยาลดไขมันชนิด ไบล์ เอซิด ซีเควสแตรนต์ ยาเหล่านี้อาจจับกับ ยาอีเซทิไมบ์ทำให้ร่างกายไม่สามารถดูดซึมยาได้อย่างเต็มที่

รับประทานยานี้อย่างสม่ำเสมอเพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่ดีที่สุด เพื่อช่วยเตือนความจำ รับประทานยานี้ในเวลาเดียวกันของแต่ละวัน

ใช้ยานี้ต่อเนื่อง แม้ว่าคุณจะสังเกตเห็นการเปลี่ยนแปลงที่ดีขึ้น ผู้ที่มีระดับคอเลสเตอรอลสูงหลายคนจะไม่รู้สึกถึงอาการป่วย อาจใช้เวลาถึง 2 สัปดาห์ คุณจะได้ผลลัพธ์ที่ดีที่สุดจากยา

การเก็บรักษายา อีเซทิไมบ์

คุณควรเก็บยาอีเซทิไมบ์ไว้ในที่ที่มีอุณหภูมิห้อง รวมถึงเก็บให้พ้นจากแสงและความชื้น เพื่อป้องกันความเสียหายที่จะเกิดขึ้นกับยา คุณไม่ควรเก็บยาอีเซทิไมบ์ไว้ให้ห้องน้ำหรือตู้เย็น ยาอีเซทิไมบ์แต่ละยี่ห้ออาจมีวิธีเก็บแตกต่างกันไป สิ่งสำคัญคือการอ่านคำแนะนำการเก็บรักษายาบนหีบห่อของผลิตภัณฑ์หรือถามเภสัชกร เพื่อความปลอดภัย คุณควรเก็บยาให้พ้นมือเด็กและสัตว์เลี้ยง

คุณไม่ควรทิ้งยาอีเซทิไมบ์ลงในชักโครก หรือเทลงในท่อระบายน้ำ เว้นแต่คุณได้รับคำแนะนำให้ทำอย่างนั้น ดังนั้น สิ่งสำคัญคือทิ้งยาเมื่อยาหมดอายุหรือไม่จำเป็นต้องรับประทานอีกต่อไป ปรึกษาเภสัชกรเพื่อสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับวิธีทิ้งยาอย่างปลอดภัย

ข้อควรระวังและคำเตือน

ข้อควรรู้ก่อนใช้ยาอีเซทิไมบ์

ก่อนจะรับประทานยาอีเซทิไมบ์ แจ้งแพทย์หรือเภสัชกรหากคุณแพ้ยาชนิดนี้หรือมีอาการแพ้ประเภทอื่น ยาตัวนี้อาจมีส่วนผสมที่ไม่ได้ออกฤทธิ์แต่อาจทำให้เกิดปฏิกิริยาแพ้หรือปัญหาอื่นๆ ปรึกษาเภสัชกรเพื่อสอบถามข้อมูลเพิ่มเติม

ก่อนใช้ยานี้ แจ้งให้แพทย์ทราบเกี่ยวกับประวัติการเจ็บป่วยของคุณ โดยเฉพาะโรคตับ

ก่อนเข้ารับการผ่าตัด แจ้งให้แพทย์หรือทันตแพทย์ทราบเกี่ยวกับยาทั้งหมดที่คุณใช้ (รวมถึงยาที่จำหน่ายตามใบสั่งยา ยาที่จำหน่ายโดยไม่ต้องใช้ใบสั่งยาและสมุนไพร)

ระหว่างตั้งครรภ์ ควรใช้ยานี้เท่าที่จำเป็น ปรึกษาแพทย์เกี่ยวกับความเสี่ยงและข้อดี

ไม่เป็นที่ทราบแน่ชัดว่ายานี้ซึมเข้าสู่น้ำนม ปรึกษาแพทย์ก่อนให้นมบุตร

ความปลอดภัยต่อการตั้งครรภ์หรือให้นมบุตร

ไม่มีการศึกษาในผู้หญิงที่เพียงพอที่จะระบุความเสี่ยงขณะที่ใช้ยาอีเซทิไมบ์ระหว่างตั้งครรภ์หรือให้นมบุตร โปรดปรึกษาแพทย์เป็นประจำเพื่อชั่งน้ำหนักระหว่างข้อดีและความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้นก่อนรับประทานยาอีเซทิไมบ์ อ้างอิงจากองค์การอาหารและยาแห่งสหรัฐอเมริกา (FDA) ยาอีเซทิไมบ์จัดเป็นยาที่มีความเสี่ยงสำหรับสตรีมีครรภ์ประเภท C

ต่อไปนี้คือประเภทความเสี่ยงต่อสตรีมีครรภ์โดยองค์การอาหารและยาแห่งสหรัฐอเมริกา

  • A = ไม่เสี่ยง
  • B = ไม่เสี่ยง (อ้างอิงจากงานวิจัยบางงาน)
  • C = อาจมีความเสี่ยงบางอย่าง
  • D = พบหลักฐานเกี่ยวกับความเสี่ยงโดยตรง
  • X = ห้ามใช้
  • N = ไม่ทราบแน่ชัด

ผลข้างเคียง

ผลข้างเคียงของ ยาอีเซทิไมบ์

ยานี้อาจเพิ่มความเสี่ยงต่อการทำลายตับ (เมื่อรับประทานร่วมกับยากลุ่มสแตติน) หรือการทำลายกล้ามเนื้อ เมื่อรับประทานร่วมกับยากลุ่มไฟเบรต หรือกลุ่มสแตติน แจ้งให้แพทย์ทราบทันทีหากคุณมีอาการต่อไปนี้

สัญญาณของโรคตับ (เช่น ปวดท้องหรือกระเพาะอาหาร คลื่นไส้หรืออาเจียนไม่หยุด ผิวหรือตามีสีเหลืองและปัสสาวะมีสีเข้ม) ปวดกล้ามเนื้อ มีอาการกดเจ็บหรือกล้ามเนื้ออ่อนแรง (โดยเฉพาะเป็นไข้ หรือเหนื่อยล้าผิดปกติ)

ไม่ค่อยมีอาการแพ้ยาที่รุนแรงเท่าไหร่นัก อย่างไรก็ตาม เข้ารับการรักษาทันทีหากคุณสังเกตเห็นอาการแพ้ ได้แก่ ผื่น คันผิวหรือผิวบวม (โดยเฉพาะที่ใบหน้า ลิ้นหรือลำคอ) วิงเวียนศีรษะอย่างรุนแรง มีปัญหาเรื่องการหายใจ

ไม่ใช่ทุกคนที่จะแสดงอาการอันเนื่องมาจากผลข้างเคียงเหล่านี้ อาจมีผลข้างเคียงอื่นที่ไม่ได้ระบุไว้ข้างต้น หากคุณมีความกังวลเรื่องผลข้างเคียง โปรดปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกร

ปฏิกิริยาของยา

ปฏิกิริยากับยาอื่น

ยาอีเซทิไมบ์อาจมีปฏิกิริยาต่อยาตัวอื่นที่คุณกำลังรับประทานอยู่ และอาจส่งผลให้ยาที่คุณรับประทานออกฤทธิ์ต่างไปจากเดิมหรือเพื่อความเสี่ยงของผลข้างเคียงที่รุนแรง เพื่อหลีกเลี่ยงการทำปฏิกิริยาต่อกันระหว่างยาที่อาจเป็นไปได้ คุณควรเก็บรายชื่อยาทั้งหมดที่คุณใช้ (รวมถึงยาที่จำหน่ายตามใบสั่งยา ยาที่จำหน่ายโดยไม่ต้องใช้ใบสั่งยาและสมุนไพร) และแจ้งให้แพทย์รวมถึงเภสัชกรทราบ เพื่อความปลอดภัย อย่าเริ่มหรือหยุดรับประทาน รวมถึงเปลี่ยนปริมาณยาโดยไม่ได้รับอนุญาตจากแพทย์

ปฏิกิริยากับอาหารหรือแอลกอฮอล์

ยาอีเซทิไมบ์อาจมีปฏิกิริยากับอาหารหรือแอลกอฮอล์ โดยเปลี่ยนฤทธิ์ยา หรือเพิ่มความเสี่ยงให้ที่จะเกิดผลข้างเคียงที่รุนแรง โปรดปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกร เพื่อถามถึงอาหารหรือแอลกอฮอล์ที่อาจทำปฏิกิริยากับยานี้ก่อนรับประทานยา

ปฏิกิริยาต่ออาการโรคอื่น

ยาอีเซทิไมบ์อาจส่งผลต่อสุขภาพของคุณ ปฏิกิริยาของยาที่มีต่อร่างกายอาจทำให้สุขภาพของคุณย่ำแย่ลงหรือเปลี่ยนฤทธิ์ของยา สิ่งสำคัญคือโปรดแจ้งให้แพทย์และเภสัชกรทราบ เกี่ยวกับสุขภาพและโรคประจำตัวของคุณ

ขนาดยา

ข้อมูลในที่นี้ไม่มีเจตนาให้ใช้ทดแทนคำแนะนำทางการแพทย์ ควรปรึกษาแพทย์ทุกครั้งหรือเภสัชกรก่อนใช้ยาอีเซทิไมบ์

ขนาดยาอีเซทิไมบ์สำหรับผู้ใหญ่

ขนาดยาทั่วไปสำหรับผู้ที่มีไขมันในเลือดสูง

รับประทานยา 10 มิลลิกรัม 1 ครั้งต่อวัน

การใช้ยา

-ใช้ยานี้เป็นยาเดี่ยวหรือใช้ร่วมกับยากลุ่มสแตติน (statin หรือ HMG-CoA reductase inhibitor) ควบคู่กับการควบคุมอาหาร เพื่อลดการเพิ่มขึ้นของคอเลสเตอรอลรวม (total cholesterol หรือ total-C) คอเลสเตอรอลที่มีลิโพโปรตีนความหนาแน่นต่ำ (low-density lipoprotein cholesterol หรือ LDL-C) อะโพลิโพโปรตีนชนิดบี (apolipoprotein B หรือ Apo B) และคอเลสเตอรอลที่ไม่มีลิโพโปรตีนความหนาแน่นต่ำ (non-high-density lipoprotein cholesterol หรือ non-HDL-C) ในผู้ป่วยที่มีไขมันในเลือดสูงในระยะเริ่มแรก ซึ่งมียีนเฮทเทอโรไซกัส (heterozygous) ที่ได้รับทางพันธุกรรมหรือไม่ก็ได้

-ใช้ร่วมกับยาฟีโนไฟเบรต (fenofibrate) เพื่อลดการเพิ่มขึ้นของคอเรสเตอรอลรวม คอเรสเตอรอลที่มีลิโพโปรตีนความหนาแน่นต่ำ อะโพลิโพโปรตีนชนิดบีและคอเรสเตอรอลที่ไม่มีลิโพโปรตีนความหนาแน่นต่ำในผู้ป่วยที่มีไขมันในเลือดสูงชนิดที่เป็นความผิดปกติทางพันธุกรรม (mixed hyperlipidemia)

-ใช้รวมกับการควบคุมอาหารเพื่อลดระดับสารไซโตสเตอรอล (sitosterol) และสารแคมเปสเตอรอล (campesterol) ในผู้ป่วยที่มีภาวะไซโตสตีโรเลเมีย (sitosterolemia) ที่มียีนฮีเทอโรไซกัสที่ได้รับทางพันธุกรรม

-ใช้ร่วมกับยาอะโทรวาสแตติน (atorvastatin) หรือ ยาซิมวาสแตติน (simvastatin) เพื่อลดการเพิ่มขึ้นของคอเลสเตอรอลรวม และคอเลสเตอรอลที่มีลิโพโปรตีนความหนาแน่นต่ำ ในผู้ป่วยที่มียีนฮีเทอโรไซกัสที่ได้รับทางพันธุกรรม ไม่สามารถใช้ยาร่วมกับการรักษาเพื่อลดไขมัน เช่น การกรองสารลิโพโปรตีนความหนาแน่นต่ำ

ขนาดยาทั่วไป สำหรับผู้ที่มีไขมันในเลือดสูงทางพันธุกรรม ชนิดมียีนโฮโมไซกัส (Homozygous Famillial Hypercholesterolemia)

รับประทานยา 10 มิลลิกรัม 1 ครั้งต่อวัน

การใช้ยา

-ใช้ยานี้เป็นยาเดี่ยวหรือใช้ร่วมกับยากลุ่มสแตติน ควบคู่กับการควบคุมอาหาร เพื่อลดการเพิ่มขึ้นของคอเลสเตอรอลรวม คอเลสเตอรอลที่มีลิโพโปรตีนความหนาแน่นต่ำ อะโพลิโพโปรตีนชนิดบีและคอเลสเตอรอลที่ไม่มีลิโพโปรตีนความหนาแน่นต่ำ ในผู้ป่วยที่มีไขมันในเลือดสูงในระยะเริ่มแรก ซึ่งมียีนโฮโมไซกัสที่ได้รับทางพันธุกรรม หรือไม่ก็ได้

-ใช้ร่วมกับยาฟีโนไฟเบรต เพื่อลดการเพิ่มขึ้นของคอเลสเตอรอลรวม คอเลสเตอรอลที่มีลิโพโปรตีนความหนาแน่นต่ำ อะโพลิโพโปรตีนชนิดบี และคอเลสเตอรอลที่ไม่มีลิโพโปรตีนความหนาแน่นต่ำ ในผู้ป่วยที่มีไขมันในเลือดสูง ชนิดที่เป็นความผิดปกติทางพันธุกรรม

-ใช้รวมกับการควบคุมอาหาร เพื่อลดระดับสารไซโตสเตอรอล และสารแคมเปสเตอรอล ในผู้ป่วยที่มีภาวะไซโตสตีโรเลเมียที่มียีนโฮโมไซกัสที่ได้รับทางพันธุกรรม

-ใช้ร่วมกับยาอะทอร์วาสแตติน หรือยาซิมวาสแตติน เพื่อลดการเพิ่มขึ้นของคอเลสเตอรอลรวม และคอเลสเตอรอลที่มีลิโพโปรตีนความหนาแน่นต่ำ ในผู้ป่วยที่มียีนโฮโมไซกัสที่ได้รับทางพันธุกรรม ไม่สามารถใช้ยาร่วมกับการรักษาเพื่อลดไขมัน เช่น การกรองสารลิโพโปรตีนความหนาแน่นต่ำ

ขนาดยาทั่วไปสำหรับผู้ป่วยโรคไซโตสตีโรเลเมีย

รับประทานยา 10 มิลลิกรัม 1 ครั้งต่อวัน

การใช้ยา

-ใช้ยานี้เป็นยาเดี่ยว หรือใช้ร่วมกับยากลุ่มสแตติน ควบคู่กับการควบคุมอาหาร เพื่อลดการเพิ่มขึ้นของคอเลสเตอรอลรวม คอเลสเตอรอลที่มีลิโพโปรตีนความหนาแน่นต่ำ อะโพลิโพโปรตีนชนิดบี และคอเลสเตอรอลที่ไม่มีลิโพโปรตีนความหนาแน่นต่ำ ในผู้ป่วยที่มีไขมันในเลือดสูงในระยะเริ่มแรก ซึ่งมียีนฮีเทอโรไซกัสที่ได้รับทางพันธุกรรมหรือไม่ก็ได้

-ใช้ร่วมกับยาฟีโนไฟเบรตเพื่อลดการเพิ่มขึ้นของคอเรสเตอรอลรวม คอเรสเตอรอลที่มีลิโพโปรตีนความหนาแน่นต่ำ อะโพลิโพโปรตีนชนิดบีและคอเรสเตอรอลที่ไม่มีลิโพโปรตีนความหนาแน่นต่ำในผู้ป่วยที่มีไขมันในเลือดสูงชนิดที่เป็นความผิดปกติทางพันธุกรรม

-ใช้รวมกับการควบคุมอาหาร เพื่อลดระดับสารไซโตสเตอรอล และสารแคมเปสเตอรอล ในผู้ป่วยที่มีภาวะไซโตสตีโรเลเมีย ที่มียีนโฮโมไซกัสที่ได้รับทางพันธุกรรม

-ใช้ร่วมกับยาอะทอร์วาสแตติน หรือยาซิมวาสแตติน เพื่อลดการเพิ่มขึ้นของคอเลสเตอรอลรวม และคอเลสเตอรอลที่มีลิโพโปรตีนความหนาแน่นต่ำ ในผู้ป่วยที่มียีนโฮโมไซกัสที่ได้รับทางพันธุกรรม ไม่สามารถใช้ยาร่วมกับการรักษาเพื่อลดไขมัน เช่น การกรองสารลิโพโปรตีนความหนาแน่นต่ำ

การปรับขนาดยาสำหรับผู้ป่วยโรคไต

ไม่แนะนำให้ปรับขนาดยา

การปรับขนาดยาสำหรับผู้ป่วยโรคตับ

-ตับทำงานผิดปกติขั้นไม่รุนแรงถึงปานกลาง : ไม่แนะนำให้ปรับขนาดยา

-ตับทำงานผิดปกติขั้นรุนแรง : ไม่มีข้อมูล

คำแนะนำอื่นๆ

คำแนะนำในการใช้

-รับประทานยา 1 ครั้งต่อวันพร้อมอาหารหรือไม่ก็ได้

-รับประทานยานี้อย่างน้อย 2 ชั่วโมงก่อน หรือ 4 ชั่วโมงหลังใช้ยาลดไขมันชนิดไบล์เอซิดเซเควสแตรนต์

-อาจรับประทานในเวลาเดียวกับยาในกลุ่มสแตติน หรือยาฟีโนไฟเบรต ตามคำแนะนำในการรับประทานยาสำหรับยาที่เกี่ยวข้อง

-ศึกษาข้อมูลผลิตภัณฑ์จากผู้ผลิตในการใช้ยานี้ร่วมกับยาในกลุ่ม สแตตินหรือยาฟีโนไฟเบรต

ข้อกำหนดในการเก็บรักษา

-เก็บให้พ้นจากความชื้น

โดยทั่วไป

-การใช้ยาร่วมกับยาเปลี่ยนไขมัน (lipid-altering agent) ควรเป็นองค์ประกอบเดียวของการยับยั้งความเสี่ยงหลายปัจจัย ในผู้ป่วยที่มีความเสี่ยงที่จะเป็นโรคหลอดเลือดแดงแข็ง เนื่องจากมีไขมันในเลือดสูง

-การรักษาด้วยยา ถือเป็นส่วนเสริมของการควบคุมอาหาร เมื่อการตอบสนองต่อการควบคุมอาหารของผู้ป่วย จำกัดอยู่เฉพาะไขมันอิ่มตัวและคอเลสเตอรอล รวมถึงการรักษาโดยวิธีที่ไม่ใช้ยาอื่นๆ ไม่เพียงพอ

-ยังไม่ได้มีการศึกษาการใช้ยาในผู้ป่วยที่มีไขมันสูงประเภท 1 3 4 และ 5 ตามการจัด
ประเภทของเฟรดิคสัน (Fredrickson)

การเฝ้าสังเกต

-ตับ : เมื่อใช้ยานี้ร่วมกับยาสแตติน ควรตรวจการทำงานของตับก่อนเริ่มใช้ยาและทำตามคำแนะนำการใช้ยาสแตติน

-การเผลาผลาญอาหาร : ตรวจไขมันชนิดที่ผู้ป่วยต้องอดอาหารก่อน

คำแนะนำสำหรับผู้ป่วย

-รายงานอาการเจ็บกล้ามเนื้อ อาการกดเจ็บหรือกล้ามเนื้ออ่อนแรงที่หาสาเหตุไม่ได้

-ทำตามแผนควบคุมอาหาร โปรแกรมออกกำลังกายและการตรวจวัดไขมันชนิดที่ผู้ป่วยต้องอดอาหารก่อนตามที่แพทย์แนะนำ

ขนาดยาอีเซทิไมบ์สำหรับเด็ก

ขนาดยาทั่วไปสำหรับเด็กที่มีไขมันในเลือดสูง

อายุ 10 ปีหรือมากกว่า : รับประทานยา 10 มิลลิกรัม 1 ครั้งต่อวัน

การใช้ยา

-ใช้ยานี้เป็นยาเดี่ยว หรือใช้ร่วมกับยาในกลุ่มสแตติควบคู่กับการควบคุมอาหาร เพื่อลดการเพิ่มขึ้นของคอเลสเตอรอลรวม คอเลสเตอรอลที่มีลิโพโปรตีนความหนาแน่นต่ำ อะโพลิโพโปรตีนชนิดบี และคอเลสเตอรอลที่ไม่มีลิโพโปรตีนความหนาแน่นต่ำในผู้ป่วยที่มีไขมันในเลือดสูงในระยะเริ่มแรก ซึ่งมียีนฮีเทอโรไซกัสที่ได้รับทางพันธุกรรมหรือไม่ก็ได้

-ใช้ร่วมกับยาฟีโนไฟเบรตเพื่อลดการเพิ่มขึ้นของคอเรสเตอรอลรวม คอเลสเตอรอลที่มีลิโพโปรตีนความหนาแน่นต่ำ อะโพลิโพโปรตีนชนิดบี และคอเลสเตอรอลที่ไม่มีลิโพโปรตีนความหนาแน่นต่ำ ในผู้ป่วยที่มีไขมันในเลือดสูง ชนิดที่เป็นความผิดปกติทางพันธุกรรม

-ใช้รวมกับการควบคุมอาหาร เพื่อลดระดับสารไซโตสเตอรอล และสารแคมเปสเตอรอล ในผู้ป่วยที่มีภาวะไซโตสตีโรเลเมีย ที่มียีนโฮโมไซกัสที่ได้รับทางพันธุกรรม

-ใช้ร่วมกับยาอะทอร์วาสแตติน หรือยาซิมวาสแตติน เพื่อลดการเพิ่มขึ้นของคอเลสเตอรอลรวม และคอเลสเตอรอลที่มีลิโพโปรตีนความหนาแน่นต่ำ ในผู้ป่วยที่มียีนโฮโมไซกัสที่ได้รับทางพันธุกรรม ไม่สามารถใช้ยาร่วมกับการรักษาเพื่อลดไขมัน เช่น การกรองสารลิโพโปรตีนความหนาแน่นต่ำ

ขนาดยาทั่วไปสำหรับเด็ก ที่มีไขมันในเลือดสูงทางพันธุกรรมชนิดมียีนโฮโมไซกัส

อายุ 10 ปีหรือมากกว่า : รับประทานยา 10 มิลลิกรัม 1 ครั้งต่อวัน

การใช้ยา

-ใช้ยานี้เป็นยาเดี่ยว หรือใช้ร่วมกับยากลุ่มสแตติน ควบคู่กับการควบคุมอาหาร เพื่อลดการเพิ่มขึ้นของคอเลสเตอรอลรวม คอเลสเตอรอลที่มีลิโพโปรตีนความหนาแน่นต่ำ อะโพลิโพโปรตีนชนิดบี และคอเลสเตอรอลที่ไม่มีลิโพโปรตีนความหนาแน่นต่ำ ในผู้ป่วยที่มีไขมันในเลือดสูงในระยะเริ่มแรก ซึ่งมียีนโฮโมไซกัสที่ได้รับทางพันธุกรรมหรือไม่ก็ได้

-ใช้ร่วมกับยาฟีโนไฟเบรต เพื่อลดการเพิ่มขึ้นของคอเลสเตอรอลรวม คอเลสเตอรอลที่มีลิโพโปรตีนความหนาแน่นต่ำ อะโพลิโพโปรตีนชนิดบี และคอเลสเตอรอลที่ไม่มีลิโพโปรตีนความหนาแน่นต่ำ ในผู้ป่วยที่มีไขมันในเลือดสูงชนิดที่เป็นความผิดปกติทางพันธุกรรม

-ใช้รวมกับการควบคุมอาหาร เพื่อลดระดับสารไซโตสเตอรอล และสารแคมเปสเตอรอล ในผู้ป่วยที่มีภาวะไซโตสตีโรเลเมีย ที่มียีนโฮโมไซกัสที่ได้รับทางพันธุกรรม

-ใช้ร่วมกับยาอะทอร์วาสแตติน หรือยาซิมวาสแตติน เพื่อลดการเพิ่มขึ้นของคอเลสเตอรอลรวม และคอเลสเตอรอลที่มีลิโพโปรตีนความหนาแน่นต่ำ ในผู้ป่วยที่มียีนโฮโมไซกัสที่ได้รับทางพันธุกรรม ไม่สามารถใช้ยาร่วมกับการรักษาเพื่อลดไขมัน เช่น การกรองสารลิโพโปรตีนความหนาแน่นต่ำ

ขนาดยาทั่วไปสำหรับเด็กที่ป่วยเป็นโรคไซโตสตีโรเลเมีย

อายุ 10 ปีหรือมากกว่า : รับประทานยา 10 มิลลิกรัม 1 ครั้งต่อวัน

การใช้ยา

-ใช้ยานี้เป็นยาเดี่ยว หรือใช้ร่วมกับสารสแตติน ควบคู่กับการควบคุมอาหาร เพื่อลดการเพิ่มขึ้นของคอเลสเตอรอลรวม คอเลสเตอรอลที่มีลิโพโปรตีนความหนาแน่นต่ำ อะโพลิโพโปรตีนชนิดบี และคอเลสเตอรอลที่ไม่มีลิโพโปรตีนความหนาแน่นต่ำ ในผู้ป่วยที่มีไขมันในเลือดสูงในระยะเริ่มแรก ซึ่งมียีนฮีเทอโรไซกัสที่ได้รับทางพันธุกรรมหรือไม่ก็ได้

-ใช้ร่วมกับยาฟีโนไฟเบรต เพื่อลดการเพิ่มขึ้นของคอเลสเตอรอลรวม คอเลสเตอรอลที่มีลิโพโปรตีนความหนาแน่นต่ำ อะโพลิโพโปรตีนชนิดบี และคอเลสเตอรอลที่ไม่มีลิโพโปรตีนความหนาแน่นต่ำ ในผู้ป่วยที่มีไขมันในเลือดสูงชนิดที่เป็นความผิดปกติทางพันธุกรรม

-ใช้รวมกับการควบคุมอาหาร เพื่อลดระดับสารไซโตสเตอรอล และสารแคมเปสเตอรอล ในผู้ป่วยที่มีภาวะไซโตสตีโรเลเมีย ที่มียีนโฮโมไซกัสที่ได้รับทางพันธุกรรม

-ใช้ร่วมกับยาอะทอร์วาสแตติน หรือยาซิมวาสแตติน เพื่อลดการเพิ่มขึ้นของคอเลสเตอรอลรวมและคอเลสเตอรอลที่มีลิโพโปรตีนความหนาแน่นต่ำ ในผู้ป่วยที่มียีนโฮโมไซกัสที่ได้รับทางพันธุกรรม ไม่สามารถใช้ยาร่วมกับการรักษาเพื่อลดไขมัน เช่น การกรองสารลิโพโปรตีนความหนาแน่นต่ำ

คำเตือน

ไม่ได้มีการระบุประสิทธิภาพและความปลอดภัยสำหรับผู้ป่วย ที่มีอายุน้อยกว่า 10 ปี หรือเด็กสาวที่ยังไม่มีประจำเดือน

รูปแบบยาอีเซทิไมบ์

ยาอีเซทิไมบ์มีรูปแบบดังต่อไปนี้

  • ยาเม็ดสำหรับรับประทาน

กรณีฉุกเฉินหรือใช้ยาเกินขนาด

หากเกิดเหตุฉุกเฉินหรือใช้ยาเกินขนาด ควรแจ้งเหตุฉุกเฉินหรือนำส่งห้องฉุกเฉินใกล้บ้านโดยทันที

กรณีลืมใช้ยา

หากคุณลืมใช้ยาควรรีบใช้ทันทีที่นึกได้ หรือถ้าหากใกล้ถึงเวลาใช้ยาครั้งต่อไป ให้ข้ามรอบไปใช้ยาตามตารางปกติ ไม่ควรเพิ่มขนาดยา

Hello Health Group ไม่ได้ให้คำแนะนำทางการแพทย์ การวินิจฉัยโรค และการรักษาโรคแต่อย่างใด

Hello Health Group ไม่ได้ให้คำแนะนำด้านการแพทย์ การวินิจฉัยโรค หรือการรักษาโรคแต่อย่างใด

อัปเดตข่าวสารสุขภาพติดตามไลน์ Hello คุณหมอ
บทความนี้มีประโยชน์ต่อคุณหรือไม่
happy unhappy
แหล่งที่มา

บทความนี้ก็น่าสนใจเหมือนกัน

ประโยชน์หลากหลาย ของ น้ำมันมะกรูด

บทความนี้ Hello คุณหมอ นำประโยชน์ของ น้ำมันมะกรูด มาให้ทุกคนได้รู้จักกันมากขึ้นค่ะ จะมีประโยชน์และข้อควรระวังอย่างไรบ้างนั้น ติดตามอ่านได้ในบทความนี้เลย

ทบทวนบทความโดย ทีม Hello คุณหมอ
Written by จินดารัตน์ สิริวิจักษณ์

นมผึ้ง ประโยชน์สุดอัศจรรย์ สร้างสรรค์จากธรรมชาติ

นมผึ้ง อีกหนึ่งผลผลิตจากผึ้ง ที่มีคุณค่าทางสารอาหาร และมีประโยชน์ต่อร่างกายมากไม่แพ้กับน้ำผึ้ง นมผึ้งมีประโยชน์อย่างไรบ้าง มาหาคำตอบกันเลยค่ะ

ทบทวนบทความโดย ทีม Hello คุณหมอ
Written by พลอย วงษ์วิไล

สูตรไก่ดำตุ๋นยาจีน

วันนี้ Hello คุณหมอ เลยจะมาแนะนำ สูตรไก่ดำตุ๋นยาจีน เมนูอาหารเพื่อสุขภาพ จากตำรับแพทย์แผนจีน มาให้ทุกคนได้ลองทำตามกันดูค่ะ

ทบทวนบทความโดย ทีม Hello คุณหมอ
Written by พลอย วงษ์วิไล

ประโยชน์สุขภาพจาก ชาดอกชบา ชาดอกไม้ที่มีดีมากกว่าความสวย

ชาดอกชบา นั้นโดดเด่นในเรื่องประโยชน์ต่อสุขภาพ อย่างที่หลายคนไม่ควรมองข้าม วันนี้ Hello คุณหมอ จะมานำเสนอ ประโยชน์ของ ชาดอกชบา ชาดอกไม้ที่มีดีมากกว่าความสวย

ทบทวนบทความโดย ทีม Hello คุณหมอ
Written by พลอย วงษ์วิไล