เนวิราปีน (Nevirapine)

ทบทวนบทความโดย | โดย

Update Date พฤษภาคม 11, 2020
Share now

ข้อบ่งใช้ เนวิราปีน

เนวิราปีน ใช้สำหรับ

เนวิราปีน (Nevirapine) ใช้ร่วมกับยารักษาอาการติดเชื้อเอชไอวีอื่นๆ (HIV) เพื่อช่วยในการควบคุมการติดเชื้อเอชไอวี ยานี้ช่วยลดประมาณของเชื้อเอชไอวีภายในร่างกาย ทำให้ระบบภูมิคุ้มกันทำงานได้ดีขึ้น และลดโอกาสในการเกิดโรคแทรกซ้อนขึ้น เช่น การติดเชื้อใหม่ โรคมะเร็ง ยาเนวิราปีนนั้นอยู่ในกลุ่มของยาเอ็นเอ็นอาร์ทีไอ (NNRTIs)

ยาเนวิราปีนไม่สามารถรักษาการติดเชื้อเอชไอวีให้หายขาด เพื่อลดความเสี่ยงในการแพร่กระจายเชื้อเอชไอวีสู่ผู้อื่น ควรทำตามดังต่อไปนี้ คือ

  1. ใช้ยารักษาโรคเอชไอวีที่แพทย์กำหนดทั้งหมด อย่างต่อเนื่องและเคร่งครัด
  2. ควรใช้การคุมกำเนิดแบบแบบใช้สิ่งกีดขวาง เช่น ถุงยางอนามัยหรือแผ่นยางอนามัยแบบลาเท็กซ์ หรือโพลียูรีเทน ขณะทำกิจกรรมทางเพศทั้งหมด
  3. ไม่ใช้ของส่วนตัวร่วมกัน เช่น เข็มฉีดยา แปรงสีฟัน และมีดโกน ที่อาจสัมผัสหรือเกิดการติดเชื้อเข้าสู่ทางเลือด โปรดปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกรสำหรับข้อมูลเพิ่มเติม

ไม่ควรใช้ยาเนวิราปีนเพื่อป้องกันการติดเชื้อแบคทีเรีย จากการสัมผัสเชื้อโรคโดยไม่ได้ตั้งใจ ควรใช้ยารักษาโรคเอชไอวีอื่น เพื่อป้องกันหลังจากการสัมผัสเชื้อ

วิธีการใช้ เนวิราปีน

  • รับประทานยานี้พร้อมกับอาหาร หรือรับประทานแยกต่างหาก โดยปกติคือวันละครั้ง เป็นเวลา 14 วัน เมื่อเริ่มต้นการรักษา แล้วตามด้วยวันละ 2 ครั้ง หรือตามที่แพทย์กำหนด
  • หากเกิดปัญหาเกี่ยวกับตับ ปฏิกิริยาที่ผิวหนัง หรืออาการแพ้ ขณะที่ใช้ยานี้ควรรับการรักษาในทันที และอย่าเพิ่มปริมาณยาโดยไม่รับได้รับอนุญาตจากแพทย์
  • หากคุณกำลังใช้ยาในรูปแบบยาน้ำแขวนตะกอน ควรเขย่าขวดเบาๆ ก่อนใช้ยาทุกครั้ง ควรตวงยาด้วยเครื่องมือหรือช้อนสำหรับตวงยา อย่าใช้ช้อนทานอาหาร เนื่องจากอาจได้ปริมาณยาที่ไม่ถูกต้อง หากคุณใช้ถ้วยตวงยา ควรทำความสะอาดถ้วยด้วยน้ำเปล่าก่อนและหลังเพื่อความสะอาดปลอดภัยจากเชื้อโรคอื่นๆ
  • ขนาดยาขึ้นอยู่กับสภาวะทางการแพทย์ และการตอบสนองต่อการรักษา สำหรับเด็กขนาดยายังขึ้นอยู่กับน้ำหนักตัวอีกด้วย
  • อย่าใช้ยาสำหรับรับประทานนานกว่า 28 วัน หากใกล้จะถึงระยะเวลานั้น แพทย์อาจพิจารณาเปลี่ยนไปใช้ยาอื่น โปรดปรึกษาแพทย์สำหรับข้อมูลเพิ่มเติม
  • หากคุณหยุดใช้ยานี้นานกว่า 7 วัน ด้วยเหตุผลอื่นนอกเหนือจากปฏิกิริยารุนแรงตามอธิบายไว้ในหัวข้อคำเตือนและข้อควรระวัง ควรสอบถามแพทย์ถึงวิธีการกลับมาเริ่มต้นใช้ยาใหม่อีกครั้ง คุณอาจต้องรับประทานยานี้วันละครั้ง เป็นเวลา 14 วัน เพื่อลดความเสี่ยงในการเกิดผลข้างเคียงที่รุนแรง

ควรจะใช้ยานี้อย่างต่อเนื่อง (และยารักษาเชื้อเอชไอวีอื่นๆ) ตามที่แพทย์กำหนดอย่างเคร่งครัด อย่าข้ามมื้อยาใดๆ และอย่าเพิ่มปริมาณยา ใช้เกินกว่ากำหนด หรือหยุดใช้ ก่อนจะแพทย์จะอนุญาต เพราะอาจทำให้ปริมาณของไวรัสเพิ่มขึ้น ทำให้การติดเชื้อรักษาได้ยากขึ้น (ดื้อยา) หรือผลข้างเคียงรุนแรงขึ้น

ยานี้จะทำงานได้ดีที่สุด เมื่อมีปริมาณของยาในร่างกายอยู่ในระดับคงที่ ดังนั้น จึงควรรับประทานยาโดยเว้นระยะเวลาที่เท่ากัน เพื่อให้ง่ายต่อการจำควรรับประทานยาในเวลาเดียวกันทุกวัน

การเก็บรักษา เนวิราปีน

  • ควรเก็บในอุณหภูมิห้อง หลีกเลี่ยงแสงหรือความชื้น เพื่อป้องกันไม่ให้ตัวยาเกิดความเสียหาย
  • เก็บยาให้ห่างจากมือเด็กและสัตว์เลี้ยง
  • ไม่ควรทิ้งเนวิราปีนลงในชักโครก หรือเทยาลงในท่อระบายน้ำ ควรกำจัดยาด้วยวิธีที่ถูกต้องเมื่อยาหมดอายุ หรือไม่มีความจำเป็นต้องใช้งาน

เนวิราปีนบางยี่ห้ออาจจะต้องเก็บรักษาแตกต่างกัน ตรวจสอบฉลากข้างบรรจุภัณฑ์หรือสอบถามแพทย์และเภสัชกรเพิ่มเติมเพื่อความปลอดภัย

ข้อควรระวังและคำเตือน

ข้อควรรู้ก่อนใช้ เนวิราปีน

  • ก่อนใช้เนวิราปีน แจ้งให้แพทย์หรือเภสัชกรทราบ หากคุณแพ้ต่อยานี้ หรือหากคุณเป็นโรคภูมิแพ้อื่นๆ ยานี้อาจมีสารไม่ออกฤทธิ์ที่ทำให้เกิดอาการแพ้หรือปัญหาอื่นๆ ได้ โปรดสอบถามเภสัชกรสำหรับข้อมูลเพิ่มเติม
  • ก่อนใช้ยานี้ แจ้งให้แพทย์หรือเภสัชกรทราบเกี่ยวกับประวัติโรคประจำตัวทางการแพทย์ของคุณ โดยเฉพาะ ผู้ที่มีปัญหาเกี่ยวกับตับ อย่างตับอักเสบบีหรือซี (hepatitis B or C) โรคตับแข็ง (cirrhosis) การฟอกไต (kidney dialysis) หรือโรคแพ้น้ำตาลกาแล็กโทสหรือแล็กโทส (galactose or lactose intolerance)
  • ยานี้อาจทำให้เกิดอาการง่วงซึม อย่าขับยานพาหนะ และใช้เครื่องจักร หรือทำกิจกรรมที่ต้องการความตื่นตัว จนกว่าอาการของคุณจะดีขึ้น จำกัดปริมาณเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ และปรึกษาแพทย์ก่อนเสมอ
  • ระหว่างการตั้งครรภ์ ควรใช้ยานี้เมื่อจำเป็นเท่านั้น การรักษาสามารถลดความเสี่ยง ในการส่งต่อเชื้อเอชไอวีไปสู่ลูกได้ และยาเนวิราปีนอาจเป็นส่วนหนึ่งของการรักษานั้น โปรดปรึกษาแพทย์เกี่ยวกับความเสี่ยงและประโยชน์

เนวิราปีนสามารถเข้าสู่น้ำนมแม่ได้ เนื่องจากการน้ำนมแม่สามารถถ่ายทอดเชื้อเอชไอวีได้ ไม่ควรให้นมบุตร

ความปลอดภัยต่อการตั้งครรภ์หรือให้นมบุตร

ยังไม่มีงานวิจัยที่น่าเชื่อถือเกี่ยวกับความเสี่ยงในสตรีที่ใช้ยานี้ในช่วงการตั้งครรภ์หรือให้นมบุตร โปรดปรึกษาแพทย์เพื่อหาประโยชน์และความเสี่ยงก่อนการใช้ยานี้

เนวิราปีนจัดอยู่ในประเภทของยาที่มีความเสี่ยงต่อสตรีมีครรภ์ หมวด B โดยองค์การอาหารและยาแห่งสหรัฐอเมริกา (FDA)

การจัดประเภทของยาที่มีความเสี่ยงต่อสตรีมีครรภ์โดยองค์การอาหารและยาแห่งสหรัฐอเมริกามีดังนี้

  • A= ไม่มีความเสี่ยง
  • B= ไม่พบความเสี่ยงในการวิจัยบางชิ้น
  • C= อาจจะมีความเสี่ยง
  • D= มีหลักฐานแสดงถึงความเสี่ยง
  • X= ห้ามใช้
  • N= ไม่ทราบแน่ชัด

ผลข้างเคียง

ผลข้างเคียงของการใช้ เนวิราปีน

อาการที่พบได้ทั่วไปเมื่อใช้เนวิราปีน มีดังนี้

หากอาการเหล่านี้ไม่ดีขึ้นหรือแย่ลงบอกแพทย์หรือเภสัชกรของคุณทันที

โปรดจำไว้ว่าการที่แพทย์ให้คุณใช้ยาตัวนี้เนื่องจากคำนวณแล้วว่ายามีประโยชน์มากกว่าเป็นโทษ และคนที่ใช้ยานี้ส่วนใหญ่ไม่พบผลข้างเคียงที่ร้ายแรงใดๆ

แจ้งให้แพทย์ทราบในทันทีหากเกิดอาการที่ไม่ค่อยจะเกิดขึ้นแต่รุนแรงดัง ต่อไปนี้

  • ปวดเมื่อยกล้ามเนื้อรุนแรง อ่อนเพลีย
  • ปวดหัวรุนแรงรู้สึกเสียวซ่าที่มือ , เท้า , แขน และขา
  • การมองเห็นเปลี่ยนแปลง
  • มีไข้ หนาวสั่น
  • ต่อมน้ำเหลืองบวม
  • หายใจลำบาก ไอ
  • มีภาวะทางอารมณ์เปลี่ยนแปลงเช่น หงุดหงิด
  • อัตราการเต้นของหัวใจเร็วขึ้น หรือเต้นผิดปกติ

เนวิราปีนมักทำให้เกิดผื่นที่ไม่รุนแรง อย่างไรก็ตามคุณอาจไม่สามารถบอกได้ว่ามีผื่นที่หายากซึ่งอาจเป็นสัญญาณของปฏิกิริยารุนแรง ดังนั้นรีบไปพบแพทย์ทันทีหากคุณมีผื่นขึ้น

ไม่ใช่ทุกคนจะเจอกับผลข้างเคียงเหล่านี้อาจจะมีอาการอย่างอื่นนอกเหนือจากที่กล่าวมาข้างต้น ถ้าคุณมีข้อสงสัยใดๆ เกี่ยวกับผลข้างเคียง โปรดปรึกษากับแพทย์หรือเภสัชกร

ปฏิกิริยาของยา

ปฏิกิริยากับยาอื่น

ยาที่อาจมีปฏิกิริยากับเนวิราปีน ได้แก่

ยาอื่นอาจส่งผลต่อการกำจัดยาเนวิราปีนออกจากร่างกาย และส่งผลกระทบต่อการทำงานของยาเนวิราปีนได้

  • ยาไรฟามัยซิน (rifamycins) และอื่นๆ

ยาเนวิราปีนสามารถเพิ่มความเร็วในการกำจัดยาอื่นออกจากร่างกาย และส่งผลกระทบการทำงานของยานั้นได้ เช่น

  • ยารักษาหัวใจเต้นผิดจังหวะ (antiarrhythmics) เช่น อะมิโอดาโรน (amiodarone) อะซูนาพรีเวียร์ (asunaprevir) โบซีพรีเวียร์ (boceprevir) โคบิซิสแตท (cobicistat) เออวิทิกราเวียร์ (elvitegravir)
  • ยาบางชนิดที่ใช้เพื่อรักษาอาการชัก เช่น โคลนาซีแพม (clonazepam)
  • ยาต้านเชื้อรากลุ่มเอโซล (azole antifungals) เช่น ไอทราโคนาโซล (itraconazole) คีโตโคนาโซล (ketoconazole)
  • ยาปฏิชีวนะแมคโครไลด์ (macrolide antibiotics) เช่น คลาริโทรมัยซิน (clarithromycin) เมทาโดน (methadone) ทีลาพรีเวียร์ (telaprevir) และอื่นๆ

ยาอื่นที่ใช้เพื่อรักษาการติดเชื้อเอชไอวี รวมถึงยาในกลุ่มโปรตีเอส อินฮิบิเตอร์ (protease inhibitors) เช่น อะทาซานาเวียร์ (atazanavir) ริโทนาเวียร์ (ritonavir) อาจมีปฏิกิริยากับเนวิราปีน แพทย์จะปรับปริมาณของยาและเฝ้าระวังการรักษาอย่างใกล้ชิด เพื่อช่วยลดความเสี่ยงในการเกิดผลข้างเคียงรุนแรง

อย่าใช้ยาเพรดนิโซโลน (Prednisolone) เพื่อป้องกันผดผื่น เนื่องจากอาจเพิ่มความเสี่ยงในการเกิดอาการผดผื่นช่วง 6 สัปดาห์แรกของการใช้ยาเนวิราปีนได้ โปรดสอบถามแพทย์สำหรับข้อมูลเพิ่มเติม

ยานี้อาจลดประสิทธิภาพของการคุมกำเนิดด้วยฮอร์โมน เช่น ยาคุมกำเนิด แผ่นแปะคุมกำเนิด หรือห่วงคุมกำเนิด และส่งผลให้เกิดการตั้งครรภ์ได้ โปรดปรึกษาแพทย์สำหรับวิธีการคุมกำเนิดเพิ่มเติมหรือทางเลือกอื่นในการคุมกำเนิดที่น่าเชื่อถือ และควรจะใช้การคุมกำเนิดแบบแบบใช้สิ่งกีดขวาง เช่น ถุงยางอนามัย หรือแผ่นยางอนามัยแบบลาเท็กซ์หรือโพลียูรีเทน ขณะทำกิจกรรมทางเพศทั้งหมดเพื่อลดความเสี่ยงในการแพร่เชื้อเอชไอวีสู่ผู้อื่น แจ้งให้แพทย์ทราบ หากคุณสังเกตเห็นอาการเลือดออกกะปริดกะปรอย หรือเลือดออกมาก เนื่องจากอาการเหล่านี้อาจเป็นสัญญาณว่า การคุมกำเนิดด้วยฮอร์โมนนั้นทำงานได้ไม่ดี

เนวิราปีนอาจเกิดปฏิกิริยากับยาอื่นที่คุณกำลังใช้อยู่ ซึ่งอาจส่งผลต่อการออกฤทธิ์ของยา หรือเพิ่มความเสี่ยงที่จะเกิดผลข้างเคียง เพื่อป้องกันปัญหาที่เกิดขึ้น คุณควรบอกแพทย์หรือเภสัชกรของคุณว่า คุณกำลังใช้ยาอะไรอยู่บ้าง (ทั้งยาตามใบสั่งแพทย์ ยาที่ซื้อได้เอง และสมุนไพรต่างๆ) เพื่อความปลอดภัย โปรดอย่าเริ่ม หยุด หรือเปลี่ยนขนาดยาใดๆ โดยไม่ได้รับความเห็นชอบจากแพทย์

ปฏิกิริยากับอาหารหรือแอลกอฮอล์

เนวิราปีนอาจทำปฎิกิริยากับอาหารและเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ โดยจะปรับเปลี่ยนประสิทธิภาพการทำงานของยา หรือเพิ่มความเสี่ยงของการเกิดผลข้างเคียงรุนแรงอื่นๆ โปรดปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกรก่อนเสมอ

ปฏิกิริยากับอาการโรคอื่น

เนวิราปีนอาจส่งผลให้อาการโรคของคุณแย่ลง หรือส่งผลต่อการออกฤทธิ์ของยา โปรดแจ้งให้แพทย์หรือเภสัชกรทราบถึงสภาวะโรคของคุณก่อนใช้ยาเสมอ

ขนาดยา

ข้อมูลในที่นี้ไม่มีเจตนาให้ใช้ทดแทนคำแนะนำทางการแพทย์ ควรปรึกษากับแพทย์หรือเภสัชกรทุกครั้ง เพื่อรับทราบข้อมูลเพิ่มเติม

ขนาด เนวิราปีน สำหรับผู้ใหญ่

ขนาดยาสำหรับผู้ใหญ่เพื่อรักษาการติดเชื้อเอชไอวี (HIV Infection)

ขนาดยาเริ่มต้น (ช่วงการเริ่มใช้ยา)

  • ยารูปแบบออกฤทธิ์ทันที : 200 มก. รับประทานวันละ 1 ครั้งเป็นเวลา 14 วัน

ขนาดยาปกติ (หลังจากช่วงการเริ่มใช้ยา)

  • ยารูปแบบออกฤทธิ์ทันที : 200 มก. รับประทานวันละ 2 ครั้ง
  • ยารูปแบบออกฤทธิ์นาน : 400 มก. รับประทานวันละ 1 ครั้ง

การใช้งาน

  • ใช้ร่วมกับยาต้านรีโทรไวรัสอื่นๆ (antiretroviral agents) เพื่อรักษาการติดเชื้อเอชไอวี-1 (HIV-1)

การปรับขนาดยาสำหรับโรคไต

  • ค่าครีอะตินีนเคลียรานซ์ (CrCl) อย่างน้อย 20 มล./นาที (และไม่จำเป็นต้องฟอกไต) : ไม่มีการปรับขนาดยาที่แนะนำ
  • ค่าครีอะตินีนเคลียรานซ์น้อยกว่า 20 มล./นาที : ไม่มีข้อมูล

คำแนะนำ

  • ยังไม่มีการศึกษายารูปแบบออกฤทธิ์นานในผู้ป่วยที่มีไตบกพร่อง

การปรับขนาดยาสำหรับโรคตับ

  • ตับบกพร่องระดับปานกลางหรือรุนแรง (ไชด์พิว [Child-Pugh] บี หรือ ซี) : ข้อห้ามการใช้งาน

คำแนะนำ

ยังไม่มีการศึกษายารูปแบบออกฤทธิ์นานในผู้ป่วยที่มีตับบกพร่อง

การปรับขนาดยา

ผู้ป่วยที่ต้องระงับการใช้ยา

  • หากระงับการใช้ยานี้นานมากกว่า 7 วัน ควรเริ่มต้นใช้ยาที่ขนาดต่ำ (ใช้ยาแบบออกฤทธิ์ทันที) สำหรับ 14 วันแรก
  • ผู้ป่วยที่เป็นโรคตับ : ผู้ป่วยที่เป็นโรคตับ (มีอาการ) ควรหยุดใช้ยาอย่างถาวร
  • ไม่ควรเริ่มต้นใช้ยาใหม่หลังจากอาการดีขึ้น

ผู้ป่วยที่มีผดผื่น

  • ควรหยุดใช้เนวิราปีนหากเกิดอาการผดผื่นอย่างรุนแรงหรือผดผื่นที่มาพร้อมกับอาการทั่วไป
  • หากผู้ป่วยมีผดผื่นระดับเบาถึงปานกลางโดยไม่มีอาการทั่วไปในช่วงเริ่มต้นใช้ยา 14 วันแรกของการใช้ยารูปแบบออกฤทธิ์ทันที
  • ไม่ควรเพิ่มขนาดยารูปแบบออกฤทธิ์ทันทีหรือไม่ควรเริ่มต้นการรักษาด้วยยารูปแบบออกฤทธิ์นานจนกว่าอาการผดผื่นจะหายไป
  • ระยะเวลาทั้งหมดทั้งหมดของการรักษาเริ่มต้นไม่ควรเกิน 28 วัน ในกรณีนั้นควรเริ่มต้นใช้ยาชนิดอื่น

การฟอกไต (Dialysis)

การฟอกเลือดด้วยเครื่องไตเทียม (Hemodialysis):

  • ยารูปแบบออกฤทธิ์ทันที : ควรเสริมยาขนาด 200 มก. ให้หลังจากการฟอกไตทุกครั้ง
  • ยารูปแบบออกฤทธิ์นาน : ไม่มีข้อมูลที่แน่ชัด

คำแนะนำ

  • เมทาโบไลท์ (Metabolites) ของยานี้อาจจะเกิดการสะสมในผู้ป่วยที่ทำการฟอกไต ยังไม่มีการพิสูจน์นัยสำคัญทางการแพทย์

คำแนะนำอื่นๆ

คำแนะนำการใช้งาน

  • เนื่องจากพบความเป็นพิษต่อตับ ที่รุนแรงและถึงแก่ชีวิต อย่าเริ่มใช้ยานี้ (นอกเสียจากจะมีประโยชน์มากกว่าโทษ) ในผู้หญิงที่เป็นผู้ใหญ่ และมีปริมาณเซลล์ซีดีโฟร์ (CD4+) มากกว่า 250 เซลล์/ลบ.ม. หรือผู้ชายที่เป็นผู้ใหญ่ และมีปริมาณเซลล์ซีดีโฟร์พลัสมากกว่า 400 เซลล์/ลบ.ม.
  • อย่าใช้เนวิราปีนเป็นยาชนิดเดียวสำหรับรักษาโรคเอชไอวี-1 หรือเพิ่มเข้าในสูตรการใช้ยาที่ล้มเหลวเป็นยาชนิดเดียว
  • อาจรับประทานได้โดยไม่ต้องคำนึงถึงอาหาร
  • หากใช้ยารูปแบบแขวนตะกอนสำหรับรับประทาน ควรเขย่าขวดยาเบาๆ ทุกครั้งก่อนใช้งาน และใช้กระบอกยาสำหรับรับประทานเพื่อตวงยาให้ถูกต้อง
  • กลืนยาเม็ดออกฤทธิ์นานลงไปทั้งเม็ด โดยไม่ต้องเคี้ยว บด หรือแบ่งเม็ดยา ควรพิจารณาความสามารถในการกลืนก่อนสั่งให้ใช้ยารูปแบบออกฤทธิ์นาน
  • อย่าใช้ยารูปแบบออกฤทธิ์ทันทีและออกฤทธิ์นานควบคู่กัน

การเฝ้าระวัง

  • ทั่วไป : คลินิกและห้องทดลอง (พื้นฐานและในช่วง 18 สัปดาห์แรกของการรักษา [ควรมีการศึกษาข้อมุลผลิตภัณฑ์จากผู้ผลิต]) ความเป็นพิษเนื่องจากยาในผู้ป่วยที่มีพังผืดที่ตับ (hepatic fibrosis) หรือโรคตับแข็ง (cirrhosis) 
  • ตับ : เอนไซม์ตับ (พื้นฐานและในช่วง 18 สัปดาห์แรกของการรักษา ควรมีการศึกษาข้อมูลผลิตภัณฑ์จากผู้ผลิต)

คำแนะนำสำหรับผู้ป่วย

  • ควรอ่านฉลากยาสำหรับผู้ป่วย ที่ได้รับการรับรองจากองการอาหารและยาแห่งสหรัฐอเมริกา (คู่มือการใช้ยา)
  • หยุดใช้ยาและรับการรักษาในทันที (รวมถึงการเฝ้าระวังทางห้องทดลอง) หากสังเกตเห็นสัญญาณหรืออาการของโรคตับ หรือปฏิกิริยาผิวหนังอย่างรุนแรง
  • หยุดใช้ยาและรับการรักษาในทันที หากสังเกตเห็นสัญญาณหรืออาการของโรคตับอักเสบ
  • หากผดผื่นใดๆ เกิดขึ้นระหว่าง 2 สัปดาห์ของการเริ่มต้นการใช้ยา อย่าเพิ่มขนาดยาออกฤทธิ์ทันที หรืออย่าเริ่มใช้ยาออกฤทธิ์นาน หยุดใช้ยาและเข้าพบปรึกษาแพทย์ หากมีอาการผดผื่นอย่างรุนแรง หรือภาวะภูมิแพ้ (hypersensitivity)
  • ปรึกษาแพทย์ทันที หากมีสัญญาณหรืออาการของการติดเชื้อ

ขนาด เนวิราปีน สำหรับเด็ก

ขนาดยาสำหรับเด็กเพื่อรักษาการติดเชื้อเอชไอวี (HIV Infection)

ขนาดยาเริ่มต้น (ช่วงการเริ่มใช้ยา)

  • ยารูปแบบออกฤทธิ์ทันที : อายุ 15 วันขึ้นไป 150 มก. รับประทานวันละ 1 ครั้ง เป็นเวลา 14 วัน
  • ขนาดยาสูงสุด: 200 มก./วัน

ขนาดยาปกติ (หลังจากช่วงการเริ่มใช้ยา)

  • ยารูปแบบออกฤทธิ์ทันที: อายุ 15 วันขึ้นไป 150 มก. รับประทานวันละ 2 ครั้ง
  • ยารูปแบบออกฤทธิ์นาน : อายุ 6 ปีขึ้นไป 400 มก. รับประทานวันละ 1 ครั้ง
  • พื้นที่ผิวร่างกาย (BSA) 0.58 ถึง 0.83 ตารางเมตร : 200 มก. รับประทานวันละ 1 ครั้ง
  • พื้นที่ผิวร่างกาย (BSA) 0.84 ถึง 1.16 ตารางเมตร : 300 มก. รับประทานวันละ 1 ครั้ง
  • พื้นที่ผิวร่างกาย (BSA) อย่างน้อย 1.17 ตารางเมตร : 400 มก. รับประทานวันละ 1 ครั้ง

ขนาดยาปกติสูงสุด  400 มก./วัน

การใช้งาน

  • ใช้ร่วมกับยาต้านรีโทรไวรัสอื่นๆ (antiretroviral agents) เพื่อรักษาการติดเชื้อเอชไอวี-1 (HIV-1)
  • ปฏิบัติตามคำแนะนำจากแผนการรักษาด้วยยาต้านรีโทรไวรัส และการจัดการยาสำหรับเด็กที่ติดเชื้อเอชไอวี:

ยารูปแบบออกฤทธิ์ทันที :

  • อายุครรภ์ 34 สัปดาห์จนถึงน้อยกว่า 37 สัปดาห์ อายุน้อยกว่า 1 เดือน: 4 มก./กก. รับประทานวันละสองครั้งในสัปดาห์แรก ตามด้วย 6 มก./กก. รับประทานวันละสองครั้ง
  • อายุครรภ์อย่างน้อย 37 สัปดาห์ อายุน้อยกว่า 1 เดือน: 6 มก./กก. รับประทานวันละสองครั้ง
  • อายุ 1 เดือน จนถึง น้อยกว่า 8 ปี

ขนาดยาเริ่มต้น (ช่วงการเริ่มใช้ยา)

  •  200 มก. รับประทานวันละ 1 ครั้งเป็นเวลา 14 วัน

ขนาดยาปกติ

  • 200 มก. รับประทานวันละ 2 ครั้ง

อายุ 8 ปีขึ้นไป 

ขนาดยาเริ่มต้น (ช่วงการเริ่มใช้ยา)

  • 120 ถึง 150 มก. รับประทานวันละ 1 ครั้งเป็นเวลา 14 วัน

ขนาดยาปกติ

  • 120 ถึง 150 มก. รับประทานวันละ 2 ครั้ง

ขนาดยาสูงสุด: 200 มก./วัน

ยารูปแบบออกฤทธิ์นาน:

อายุ 6 ปีขึ้นไป

ขนาดยาปกติ

  • พื้นที่ผิวร่างกาย (BSA) 0.58 ถึง 0.83 ตารางเมตร: 200 มก. รับประทานวันละ 1 ครั้ง
  • พื้นที่ผิวร่างกาย (BSA) 0.84 ถึง 1.16 ตารางเมตร: 300 มก. รับประทานวันละ 1 ครั้ง
  • พื้นที่ผิวร่างกาย (BSA) อย่างน้อย 1.17 ตารางเมตร: 400 มก. รับประทานวันละ 1 ครั้ง

คำแนะนำ:

  • สำหรับเด็กที่อายุไม่เกิน 2 ปี แพทย์ผู้เชี่ยวชาญแนะนำว่า สามารถเริ่มต้นใช้ยาโดยไม่ต้องใช้ยาในขนาดเริ่มต้น
  • ตราบเท่าที่ไม่มีผลข้างเคียง ก็ไม่จำเป็นต้องลดปริมาณยา เมื่อเด็กมีอายุถึง 8 ปี ให้ใช้ยาในขนาดเดิมที่เหมาะสมตามความเติบโตของเด็ก
  • ปริมาณยาโดยรวมต่อวันไม่ควรเกิน 400 มก.
  • ควรมีการศึกษาแนวทางในปัจจุบันเพื่อข้อมูลเพิ่มเติม

ขนาดยาสำหรับเด็กเพื่อลดโอกาสการได้รับการถ่ายทอดเพื่อเอชไอวีในครรภ์ (Reduction of Perinatal Transmission of HIV)

คำแนะนำจากแผนการรักษาสำหรับผู้หญิงตั้งครรภ์ที่ติดเชื้อเอชไอวีและการป้องกันโอกาสในการถ่ายทอดเชื้อไวรัส:

ขนาดยาสำหรับป้องกัน

  • น้ำหนักแรกเกิด 1.5 ถึง 2 กก.: 8 มก. รับประทานวันละครั้งเป็นจำนวน 3 ครั้ง
  • น้ำหนักแรกเกิดมากกว่า 2 กก.: 12 มก. รับประทานวันละครั้งเป็นจำนวน 3 ครั้ง

ขนาดยาสำหรับรักษา

  • อายุครรภ์ 34 ถึงน้อยกว่า 37 สัปดาห์เมื่อคลอด อายุไม่เกิน 1 สัปดาห์: 4 มก./กก. รับประทานวันละ 2 ครั้ง
  • อายุครรภ์ 34 ถึงน้อยกว่า 37 สัปดาห์เมื่อคลอด อายุ 1 ถึง 6 สัปดาห์: 6 มก./กก. รับประทานวันละ 2 ครั้ง
  • อายุครรภ์อย่างน้อย 37 สัปดาห์เมื่อคลอด อายุไม่เกิน 6 สัปดาห์: 6 มก./กก. รับประทานวันละ 2 ครั้ง

คำแนะนำ

  • แนะนำให้ใช้ยารูปแบบออกฤทธิ์ทันที
  • การใช้ยาต้านรีโทรไวรัสร่วมกันสำหรับการป้องกัน โดยใช้ยานี้ 3 ครั้ง (ใช้ขนาดยาสำหรับป้องกัน) ร่วมกับการใช้ยาซิโดวูดีน (zidovudine) 6 สัปดาห์ หรือการรักษาโรคเอชไอวีแบบครอบคลุมเชื้ออย่างกว้างๆ (empiric HIV therapy) โดยใช้ยานี้ (ใช้ขนาดยาสำหรับรักษา) ร่วมกับการใช้ยาซิโดวูดีนและยาลามิวูดีน (lamivudine) แนะนำสำหรับผู้ป่วยที่มีความเสี่ยงสูง ในการได้รับการถ่ายทอดเชื้อเอชไอวีในครรภ์ และทารกแรกเกิดที่คาดว่าจะเปิดรับเชื้อเอชไอวี
  • แนะนำการใช้ยานี้ (ใช้ขนาดยาสำหรับรักษา) ร่วมกับการใช้ยาซิโดวูดีนและยาลามิวูดีน สำหรับทารกแรกเกิดที่ยืนยันว่าติดเชื้อเอชไอวี
  • ระยะเวลาการรักษาโรคเอชไอวีแบบครอบคลุมเชื้ออย่างกว้างๆ ที่ดีที่สุดสำหรับทารกแรกเกิดที่มีความเสี่ยงสูง ในการได้รับถ่ายทอดเชื้อเอชไอวีในครรภ์ ยังไม่เป็นที่ทราบแน่ชัด ผู้เชี่ยวชาญจำนวนมากจะใช้การรักษาร่วมกัน 6 สัปดาห์ ในขณะที่ผู้อื่นจะหยุดใช้ยานี้ และ/หรือยาลามิวูดีนหลังจากที่ผลการตรวจในทารกเป็นลบ
  • ควรเริ่มต้นการรักษานี้ให้ใกล้เคียงกับเวลาที่คลอดที่สุดเท่าที่เป็นไปได้ ควรเริ่มภายใน 6 ถึง 12 ชั่วโมงหลังคลอด
  • ควรมีการศึกษาแนวทางในปัจจุบันเพื่อข้อมูลเพิ่มเติม

ข้อควรระวัง

ยังไม่มีการพิสูจน์ที่แน่ชัดถึงความปลอดภัยและประสิทธิภาพของยารูปแบบออกฤทธิ์นานสำหรับผู้ป่วยที่อายุน้อยกว่า 6 ปี

รูปแบบของยา

รูปแบบของยามีดังนี้

  • ยาน้ำแขวนตะกอนสำหรับรับประทาน
  • ยาเม็ดสำหรับรับประทาน
  • ยาเม็ดสำหรับรับประทานแบบออกฤทธิ์นาน

กรณีฉุกเฉินหรือใช้ยาเกินขนาด

หากเกิดเหตุฉุกเฉินหรือใช้ยาเกินขนาด ควรแจ้งเหตุฉุกเฉินหรือนำส่งโรงพยาบาลใกล้บ้านโดยทันที

กรณีลืมใช้ยา

หากคุณลืมรับประทานเนวิราปีนควรรีบใช้ในทันทีที่นึกได้ หรือถ้าหากใกล้ถึงเวลาใช้ยาครั้งต่อไป ให้ข้ามรอบไปใช้ยาตามตารางปกติได้เลย ไม่ควรเพิ่มปริมาณยาก่อนได้รับอนุญาตจากแพทย์

Hello Health Group ไม่ได้ให้คำแนะนำทางการแพทย์ การวินิจฉัยโรคหรือการรักษาโรคแต่อย่างใด

อ่านเพิ่มเติม:

บทความแนะนำ

สตาวูดีน (Stavudine)

สตาวูดีน (Stavudine)

ทบทวนบทความโดย เภสัชกรอาชานนท์ สมศักดิ์
เขียนบทความโดย พลอย วงษ์วิไล
เผยแพร่วันที่ พฤศจิกายน 21, 2019
อินดินาเวียร์ ซัลเฟต (Indinavir Sulfate)

อินดินาเวียร์ ซัลเฟต (Indinavir Sulfate)

ทบทวนบทความโดย เภสัชกรอาชานนท์ สมศักดิ์
เขียนบทความโดย พลอย วงษ์วิไล
เผยแพร่วันที่ ตุลาคม 13, 2018
ยาต้านไวรัส เอชไอวี ทางเลือกในการรักษาผู้ป่วยเอชไอวี

ยาต้านไวรัส เอชไอวี ทางเลือกในการรักษาผู้ป่วยเอชไอวี

ทบทวนบทความโดย ทีม Hello คุณหมอ
เขียนบทความโดย ธีรวิทย์ บุญราศรี
เผยแพร่วันที่ สิงหาคม 15, 2018