เมโทรนิดาโซล (Metronidazole)

ทบทวนบทความโดย | โดย

Update Date 11/05/2020 . 9 mins read
Share now

ข้อบ่งใช้

ยา เมโทรนิดาโซล ใช้สำหรับ

ยา เมโทรนิดาโซล (Metronidazole) ใช้เพื่อรักษาการติดเชื้อต่างๆยานี้อยู่ในกลุ่มของยาปฏิชีวนะไนโตรอิมิดาโซล (nitroimidazoles) ยานี้ทำงานโดยการหยุดยั้งการเจริญเติบโตของเชื้อแบคทีเรียและโปรโตซัว (protozoa)

ยาปฏิชีวนะชนิดนี้ใช้เพื่อรักษาการติดเชื้อแบคทีเรียและโปรโตซัวเท่านั้น ยานี้จะไม่ได้ผลกับการติดเชื้อไวรัส เช่น โรคหวัดหรือไข้หวัดใหญ่ การใช้ยาปฏิชีวนะเกินอย่างไม่จำเป็น หรือใช้ยาเกินขนาด สามารถทำให้ประสิทธิภาพลดลงได้

ยาเมโทรนิดาโซลยังสามารถใช้ร่วมกับยาต้านแผลเปื่อย (anti-ulcer medications) เพื่อรักษาแผลในกระเพาะอาหารประเภทอื่นๆ

วิธีการใช้ยา เมโทรนิดาโซล

ยาเมโทรนิดาโซลสามารถรับประทานพร้อมกับอาหาร น้ำ หรือนมหนึ่งแก้ว เพื่อป้องกันอาการท้องไส้ปั่นป่วน ขนาดยาขึ้นอยู่กับสภาวะทางการแพทย์ ประเภทของการติดเชื้อที่กำลังรักษา และการตอบสนองต่อการรักษา

ยาปฏิชีวนะจะทำงานดีที่สุด เมื่อมีปริมาณของยาในร่างกายคงที่ ดังนั้นจึงควรใช้ยานี้โดยเว้นระยะเวลาที่เท่ากัน

ใช้ยาเมโทรนิดาโซลอย่างต่อเนื่องจนครบตามกำหนด แม้ว่าอาการจะหายไปหลังจากผ่านไปไม่กี่วัน การหยุดใช้ยาเมโทรนิดาโซลเร็วเกินไป อาจทำให้เชื้อแบคทีเรียหรือโปรโตซัวนั้นเจริญเติบโตต่อไป และอาจส่งผลให้การติดเชื้อกำเริบได้

โปรดแจ้งให้แพทย์ทราบ หากอาการของคุณไม่หายไป หรือรุนแรงขึ้น

การเก็บรักษายา เมโทรนิดาโซล

ยาเมโทรนิดาโซลควรเก็บที่อุณหภูมิห้อง หลีกเลี่ยงแสงหรือความชื้น เพื่อป้องกันไม่ให้ตัวยาเกิดความเสียหาย ไม่ควรเก็บยานี้ในห้องน้ำหรือช่องแช่แข็ง ยาเมโทรนิดาโซลบางยี่ห้ออาจจะต้องเก็บรักษาแตกต่างกัน จึงควรตรวจสอบฉลากยาหรือสอบถามเภสัชกรเสมอ เพื่อความปลอดภัย โปรดเก็บยาให้ห่างจากมือเด็กและสัตว์เลี้ยง

ไม่ควรทิ้งยาเมโทรนิดาโซลลงในชักโครก หรือเทลงในท่อระบายน้ำ เว้นแต่ได้รับคำแนะนำให้ทำเช่นนั้น ควรกำจัดยาด้วยวิธีที่ถูกต้องเมื่อยาหมดอายุ หรือไม่มีความจำเป็นต้องใช้งาน โปรดสอบถามเภสัชกรเพิ่มเติม เกี่ยวกับวิธีการกำจัดยาที่ถูกต้อง

ข้อควรระวังและคำเตือน

ข้อควรรู้ก่อนใช้ยา เมโทรนิดาโซล

ก่อนใช้ยาเมโทรนิดาโซล

  • โปรดแจ้งให้แพทย์และเภสัชกรทราบ หากคุณแพ้ต่อยาเมโทรนิดาโซลหรือยาอื่นๆ
  • โปรดแจ้งให้แพทย์และเภสัชกรทราบเกี่ยวกับยาตามใบสั่งแพทย์ และยาที่หาซื้อเองที่คุณกำลังใช้ โดยเฉพาะยาต้านการแข็งตัวของเลือด (anticoagulants) เช่น ยาวาฟาริน (warfarin) อย่างคูมาดิน (coumadin) ยาแอสเทมิโซล (astemizole) อย่างฮิสมานอล (hismanal) ยาไดซัลฟิแรม (disulfiram) อย่างแอนทาบิวส์ (antabuse) ยาลิเทียม (lithium) อย่างลิทโทบิด (lithobid) ยาฟีโนบาร์บิทัล (phenobarbital) ยาฟีนีโทอิน (phenytoin) อย่างไดแลนทิน (dilantin) และวิตามิน
  • โปรดแจ้งให้ทราบ หากคุณเป็นหรือเคยเป็นโรคเลือด โรคไต หรือโรคตับ หรือโรคโครห์น (crohn’s disease)
  • โปรดแจ้งให้แพทย์ทราบ หากคุณตั้งครรภ์ มีแผนที่จะตั้งครรภ์ หรือกำลังให้นมบุตร หากคุณกำลังตั้งครรภ์ขณะที่กำลังใช้ยา เมโทรนิดาโซล โปรดติดต่อแพทย์
  • ควรทราบว่าคุณไม่ควรดื่มสุราขณะที่กำลังใช้ยานี้ เพราะแอลกอฮอล์สามารถทำให้เกิดอาการท้องไส้ปั่นป่วน อาเจียน ปวดท้องอย่างรุนแรง ปวดหัว เหงื่อออก และหน้าแดง
  • โปรดวางแผนหลีกเลี่ยงการเปิดรับแสงแดดแบบไม่จำเป็นหรือในระยะยาว และควรสวมเสื้อผ้าป้องกัน แว่นกันแดด และทาครีมกันแดด ยาเมโทรนิดาโซลอาจทำให้ผิวหนังของคุณมีปฏิกิริยาไวต่อแสงแดดได้

ความปลอดภัยต่อการตั้งครรภ์หรือให้นมบุตร

ยังไม่มีงานวิจัยที่น่าเชื่อถือ เกี่ยวกับความเสี่ยงในสตรีที่ใช้ยานี้ ในช่วงการตั้งครรภ์หรือให้นมบุตร โปรดปรึกษาแพทย์เพื่อหาประโยชน์และความเสี่ยงก่อนการใช้ยานี้

ยาเมโทรนิดาโซลจัดอยู่ในประเภทของยาที่มีความเสี่ยงต่อผู้ตั้งครรภ์ หมวด B โดยองค์การอาหารและยาแห่งสหรัฐอเมริกา (FDA)

การจัดประเภทของยาที่มีความเสี่ยงต่อผู้ตั้งครรภ์โดยองค์การอาหารและยาแห่งสหรัฐอเมริกามีดังนี้

  • A= ไม่มีความเสี่ยง
  • B= ไม่พบความเสี่ยงในการวิจัยบางชิ้น
  • C= อาจจะมีความเสี่ยง
  • D= มีหลักฐานแสดงถึงความเสี่ยง
  • X= ห้ามใช้
  • N= ไม่ทราบแน่ชัด

ผลข้างเคียง

ผลข้างเคียงของการใช้ยา เมโทรนิดาโซล

รับการรักษาพยาบาลฉุกเฉินทันที หากคุณมีสัญญาณของอาการแพ้ ได้แก่ ลมพิษ หายใจติดขัด บวมที่ใบหน้า ริมฝีปาก ลิ้น หรือลำคอ

โปรดแจ้งให้แพทย์ทราบในทันที หากคุณมีอาการปวดหรือแสบร้อนอย่างรุนแรง ขณะที่กำลังใช้ยา เมโทรนิดาโซล ทาเฉพาะที่

ผลข้างเคียงที่รุนแรงน้อยกว่ามีดังนี้

  • แสบร้อนหรือปวดระดับเบาขณะที่ทายาเมโทรนิดาโซล
  • มีอาการเหน็บหรือชาที่มือหรือเท้า
  • ไอ คัดจมูก เจ็บคอ มีอาการของโรคหวัด
  • มีอาการคันหรือสารคัดหลั่งจากช่องคลอด
  • ปวดหัว
  • ผิวแห้ง ตกสะเก็ด หรือคัน
  • คลื่นไส้
  • มีรสโลหะภายในปาก

ไม่ใช่ทุกคนจะเจอกับผลข้างเคียงเหล่านี้ หรืออาจจะมีอาการอย่างอื่นนอกเหนือจากที่กล่าวมาข้างต้น ถ้าคุณมีข้อสงสัยใดๆ เกี่ยวกับผลข้างเคียง โปรดปรึกษากับแพทย์หรือเภสัชกร

ปฏิกิริยาของยา

ปฏิกิริยากับยาอื่น

ยาเมโทรนิดาโซลอาจเกิดปฏิกิริยากับยาอื่นที่คุณกำลังใช้อยู่ ซึ่งอาจส่งผลต่อการออกฤทธิ์ของยา หรือเพิ่มความเสี่ยงที่จะเกิดผลข้างเคียง เพื่อป้องกันปัญหาที่อาจจะเกิดขึ้น

คุณควรจะบอกแพทย์หรือเภสัชกรของคุณว่า คุณกำลังใช้ยาอะไรอยู่บ้าง ทั้งยาตามใบสั่งแพทย์ ยาที่ซื้อได้เอง และสมุนไพรต่างๆ เพื่อความปลอดภัย โปรดอย่าเริ่ม หยุด หรือเปลี่ยนขนาดยาใดๆ โดยไม่ได้รับความเห็นชอบจากแพทย์

  • ยาไซเมทิดีน (Cimetidine) อย่างทากาเมต (Tagamet)
  • ยาเมโทรนิดาโซลสำหรับอาการชัก เช่น ยาฟีนีโทอิน (phenytoin) อย่างไดแลนทิน (Dilantin) หรือยาฟีโนบาร์บิทัล (phenobarbital) อย่างลูมินอล (Luminal) หรือซอลโฟทอน (Solfoton)
  • ยาต้านการแข็งตัวของเลือด เช่น ยาวาฟาริน (warfarin) อย่างคูมาดิน (Coumadin) หรือแจนโทเวน (Jantoven)
  • ยาลิเทียม (Lithium) อย่างลิโทบิด (Lithobid) เอสคาลิท (Eskalith) และอื่นๆ
  • ยาไดซัลฟีแรม (Disulfiram) อย่างแอนทาบิวส์ (Antabuse)

ปฏิกิริยากับอาหารหรือแอลกอฮอล์

ยาเมโทรนิดาโซลอาจมีปฏิกิริยากับอาหารหรือเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ โดยส่งผลต่อการออกฤทธิ์ของยา หรือเพิ่มความเสี่ยงที่จะเกิดผลข้างเคียง โปรดปรึกษากับแพทย์หรือเภสัชกรก่อนเสมอ

ปฏิกิริยากับอาการโรคอื่น

ยาเมโทรนิดาโซลอาจส่งผลให้อาการโรคของคุณแย่ลง หรือส่งผลต่อการออกฤทธิ์ของยา โปรดแจ้งให้แพทย์หรือเภสัชกรทราบถึงสภาวะโรคของคุณก่อนใช้ยาเสมอโดยเฉพาะ

  • กำลังมีหรือเคยมีปัญหาเกี่ยวกับเลือดหรือไขกระดูก
  • โรคสมอง เช่น เยื่อหุ้มสมองอักเสบแบบไม่ติดเชื้อ (aseptic meningitis) หรือพยาธิภาวะที่สมอง (encephalopathy)
  • เคยมีภาวะเม็ดเลือดขาวต่ำ (Leukopenia)
  • เคยเป็นโรคประสาทตาอักเสบ (Optic neuropathy) ซึ่งเป็นโรคตาพร้อมกับการมองเห็นเปลี่ยนแปลง
  • เชื้อราช่องปาก (Oral thrush) จากการติดเชื้อแคนดิดา (Candida infection)
  • เคยเป็นโรคปลายประสาทอักเสบ (Peripheral neuropathy) โรคเส้นประสาทที่มีพร้อมกับอาการปวด ชา หรือเหน็บ
  • เคยมีอาการชัก
  • เคยติดเชื้อยีสต์ที่ช่องคลอด (การติดเชื้อแคนดิดา) — ควรใช้ด้วยความระมัดระวัง อาจทำให้ภาวะนี้รุนแรงขึ้น
  • โรคไตระยะสุดท้าย
  • โรคตับขั้นรุนแรง — ควรใช้ด้วยความระมัดระวัง ผลของยาอาจจะเพิ่มขึ้นเพราะกำจัดยาออกจากร่างกายได้ช้าลง

ขนาดยา

ข้อมูลในที่นี้ไม่มีเจตนาให้ใช้ทดแทนคำแนะนำทางการแพทย์ ควรปรึกษากับแพทย์หรือเภสัชกรทุกครั้ง เพื่อรับทราบข้อมูลเพิ่มเติม

ขนาดยาเมโทรนิดาโซลสำหรับผู้ใหญ่

ขนาดยาสำหรับผู้ใหญ่เพื่อรักษาการติดเชื้อแบคทีเรีย การติดเชื้อแบคทีเรียที่ไม่ต้องใช้ออกซิเจนระดับรุนแรง (Serious anaerobic infections)

  • ฉีดยาเข้าทางหลอดเลือดดำ ขนาดยาเริ่มต้น 15 มก./กก. ฉีดยาเข้าทางหลอดเลือดดำ
  • รับประทาน 7.5 มก./กก. รับประทานทุกๆ 6 ชั่วโมง

ขนาดยาสำหรับผู้ใหญ่เพื่อรักษาโรคบิดมีตัว (Amebiasis)  

  • โรคบิดมีตัวที่ลำไส้เฉียบพลัน หรือโรคบิดอะมีบาเฉียบพลัน (acute amebic dysentery) 750 มก. รับประทานวันละ 3 ครั้ง เป็นเวลา 5 ถึง 10 วัน
  • โรคฝีตับจากอะมีบา (Amebic liver abscess) 500 ถึง 750 มก. รับประทานวันละ 3 ครั้ง เป็นเวลา 5 ถึง 10 วัน

ขนาดยาสำหรับผู้ใหญ่เพื่อรักษาโรคลำไส้อักเสบชนิดเยื่อเทียม (Pseudomembranous Colitis)

  • การติดเชื้อคลอสไทรเดียม ดิฟิซายล์ (Clostridium difficile infection) ระดับเบาถึงปานกลาง 500 มก. รับประทานวันละ 3 ครั้ง
  • การติดเชื้อคลอสไทรเดียม ดิฟิซายล์ระดับรุนแรงซับซ้อน 500 มก. ฉีดเข้าหลอดเลือดดำทุกๆ 8 ชั่วโมง

ขนาดยาสำหรับผู้ใหญ่เพื่อป้องกันขณะผ่าตัด

  • ขนาดยาก่อนเริ่มการผ่าตัด 15 มก./กก. หยอดยาเข้าหลอดเลือดดำนานกว่า 30 ถึง 60 นาที และควรเสร็จสิ้นภายใน 1 ชั่วโมงก่อนการผ่าตัด
  • ขนาดยาระหว่างการผ่าตัดหรือหลังการผ่าตัด 7.5 มก./กก. หยอดยาเข้าหลอดเลือดดำนานกว่า 30 ถึง 60 นาที ในเวลา 6 และ 12 ชั่วโมงหลังจากให้ยาเริ่มต้น

ขนาดยาสำหรับผู้ใหญ่เพื่อรักษาการติดเชื้อทริโคโมแนส (Trichomoniasis) 

  • สูตรยาสำหรับ 1 วัน 2 กรัม รับประทานหนึ่งครั้ง (หรือครั้งละ 1 กรัม วันละ 2 ครั้ง)
  • สูตรยาสำหรับ 7 วัน
  • ยาเม็ด 250 มก. รับประทานวันละ 3 ครั้ง เป็นเวลา 7 วันติดต่อกัน
  • ยาแคปซูล 375 มก. รับประทานวันละ 2 ครั้ง เป็นเวลา 7 วันติดต่อกัน

ขนาดยาสำหรับผู้ใหญ่เพื่อรักษาการติดเชื้อเฮลิโคแบคเตอร์ ไพโลไร (Helicobacter pylori Infection)  

  • การรักษาด้วยบิสมัทสี่เท่า (Bismuth quadruple therapy) 250 มก. รับประทานวันละ 4 ครั้ง
  • การรักษาที่มีคลาริโทมัยซินเป็นพื้นฐานสามเท่า (Clarithromycin-based triple therapy) 500 มก. รับประทานวันละสองครั้ง
  • ระยะเวลาการรักษา 10 ถึง 14 วัน

ขนาดยาสำหรับผู้ใหญ่เพื่อรักษาโรคอุ้งเชิงกรานอักเสบ (Pelvic Inflammatory Disease) ให้ยาทางหลอดเลือดดำ

  • ขนาดยาเริ่มต้น 15 มก./กก. ฉีดยาเข้าทางหลอดเลือดดำ
  • รับประทาน 7.5 มก./กก. รับประทานทุกๆ 6 ชั่วโมง

ขนาดยาสำหรับผู้ใหญ่เพื่อรักษาภาวะช่องคลอดอักเสบจากเชื้อแบคทีเรีย (Bacterial Vaginosis)

  • ยาเม็ดออกฤทธิ์นาน 750 มก. รับประทานวันละครั้งเป็นเวลา 7 วันติดต่อกัน

ขนาดยาสำหรับผู้ใหญ่เพื่อรักษาโรคปอดบวมจากการสำลัก (Aspiration Pneumonia)  

  • ฉีดยาเข้าทางหลอดเลือดดำ ขนาดยาเริ่มต้น 15 มก./กก. ฉีดยาเข้าทางหลอดเลือดดำ
  • รับประทาน 7.5 มก./กก. รับประทานทุกๆ 6 ชั่วโมง

ขนาดยาสำหรับผู้ใหญ่เพื่อรักษาการติดเชื้อแบคทีเรียภายในเลือด (Bacteremia)

  • ฉีดยาเข้าทางหลอดเลือดดำ ขนาดยาเริ่มต้น 15 มก./กก. ฉีดยาเข้าทางหลอดเลือดดำ
  • รับประทาน 7.5 มก./กก. รับประทานทุกๆ 6 ชั่วโมง

ขนาดยาสำหรับผู้ใหญ่เพื่อรักษาภาวะเยื่อหุ้มสมองอักเสบ (Meningitis)  

  • ฉีดยาเข้าทางหลอดเลือดดำ ขนาดยาเริ่มต้น 15 มก./กก. ฉีดยาเข้าทางหลอดเลือดดำ
  • รับประทาน 7.5 มก./กก. รับประทานทุกๆ 6 ชั่วโมง

ขนาดยาสำหรับผู้ใหญ่เพื่อรักษาโรคถุงผนังลำไส้ใหญ่อักเสบ (Diverticulitis)  

  • ฉีดยาเข้าทางหลอดเลือดดำ ขนาดยาเริ่มต้น 15 มก./กก. ฉีดยาเข้าทางหลอดเลือดดำ
  • รับประทาน 7.5 มก./กก. รับประทานทุกๆ 6 ชั่วโมง

ขนาดยาสำหรับผู้ใหญ่เพื่อรักษาการติดเชื้อภายในช่องท้อง (Intraabdominal Infection)

  • ฉีดยาเข้าทางหลอดเลือดดำ ขนาดยาเริ่มต้น 15 มก./กก. ฉีดยาเข้าทางหลอดเลือดดำ
  • รับประทาน 7.5 มก./กก. รับประทานทุกๆ 6 ชั่วโมง

ขนาดยาสำหรับผู้ใหญ่เพื่อรักษาภาวะเยื่อบุช่องท้องอักเสบ (Peritonitis)  

  • ฉีดยาเข้าทางหลอดเลือดดำ ขนาดยาเริ่มต้น 15 มก./กก. ฉีดยาเข้าทางหลอดเลือดดำ
  • รับประทาน 7.5 มก./กก. รับประทานทุกๆ 6 ชั่วโมง

ขนาดยาสำหรับผู้ใหญ่เพื่อรักษาภาวะเยื่อบุหัวใจอักเสบ (Endocarditis)  

  • ฉีดยาเข้าทางหลอดเลือดดำ ขนาดยาเริ่มต้น 15 มก./กก. ฉีดยาเข้าทางหลอดเลือดดำ
  • รับประทาน 7.5 มก./กก. รับประทานทุกๆ 6 ชั่วโมง

ขนาดยาสำหรับผู้ใหญ่เพื่อรักษาการติดเชื้อที่ข้อต่อ (Joint Infection)  

  • ฉีดยาเข้าทางหลอดเลือดดำ ขนาดยาเริ่มต้น 15 มก./กก. ฉีดยาเข้าทางหลอดเลือดดำ
  • รับประทาน 7.5 มก./กก. รับประทานทุกๆ 6 ชั่วโมง

ขนาดยาสำหรับผู้ใหญ่เพื่อรักษาโรคกระดูกอักเสบติดเชื้อ (Osteomyelitis)   

  • ฉีดยาเข้าทางหลอดเลือดดำ ขนาดยาเริ่มต้น 15 มก./กก. ฉีดยาเข้าทางหลอดเลือดดำ
  • รับประทาน 7.5 มก./กก. รับประทานทุกๆ 6 ชั่วโมง

ขนาดยาสำหรับผู้ใหญ่เพื่อรักษาโรคปอดบวม

  • ฉีดยาเข้าทางหลอดเลือดดำ ขนาดยาเริ่มต้น 15 มก./กก. ฉีดยาเข้าทางหลอดเลือดดำ
  • รับประทาน 7.5 มก./กก. รับประทานทุกๆ 6 ชั่วโมง

ขนาดยาสำหรับผู้ใหญ่เพื่อรักษาการติดเชื้อที่ผิวหนังหรือเนื้อเยื่ออ่อน

  • ฉีดยาเข้าทางหลอดเลือดดำ ขนาดยาเริ่มต้น 15 มก./กก. ฉีดยาเข้าทางหลอดเลือดดำ
  • รับประทาน 7.5 มก./กก. รับประทานทุกๆ 6 ชั่วโมง

ขนาดยาสำหรับผู้ใหญ่เพื่อรักษาโรคเจียอาร์ไดอาซิส (Giardiasis)

  • คำแนะนำจากผู้เชี่ยวชาญบางราย 250 มก. รับประทานวันละ 3 ครั้ง เป็นเวลา 5 ถึง 7 วัน

ขนาดยาสำหรับผู้ใหญ่เพื่อรักษาป้องกันกามโรค (STD Prophylaxis) คำแนะนำจากศูนย์ควบคุมโรคติดต่อ (CDC)

การป้องกันหลังจากถูกล่วงละเมิดทางเพศ 2 กรัม รับประทานหนึ่งครั้ง

ขนาดยาสำหรับผู้ใหญ่เพื่อรักษาโรคหนองในเทียม (Nongonococcal Urethritis) คำแนะนำจากศูนย์ควบคุมโรคติดต่อ

ภาวะท่อปัสสาวะอักเสบกำเริบหรือเรื้อรัง

2 กรัม รับประทานหนึ่งครั้ง

ขนาดยาสำหรับผู้ใหญ่เพื่อรักษาการติดเชื้อบาแลนทิเดียม โคไล

(Balantidium coli) คำแนะนำจากผู้เชี่ยวชาญบางราย 500 ถึง 750 มก. รับประทานวันละ 3 ครั้ง เป็นเวลา 5 วัน

ขนาดยาสำหรับผู้ใหญ่เพื่อรักษาการติดเชื้อการติดเชื้อไดเอ็นทาโมอีบา ฟราจิลิส (Dientamoeba fragilis)คำแนะนำจากผู้เชี่ยวชาญบางราย 500 ถึง 750 มก. รับประทานวันละ 3 ครั้ง เป็นเวลา 10 วัน

ขนาดยาเมโทรนิดาโซลสำหรับเด็ก

ขนาดยาสำหรับเด็กเพื่อรักษาการติดเชื้อแบคทีเรีย 

  • ทารกแรกเกิด
  • อายุ 7 วันหรือน้อยกว่า น้ำหนัก 2000 กรัมหรือน้อยกว่า 7.5 มก./กก. ฉีดยาเข้าหลอดเลือดดำทุกๆ 24 ถึง 48 ชั่วโมง
  • อายุ 7 วันหรือน้อยกว่า น้ำหนักมากกว่า 2000 กรัม 15 มก./กก. ฉีดยาเข้าหลอดเลือดดำทุกๆ 24 ชั่วโมง
  • อายุ 8 ถึง 28 วัน น้ำหนัก 2000 กรัมหรือน้อยกว่า 15 มก./กก. ฉีดยาเข้าหลอดเลือดดำทุกๆ 24 ชั่วโมง
  • อายุ 8 ถึง 28 วัน น้ำหนักมากกว่า 2000 กรัม: 15 มก./กก. ฉีดยาเข้าหลอดเลือดดำทุกๆ 12 ชั่วโมง
  • อายุ 1 เดือนขึ้นไป
    • ฉีดยาเข้าหลอดเลือดดำ 22.5 ถึง 40 มก./กก./วัน แบ่งฉีดยาเข้าหลอดเลือดดำ 3 ครั้ง
    • รับประทาน 30 ถึง 50 มก./กก./วัน แบ่งรับประทาน 3 ครั้ง

ขนาดยาสำหรับเด็กเพื่อรักษาโรคบิดมีตัว 35 ถึง 50 มก./กก./วัน แบ่งรับประทาน 3 ครั้ง เป็นเวลา 10 วัน

ขนาดยาสำหรับเด็กเพื่อรักษาโรคลำไส้อักเสบชนิดเยื่อเทียม คำแนะนำจากสถาบันกุมารเวชศาสตร์แห่งอเมริกา (AAP)

เด็กและวัยรุ่น 30 มก./กก./วัน แบ่งรับประทาน 4 ครั้ง

ขนาดยาสำหรับเด็กเพื่อรักษาการติดเชื้อทริโคโมแนส เด็กที่น้ำหนักน้อยกว่า 45 กก. ที่มีภาวะช่องคลอดอักเสบก่อนวัยเจริญพันธุ์ (prepubertal vaginitis) (เกี่ยวข้องกับโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ [STI]) 15 มก./กก./วัน แบ่งรับประทาน 3 ครั้ง เป็นเวลา 7 วัน

ขนาดยาสำหรับเด็กเพื่อรักษาภาวะช่องคลอดอักเสบจากเชื้อแบคทีเรีย เด็กที่น้ำหนักน้อยกว่า 45 กก. ที่มีภาวะช่องคลอดอักเสบก่อนวัยเจริญพันธุ์ (เกี่ยวข้องกับโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์) 15 มก./กก./วัน แบ่งรับประทาน 2 ครั้ง เป็นเวลา 7 วัน

ภาวะปากช่องคลอดและช่องคลอดอักเสบ (vulvovaginitis) ในวัยรุ่น 500 มก. รับประทานวันละสองครั้ง เป็นเวลา 7 วัน

ขนาดยาสำหรับเด็กเพื่อรักษาโรคเจียอาร์ไดอาซิส คำแนะนำจากผู้เชี่ยวชาญบางราย (รวมถึงสถาบันกุมารเวชศาสตร์แห่งอเมริกา) 15 มก./กก./วัน แบ่งรับประทาน 3 ครั้ง เป็นเวลา 5 ถึง 7 วัน

ขนาดยาสำหรับเด็กเพื่อรักษาป้องกันกามโรค การป้องกันหลังจากถูกล่วงละเมิดทางเพศ

คำแนะนำจากสถาบันกุมารเวชศาสตร์แห่งอเมริกา สำหรับเด็กวัยก่อนวัยรุ่น

น้ำหนักน้อยกว่า 45 กก. 15 มก./กก./วัน แบ่งรับประทาน 3 ครั้ง เป็นเวลา 7 วัน

ขนาดยาสำหรับเด็กเพื่อรักษาการติดเชื้อบาแลนทิเดียม โคไล คำแนะนำจากผู้เชี่ยวชาญบางราย (รวมถึงสถาบันกุมารเวชศาสตร์แห่งอเมริกา) 35 ถึง 50 มก./กก./วัน แบ่งรับประทาน 3 ครั้ง เป็นเวลา 5 วัน

ขนาดยาสำหรับเด็กเพื่อรักษาการติดเชื้อการติดเชื้อไดเอ็นทาโมอีบา ฟราจิลิสคำแนะนำจากผู้เชี่ยวชาญบางราย (รวมถึงสถาบันกุมารเวชศาสตร์แห่งอเมริกา) 35 ถึง 50 มก./กก./วัน แบ่งรับประทาน 3 ครั้ง เป็นเวลา 10 วัน

รูปแบบของยา

ความแรงและรูปแบบของยามีดังนี้

  • ยาเม็ดสำหรับรับประทาน 250 มก. 500 มก.

กรณีฉุกเฉินหรือใช้ยาเกินขนาด

หากเกิดเหตุฉุกเฉินหรือใช้ยาเกินขนาด ควรแจ้งเหตุฉุกเฉิน หรือนำส่งห้องฉุกเฉินใกล้บ้านโดยทันที

กรณีลืมใช้ยา

หากคุณลืมใช้ยาควรรีบใช้ในทันทีที่นึกได้ หรือถ้าหากใกล้ถึงเวลาใช้ยาครั้งต่อไป ให้ข้ามรอบไปใช้ยาตามตารางปกติได้เลย ไม่ควรเพิ่มปริมาณยา

Hello Health Group ไม่ได้ให้คำแนะนำทางการแพทย์ การวินิจฉัยโรคหรือการรักษาโรคแต่อย่างใด

Hello Health Group ไม่ได้ให้คำแนะนำด้านการแพทย์ การวินิจฉัยโรค หรือการรักษาโรคแต่อย่างใด

อัปเดตข่าวสารสุขภาพติดตามไลน์ Hello คุณหมอ
บทความนี้มีประโยชน์ต่อคุณหรือไม่
happy unhappy

บทความนี้ก็น่าสนใจเหมือนกัน

คาพาสแตต® ซัลเฟต (Capastat® Sulfate)

คาพาสแตต® ซัลเฟต (Capastat Sulfate) หรือ คาพรีโอมัยซิน (Capreomycin) ใช้ร่วมกับยาอื่นเพื่อรักษาการติดเชื้อวัณโรค เป็นกลุ่มของยาปฏิชีวนะ

ทบทวนบทความโดย เภสัชกรวิสสุตา ชั้นประเสริฐ
Written by พลอย วงษ์วิไล

ไมโคพลาสมา (Mycoplasma) เชื้อโรคร้ายที่ทำให้เกิดโรคติดเชื้อในเด็ก

ไมโคพลาสมา เป็นเชื้อแบคทีเรีย ซึ่งสามารถทำให้เกิดการติดเชื้อในเด็กได้ จนบางครั้งทำให้เด็กบางคนกลายเป็นโรคปอดบวม ซึ่งร้ายแรงถึงขั้นเสียชีวิตได้

ทบทวนบทความโดย ทีม Hello คุณหมอ
Written by สิฏฐิณิศา รัชตวโรทัย

ดีกัวดิน® (Dequadin®)

ยา ดีกัวดิน® เป็นยาที่ช่วยบรรเทาอาการเจ็บคอ และการติดเชื้อได้ทันที ซึ่งมีประสิทธิภาพสูงในการลดการติดเชื้อที่ช่องปากและลำคอ เช่น เชื้อราในช่องปาก ลิ้นอักเสบ

ทบทวนบทความโดย ทีม Hello คุณหมอ
Written by วรภพ ไกยเดช

อัลปราโซแลม (Alprazolam)

อัลปราโซแลม (Alprazolam) ใช้เพื่อรักษาโรควิตกกังวล และแพนิค เป็นยาซึ่งส่งผลต่อสมองและประสาท ทำงานโดยกระตุ้นสารสื่อประสาท

ทบทวนบทความโดย เภสัชกรอาชานนท์ สมศักดิ์
Written by พลอย วงษ์วิไล