เมไทมาโซล (Methimazole)

ทบทวนบทความโดย | โดย

Update Date 11/05/2020 . 4 mins read
Share now

ข้อบ่งใช้

ยา เมไทมาโซล ใช้สำหรับ

ยาเมไทมาโซล (Methimazole) หรืออีกชื่อหนึ่งคือไทอะมาโซล (Thiamazole) ใช้เพื่อรักษาภาวะต่อมไทรอยด์ทำงานเกิน (overactive thyroid gland) และรักษาหรือเตรียมสำหรับการผ่าตัดต่อมไทรอยด์ที่ทำงานเกิน ยานี้ยังอาจใช้เมื่อแพทย์แนะนำไม่ให้ทำงานผ่าตัดกำจัดต่อมไทรอยด์ ยานี้ยังอาจใช้สำหรับสภาวะอื่นๆ ตามที่แพทย์กำหนด

ยาเมไทมาโซลเป็นยาต้านไทรอยด์ (antithyroid agent) ทำงานโดยการยับยั้งการผลิตฮอร์โมนไทรอยด์และยับยั้งการปล่อยฮอร์โมนออกจากต่อมไทรอยด์และควบคุมการเผาผลาญของร่างกาย

วิธีการใช้ยาเมไทมาโซล

ใช้ยาเมไทมาโซลตามที่แพทย์กำหนด อ่านฉลากยาเพื่อรักษาวิธีการใช้ยาอย่างถูกต้อง

รับประทานยาเมไทมาโซลพร้อมกับอาหารหรือรับประทานแยกต่างหาก หากเกิดอาการท้องไส้ปั่นป่วนอาจรับประทานยาพร้อมกับอาหาร เพื่อลดอาการระคายเคืองในกระเพาะ

รับประทานยาเมไทมาโซลเป็นประจำเว้นเสียแต่ว่าแพทย์จะสั่งแบบอื่น

การเก็บรักษายา เมไทมาโซล

ยาเมไทมาโซลควรเก็บที่อุณหภูมิห้อง หลีกเลี่ยงแสงหรือความชื้น เพื่อป้องกันไม่ให้ตัวยาเกิดความเสียหาย ไม่ควรเก็บยานี้ในห้องน้ำหรือช่องแช่แข็ง ยาเมไทมาโซลบางยี่ห้ออาจจะต้องเก็บรักษาแตกต่างกัน จึงควรตรวจสอบฉลากยาหรือสอบถามเภสัชกรเสมอ เพื่อความปลอดภัยโปรดเก็บยาให้ห่างจากมือเด็กและสัตว์เลี้ยง

ไม่ควรทิ้งยาเมไทมาโซลลงในชักโครก หรือเทลงในท่อระบายน้ำ เว้นแต่ได้รับคำแนะนำให้ทำเช่นนั้น ควรกำจัดยาด้วยวิธีที่ถูก สอบถามเภสัชกรเพิ่มเติม เกี่ยวกับวิธีการกำจัดยาที่ถูกต้อง

ข้อควรระวังและคำเตือน

ข้อควรรู้ก่อนใช้ยาเมไทมาโซล

ก่อนใช้ยานี้ แจ้งให้แพทย์ทราบหาก

  • คุณกำลังตั้งครรภ์ หรือให้นมบุตร เนื่องจากในช่วงที่คุณกำลังตั้งครรภ์หรือให้นมบุตร ควรใช้ยาตามที่แพทย์แนะนำเท่านั้น
  • หากคุณกำลังใช้ยาอื่นอยู่ รวมทั้งยาที่หาซื้อได้เอง เช่น สมุนไพรหรือยาทางเลือกอื่นๆ
  • หากคุณแพ้สารออกฤทธิ์หรือไม่ออกฤทธิ์ของยาเมไทมาโซล หรือยาอื่นๆ
  • หากคุณมีอาการป่วย มีความผิดปกติ หรือมีสภาวะทางการแพทย์อื่นๆ
  • หากคุณแพ้ต่อยา อาหาร หรือสารอื่นๆ
  • หากคุณมีปัญหาเกี่ยวกับไขกระดูกหรือตับ
  • หากคุณมีอาการผื่นแพ้ยา (exfoliative dermatitis) ซึ่งมีอาการรอยแดงที่แพร่กระจายและผิวตกสะเก็ด

ยาเมไทมาโซลอาจทำให้เกิดอาการง่วงซีม วิงเวียน หรือหน้ามืดได้ อาการเหล่านี้อาจจะรุนแรงขึ้นหากคุณรับประทานยานี้พร้อมกับสุราหรือยาอื่น ควรระมัดระวังการใช้ยาเมไทมาโซล อย่าขับรถหรือทำกิจกรรมที่อาจจะไม่ปลอดภัยจนกว่าคุณจะทราบว่าคุณมีปฏิกิริยาต่อยาอย่างไร

คุณอาจจะต้องทำการตรวจในห้องแล็บยาเมไทมาโซล ทั้งการตรวจสมรรถภาพของต่อมไทรอยด์และตับ ตรวจนับความสมบูรณ์ของเม็ดเลือด และตรวจการแข็งตัวของเลือด เช่นการตรวจค่าพีที (PT) การตรวจไอเอ็นอาร์ (INR) ผลการตรวจเหล่านี้อาจใช้เพื่อเฝ้าระวังสภาวะของคุณหรือตรวจหาผลข้างเคียง โปรดไปตามนัดของแพทย์และห้องแล็บทุกครั้ง

ความปลอดภัยต่อการตั้งครรภ์หรือให้นมบุตร

ยังไม่มีงานวิจัยที่น่าเชื่อถือเกี่ยวกับความเสี่ยงในสตรีที่ใช้ยานี้ในช่วงการตั้งครรภ์หรือให้นมบุตร โปรดปรึกษาแพทย์เพื่อหาประโยชน์และความเสี่ยงก่อนการใช้ยา

ยาเมไทมาโซลจัดอยู่ในประเภทของยาที่มีความเสี่ยงต่อผู้ตั้งครรภ์ หมวด D โดยองค์การอาหารและยาแห่งสหรัฐอเมริกา (FDA)

การจัดประเภทของยาที่มีความเสี่ยงต่อผู้ตั้งครรภ์โดยองค์การอาหารและยาแห่งสหรัฐอเมริกามีดังนี้

  • A= ไม่มีความเสี่ยง
  • B= ไม่พบความเสี่ยงในการวิจัยบางชิ้น
  • C= อาจจะมีความเสี่ยง
  • D= มีหลักฐานแสดงถึงความเสี่ยง
  • X= ห้ามใช้
  • N= ไม่ทราบแน่ชัด

ผลข้างเคียง

ผลข้างเคียงของการใช้ยาเมไทมาโซล

ยาทุกชนิดอาจทำให้เกิดผลข้างเคียงได้ แต่คนจำนวนมากอาจจะไม่มีผลข้างเคียงหรือมีผลข้างเคียงเพียงเล็กน้อย โปรดติดต่อแพทย์หากผลข้างเคียงที่พบได้ทั่วไปเหล่านี้ไม่หายไปหรือรบกวนคุณ

  • การรับรสเปลี่ยนแปลง
  • วิงเวียน
  • ง่วงนอน
  • ปวดหัว
  • ปวดข้อ
  • หน้ามืด
  • ปวดกล้ามเนื้อ
  • คลื่นไส้
  • เหน็บชา
  • ท้องไส้ปั่นป่วน
  • อาเจียน

รับการรักษาในทันทีหากเกิดผลข้างเคียงที่รุนแรงดังต่อไปนี้

  • อาการแพ้ที่รุนแรง (ผดผื่น ลมพิษ อาการคัน หายใจติดขัด แน่นหน้าอก อาการบวมที่ปาก ใบหน้า ริมฝีปาก หรือลิ้น)
  • ความอยากอาหารเปลี่ยนแปลง
  • ปัสสาวะสีคล้ำ
  • หมดสติ
  • หัวใจเต้นเร็วหรือผิดปกติ
  • เป็นไข้ หนาวสั่น หรือเจ็บคอไม่หาย
  • ปวดหัว คลื่นไส้ หรืออาเจียนอย่างรุนแรงหรือไม่หายไป
  • ปวดท้อง
  • สั่นเทา
  • มีเลือดออกหรือรอยช้ำผิดปกติ
  • ผมร่วงผิดปกติ
  • เหนื่อยล้าหรืออ่อนแรงผิดปกติ
  • การมองเห็นเปลี่ยนแปลง
  • ดวงตาหรือผิวหนังเป็นสีเหลือง

ไม่ใช่ทุกคนจะเจอกับผลข้างเคียงเหล่านี้อาจจะมีอาการอย่างอื่นนอกเหนือจากที่กล่าวมาข้างต้น ถ้าคุณมีข้อสงสัยใดๆ เกี่ยวกับผลข้างเคียง โปรดปรึกษากับแพทย์หรือเภสัชกร

ปฏิกิริยาของยา

ปฏิกิริยากับยาอื่น

ยาเมไทมาโซลอาจเกิดปฏิกิริยากับยาอื่นที่คุณกำลังใช้อยู่ ซึ่งอาจส่งผลต่อการออกฤทธิ์ของยา หรือเพิ่มความเสี่ยงที่จะเกิดผลข้างเคียง เพื่อป้องกันปัญหาที่อาจจะเกิดขึ้น คุณควรจะบอกแพทย์หรือเภสัชกรของคุณว่า คุณกำลังใช้ยาอะไรอยู่บ้าง (ทั้งยาตามใบสั่งแพทย์ ยาที่ซื้อได้เอง และสมุนไพรต่างๆ) เพื่อความปลอดภัย โปรดอย่าเริ่ม หยุด หรือเปลี่ยนขนาดยาใดๆ โดยไม่ได้รับความเห็นชอบจากแพทย์

ปฏิกิริยากับอาหารหรือแอลกอฮอล์

ยาเมไทมาโซลอาจมีปฏิกิริยากับอาหารหรือเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ โดยส่งผลต่อการออกฤทธิ์ของยา หรือเพิ่มความเสี่ยงที่จะเกิดผลข้างเคียง โปรดปรึกษากับแพทย์หรือเภสัชกรก่อนเสมอ

ปฏิกิริยากับอาการโรคอื่น

ยาเมไทมาโซลอาจส่งผลให้อาการโรคของคุณแย่ลง หรือส่งผลต่อการออกฤทธิ์ของยา โปรดแจ้งให้แพทย์หรือเภสัชกรทราบถึงสภาวะโรคของคุณก่อนใช้ยาเสมอ

ขนาดยา

ข้อมูลในที่นี้ไม่มีเจตนาให้ใช้ทดแทนคำแนะนำทางการแพทย์ ควรปรึกษากับแพทย์หรือเภสัชกรทุกครั้งเพื่อรับทราบข้อมูลเพิ่มเติม

ขนาดยาเมไทมาโซลสำหรับผู้ใหญ่

ขนาดยาสำหรับผู้ใหญ่เพื่อรักษาภาวะต่อมไทรอยด์ทำงานเกิน

ขนาดยาเริ่มต้น

ภาวะต่อมไทรอยด์ทำงานเกินระดับเบา 5 มก. รับประทานทุกๆ 8 ชั่วโมง

ภาวะต่อมไทรอยด์ทำงานเกินระดับรุนแรงปานกลาง 10 มก. รับประทานทุกๆ 8 ชั่วโมง (ไม่เกิน 40 มก. ต่อวัน)

ภาวะต่อมไทรอยด์ทำงานเกินระดับรุนแรง 20 มก. รับประทานทุกๆ 8 ชั่วโมง

ขนาดยาปกติ 5-15 มก. ต่อวัน

ขนาดยาเมไทมาโซลสำหรับเด็ก

ขนาดยาสำหรับเด็กเพื่อรักษาภาวะต่อมไทรอยด์ทำงานเกิน

อายุมากกว่าหรือเท่ากับ 1 ปี

ขนาดยาเริ่มต้น 0.4 มก./กก./วัน แบ่งรับประทานในขนาดเท่ากัน 3 ครั้ง ห่างงกันครั้งและ 8 ชั่วโมง

ขนาดยาปกติ 0.2 มก./กก./วัน แบ่งรับประทานในขนาดเท่ากัน 3 ครั้ง ห่างงกันครั้งและ 8 ชั่วโมง

ขนาดยาสูงสุด 30 มก./วัน

รูปแบบของยา

ขนาดและรูปแบบของยามีดังนี้

  • ยาเม็ด

กรณีฉุกเฉินหรือใช้ยาเกินขนาด

หากเกิดเหตุฉุกเฉินหรือใช้ยาเกินขนาด ควรแจ้งเหตุฉุกเฉินหรือนำส่งห้องฉุกเฉินใกล้บ้านโดยทันที

กรณีลืมใช้ยา

หากคุณลืมใช้ยาควรรีบใช้ในทันทีที่นึกได้ หรือถ้าหากใกล้ถึงเวลาใช้ยาครั้งต่อไป ให้ข้ามรอบไปใช้ยาตามตารางปกติได้เลย ไม่ควรเพิ่มปริมาณยา

Hello Health Group ไม่ได้ให้คำแนะนำทางการแพทย์ การวินิจฉัยโรคหรือการรักษาโรคแต่อย่างใด

Hello Health Group ไม่ได้ให้คำแนะนำด้านการแพทย์ การวินิจฉัยโรค หรือการรักษาโรคแต่อย่างใด

อัปเดตข่าวสารสุขภาพติดตามไลน์ Hello คุณหมอ
บทความนี้มีประโยชน์ต่อคุณหรือไม่
happy unhappy

บทความนี้ก็น่าสนใจเหมือนกัน

ไดอะเซอรีน (Diacerein)

ไดอะเซอรีน (Diacerein) เป็นยาในกลุ่มแอนทราควิโนน (anthraquinone) และใช้เพื่อรักษาอาการที่เกี่ยวข้องกับโรคเสื่อมสภาพที่กระดูกและข้อต่อ

ทบทวนบทความโดย เภสัชกรอาชานนท์ สมศักดิ์
Written by พลอย วงษ์วิไล

แอลทีเพลส (Alteplase)

แอลทีเพลส (Alteplase) มักใช้เพื่อป้องกันการเกิดลิ่มเลือด รักษาหลอดเลือดดำอุดตัน นอกจากนี้ยังอาจใช้เพื่อจุดประสงค์อื่น โปรดปรึกษากับแพทย์ 

ทบทวนบทความโดย เภสัชกรวิสสุตา ชั้นประเสริฐ
Written by พลอย วงษ์วิไล

แอมโลดิปีน (Amlodipine)

แอมโลดิปีน (Amlodipine) ถูกจัดอยู่ในกลุ่มยาแคลเซียมแชนแนลบล็อกเกอร์ ช่วยคลายหลอดเลือด เพื่อให้เลือดสามารถไหลเวียนได้ง่ายขึ้น

ทบทวนบทความโดย เภสัชกรอาชานนท์ สมศักดิ์
Written by พลอย วงษ์วิไล

ริโทนาเวียร์ (Ritonavir)

ยา ริโทนาเวียร์ (Ritonavir) ใช้ร่วมกับยารักษาผู้ป่วยติดเชื้อเอชไอวี ใช้เพื่อควบคุมอาการติดเชื้อเอชไอวี ทำหน้าที่ในการลดปริมาณของเชื้อเอชไอวีในร่างกาย

ทบทวนบทความโดย เภสัชกรอาชานนท์ สมศักดิ์
Written by พลอย วงษ์วิไล

Recommended for you

คาพาสแตต-ซัลเฟต-capastat-sulfate

คาพาสแตต® ซัลเฟต (Capastat® Sulfate)

ทบทวนบทความโดย เภสัชกรวิสสุตา ชั้นประเสริฐ
Written by พลอย วงษ์วิไล
Published on 06/02/2020 . 9 mins read
ดีกัวดิน-dequadin

ดีกัวดิน® (Dequadin®)

ทบทวนบทความโดย ทีม Hello คุณหมอ
Written by วรภพ ไกยเดช
Published on 09/12/2019 . 3 mins read
อัลปราโซแลม-alprazolam

อัลปราโซแลม (Alprazolam)

ทบทวนบทความโดย เภสัชกรอาชานนท์ สมศักดิ์
Written by พลอย วงษ์วิไล
Published on 01/12/2019 . 5 mins read
อัลเบนดาโซล-albendazole

อัลเบนดาโซล (Albendazole)

ทบทวนบทความโดย เภสัชกรอาชานนท์ สมศักดิ์
Written by พลอย วงษ์วิไล
Published on 01/12/2019 . 6 mins read