เอทิลคลอไรด์ (Ethyl Chloride)

ทบทวนบทความโดย | โดย

Update Date 11/05/2020 . 4 mins read
Share now

ข้อบ่งใช้

กินยาเกินขนาด ภัยอันตรายที่อาจคร่าชีวิต

ยาเอทิลคลอไรด์ใช้สำหรับ

ยาเอทิลคลอไรด์ (Ethyl Chloride) มักใช้เพื่อป้องกันอาการปวดเนื่องจากการฉีดยาและการผ่าตัดระดับเล็ก ยานี้ยังใช้ชั่วคราวเพื่อบรรเทาอาการบาดเจ็บจากการเล่นกีฬา ยาเอทิลคลอไรด์ยังช่วยบรรเทาอาการปวดกล้ามเนื้ออย่างหนัก เมื่อใช้ร่วมกับเทคนิคการยืดกล้ามเนื้อ ยาเอทิลคลอไรด์เป็นสารทำความเย็น ใช้ทาลงบนผิวหนังเพื่อทำให้รู้สึกชา

วิธีการใช้ยา เอทิลคลอไรด์

ยานี้ใช้เฉพาะผิวหนังเท่านั้น ผู้เชี่ยวชาญการดูแลสุขภาพจะเป็นผู้ทายา อย่าทายาลงบนบริเวณผิวหนังที่เสียหายหรือเยื่อเมือก (เช่น ภายในจมูกหรือปาก) อย่าพ่นยาเข้าดวงตา และห้ามสูดดมสเปรย์

ยานี้เป็นวัตถุไวไฟ ไม่ควรใช้ใกล้กับบริเวณที่มีไฟ หรือเครื่องใช้ไฟฟ้าที่สามารถจุดประกายไฟได้

ก่อนทายาเอทิลคลอไรด์บริเวณที่ฉีดยาหรือผ่าตัด ผู้เชี่ยวชาญการดูแลสุขภาพจะทำความสะอาดบริเวณนั้น ด้วยน้ำยาฆ่าเชื้อ อาจทาปิโตรเลียม เจลลี่เพื่อปกป้องบริเวณโดยรอบแผลผ่าตัด ควรเว้นระยะของบรรจุภัณฑ์ยาเอทิลคลอไรด์ 3-9 นิ้ว (8-23 เซนติเมตร) ออกจากผิวหนัง หากใช้ยาเอทิลคลอไรด์แบบขวด ควรคว่ำขวดยาลง และฉีดพ่นสเปรย์ตรงบริเวณที่มีอาการเป็นเวลา 3-7 วินาที หากคุณใช้ยาเอทิลคลอไรด์แบบกระป๋องละออง ควรถือขวดตั้งตรง และฉีดพ่นสเปรย์ตรงบริเวณที่มีอาการเป็นเวลา 4-10 วินาที ผู้ดูแลสุขภาพจะพ่นสเปรย์จนผิวหนังเปลี่ยนเป็นสีขาว และหยุดก่อนที่จะแช่แข็ง แล้วจึงรีบทำการผ่าตัดเนื่องจากผลการชาของยาเอทิลคลอไรด์นั้น อยู่แค่ไม่กี่วินาทีจนถึงหนึ่งนาที

สำหรับการบรรเทาอาการปวดในกล้ามเนื้อ ผู้เชี่ยวชาญการดูแลสุขภาพควรถือขวดให้ห่าง 12-18 นิ้ว (30-46 เซนติเมตร) จากกล้ามเนื้อ แล้วพ่นสเปรยก์กวาดไปมาในอัตรา 4 นิ้ว (10.2 เซนติเมตร) ต่อวินาทีจนครอบคลุมกล้ามเนื้อทั้งหมด ตั้งแต่จุดกระตุ้นจนถึงจุดที่มีอาการปวด กล้ามเนื้อจะค่อยๆ ยืดในช่วงกระบวนการนี้ จนกว่าจะฟื้นฟูการเคลื่อนไหวอย่างเต็มที่และอาการปวดบรรเทาลง

การเก็บรักษายาเอทิลคลอไรด์

ยาเอทิลคลอไรด์ควรเก็บที่อุณหภูมิห้อง หลีกเลี่ยงแสงหรือความชื้น เพื่อป้องกันไม่ให้ตัวยาเกิดความเสียหาย ไม่ควรเก็บยานี้ในห้องน้ำหรือช่องแช่แข็ง ยาเอทิลคลอไรด์บางยี่ห้ออาจจะต้องเก็บรักษาแตกต่างกัน จึงควรตรวจสอบฉลากยาหรือสอบถามเภสัชกรเสมอ เพื่อความปลอดภัย โปรดเก็บยาให้ห่างจากมือเด็กและสัตว์เลี้ยง

ไม่ควรทิ้งยาเอทิลคลอไรด์ลงในชักโครก หรือเทยาลงในท่อระบายน้ำ เว้นแต่ได้รับคำแนะนำให้ทำอย่างอื่น ควรกำจัดยาด้วยวิธีที่ถูกต้อง เมื่อสินค้าหมดอายุ หรือไม่มีความจำเป็นต้องใช้งาน โปรดสอบถามเภสัชกรเพิ่มเติมเกี่ยวกับวิธีการกำจัดยาที่ถูกต้อง

ข้อควรระวังและคำเตือน

ข้อควรรู้ก่อนใช้ยา เอทิลคลอไรด์

ก่อนใช้ยาเอทิลคลอไรด์ แจ้งให้แพทย์หรือเภสัชกรทราบ หากคุณแพ้ต่อยานี้ หรือหากคุณเป็นโรคภูมิแพ้อื่นๆ ยานี้อาจมีสารไม่ออกฤทธิ์ในการรักษา ที่ทำให้เกิดอาการแพ้หรือปัญหาอื่น โปรดปรึกษาเภสัชกรสำหรับข้อมูลเพิ่มเติม

ก่อนใช้ยานี้ แจ้งให้แพทย์หรือเภสัชกรทราบเกี่ยวกับประวัติทางการแพทย์ของคุณ

ในช่วงขณะการตั้งครรภ์ควรใช้ยานี้เมื่อจำเป็นเท่านั้น ยังไม่ทราบแน่ชัดว่ายานี้สามารถส่งผ่านน้ำนมแม่ได้หรือไม่ โปรดปรึกษาความเสี่ยงและประโยชน์กับแพทย์

ความปลอดภัยต่อการตั้งครรภ์หรือให้นมบุตร

ยังไม่มีงานวิจัยที่น่าเชื่อถือ เกี่ยวกับความเสี่ยงในสตรีที่ใช้ยานี้ในช่วงการตั้งครรภ์หรือให้นมบุตร โปรดปรึกษาแพทย์เพื่อหาประโยชน์และความเสี่ยงก่อนการใช้ยานี้

ยาเอทิลคลอไรด์จัดอยู่ในประเภทของยาที่มีความเสี่ยงต่อสตรีมีครรภ์ ประเภท N โดยองค์การอาหารและยาแห่งสหรัฐอเมริกา (FDA)

การจัดประเภทของยาที่มีความเสี่ยงต่อสตรีมีครรภ์ โดยองค์การอาหารและยาแห่งสหรัฐอเมริกามีดังนี้

  • A= ไม่มีความเสี่ยง
  • B= ไม่พบความเสี่ยงในการวิจัยบางชิ้น
  • C= อาจจะมีความเสี่ยง
  • D= มีหลักฐานแสดงถึงความเสี่ยง
  • X= ห้ามใช้
  • N= ไม่ทราบแน่ชัด

ผลข้างเคียง

ผลข้างเคียงของการใช้ยาเอทิลคลอไรด์

ไม่ค่อยพบผลข้างเคียงของยานี้

โปรดจำไว้ว่า การที่แพทย์ให้คุณใช้ยาตัวนี้ เนื่องจากพิจารณาแล้วว่า ยามีประโยชน์มากกว่าความเสี่ยง และคนที่ใช้ยานี้ส่วนใหญ่ไม่พบผลข้างเคียงที่ร้ายแรงใดๆ

แจ้งให้แพทย์ทราบในทันที หากเกิดผลข้างเคียงที่ไม่ค่อยจะเกิดขึ้นแต่รุนแรงดังต่อไปนี้ ได้แก่ ผิวหนังสีเปลี่ยนไปถาวร มีอาการปวดเมื่อผิวหนังละลาย มีการติดเชื้อตรงบริเวณที่ให้ยา แผลหายช้า

แจ้งให้แพทย์ทราบในทันทีหากเกิดผลข้างเคียงที่หายากแต่รุนแรงมากดังต่อไปนี้ (เมื่อใช้ในระยะยาว) ได้แก่ ดวงตาและผิวหนังเป็นสีเหลือง ปัสสาวะสีคล้ำ ปวดท้อง คลื่นไส้อาเจียนบ่อยครั้ง เหนื่อยล้าผิดปกติ

การแพ้ยาที่รุนแรงต่อยานี้ ค่อนข้างเกิดขึ้นได้ยาก แต่จำเป็นต้องได้รับการรักษาที่ทันท่วงที อาการของการแพ้รุนแรงมีดังนี้คือ ผดผื่น คันหรือบวม (โดยเฉพาะบริเวณใบหน้า ลิ้น และลำคอ) วิงเวียนขั้นรุนแรง หายใจติดขัด

ไม่ใช่ทุกคนจะเจอกับผลข้างเคียงเหล่านี้ และอาจจะมีอาการอย่างอื่นนอกเหนือจากที่กล่าวมาข้างต้น ถ้าคุณมีข้อสงสัยใดๆ เกี่ยวกับผลข้างเคียง โปรดปรึกษากับแพทย์หรือเภสัชกร

ปฏิกิริยาของยา

ปฏิกิริยากับยาอื่น

ยาเอทิลคลอไรด์อาจเกิดปฏิกิริยากับยาอื่นที่คุณกำลังใช้อยู่ ซึ่งอาจส่งผลต่อการออกฤทธิ์ของยา หรือเพิ่มความเสี่ยงที่จะเกิดผลข้างเคียง เพื่อป้องกันปัญหาที่อาจจะเกิดขึ้น คุณควรจะบอกแพทย์หรือเภสัชกรของคุณว่าคุณกำลังใช้ยาอะไรอยู่บ้าง (ทั้งยาตามใบสั่งแพทย์ ยาที่ซื้อได้เอง และสมุนไพรต่างๆ) เพื่อความปลอดภัย โปรดอย่าเริ่ม หยุด หรือเปลี่ยนขนาดยาโดยไม่ได้รับความเห็นชอบจากแพทย์

ปฏิกิริยากับอาหารหรือแอลกอฮอล์

ยาเอทิลคลอไรด์อาจมีปฏิกิริยากับอาหารหรือเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ โดยส่งผลต่อการออกฤทธิ์ของยา หรือเพิ่มความเสี่ยงที่จะเกิดผลข้างเคียง โปรดปรึกษากับแพทย์หรือเภสัชกรก่อนเสมอ

ปฏิกิริยากับอาการโรคอื่น

ยาเอทิลคลอไรด์อาจส่งผลให้อาการโรคของคุณแย่ลง หรือส่งผลต่อการออกฤทธิ์ของยา โปรดแจ้งให้แพทย์หรือเภสัชกรทราบถึงสภาวะโรคของคุณก่อนใช้ยาเสมอ

ขนาดยา

ข้อมูลในที่นี้ไม่มีเจตนาให้ใช้ทดแทนคำแนะนำทางการแพทย์ ควรปรึกษากับแพทย์หรือเภสัชกรทุกครั้ง เพื่อรับทราบข้อมูลเพิ่มเติม

ขนาดยาเอทิลคลอไรด์สำหรับผู้ใหญ่

ใช้ยาเอทิลคลอไรด์ตามที่แพทย์กำหนดอย่างเคร่งครัด ควรทำตามแนวทางที่ระบุบนฉลากยาอย่างระมัดระวัง

ขนาดยาเอทิลคลอไรด์ที่แพทย์แนะนำนั้นขึ้นอยู่กับปัจจัยดังต่อไปนี้ (หนึ่งในรายการนี้หรือทั้งหมด)

  • สภาวะที่รักษา
  • สภาวะอื่นที่คุณมี
  • ยาอื่นที่คุณกำลังใช้
  • การตอบสนองต่อยา
  • น้ำหนัก
  • ส่วนสูง
  • อายุ
  • เพศ

ขนาดยาเอทิลคลอไรด์สำหรับเด็ก

ยังไม่มีการพิสูจน์ความความปลอดภัยและประสิทธิภาพของขนาดยานี้สำหรับผู้ป่วยเด็ก ยานี้อาจเป็นอันตรายต่อเด็กได้ ดังนั้น จึงควรทำความเข้าใจกับความปลอดภัยของยาก่อนการใช้ยา สำหรับข้อมูลเพิ่มเติมโปรดติดต่อกับแพทย์หรือเภสัชกร

รูปแบบของยา

ความแรงและรูปแบบของยามีดังนี้

  • ยาสเปรย์ใช้เฉพาะที่

กรณีฉุกเฉินหรือใช้ยาเกินขนาด

หากเกิดเหตุฉุกเฉินหรือใช้ยาเกินขนาด ควรแจ้งเหตุฉุกเฉินหรือนำส่งห้องฉุกเฉินใกล้บ้านโดยทันที

กรณีลืมใช้ยา

หากคุณลืมใช้ยาควรรีบใช้ในทันทีที่นึกได้ หรือถ้าหากใกล้ถึงเวลาใช้ยาครั้งต่อไป ให้ข้ามรอบไปใช้ยาตามตารางปกติได้เลย ไม่ควรเพิ่มปริมาณยา

Hello Health Group ไม่ได้ให้คำแนะนำทางการแพทย์ การวินิจฉัยโรคหรือการรักษาโรคแต่อย่างใด

Hello Health Group ไม่ได้ให้คำแนะนำด้านการแพทย์ การวินิจฉัยโรค หรือการรักษาโรคแต่อย่างใด

อัปเดตข่าวสารสุขภาพติดตามไลน์ Hello คุณหมอ
บทความนี้มีประโยชน์ต่อคุณหรือไม่
happy unhappy
แหล่งที่มา

บทความนี้ก็น่าสนใจเหมือนกัน

ไดอะเซอรีน (Diacerein)

ไดอะเซอรีน (Diacerein) เป็นยาในกลุ่มแอนทราควิโนน (anthraquinone) และใช้เพื่อรักษาอาการที่เกี่ยวข้องกับโรคเสื่อมสภาพที่กระดูกและข้อต่อ

ทบทวนบทความโดย เภสัชกรอาชานนท์ สมศักดิ์
Written by พลอย วงษ์วิไล

แอลทีเพลส (Alteplase)

แอลทีเพลส (Alteplase) มักใช้เพื่อป้องกันการเกิดลิ่มเลือด รักษาหลอดเลือดดำอุดตัน นอกจากนี้ยังอาจใช้เพื่อจุดประสงค์อื่น โปรดปรึกษากับแพทย์ 

ทบทวนบทความโดย เภสัชกรวิสสุตา ชั้นประเสริฐ
Written by พลอย วงษ์วิไล

แอมโลดิปีน (Amlodipine)

แอมโลดิปีน (Amlodipine) ถูกจัดอยู่ในกลุ่มยาแคลเซียมแชนแนลบล็อกเกอร์ ช่วยคลายหลอดเลือด เพื่อให้เลือดสามารถไหลเวียนได้ง่ายขึ้น

ทบทวนบทความโดย เภสัชกรอาชานนท์ สมศักดิ์
Written by พลอย วงษ์วิไล

ริโทนาเวียร์ (Ritonavir)

ยา ริโทนาเวียร์ (Ritonavir) ใช้ร่วมกับยารักษาผู้ป่วยติดเชื้อเอชไอวี ใช้เพื่อควบคุมอาการติดเชื้อเอชไอวี ทำหน้าที่ในการลดปริมาณของเชื้อเอชไอวีในร่างกาย

ทบทวนบทความโดย เภสัชกรอาชานนท์ สมศักดิ์
Written by พลอย วงษ์วิไล

Recommended for you

คาพาสแตต-ซัลเฟต-capastat-sulfate

คาพาสแตต® ซัลเฟต (Capastat® Sulfate)

ทบทวนบทความโดย เภสัชกรวิสสุตา ชั้นประเสริฐ
Written by พลอย วงษ์วิไล
Published on 06/02/2020 . 9 mins read
ดีกัวดิน-dequadin

ดีกัวดิน® (Dequadin®)

ทบทวนบทความโดย ทีม Hello คุณหมอ
Written by วรภพ ไกยเดช
Published on 09/12/2019 . 3 mins read
อัลปราโซแลม-alprazolam

อัลปราโซแลม (Alprazolam)

ทบทวนบทความโดย เภสัชกรอาชานนท์ สมศักดิ์
Written by พลอย วงษ์วิไล
Published on 01/12/2019 . 5 mins read
อัลเบนดาโซล-albendazole

อัลเบนดาโซล (Albendazole)

ทบทวนบทความโดย เภสัชกรอาชานนท์ สมศักดิ์
Written by พลอย วงษ์วิไล
Published on 01/12/2019 . 6 mins read