แอมพิซิลลินและซัลแบคแตม (Ampicillin and Sulbactam)

ทบทวนบทความโดย | โดย

Update Date 11/05/2020 . 4 mins read
Share now

ข้อบ่งใช้ แอมพิซิลลินและซัลแบคแตม

แอมพิซิลลินและซัลแบคแตม ใช้สำหรับ

การใช้ยา แอมพิซิลลินและซัลแบคแตม ร่วมกัน (Ampicillin and Sulbactam) ใช้เพื่อรักษาอาการติดเชื้อแบคทีเรียในส่วนต่างๆ ของร่างกาย

ยานี้มีทั้งรูปแบบรับประทาน และแบบผงเพื่อผสมน้ำเป็นยาแขวนตะกอน แต่ได้รับความนิยมใช้น้อยกว่าแบบฉีดเข้าหลอดเลือดดำหรือกล้ามเนื้อ บทความในที่นี้กล่าวถึงเฉพาะยาแบบฉีด หากต้องการข้อมูลเพิ่มเติม โปรดสอบถามแพทย์หรือเภสัชกรของท่าน

วิธีใช้แอมพิซิลลินและซัลแบคแตม

ยาฉีด

  • แพทย์จะกำหนดขนาดใช้ยาและจำนวนครั้งที่ใช้ยา ยาชนิดนี้จะฉีดเข้ากล้ามเนื้อ หรือผ่านเข็มที่เจาะเข้าสู่หลอดเลือดดำ
  • พยาบาลหรือผู้ดูแลสุขภาพอื่นๆ จะให้ยานี้แก่คุณ

การเก็บรักษาแอมพิซิลลินและซัลแบคแตม

การเก็บรักษายาแอมพิซิลลินและซัลแบคแตมที่ดีที่สุด ควรเก็บไว้ที่อุณหภูมิห้อง ให้ห่างจากแสงโดยตรงและความชื้น เพื่อป้องกันการเสื่อมสภาพของยา ไม่ควรเก็บยาแอมพิซิลลินและซัลแบคแตมไว้ในห้องน้ำหรือช่องแช่แข็ง ยาแอมพิซิลลินและซัลแบคแตมมีหลากหลายยี่ห้อซึ่งมีวิธีการเก็บรักษาที่แตกต่างกัน เป็นสิ่งสำคัญที่ต้องตรวจสอบวิธีการเก็บรักษาที่ระบุไว้ในบรรจุภัณฑ์ หรือสอบถามจากเภสัชกร เพื่อความปลอดภัย คุณควรเก็บยาทั้งหมดให้ห่างจากเด็กหรือสัตว์เลี้ยง

คุณไม่ควรทิ้งยาแอมพิซิลลินและซัลแบคแตมลงในโถส้วม หรือในท่อระบายน้ำ เว้นแต่ได้รับคำแนะนำให้ทำเช่นนั้น สิ่งสำคัญคือต้องกำจัดยาอย่างเหมาะสมเมื่อหมดอายุหรือไม่ใช้งานแล้ว ให้ปรึกษาเภสัชกรสำหรับรายละเอียดเพิ่มเติม เกี่ยวกับวิธีการกำจัดยาอย่างปลอดภัย

ข้อควรระวังและคำเตือน

ข้อควรรู้ก่อนใช้แอมพิซิลลินและซัลแบคแตม

ก่อนใช้ยาแอมพิซิลลินและซัลแบคแตม ให้แจ้งแพทย์หากคุณมีอาการดังต่อไปนี้

  • อาการแพ้ต่อยาแอมพิซิลลินและซัลแบคแตม และต่อส่วนประกอบอื่นที่ใช้สำหรับรูปแบบของยาที่มีส่วนผสมของแอมพิซิลลินและซัลแบคแตม ข้อมูลโดยละเอียดอยู่ในเอกสารกำกับยา
  • อาการแพ้ต่อยาอื่นๆ แพ้อาหาร แพ้สีผสมอาหาร แพ้วัตถุกันเสียในอาหาร หรือสัตว์ต่างๆ
  • โรคในเด็ก
  • โรคในผู้สูงอายุ
  • มีภาวะทางสุขภาพอื่นๆ และยาที่มีความเสี่ยงต่อการเกิดปฏิกิริยากับยาแอมพิซิลลินและซัลแบคแตม

ความปลอดภัยต่อการตั้งครรภ์หรือให้นมบุตร

ไม่มีการศึกษาในผู้หญิงที่เพียงพอเพื่อระบุความเสี่ยงเมื่อใช้ยาแอมพิซิลลินและซัลแบคแตมในระหว่างการตั้งครรภ์หรือให้นมบุตร โปรดปรึกษาแพทย์เพื่อพิจารณาประโยชน์และความเสี่ยง ก่อนการใช้ยาแอมพิซิลลินและซัลแบคแตม ยานี้มีความเสี่ยงต่อการตั้งครรภ์ ประเภท B ตามที่องค์การอาหารและยาสหรัฐฯ (US Food and Drug Administration: FDA) ได้กำหนดไว้

ความเสี่ยงต่อการตั้งครรภ์ ตามองค์การอาหารและยาแห่งสหรัฐฯ มีรายการอ้างอิงดังต่อไปนี้

  • A=ไม่มีความเสี่ยง
  • B=ไม่มีความเสี่ยงในงานวิจัยบางชิ้น
  • C=อาจมีความเสี่ยง
  • D=มีหลักฐานแสดงถึงความเสี่ยง
  • X=ห้ามใช้
  • N=ไม่ทราบแน่ชัด

รู้จักกับผลข้างเคียง

ผลข้างเคียงของแอมพิซิลลินและซัลแบคแตม

หลังการใช้ยาประเภทอื่นๆ การใช้ยาแอมพิซิลลินและซัลแบคแตมสามารถก่อให้เกิดอาการข้างเคียงบางประการได้ อาการข้างเคียงส่วนใหญ่เกิดขึ้นน้อย และไม่จำเป็นต้องรักษาเพิ่มเติม อย่างไรก็ดี เป็นสิ่งสำคัญสำหรับคุณที่ต้องปรึกษาแพทย์หากมีปัญหาใดๆ หลังจากใช้ยาชนิดนี้

ผลข้างเคียงบางประการมีดังนี้

  • มีเลือดออก
  • มีตุ่มพอง
  • มีรอยไหม้
  • รู้สึกหนาว
  • ผิวหนังเปลี่ยนสี
  • มีความรู้สึกตึงแน่นหรืออึดอัด
  • ลมพิษ
  • ภาวะติดเชื้อ
  • อาการอักเสบ
  • อาการคัน
  • มีก้อนเนื้อ
  • มีอาการชา
  • มีอาการปวด
  • มีผื่นคัน
  • มีรอยแดง
  • มีรอยแผลเป็น
  • มีอาการเจ็บ
  • มีอาการปวดแสบปวดร้อน
  • มีอาการบวม
  • มีอาการกดเจ็บ
  • รู้สึกเหมือนเข็มหรือของมีคมทิ่มตำ
  • มีแผลเปื่อย
  • รู้สึกร้อนในบริเวณที่ฉีด

อาการข้างเคียงเหล่านี้ไม่ได้พบในผู้ใช้ยาทุกคน และอาจมีอาการข้างเคียงที่ไม่ได้ระบุข้างต้น หากคุณมีข้องกังวลเกี่ยวกับอาการข้างเคียง ให้ปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกร

ปฏิกิริยาของยา

ปฏิกิริยากับยาอื่น

ยาแอมพิซิลลินและซัลแบคแตมอาจเกิดปฏิกิริยาระหว่างยาชนิดอื่นที่คุณใช้อยู่ ซึ่งสามารถเปลี่ยนแปลงการออกฤทธิ์ของยา หรือเพิ่มความเสี่ยงสำหรับอาการข้างเคียงที่รุนแรงขึ้น เพื่อหลีกเลี่ยงปฏิกิริยาระหว่างยาที่อาจเกิดขึ้น คุณควรทำรายการยาที่ใช้อยู่ทั้งหมด (ยาที่สั่งโดยแพทย์ ยาที่ไม่ได้สั่งโดยแพทย์ และยาสมุนไพร) และแจ้งแก่แพทย์หรือเภสัชกร เพื่อความปลอดภัยของคุณ ห้ามเริ่ม หยุด หรือเปลี่ยนขนาดยาใด โดยไม่ได้รับความเห็นชอบจากแพทย์ เช่น ยาแอลโลพูรินอล (allopurinol) หรือยาโพรเบเนซิด (probenecid)

ปฏิกิริยากับอาหารหรือแอลกอฮอล์

ยาแอมพิซิลลินและซัลแบคแตมอาจทำปฏิกิริยากับอาหารหรือแอลกอฮอล์ได้ โดยการเปลี่ยนแปลงการออกฤทธิ์ยา หรือเพิ่มความเสี่ยงสำหรับอาการข้างเคียงที่รุนแรงขึ้น โปรดปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกรเกี่ยวกับปฏิกิริยาที่อาจเกิดขึ้นกับอาหารหรือแอลกอฮอล์ ก่อนการใช้

ปฏิกิริยากับอาการโรคอื่น

ยาแอมพิซิลลินและซัลแบคแตมอาจทำปฏิกิริยากับสภาวะทางสุขภาพของคุณ ปฏิกิริยาดังกล่าวอาจทำให้สภาวะทางสุขภาพเสื่อมลง หรือเปลี่ยนแปลงการออกฤทธิ์ของยา เป็นสิ่งสำคัญที่ต้องแจ้งให้แพทย์หรือเภสัชกรทราบเสมอ เกี่ยวกับสภาวะทางสุขภาพทั้งหมดของคุณในปัจจุบัน โดยเฉพาะอย่างยิ่ง

  • อาการท้องร่วง
  • โรคไต
  • โรคตับ
  • โรคติดเชื้อโมโนนิวคลีโอซิส (Mononucleosis)

ทำความเข้าใจกับขนาดยา

ข้อมูลในที่นี้มิได้มีเจตนาให้ใช้เพื่อทดแทนคำแนะนำทางการแพทย์ ให้ปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกรก่อนใช้ยาแอมพิซิลลินและยาซัลแบคแตมเสมอ

ขนาดยาสำหรับผู้ใหญ่

ให้ปรึกษาแพทย์สำหรับข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับขนาดยาแอมพิซิลลินและซัลแบคแตมไฮโดรคลอไรด์ (ampicillin and sulbactam hydrochloride)

ขนาดยาแนะนำสำหรับผู้ป่วยบางรายมีดังต่อไปนี้

  • สำหรับภาวะติดเชื้อทางนรีเวชวิทยา (gynecological Infections): 1.5 ก. (แอมพิซิลลิน 1 ก. + ซัลแบคแตม 0.5 ก.) ถึง 3 ก. (แอมพิซิลลิน 2 ก. + ซัลแบคแตม 1 ก.) ให้ยาทางหลอดเลือดดำหรือทางกล้ามเนื้อ ทุก 6 ชั่วโมง
  • สำหรับภาวะติดเชื้อในช่องท้อง (intra-Abdominal Infections): 1.5 ก. (แอมพิซิลลิน 1 ก. + ซัลแบคแตม 0.5 ก.) ถึง 3 ก. (แอมพิซิลลิน 2 ก. + ซัลแบคแตม 1 ก.) ให้ยาทางหลอดเลือดดำหรือทางกล้ามเนื้อ ทุก 6 ชั่วโมง
  • สำหรับภาวะติดเชื้อที่ผิวหนังและโครงสร้างผิวหนัง (skin & skin structure infections): 1.5 ก. (แอมพิซิลลิน 1 ก. + ซัลแบคแตม 0.5 ก.) ถึง 3 ก. (แอมพิซิลลิน 2 ก. + ซัลแบคแตม 1 ก.) ให้ยาทางหลอดเลือดดำหรือทางกล้ามเนื้อ ทุก 6 ชั่วโมง

สำหรับภาวะไตเสื่อม

  • สำหรับผู้ป่วยที่มีค่า Creatinin Clearance เท่ากับ 15-29 มล./นาที (ml/min): ให้ใช้ยาทุก 12 ชั่วโมง
  • สำหรับผู้ป่วยที่มีค่า Creatinin Clearance เท่ากับ 5-14 มล./นาที (ml/min): ให้ใช้ยาทุก 24 ชั่วโมง

ขนาดยาสำหรับเด็ก

ขนาดใช้ไม่ได้กำหนดไว้สำหรับผู้ป่วยโรคเด็ก ยาแอมพิซิลลินและซัลแบคแตมอาจไม่ปลอดภัยสำหรับเด็ก เป็นสิ่งสำคัญเสมอที่ต้องทำความเข้าใจอย่างถ่องแท้เกี่ยวกับความปลอดภัยของยาก่อนการใช้ โปรดปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกรสำหรับข้อมูลเพิ่มเติม

รูปแบบยา

ยาแอมพิซิลลินและซัลแบคแตมมีรูปแบบการใช้และปริมาณตัวยา ดังต่อไปนี้

  • ผงสำหรับละลาย 750 มก. และ 1500 มก.

กรณีฉุกเฉินหรือใช้ยาเกินขนาด

ในกรณีฉุกเฉินหรือใช้ยาเกินขนาด ให้โทรแจ้งบริการฉุกเฉิน หรือไปยังห้องฉุกเฉินในโรงพยาบาลใกล้บ้านคุณ

กรณีลืมใช้ยา

คุณต้องใช้ยานี้ตามเวลาที่กำหนดไว้ ให้โทรแจ้งแพทย์หรือเภสัชกรหากคุณลืมใช้ยา

Hello Health Group มิได้ให้คำปรึกษาด้านการแพทย์ การวินิจฉัยโรค และการรักษาโรคแต่อย่างใด

Hello Health Group ไม่ได้ให้คำแนะนำด้านการแพทย์ การวินิจฉัยโรค หรือการรักษาโรคแต่อย่างใด

อัปเดตข่าวสารสุขภาพติดตามไลน์ Hello คุณหมอ
บทความนี้มีประโยชน์ต่อคุณหรือไม่
happy unhappy
แหล่งที่มา

บทความนี้ก็น่าสนใจเหมือนกัน

ไดอะเซอรีน (Diacerein)

ไดอะเซอรีน (Diacerein) เป็นยาในกลุ่มแอนทราควิโนน (anthraquinone) และใช้เพื่อรักษาอาการที่เกี่ยวข้องกับโรคเสื่อมสภาพที่กระดูกและข้อต่อ

ทบทวนบทความโดย เภสัชกรอาชานนท์ สมศักดิ์
Written by พลอย วงษ์วิไล

แอลทีเพลส (Alteplase)

แอลทีเพลส (Alteplase) มักใช้เพื่อป้องกันการเกิดลิ่มเลือด รักษาหลอดเลือดดำอุดตัน นอกจากนี้ยังอาจใช้เพื่อจุดประสงค์อื่น โปรดปรึกษากับแพทย์ 

ทบทวนบทความโดย เภสัชกรวิสสุตา ชั้นประเสริฐ
Written by พลอย วงษ์วิไล

แอมโลดิปีน (Amlodipine)

แอมโลดิปีน (Amlodipine) ถูกจัดอยู่ในกลุ่มยาแคลเซียมแชนแนลบล็อกเกอร์ ช่วยคลายหลอดเลือด เพื่อให้เลือดสามารถไหลเวียนได้ง่ายขึ้น

ทบทวนบทความโดย เภสัชกรอาชานนท์ สมศักดิ์
Written by พลอย วงษ์วิไล

ริโทนาเวียร์ (Ritonavir)

ยา ริโทนาเวียร์ (Ritonavir) ใช้ร่วมกับยารักษาผู้ป่วยติดเชื้อเอชไอวี ใช้เพื่อควบคุมอาการติดเชื้อเอชไอวี ทำหน้าที่ในการลดปริมาณของเชื้อเอชไอวีในร่างกาย

ทบทวนบทความโดย เภสัชกรอาชานนท์ สมศักดิ์
Written by พลอย วงษ์วิไล

Recommended for you

คาพาสแตต-ซัลเฟต-capastat-sulfate

คาพาสแตต® ซัลเฟต (Capastat® Sulfate)

ทบทวนบทความโดย เภสัชกรวิสสุตา ชั้นประเสริฐ
Written by พลอย วงษ์วิไล
Published on 06/02/2020 . 9 mins read
ดีกัวดิน-dequadin

ดีกัวดิน® (Dequadin®)

ทบทวนบทความโดย ทีม Hello คุณหมอ
Written by วรภพ ไกยเดช
Published on 09/12/2019 . 3 mins read
อัลปราโซแลม-alprazolam

อัลปราโซแลม (Alprazolam)

ทบทวนบทความโดย เภสัชกรอาชานนท์ สมศักดิ์
Written by พลอย วงษ์วิไล
Published on 01/12/2019 . 5 mins read
อัลเบนดาโซล-albendazole

อัลเบนดาโซล (Albendazole)

ทบทวนบทความโดย เภสัชกรอาชานนท์ สมศักดิ์
Written by พลอย วงษ์วิไล
Published on 01/12/2019 . 6 mins read