ไซโดวูดีน (Zidovudine)

ทบทวนบทความโดย | โดย

Update Date 08/06/2020 . 7 mins read
Share now

ไซโดวูดีน (Zidovudine) ยาต้านไวรัสที่ช่วยไม่ให้เชื้อเอชไอวีเพิ่มจำนวน และใช้ขณะตั้งครรภ์ เพื่อป้องกันไม่ให้ผู้หญิงที่ติดเชื้อเอชไอวีถ่ายทอดเชื้อไปยังทารก

ข้อบ่งใช้

ไซโดวูดีน ใช้สำหรับ

ไซโดวูดีน (Zidovudine) เป็นยาต้านไวรัส ที่ช่วยป้องกันไม่ให้เชื้อไวรัสเอชไอวี (human immunodeficiency virus) ในร่างกายเพิ่มจำนวน

ไซโดวูดีน ใช้เพื่อรักษาการติดเชื้อเอชไอวี ซึ่งเป็นเชื้อไวรัสที่สามารถทำให้เกิดโรคเอดส์ หรือกลุ่มอาการภูมิคุ้มกันบกพร่อง (acquired immunodeficiency syndrome) ยาไซโดวูดีนยังใช้ขณะตั้งครรภ์ เพื่อป้องกันไม่ให้ผู้หญิงที่ติดเชื้อเอชไอวีถ่ายทอดเชื้อไปยังเด็กทารก อย่างไรก็ตาม ยานี้ไม่สามารถรักษาการติดเชื้อเอชไอวีหรือโรคเอดส์ให้หายขาดได้

อัปเดตข่าวสารสุขภาพติดตามไลน์ Hello คุณหมอ

ยาไซโดวูดีนยังอาจใช้เพื่อจุดประสงค์อื่น นอกเหนือจากในคู่มือการใช้ยาได้ด้วย

วิธีใช้ ยาไซโดวูดีน

ควรทำตามวิธีการใช้ยาทั้งหมดบนฉลากยา ในบางครั้งแพทย์อาจต้องเปลี่ยนขนาดยาของคุณ อย่าใช้ยานี้ในขนาดที่มากกว่า น้อยกว่า หรือใช้ยานานกว่าที่แนะนำ

ยาไซโดวูดีนสามารถรับประทานพร้อมกับอาหาร หรือรับประทานแยกต่างหากก็ได้

หากเด็กใช้ยานี้ โปรดแจ้งให้แพทย์ทราบ หากน้ำหนักของเด็กมีความเปลี่ยนแปลง ขนาดของยาไซโดวูดีนนั้นจะขึ้นอยู่กับน้ำหนักตัวของเด็ก และความเปลี่ยนแปลงนี้อาจส่งผลกระทบกับขนาดยาของเด็กได้

ยาไซโดวูดีนอาจลดจำนวนเซลล์เม็ดเลือดที่ช่วยร่างกายของคุณต่อสู้กับการติดเชื้อ และช่วยหมุนเวียนออกซิเจนภายในร่างกาย คุณอาจติดเชื้อ หรือรู้สึกเหนื่อยกว่าปกติ และต้องเข้ารับการตรวจเลือดเป็นประจำ

เอชไอวีหรือโรคเอดส์นั้นมักจะรักษาโดยการใช้ยาหลายชนิดร่วมกัน ควรใช้ยาทั้งหมดตามที่แพทย์กำหนด อ่านคู่มือการใช้ยาหรือคำแนะนำสำหรับผู้ป่วยที่ได้รับมากับยาแต่ละชนิด อย่าเปลี่ยนขนาดยาหรือตารางการใช้ยาเองโดยไม่ได้รับคำแนะนำจากแพทย์ ทุกคนที่ติดเชื้อเอชไอวีหรือเป็นโรคเอดส์นั้น ควรอยู่ภายใต้การดูแลของแพทย์

การเก็บรักษา ยาไซโดวูดีน

ควรเก็บรักษายาไซโดวูดีนที่อุณหภูมิห้อง ให้พ้นแสงและความชื้น เพื่อป้องกันไม่ให้ตัวยาเสื่อมสภาพ ไม่ควรเก็บยานี้ในห้องน้ำหรือช่องแช่แข็ง ยาไซโดวูดีนบางยี่ห้ออาจมีวิธีเก็บรักษาแตกต่างกัน จึงควรอ่านคำแนะนำบนบรรจุภัณฑ์หรือสอบถามเภสัชกรเสมอ และโปรดเก็บยาให้พ้นจากมือเด็กและสัตว์เลี้ยงเพื่อความปลอดภัย

ไม่ควรทิ้งยาไซโดวูดีนลงในชักโครก หรือเทยาลงในท่อระบายน้ำ เว้นแต่จะได้รับคำแนะนำให้ทำเช่นนั้น หากยาหมดอายุ หรือไม่มีความจำเป็นต้องใช้ยา ควรกำจัดยาด้วยวิธีที่ถูกต้อง โดยสามารถสอบถามข้อมูลวิธีกำจัดยาที่ถูกต้องได้จากเภสัชกร

ข้อควรระวังและคำเตือน

ข้อควรรู้ก่อนใช้ยา ไซโดวูดีน

ก่อนใช้ยานี้ แจ้งให้แพทย์ทราบหาก

  • คุณกำลังตั้งครรภ์ หรือให้นมบุตร เนื่องจากในช่วงที่คุณตั้งครรภ์ หรือกำลังให้นมบุตร ควรใช้ยาตามที่แพทย์แนะนำเท่านั้น
  • หากคุณกำลังใช้ยาอื่นอยู่ หรือมีแผนจะใช้ยาอื่น เช่น ยาตามใบสั่งแพทย์ ยาที่หาซื้อเอง วิตามิน อาหารเสริม สมุนไพร
  • หากคุณแพ้สารออกฤทธิ์หรือไม่มีฤทธิ์ในการรักษาของยาไซโดวูดีน หรือยาอื่น ๆ
  • หากคุณมีอาการป่วย มีความผิดปกติ หรือมีสภาวะทางการแพทย์อื่น ๆ

อย่าใช้ ยาไซโดวูดีน หากคุณเคยมีอาการแพ้ต่อยารีโทรเวียร์ (Retrovir) หรือยาอื่น ๆ ที่มีส่วนผสมของยาไซโดวูดีน รวมถึงยาคอมบิเวียร์ อย่าใช้ยารีโทรเวียร์พร้อมกับยาที่มีส่วนผสมของยาไซโดวูดีนหรือยาสตาวูดีน (stavudine) รวมถึงยาคอมบิเวียร์ ยาไตรซิเวียร์ หรือยาเซริต (Zerit)

บางคนที่ใช้ยาไซโดวูดีน อาจเกิดภาวะเลือดเป็นกรดแล็กติก (lactic acidosis) ซึ่งถือเป็นสภาวะทางการแพทย์รุนแรงอย่างหนึ่ง ภาวะนี้มักเกิดกับผู้หญิง ผู้ที่มีน้ำหนักเกิน ผู้ที่เป็นโรคตับ และผู้ที่ใช้ยารักษาการติดเชื้อเอชไอวีหรือโรคเอดส์เป็นเวลานาน โปรดปรึกษาแพทย์เกี่ยวกับความเสี่ยงของคุณ

ยาไซโดวูดีนยังสามารถส่งผลกระทบรุนแรงต่อตับจนอาจถึงแก่ชีวิตได้ โปรดแจ้งให้แพทย์ทราบหากคุณเป็นโรคตับ โดยเฉพาะโรคตับอักเสบซี (hepatitis C)

หากคุณเคยเป็นโรค หรือสภาวะทางการแพทย์ต่อไปนี้ โปรดแจ้งให้แพทย์ทราบก่อนใช้ ยาไซโดวูดีน

  • โรคไต
  • ปัญหาเกี่ยวกับกล้ามเนื้อ
  • การกดไขกระดูก
  • อาการเลือดออกหรือเซลล์เม็ดเลือดผิดปกติ
  • คุณดื่มสุราในปริมาณมาก

คาดกันว่า ยาไซโดวูดีน ไม่เป็นอันตรายกับทารกในครรภ์ แต่เชื้อเอชไอวีสามารถถ่ายทอดไปยังลูกของคุณได้ หากคุณไม่ทำการรักษาอย่างถูกต้องขณะตั้งครรภ์ ควรใช้ยารักษาการติดเชื้อเอชไอวีทั้งหมดของคุณตามที่กำหนด เพื่อควบคุมการติดเชื้อ

ผู้หญิงที่ติดเชื้อเอชไอวีหรือเป็นโรคเอดส์ไม่ควรให้นมบุตร แม้ว่าลูกของคุณจะเกิดมาโดยไม่มีเชื้อเอชไอวี เพราะเชื้อไวรัสอาจถ่ายทอดผ่านทางน้ำนมจากแม่ไปยังลูกของคุณ

ความปลอดภัยต่อการตั้งครรภ์หรือให้นมบุตร

ยังไม่มีงานวิจัยที่น่าเชื่อถือ เกี่ยวกับความเสี่ยงในสตรีที่ใช้ยานี้ ในช่วงการตั้งครรภ์หรือให้นมบุตร โปรดปรึกษาแพทย์เพื่อหาประโยชน์และความเสี่ยงก่อนการใช้ยานี้

ยาไซโดวูดีนจัดอยู่ในประเภทของยาที่มีความเสี่ยงต่อสตรีมีครรภ์ ประเภท C โดยองค์การอาหารและยาแห่งสหรัฐอเมริกา (FDA)

การจัดประเภทของยาที่มีความเสี่ยงต่อสตรีมีครรภ์โดยองค์การอาหารและยาแห่งสหรัฐอเมริกามีดังนี้

  • A = ไม่มีความเสี่ยง
  • B = ไม่พบความเสี่ยงในการวิจัยบางชิ้น
  • C = อาจจะมีความเสี่ยง
  • D = มีหลักฐานแสดงถึงความเสี่ยง
  • X = ห้ามใช้
  • N = ไม่ทราบแน่ชัด

ผลข้างเคียง

ผลข้างเคียงของการใช้ยาไซโดวูดีน

รับการรักษาพยาบาลฉุกเฉินทันที หากคุณมีสัญญาณของอาการแพ้ ได้แก่

  • ลมพิษ
  • หายใจติดขัด
  • บวมที่ใบหน้า ริมฝีปาก ลิ้น หรือลำคอ

หรือมีปฏิกิริยาผิวหนังที่รุนแรง ได้แก่

  • เป็นไข้ เจ็บคอ
  • แสบร้อนที่ดวงตา ปวดผิว
  • ผดผื่นผิวหนังสีแดงหรือสีม่วงที่แพร่กระจาย และทำให้เกิดแผลพุพองและผิวลอก

ทุกอาการของภาวะเลือดเป็นกรดแล็กติกนั้นอาจรุนแรงขึ้นได้เมื่อเวลาผ่านไป และสภาวะนี้อาจเป็นอันตรายจนถึงแก่ชีวิต ควรเข้ารับการรักษาทันทีแม้ว่าคุณจะมีอาการระดับเบา อาการปวดกล้ามเนื้อหรือกล้ามเนื้ออ่อนแรง อาการชาหรือรู้สึกเย็นที่แขนหรือยา หายใจติดขัด ปวดท้อง คลื่นไส้และอาเจียน หัวใจเต้นผิดปกติ วิงเวียน หรือรู้สึกอ่อนแรงหรือเหนื่อยมาก

โปรดติดต่อแพทย์ทันที หากคุณมีอาการดังต่อไปนี้

  • เซลล์เม็ดเลือดขาวต่ำ – เป็นไข้ มีอาการของโรคไข้หวัดใหญ่ เหงือกบวม มีแผลภายในปาก มีอาการปวดขณะกลืน มีแผลบนผิวหนัง ไอ หายใจติดขัด
  • เซลล์เม็ดเลือดแดงต่ำ (ภาวะโลหิตจาง) – ผิวซีด เหนื่อยล้าผิดปกติ รู้สึกหน้ามืดหรือหายใจลำบาก มือและเท้าเย็น
  • ปัญหาเกี่ยวกับตับ – อาการบวมที่ช่วงลำตัว ปวดท้องส่วนบน เหนื่อยล้าผิดปกติ เบื่ออาหาร ปัสสาวะสีคล้ำ อุจจาระสีดินเหนียว ดีซ่าน (ดวงตาหรือผิวหนังเป็นสีเหลือง)

ยาไซโดวูดีน อาจเพิ่มความเสี่ยงในการติดเชื้อบางชนิด หรืออาจเปลี่ยนการทำงานของระบบภูมิคุ้มกัน จนทำให้ระบบภูมิคุ้มกันผิดปกติ อาการนี้อาจเกิดขึ้นได้ภายในเวลาไม่กี่สัปดาห์หรือเดือน หลังจากคุณเริ่มใช้ยาไซโดวูดีน โปรดแจ้งให้แพทย์ทราบหากคุณมีอาการ

  • สัญญาณของการติดเชื้อครั้งใหม่ – เป็นไข้ มีเหงื่อตอนกลางคืน ต่อมบวม มีแผลในปาก ท้องร่วง ปวดท้อง น้ำหนักลด
  • ปวดหน้าอก (โดยเฉพาะเวลาหายใจ) ไอแห้ง หายใจมีเสียงหวีด รู้สึกหายใจลำบาก
  • เริมที่ริมฝีปาก มีแผลที่บริเวณอวัยวะเพศหรือทวารหนัก
  • หัวใจเต้นเร็ว รู้สึกวิตกกังวลหรือหงุดหงิด อ่อนแรง หรือรู้สึกเจ็บปวดเหมือนถูกแทง มีปัญหากับการทรงตัวหรือการเคลื่อนไหวของดวงตา
  • พูดลำบากหรือกลืนลำบาก มีอาการปวดรุนแรงที่หลังส่วนล่าง สูญเสียการควบคุมกระเพาะปัสสาวะหรือลำไส้
  • มีอาการบวมที่คอหรือลำคอ (ต่อมไทรอยด์โต) ประจำเดือนเปลี่ยนแปลง เกิดอาการเสื่อมสมรรถภาพทางเพศ สูญเสียความสนใจทางเพศ

ผลข้างเคียงที่พบได้ทั่วไปมีดังนี้

  • ปวดศีรษะ
  • เป็นไข้ รู้สึกป่วยทั่วไป
  • ไอ
  • คลื่นไส้ อาเจียน เบื่ออาหาร
  • รูปร่างหรือตำแหน่งของไขมันในร่างกายเปลี่ยนแปลง โดยเฉพาะที่แขน ขา ใบหน้า คอ เต้านม หรือเอว

ผลข้างเคียงที่กล่าวมาข้างต้น อาจไม่ได้เกิดกับทุกคน หรือบางคนอาจมีอาการอื่นนอกเหนือจากนี้ หากคุณมีข้อสงสัยใด ๆ เกี่ยวกับผลข้างเคียง โปรดปรึกษากับแพทย์หรือเภสัชกร

ปฏิกิริยาของยา

ปฏิกิริยากับยาอื่น

ยาไซโดวูดีน อาจเกิดปฏิกิริยากับยาอื่นที่คุณกำลังใช้อยู่ ซึ่งอาจส่งผลต่อการออกฤทธิ์ของยา หรือเพิ่มความเสี่ยงที่จะเกิดผลข้างเคียง เพื่อป้องกันปัญหาที่อาจจะเกิดขึ้น คุณควรแจ้งแพทย์หรือเภสัชกรด้วยว่า คุณกำลังใช้ยาอะไรอยู่บ้าง ไม่ว่าจะเป็นยาตามใบสั่งแพทย์ ยาที่ซื้อได้เอง สมุนไพร เป็นต้น และเพื่อความปลอดภัย คุณไม่ควรเริ่ม หยุด หรือเปลี่ยนขนาดยาเองโดยไม่ได้รับความเห็นชอบจากแพทย์

ยาที่อาจมีปฏิกิริยากับยานี้ ได้แก่

  • ยาด็อกโซรูบิซิน (Doxorubicin)
  • ยาแกนซิโคลเวียร์ (Ganciclovir)
  • ยาอินเตอร์เฟรอน อัลฟ่า (Interferon alfa)
  • ยาริบาเวียร์ริน (Ribavirin)
  • ยาที่ทำให้ระบบภูมิคุ้มกันอ่อนแรง เช่น ยารักษาโรคมะเร็ง ยาสเตียร์รอยด์ ยาป้องกันการต่อต้านอวัยวะใหม่จากการปลูกถ่ายอวัยวะ

ปฎิกิริยาต่ออาหารหรือแอลกอฮอล์

ยาไซโดวูดีน  อาจมีปฏิกิริยากับอาหารหรือเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ โดยส่งผลต่อการออกฤทธิ์ของยา หรือเพิ่มความเสี่ยงในการเกิดผลข้างเคียง โปรดปรึกษากับแพทย์หรือเภสัชกรก่อนเสมอ

ปฏิกิริยาต่ออาการโรคอื่น

ยาไซโดวูดีน  อาจส่งผลให้อาการโรคของคุณแย่ลง หรือส่งผลต่อการออกฤทธิ์ของยา โปรดแจ้งให้แพทย์หรือเภสัชกรทราบถึงสภาวะโรคของคุณก่อนใช้ยาเสมอ

ขนาดยา

ข้อมูลในที่นี้ไม่มีเจตนาให้ใช้ทดแทนคำแนะนำทางการแพทย์ ควรปรึกษากับแพทย์หรือเภสัชกรทุกครั้งเพื่อรับทราบข้อมูลเพิ่มเติม

ขนาดยาไซโดวูดีนสำหรับผู้ใหญ่

ขนาดยาสำหรับผู้ใหญ่เพื่อรักษาการติดเชื้อเอชไอวี

  • รับประทาน : 300 มก. ทุก ๆ 12 ชั่วโมง หรือ 200 มก. ทุก ๆ 8 ชั่วโมง
  • ฉีดยาเข้าหลอดเลือดดำ : 1 มก./กก. ฉีดยาเข้าหลอดเลือดดำ (หยอดยานานกว่า 1 ชั่วโมง) ทุก ๆ 4 ชั่วโมง ตลอดทั้งวัน สำหรับขนาดยาต่อวันโดยรวมที่ 5 ถึง 6 มก./กก.
  • ระยะเวลาการรักษา : ควรดำเนินการรักษาอย่างต่อเนื่องนานเท่าที่ผู้ป่วยจะทนได้ หรือจนกว่าจะเปลี่ยนไปใช้ยาต้านไวรัสชนิดอื่น

ขนาดยาสำหรับผู้ใหญ่เพื่อลดโอกาสการถ่ายทอดเชื้อเอชไอวีจากมารดาสู่ทารก

  • ขนาดยาทางฝั่งของมารดา : 100 มก. รับประทานวันละ 5 ครั้งจนเริ่มคลอดบุตร (ขนาดยาอาจขึ้นอยู่กับการพิจารณาของแพทย์) ขนาดยาพื้นฐานคือ 300 มก. ทุก ๆ 12 ชั่วโมง หรือ 200 มก. ทุก ๆ 8 ชั่วโมง
  • ระหว่างการคลอดบุตร : 2 มก./กก. ฉีดยาเข้าหลอดเลือดดำ (หยอดยานานกว่า 1 ชั่วโมง) ตามด้วยหยอดยาเข้าหลอดเลือดดำอย่างต่อเนื่องที่ขนาด 1 มก./กก./ชั่วโมง จนตัดสายสะดือ
  • ควรเริ่มต้นการรักษาตั้งแต่สัปดาห์ที่ 14-34 ของการตั้งครรภ์ และควรทำการรักษาทารกเป็นเวลา 6 สัปดาห์ อย่างไรก็ตาม แม้จะใช้ยาตามสูตรนี้แล้ว แต่ก็ยังมีบางกรณีที่เกิดการถ่ายทอดเชื้อไปยังทารก

ขนาดยาไซโดวูดีนสำหรับเด็ก

ขนาดยาสำหรับเด็กเพื่อรักษาการติดเชื้อเอชไอวี

อายุ 4 สัปดาห์ ถึง น้อยกว่า 18 ปี :

ขนาดยาที่รับประทานขึ้นอยู่กับน้ำหนักตัว ดังนี้

  • น้ำหนัก 4 ถึงน้อยกว่า 9 กก. : 12 มก./กก. รับประทานวันละสองครั้ง หรือ 8 มก./กก. รับประทานวันละสามครั้ง
  • น้ำหนัก 9 ถึงน้อยกว่า 30 กก. : 9 มก./กก. รับประทานวันละสองครั้ง หรือ 6 มก./กก. รับประทานวันละสามครั้ง
  • น้ำหนัก 30 กก. ขึ้นไป : 300 มก./กก. รับประทานวันละสองครั้ง หรือ 200 มก./กก. รับประทานวันละสามครั้ง

ขึ้นอยู่กับพื้นที่ผิวของร่างกาย 240 มก./ตารางเมตร (ขนาดยาสูงสุด 300 มก./ครั้ง) รับประทานวันละสองครั้ง หรือ 160 ก./ตารางเมตร (ขนาดยาสูงสุด 200 มก./ครั้ง) รับประทานวันละสามครั้ง

ขนาดยาที่คำนวณโดยใช้น้ำหนักตัวไม่เหมือนกับขนาดยาที่คำนวณโดยใช้พื้นที่ผิวของร่างกายในกรณีเดียวกัน

ขนาดยาสำหรับเด็กเพื่อลดโอกาสการถ่ายทอดเชื้อเอชไอวีจากมารดาสู่ทารก

ทารกแรกเกิด

  • รับประทานยา 2 มก./กก. รับประทานทุกๆ 6 ชั่วโมง
  • ฉีดยาเข้าหลอดเลือดดำ 1.5 มก./กก. ฉีดยาเข้าหลอดเลือดดำ (หยอดยานานกว่า 30 นาที) ทุก ๆ 6 ชั่วโมง

ควรเริ่มให้ยาทารกแรกเกิดภายใน 12 ชั่วโมงหลังคลอด และรักษาต่อเนื่องจนถึงอายุ 6 สัปดาห์ อาจใช้วิธีฉีดยาไซโดวูดีนเข้าหลอดเลือดดำ กับทารกที่ไม่สามารถใช้ยาแบบรับประทานได้

รูปแบบของยา

ความแรงและรูปแบบของยามีดังนี้

  • ยาเม็ด
  • ยาสำหรับฉีด

กรณีฉุกเฉินหรือการใช้ยาเกินขนาด

หากเกิดเหตุฉุกเฉินหรือใช้ยาเกินขนาด ควรแจ้งเหตุฉุกเฉินหรือนำส่งห้องฉุกเฉินใกล้บ้านโดยทันที

กรณีลืมใช้ยา

หากคุณลืมใช้ยาควรรีบใช้ทันทีที่นึกได้ หรือถ้าหากใกล้ถึงเวลาใช้ยาครั้งต่อไป ให้ข้ามรอบไปใช้ยาตามตารางปกติ ไม่ควรเพิ่มขนาดยาเป็นสองเท่า

Hello Health Group ไม่ได้ให้คำแนะนำทางการแพทย์ การวินิจฉัยโรคหรือการรักษาโรคแต่อย่างใด

Hello Health Group ไม่ได้ให้คำแนะนำด้านการแพทย์ การวินิจฉัยโรค หรือการรักษาโรคแต่อย่างใด

อัปเดตข่าวสารสุขภาพติดตามไลน์ Hello คุณหมอ
บทความนี้มีประโยชน์ต่อคุณหรือไม่
happy unhappy
แหล่งที่มา

บทความนี้ก็น่าสนใจเหมือนกัน

อัลเบนดาโซล (Albendazole)

อัลเบนดาโซล (Albendazole) ใช้เพื่อรักษาพยาธิบางชนิด เช่น ตัวอ่อนพยาธิที่พบในสมองและไขสันหลัง ยาอัลเบนดาโซลอยู่ในกลุ่มของยาถ่ายพยาธิ (anthelmintic) 

ทบทวนบทความโดย เภสัชกรอาชานนท์ สมศักดิ์
Written by พลอย วงษ์วิไล

ไดอะเซอรีน (Diacerein)

ไดอะเซอรีน (Diacerein) เป็นยาในกลุ่มแอนทราควิโนน (anthraquinone) และใช้เพื่อรักษาอาการที่เกี่ยวข้องกับโรคเสื่อมสภาพที่กระดูกและข้อต่อ

ทบทวนบทความโดย เภสัชกรอาชานนท์ สมศักดิ์
Written by พลอย วงษ์วิไล

แอลทีเพลส (Alteplase)

แอลทีเพลส (Alteplase) มักใช้เพื่อป้องกันการเกิดลิ่มเลือด รักษาหลอดเลือดดำอุดตัน นอกจากนี้ยังอาจใช้เพื่อจุดประสงค์อื่น โปรดปรึกษากับแพทย์ 

ทบทวนบทความโดย เภสัชกรวิสสุตา ชั้นประเสริฐ
Written by พลอย วงษ์วิไล

แอมโลดิปีน (Amlodipine)

แอมโลดิปีน (Amlodipine) ใช้รักษาภาวะความดันโลหิตสูง อยู่ในกลุ่มยาแคลเซียมแชนแนลบล็อกเกอร์ ช่วยคลายหลอดเลือด เพื่อให้เลือดสามารถไหลเวียนได้ง่ายขึ้น

ทบทวนบทความโดย เภสัชกรอาชานนท์ สมศักดิ์
Written by พลอย วงษ์วิไล

Recommended for you

อาการ-ไข้หวัดใหญ่-วิธีดูแลตัวเอง

จับผู้ร้ายตัวจริง ปิดจ๊อบไข้หวัดใหญ่ ให้อยู่หมัด

ทบทวนบทความโดย ทีม Hello คุณหมอ
Written by Nattrakamol Chotevichean
Published on 05/03/2020 . 2 mins read
คาพาสแตต-ซัลเฟต-capastat-sulfate

คาพาสแตต® ซัลเฟต (Capastat® Sulfate)

ทบทวนบทความโดย เภสัชกรวิสสุตา ชั้นประเสริฐ
Written by พลอย วงษ์วิไล
Published on 06/02/2020 . 9 mins read
ดีกัวดิน-dequadin

ดีกัวดิน® (Dequadin®)

ทบทวนบทความโดย ทีม Hello คุณหมอ
Written by วรภพ ไกยเดช
Published on 09/12/2019 . 3 mins read
อัลปราโซแลม-alprazolam

อัลปราโซแลม (Alprazolam)

ทบทวนบทความโดย เภสัชกรอาชานนท์ สมศักดิ์
Written by พลอย วงษ์วิไล
Published on 01/12/2019 . 9 mins read