ไซโดวูดีน (Zidovudine)

โดย ทบทวนบทความโดย เภสัชกรอาชานนท์ สมศักดิ์

ข้อบ่งใช้

ยา ไซโดวูดีน ใช้สำหรับ

ยา ไซโดวูดีน (Zidovudine) เป็นยาต้านไวรัส ที่ช่วยป้องกันไม่ให้เชื้อเอชไอวี (human immunodeficiency virus) เพิ่มจำนวนภายในร่างกาย

ยา ไซโดวูดีน ใช้เพื่อรักษาการติดเชื้อเอชไอวี ซึ่งเป็นเชื้อไวรัสที่สามารถทำให้เกิดโรคเอดส์ หรือกลุ่มอาการภูมิคุ้มกันบกพร่อง (acquired immunodeficiency syndrome) ยาไซโดวูดีนยังใช้ขณะตั้งครรภ์ เพื่อป้องกันไม่ให้ผู้หญิงที่ติดเชื้อเอชไอวีถ่ายทอดเชื้อไปยังเด็กทารก ยาไซโดวูดีนไม่สามารถรักษาการติดเชื้อเอชไอวีหรือโรคเอดส์ให้หายขาดได้

ยาไซโดวูดีนยังอาจใช้เพื่อจุดประสงค์อื่น นอกเหนือจากในคู่มือการใช้ยาได้ด้วย

วิธีใช้ยาไซโดวูดีน

ควรทำตามวิธีการใช้ยาทั้งหมดบนฉลากยา ในบางครั้งแพทย์อาจต้องเปลี่ยนขนาดยาของคุณ อย่าใช้ยานี้ในขนาดที่มากกว่า น้อยกว่า หรือใช้ยานานกว่าที่แนะนำ

ยาไซโดวูดีนสามารถรับประทานพร้อมกับอาหาร หรือรับประทานแยกต่างหากก็ได้

หากเด็กใช้ยานี้ โปรดแจ้งให้แพทย์ทราบ หากน้ำหนักของเด็กมีความเปลี่ยนแปลง ขนาดของยาไซโดวูดีนนั้นจะขึ้นอยู่กับน้ำหนักตัวของเด็ก และความเปลี่ยนแปลงนี้อาจส่งผลกระทบกับขนาดยาของลูกคุณ

ยาไซโดวูดีนอาจลดจำนวนเซลล์เม็ดเลือด ที่ช่วยร่างกายของคุณต่อสู้กับการติดเชื้อ และช่วยหมุนเวียนออกซิเจนภายในร่างกาย คุณอาจติดเชื้อหรือรู้สึกเหนื่อยกว่าปกติ และต้องเข้ารับการตรวจเลือดเป็นประจำ

เอชไอวีหรือโรคเอดส์นั้นมักจะรักษาโดยการใช้ยาหลายชนิดร่วมกัน ควรใช้ยาทั้งหมดตามที่แพทย์กำหนด อ่านคู่มือการใช้ยาหรือคำแนะนำสำหรับผู้ป่วยที่ได้รับมากับยาแต่ละชนิด อย่าเปลี่ยนขนาดยาหรือตารางการใช้ยาเอง โดยไม่ได้รับคำแนะนำจากแพทย์ ทุกคนที่ติดเชื้อเอชไอวีหรือเป็นโรคเอดส์นั้น ควรอยู่ภายใต้การดูแลของแพทย์

การเก็บรักษายาไซโดวูดีน

ยาไซโดวูดีนควรเก็บที่อุณหภูมิห้อง ให้พ้นแสงและความชื้น เพื่อป้องกันไม่ให้ตัวยาเสื่อมสภาพ ไม่ควรเก็บยานี้ในห้องน้ำหรือช่องแช่แข็ง ยาไซโดวูดีนบางยี่ห้ออาจมีวิธีเก็บรักษาแตกต่างกัน จึงควรอ่านคำแนะนำบนบรรจุภัณฑ์หรือสอบถามเภสัชกรเสมอ และโปรดเก็บยาให้พ้นจากมือเด็กและสัตว์เลี้ยงเพื่อความปลอดภัย

ไม่ควรทิ้งยาไซโดวูดีนลงในชักโครก หรือเทยาลงในท่อระบายน้ำ เว้นเสียแต่จะได้รับคำแนะนำให้ทำเช่นนั้น หากยาหมดอายุ หรือไม่มีความจำเป็นต้องใช้ยา ควรกำจัดยาด้วยวิธีที่ถูกต้อง โดยสามารถสอบถามข้อมูลวิธีกำจัดยาที่ถูกต้องได้จากเภสัชกร

ข้อควรระวังและคำเตือน

ข้อควรรู้ก่อนใช้ยาไซโดวูดีน

ก่อนใช้ยานี้ แจ้งให้แพทย์ทราบหาก

  • คุณกำลังตั้งครรภ์ หรือให้นมบุตร เนื่องจากในช่วงที่คุณตั้งครรภ์ หรือกำลังให้นมบุตร ควรใช้ยาตามที่แพทย์แนะนำเท่านั้น
  • หากคุณกำลังใช้ยาอื่นอยู่ รวมทั้งยาที่หาซื้อได้เอง เช่น สมุนไพร ยาทางเลือกอื่นๆ
  • หากคุณแพ้สารออกฤทธิ์หรือไม่มีฤทธิ์ในการรักษาของยาไซโดวูดีน หรือยาอื่นๆ
  • หากคุณมีอาการป่วย มีความผิดปกติ หรือมีสภาวะทางการแพทย์อื่นๆ

อย่าใช้ยาไซโดวูดีนหากคุณเคยมีอาการแพ้ต่อยารีโทรเวียร์ (Retrovir) หรือยาอื่นๆ ที่มีส่วนผสมของยาไซโดวูดีน รวมถึงยาคอมบิเวียร์ อย่าใช้ยารีโทรเวียร์พร้อมกับยาที่มีส่วนผสมของยาไซโดวูดีนหรือยาสตาวูดีน (stavudine) รวมถึงยาคอมบิเวียร์ ยาไตรซิเวียร์ หรือยาเซริต (Zerit)

บางคนที่ใช้ยาไซโดวูดีน อาจเกิดภาวะทางการแพทย์ที่รุนแรง อย่างภาวะเลือดเป็นกรดแล็กติก (lactic acidosis) อาการนี้มักจะเกิดขึ้นกับผู้หญิง ผู้ที่มีน้ำหนักเกิน หรือผู้ที่เป็นโรคตับ และผู้ที่ใช้ยารักษาการติดเชื้อเอชไอวีหรือโรคเอดส์เป็นเวลานาน โปรดปรึกษาแพทย์เกี่ยวกับความเสี่ยงของคุณ

ยาไซโดวูดีนยังสามารถส่งผลกระทบรุนแรงต่อตับซึ่งอาจทำให้ถึงแก่ชีวิตได้ โปรดแจ้งให้แพทย์ทราบหากคุณเป็นโรคตับ โดยเฉพาะโรคตับอักเสบซี (hepatitis C)

หากคุณเคยเป็นโรค หรือสภาวะทางการแพทย์ต่อไปนี้ โปรดแจ้งให้แพทย์ทราบก่อนใช้ยาไซโดวูดีน

  • โรคไต
  • ปัญหาเกี่ยวกับกล้ามเนื้อ
  • การกดไขกระดูก
  • อาการเลือดออกหรือเซลล์เม็ดเลือดผิดปกติ
  • คุณดื่มสุราในปริมาณมาก

คาดกันว่ายาไซโดวูดีนนั้นไม่เป็นอันตรายกับทารกในครรภ์ แต่เชื้อเอชไอวีสามารถถ่ายทอดไปยังลูกของคุณได้ หากคุณไม่ทำการรักษาอย่างถูกต้องขณะตั้งครรภ์ ควรใช้ยารักษาการติดเชื้อเอชไอวีทั้งหมดของคุณตามที่กำหนด เพื่อควบคุมการติดเชื้อ

ผู้หญิงที่ติดเชื้อเอชไอวีหรือเป็นโรคเอดส์ไม่ควรให้นมบุตร แม้ว่าลูกของคุณจะเกิดมาโดยไม่มีเชื้อเอชไอวี เชื้อไวรัสอาจถ่ายทอดผ่านทางน้ำนมจากแม่ไปยังลูกของคุณ

ความปลอดภัยต่อการตั้งครรภ์หรือให้นมบุตร

ยังไม่มีงานวิจัยที่น่าเชื่อถือเกี่ยวกับความเสี่ยงในสตรีที่ใช้ยานี้ในช่วงการตั้งครรภ์หรือให้นมบุตร โปรดปรึกษาแพทย์เพื่อหาประโยชน์และความเสี่ยงก่อนการใช้ยานี้

ยาคาร์ทีโอลอลจัดอยู่ในประเภทของยาที่มีความเสี่ยงต่อสตรีมีครรภ์ ประเภท C โดยองค์การอาหารและยาแห่งสหรัฐอเมริกา (FDA)

การจัดประเภทของยาที่มีความเสี่ยงต่อสตรีมีครรภ์โดยองค์การอาหารและยาแห่งสหรัฐอเมริกามีดังนี้

  • A = ไม่มีความเสี่ยง
  • B = ไม่พบความเสี่ยงในการวิจัยบางชิ้น
  • C = อาจจะมีความเสี่ยง
  • D = มีหลักฐานแสดงถึงความเสี่ยง
  • X = ห้ามใช้
  • N = ไม่ทราบแน่ชัด

ผลข้างเคียง

ผลข้างเคียงของการใช้ยาไซโดวูดีน

รับการรักษาพยาบาลฉุกเฉินทันที หากคุณมีสัญญาณของอาการแพ้ ได้แก่

  • ลมพิษ
  • หายใจติดขัด
  • บวมที่ใบหน้า ริมฝีปาก ลิ้น หรือลำคอ

หรือมีปฏิกิริยาผิวหนังที่รุนแรง ได้แก่

  • เป็นไข้ เจ็บคอ
  • แสบร้อนที่ดวงตา ปวดผิว
  • ผดผื่นผิวหนังสีแดงหรือสีม่วงที่แพร่กระจาย และทำให้เกิดแผลพุพองและผิวลอก

ทุกอาการของภาวะเลือดเป็นกรดแล็กติกนั้นอาจรุนแรงขึ้นได้เมื่อเวลาผ่านไป และสภาวะนี้อาจเป็นอันตรายจนถึงแก่ชีวิต ควรเข้ารับการรักษาทันทีแม้ว่าคุณจะมีอาการระดับเบา อาการปวดกล้ามเนื้อหรือกล้ามเนื้ออ่อนแรง อาการชาหรือรู้สึกเย็นที่แขนหรือยา หายใจติดขัด ปวดท้อง คลื่นไส้และอาเจียน หัวใจเต้นผิดปกติ วิงเวียน หรือรู้สึกอ่อนแรงหรือเหนื่อยมาก

โปรดติดต่อแพทย์ทันที หากคุณมีอาการดังต่อไปนี้

  • เซลล์เม็ดเลือดขาวต่ำ – เป็นไข้ มีอาการของโรคไข้หวัดใหญ่ เหงือกบวม มีแผลภายในปาก มีอาการปวดขณะกลืน มีแผลบนผิวหนัง ไอ หายใจติดขัด
  • เซลล์เม็ดเลือดแดงต่ำ (ภาวะโลหิตจาง) – ผิวซีด เหนื่อยล้าผิดปกติ รู้สึกหน้ามืดหรือหายใจลำบาก มือและเท้าเย็น
  • ปัญหาเกี่ยวกับตับ – อาการบวมที่ช่วงลำตัว ปวดท้องส่วนบน เหนื่อยล้าผิดปกติ เบื่ออาหาร ปัสสาวะสีคล้ำ อุจจาระสีดินเหนียว ดีซ่าน (ดวงตาหรือผิวหนังเป็นสีเหลือง)

ยาไซโดวูดีน อาจเพิ่มความเสี่ยงในการติดเชื้อบางชนิด หรือความผิดปกติของภูมิคุ้มกัน โดยเปลี่ยนการทำงานของระบบภูมิคุ้มกัน อาการนี้อาจเกิดขึ้นได้ภายในเวลาไม่กี่สัปดาห์หรือเดือน หลังจากคุณเริ่มใช้ยาไซโดวูดีน โปรดแจ้งให้แพทย์ทราบหากคุณมีอาการ

  • สัญญาณของการติดเชื้อครั้งใหม่ – เป็นไข้ มีเหงื่อตอนกลางคืน ต่อมบวม มีแผลในปาก ท้องร่วง ปวดท้อง น้ำหนักลด
  • ปวดหน้าอก (โดยเฉพาะเวลาหายใจ) ไอแห้ง หายใจมีเสียงหวีด รู้สึกหายใจลำบาก
  • เริมที่ริมฝีปาก มีแผลที่บริเวณอวัยวะเพศหรือทวารหนัก
  • หัวใจเต้นเร็ว รู้สึกวิตกกังวลหรือหงุดหงิด อ่อนแรง หรือรู้สึกเจ็บปวดเหมือนถูกแทง มีปัญหากับการทรงตัวหรือการเคลื่อนไหวของดวงตา
  • พูดลำบากหรือกลืนลำบาก มีอาการปวดรุนแรงที่หลังส่วนล่าง สูญเสียการควบคุมกระเพาะปัสสาวะหรือลำไส้
  • มีอาการบวมที่คอหรือลำคอ (ต่อมไทรอยด์โต) ประจำเดือนเปลี่ยนแปลง เกิดอาการเสื่อมสมรรถภาพทางเพศ สูญเสียความสนใจทางเพศ

ผลข้างเคียงที่พบได้ทั่วไปมีดังนี้

  • ปวดศีรษะ
  • เป็นไข้ รู้สึกป่วยทั่วไป
  • ไอ
  • คลื่นไส้ อาเจียน เบื่ออาหาร
  • รูปร่างหรือตำแหน่งของไขมันในร่างกายเปลี่ยนแปลง (โดยเฉพาะที่แขน ขา ใบหน้า คอ เต้านม หรือเอว)

ผลข้างเคียงที่กล่าวมาข้างต้น อาจไม่ได้เกิดกับทุกคน หรือบางคนอาจมีอาการอื่นนอกเหนือจากนี้ หากคุณมีข้อสงสัยใดๆ เกี่ยวกับผลข้างเคียง โปรดปรึกษากับแพทย์หรือเภสัชกร

ปฏิกิริยาของยา

ปฏิกิริยากับยาอื่น

ยาไซโดวูดีนอาจเกิดปฏิกิริยากับยาอื่นที่คุณกำลังใช้อยู่ และอาจส่งผลต่อการออกฤทธิ์ของยา หรือเพิ่มความเสี่ยงในการเกิดผลข้างเคียง เพื่อป้องกันปัญหาที่อาจจะเกิดขึ้น

คุณควรแจ้งแพทย์หรือเภสัชกรด้วยว่า คุณกำลังใช้ยาอะไรอยู่บ้าง ไม่ว่าจะเป็นยาตามใบสั่งแพทย์ ยาที่ซื้อได้เอง สมุนไพร เป็นต้น และเพื่อความปลอดภัย คุณไม่ควรเริ่ม หยุด หรือเปลี่ยนขนาดยาเองโดยไม่ได้รับความเห็นชอบจากแพทย์

ยาที่อาจมีปฏิกิริยากับยานี้ ได้แก่

  • ยาดอกโซรูบิซิน (Doxorubicin)
  • ยาแกนซิโคลเวียร์ (Ganciclovir)
  • ยาอินเตอร์เฟรอน อัลฟ่า (Interferon alfa)
  • ยาริบาเวียร์ริน (Ribavirin)
  • ยาที่ทำให้ระบบภูมิคุ้มกันอ่อนแรง เช่น ยารักษาโรคมะเร็ง ยาสเตียร์รอยด์ และยาป้องกันการต่อต้านอวัยวะใหม่จากการปลูกถ่ายอวัยวะ

ปฏิกิริยากับอาหารหรือแอลกอฮอล์

ยาไซโดวูดีนอาจมีปฏิกิริยากับอาหารหรือเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ โดยส่งผลต่อการออกฤทธิ์ของยา หรือเพิ่มความเสี่ยงที่จะเกิดผลข้างเคียง โปรดปรึกษากับแพทย์หรือเภสัชกรก่อนเสมอ

ปฏิกิริยากับอาการโรคอื่น

ยาไซโดวูดีนอาจส่งผลให้อาการโรคของคุณแย่ลง หรือส่งผลต่อการออกฤทธิ์ของยา โปรดแจ้งให้แพทย์หรือเภสัชกรทราบถึงสภาวะโรคของคุณก่อนใช้ยาเสมอ

ขนาดยา

ข้อมูลในที่นี้ไม่มีเจตนาให้ใช้ทดแทนคำแนะนำทางการแพทย์ ควรปรึกษากับแพทย์หรือเภสัชกรทุกครั้งเพื่อรับทราบข้อมูลเพิ่มเติม

ขนาดยาไซโดวูดีนสำหรับผู้ใหญ่

ขนาดยาสำหรับผู้ใหญ่เพื่อรักษาการติดเชื้อเอชไอวี

  • รับประทาน : 300 มก. ทุกๆ 12 ชั่วโมง หรือ 200 มก. ทุกๆ 8 ชั่วโมง
  • ฉีดยาเข้าหลอดเลือดดำ : 1 มก./กก. ฉีดยาเข้าหลอดเลือดดำ (หยอดยานานกว่า 1 ชั่วโมง) ทุกๆ 4 ชั่วโมง ตลอดทั้งวัน สำหรับขนาดยาต่อวันโดยรวมที่ 5 ถึง 6 มก./กก.
  • ระยะเวลาการรักษา : ควรดำเนินการรักษาอย่างต่อเนื่องนานเท่าที่ผู้ป่วยจะทนได้ หรือจนกว่าจะเปลี่ยนไปใช้ยาต้านไวรัสชนิดอื่น

ขนาดยาสำหรับผู้ใหญ่เพื่อลดโอกาสการถ่ายทอดเชื้อเอชไอวีจากมารดาสู่ทารก

  • ขนาดยาทางฝั่งของมารดา : 100 มก. รับประทานวันละ 5 ครั้งจนเริ่มคลอดบุตร (ขนาดยาอาจขึ้นอยู่กับการพิจารณาของแพทย์) ขนาดยาพื้นฐานคือ 300 มก. ทุกๆ 12 ชั่วโมง หรือ 200 มก. ทุกๆ 8 ชั่วโมง
  • ระหว่างการคลอดบุตร : 2 มก./กก. ฉีดยาเข้าหลอดเลือดดำ (หยอดยานานกว่า 1 ชั่วโมง) ตามด้วยหยอดยาเข้าหลอดเลือดดำอย่างต่อเนื่องที่ขนาด 1 มก./กก./ชั่วโมง จนตัดสายสะดือ
  • ควรเริ่มต้นการรักษาตั้งแต่สัปดาห์ที่ 14 ถึง 34 ของการตั้งครรภ์ และควรทำการรักษาทารกเป็นเวลา 6 สัปดาห์ อย่างไรก็ตาม แม้จะใช้ยาตามสูตรนี้แล้ว แต่ก็ยังมีบางกรณีที่เกิดการถ่ายทอดเชื้อไปยังทารก

ขนาดยาไซโดวูดีนสำหรับเด็ก

ขนาดยาสำหรับเด็กเพื่อรักษาการติดเชื้อเอชไอวี

อายุ 4 สัปดาห์ ถึง น้อยกว่า 18 ปี :

ขนาดยาที่รับประทานขึ้นอยู่กับน้ำหนักตัว ดังนี้

  • น้ำหนัก 4 ถึงน้อยกว่า 9 กก. : 12 มก./กก. รับประทานวันละสองครั้ง หรือ 8 มก./กก. รับประทานวันละสามครั้ง
  • น้ำหนัก 9 ถึงน้อยกว่า 30 กก. : 9 มก./กก. รับประทานวันละสองครั้ง หรือ 6 มก./กก. รับประทานวันละสามครั้ง
  • น้ำหนัก 30 กก. ขึ้นไป : 300 มก./กก. รับประทานวันละสองครั้ง หรือ 200 มก./กก. รับประทานวันละสามครั้ง

ขึ้นอยู่กับพื้นที่ผิวของร่างกาย 240 มก./ตารางเมตร (ขนาดยาสูงสุด 300 มก./ครั้ง) รับประทานวันละสองครั้ง หรือ 160 ก./ตารางเมตร (ขนาดยาสูงสุด 200 มก./ครั้ง) รับประทานวันละสามครั้ง

ขนาดยาที่คำนวณโดยขึ้นกับน้ำหนักตัวนั้นไม่เหมือนกับขนาดที่ที่คำนวณโดยขึ้นอยู่กับพื้นที่ผิวของร่างกายในกรณีเดียวกัน

ขนาดยาสำหรับเด็กเพื่อลดโอกาสการถ่ายทอดเชื้อเอชไอวีจากมารดาสู่ทารก

ทารกแรกเกิด

  • รับประทานยา 2 มก./กก. รับประทานทุกๆ 6 ชั่วโมง
  • ฉีดยาเข้าหลอดเลือดดำ 1.5 มก./กก. ฉีดยาเข้าหลอดเลือดดำ (หยอดยานานกว่า 30 นาที) ทุกๆ 6 ชั่วโมง

ควรเริ่มให้ยาทารกแรกเกิดภายใน 12 ชั่วโมงหลังคลอด และดำเนินการรักษาต่อเนื่องจนถึงอายุ 6 สัปดาห์ อาจใช้วิธีฉีดยาไซโดวูดีนเข้าหลอดเลือดดำ กับทารกที่ไม่สามารถใช้ยาแบบรับประทานได้

รูปแบบของยา

ความแรงและรูปแบบของยามีดังนี้

  • ยาเม็ด
  • ยาสำหรับฉีด

กรณีฉุกเฉินหรือใช้ยาเกินขนาด

หากเกิดเหตุฉุกเฉินหรือใช้ยาเกินขนาด ควรแจ้งเหตุฉุกเฉิน หรือนำส่งห้องฉุกเฉินใกล้บ้านทันที

กรณีลืมใช้ยา

หากคุณลืมใช้ยาควรรีบใช้ทันทีที่นึกได้ หรือถ้าหากใกล้ถึงเวลาใช้ยาครั้งต่อไป ให้ข้ามรอบไปใช้ยาตามตารางปกติได้เลย ไม่ควรเพิ่มปริมาณยา

Hello Health Group ไม่ได้ให้คำแนะนำทางการแพทย์ การวินิจฉัยโรคหรือการรักษาโรคแต่อย่างใด

อ่านเพิ่มเติม:

Share now :

Review Date: พฤศจิกายน 20, 2019 | Last Modified: ธันวาคม 31, 2019

แหล่งที่มา