ไรรูโซล (Riluzole)

ทบทวนบทความโดย | โดย

Update Date 31/07/2020 . 5 mins read
Share now

ข้อบ่งใช้ ไรรูโซล

ไรรูโซล ใช้สำหรับ

ไรรูโซล (Riluzole) ใช้เพื่อรักษาโรคเส้นประสาทบางชนิดที่เรียกว่า โรคกล้ามเนื้ออ่อนแรงเอแอลเอส (amyotrophic lateral sclerosis) หรือที่เรียกว่าโรคลูเกริก (Lou Gehrig’s disease) และอาจช่วยบรรเทาอาการของโรคไม่ให้ทรุดลงไปกว่าเดิม

แต่ยานี้อาจไม่สามารถรักษาโรคกล้ามเนื้ออ่อนแรงเอแอลเอสให้หายขาด และไม่สามารถฟื้นฟูเส้นประสาทที่เสียหายอย่างหนักให้กลับมาเหมือนเดิมได้ในทันที เพียงแต่เป็นยาที่ใช้ในการปกป้องเส้นประสาทในสมอง และไขสันหลัง จากสารตามธรรมชาติที่มีมากเกินไปอย่างสารกลูตาเมต (glutamate) ที่อาจจะเป็นส่วนหนึ่งในการทำให้เส้นประสาทเสียหายได้เท่านั้น

วิธีการใช้ยา ไรรูโซล

  • รับประทานยานี้ตามที่แพทย์สั่ง โดยปกติคือทุกๆ 12 ชั่วโมงขณะท้องว่าง อย่างน้อย 1 ชั่วโมงก่อนหรือ 2 ชั่วโมงหลังจากมื้ออาหาร
  • ใช้ยานี้เป็นประจำ เพื่อให้ได้รับประโยชน์จากยาสูงสุด และเพื่อให้ง่ายต่อการจำ ควรรับประทานยาในเวลาเดียวกันทุกวัน
  • อย่าเพิ่มขนาดยา รับประทานบ่อยกว่า หรือรับประทานนานกว่าที่กำหนดเนื่องจากความเสี่ยงในการเกิดผลข้างเคียงอาจเพิ่มขึ้น

การเก็บรักษายา ไรรูโซล

  • ยาไรรูโซลควรเก็บที่อุณหภูมิห้อง หลีกเลี่ยงแสงแดดหรือความชื้น เพื่อป้องกันไม่ให้ตัวยาเกิดความเสียหาย
  • ไม่ควรเก็บยานี้ในห้องน้ำหรือช่องแช่แข็ง
  • ยาไรรูโซลบางยี่ห้ออาจจะต้องเก็บรักษาแตกต่างกัน จึงควรตรวจสอบฉลากยาหรือสอบถามเภสัชกรเสมอ เพื่อความปลอดภัย
  • โปรดเก็บยาให้ห่างจากมือเด็ก และสัตว์เลี้ยง
  • ไม่ควรทิ้งยาไรรูโซลลงในชักโครก หรือเทยาลงในท่อระบายน้ำ ควรกำจัดยาด้วยวิธีที่ถูกต้องตามคำแนะนำของแพทย์ที่จำหน่ายยา

ข้อควรระวังและคำเตือน

ข้อควรรู้ก่อนใช้ยา ไรรูโซล

  • ก่อนใช้ยาไรรูโซล แจ้งให้แพทย์หรือเภสัชกรทราบ หากคุณแพ้ต่อยานี้ หรือหากคุณเป็นโรคภูมิแพ้อื่น ๆ
  • ก่อนใช้ยานี้ แจ้งให้แพทย์หรือเภสัชกรทราบเกี่ยวกับประวัติทางการแพทย์ของคุณ โดยเฉพาะผู้ที่อยู่ในสภาวพทางสุขภาพเกี่ยวข้องกับโรคตับ และโรคไต
  • ยานี้อาจทำให้เกิดอาการวิงเวียน ง่วงซึม ดังนั้นจึงควรหลีกเลี่ยงการรับประทานยาในขณะที่ขับยานพาหนะ และทำงานใกล้ชิดกับเครื่องจักรอันตราย
  • งดการดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ เพราะอาจทำให้เกิดอาการง่วงซึมรุนแรงขึ้นได้
  • สมรรถภาพของไตและตับจะลดลง เมื่อคุณมีอาการเพิ่มขึ้น โดยเฉพาะกับผู้สูงอายุจะมีปฏิกิริยาไวต่อผลข้างเคียงของยาได้มากกว่า
  • ในช่วงระหว่างการตั้งครรภ์ควรใช้ยานี้เมื่อจำเป็นเท่านั้น โปรดปรึกษาแพทย์เกี่ยวกับความเสี่ยงและประโยชน์ของการใช้ยา
  • ยังไม่เป็นที่ทราบแน่ชัดว่า ยานี้สามารถเข้าสู่น้ำนมแม่ได้หรือไม่ โปรดปรึกษาแพทย์ก่อนให้นมบุตร

ความปลอดภัยต่อการตั้งครรภ์หรือให้นมบุตร

ยังไม่มีงานวิจัยที่น่าเชื่อถือเกี่ยวกับความเสี่ยงในสตรีที่ใช้ยานี้ในช่วงการตั้งครรภ์ หรือให้นมบุตร โปรดปรึกษาแพทย์เพื่อหาประโยชน์และความเสี่ยงก่อนการใช้ยานี้

ยาไรรูโซลจัดอยู่ในประเภทของยาที่มีความเสี่ยงต่อผู้ตั้งครรภ์ หมวด C โดยองค์การอาหารและยาแห่งสหรัฐอเมริกา (FDA)

การจัดประเภทของยาที่มีความเสี่ยงต่อผู้ตั้งครรภ์โดยองค์การอาหารและยาแห่งสหรัฐอเมริกามีดังนี้

  • A= ไม่มีความเสี่ยง
  • B= ไม่พบความเสี่ยงในการวิจัยบางชิ้น
  • C= อาจจะมีความเสี่ยง
  • D= มีหลักฐานแสดงถึงความเสี่ยง
  • X= ห้ามใช้
  • N= ไม่ทราบแน่ชัด

ผลข้างเคียง

ผลข้างเคียงของการใช้ยา ไรรูโซล

  • อาจเกิดอาการวิงเวียน หน้ามืด ง่วงซึม เหนื่อยล้า
  • คลื่นไส้ อาเจียน ท้องร่วง
  • เบื่ออาหาร ปวดท้อง
  • เหน็บชาที่ปาก

หากอาการเหล่านี้ไม่หายไป หรือรุนแรงขึ้น เช่น อาเจียนไม่ยอมหยุด ดวงตาและผิวหนังเป็นสีเหลือง ปวดท้องอย่างรุนแรง ปัสสาวะสีคล้ำ หายใจติดขัด โปรดรีบเข้าขอรับการรักษาโดยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญทันที

โปรดจำไว้ว่า การที่แพทย์ให้คุณใช้ยาตัวนี้ เนื่องจากคำนวณแล้วว่า ยามีประโยชน์มากกว่าเป็นโทษ และคนที่ใช้ยานี้ส่วนใหญ่ไม่พบผลข้างเคียงที่ร้ายแรงใดๆ

ปฏิกิริยาของยา

ปฏิกิริยากับยาอื่น

ยาที่อาจมีปฏิกิริยากับยานี้ ได้แก่

  • ยาอื่นที่อาจทำให้เกิดปัญหาเกี่ยวกับตับ เช่น อัลโลพูรินอล (allopurinol) เมทิลโดปา (methyldopa) หรือซัลฟาซาลาซีน (sulfasalazine)
  • ยาที่ส่งผลกระทบต่อเอ็นไซม์ตับที่กำจัดยาไรรูโซลออกจากร่างกาย เช่น อะมิทริปไทลีน (amitriptyline) คาเฟอีน โอเมพราโซล (omeprazole) ไรแฟมพิน (rifampin) ทาครีน (tacrine) ควิโนโลน (quinolone) หรือยาปฏิชีวนะไซโปรฟลอกซาซิน (ciprofloxacin)

ยาไรรูโซลอาจเกิดปฏิกิริยากับยาอื่นที่คุณกำลังใช้อยู่ ซึ่งอาจส่งผลต่อการออกฤทธิ์ของยา หรือเพิ่มความเสี่ยงที่จะเกิดผลข้างเคียง เพื่อป้องกันปัญหาที่อาจจะเกิดขึ้น คุณควรจะบอกแพทย์หรือเภสัชกรของคุณว่า คุณกำลังใช้ยาอะไรอยู่บ้าง (ทั้งยาตามใบสั่งแพทย์ ยาที่ซื้อได้เอง และสมุนไพรต่างๆ) เพื่อความปลอดภัย โปรดอย่าเริ่ม หยุด หรือเปลี่ยนขนาดยาโดยไม่ได้รับการอนุญาตจากแพทย์

ปฏิกิริยากับอาหารหรือแอลกอฮอล์

ยาไรรูโซลอาจมีปฏิกิริยากับอาหารหรือเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ โดยส่งผลต่อการออกฤทธิ์ของยา หรือเพิ่มความเสี่ยงที่จะเกิดผลข้างเคียง โปรดปรึกษากับแพทย์หรือเภสัชกรก่อนเสมอ

ปฏิกิริยากับอาการโรคอื่น

ยาไรรูโซลอาจส่งผลให้อาการโรคของคุณแย่ลง หรือส่งผลต่อการออกฤทธิ์ของยา โปรดแจ้งให้แพทย์หรือเภสัชกรทราบถึงสภาวะโรคของคุณก่อนใช้ยาเสมอ

ขนาดยา

ข้อมูลในที่นี้ไม่มีเจตนาให้ใช้ทดแทนคำแนะนำทางการแพทย์ ควรปรึกษากับแพทย์หรือเภสัชกรทุกครั้ง เพื่อรับทราบข้อมูลเพิ่มเติม

ขนาดยาไรรูโซลสำหรับผู้ใหญ่

ขนาดยาสำหรับผู้ใหญ่เพื่อรักษาโรคกล้ามเนื้ออ่อนแรงเอแอลเอส (Amyotrophic Lateral Sclerosis)

  • 50 มก. รับประทานทุกๆ 12 ชั่วโมง
  • การใช้ยาในขนาดที่สูงกว่านั้นไม่สามารถคาดหวังว่าจะเกิดประโยชน์มากกว่าได้แต่อาการไม่พึงประสงค์อาจจะเพิ่มขึ้น
  • ควรรับประทานยาเม็ดไรรูโซลอย่างน้อย 1 ชั่วโมงก่อนหรือ 2 ชั่วโมงหลังจากมื้ออาหาร เพื่อหลีกเลี่ยงการดูดซึมลดลงที่เกี่ยวข้องกับอาหาร

การปรับขนาดยาสำหรับไต

ยังไม่ทราบแน่ชัดว่าจำเป็นต้องปรับขนาดยาในผู้ป่วยที่มีภาวะไตบกพร่องหรือไม่ แต่เนื่องจากกระบวนการย่อยสลายยาไรรูโซลและยาในปริมาณน้อยนั้นจะจำกัดโดยไต แนะนำให้ใช้ด้วยความระมัดระวังหากต้องใช้ยาไรรูโซลในผู้ป่วยที่มีภาวะไตบกพร่อง

การปรับขนาดยาสำหรับตับ

  • ยาไรรูโซลส่วนมากนั้นจะถูกย่อยสลายที่ตับ ควรใช้ยาไรรูโซลด้วยความระมัดระวังในผู้ป่วยที่เป็นหรือเคยเป็นโรคตับ การทดลองทางการแพทย์ที่ได้รับการเผยแพร่นั้น ไม่รวมกลุ่มผู้ป่วยที่เป็นโรคตับอยู่ด้วย ดังนั้น จึงไม่มีข้อมูลเกี่ยวกับการปรับขนาดยาในกลุ่มผู้ป่วยเหล่านี้
  • หากผู้ป่วยกำลังใช้ยาไรรูโซล และมีค่าเอแอลทีน้อยกว่า 5 เท่าของขีดกำจัดบนของค่าปกติ ควรดำเนินการรักษาต่อไปด้วยความระมัดระวัง ยังไม่มีรายงานทางการแพทย์เกี่ยวกับผู้ป่วยที่มีค่าเอแอลทีมากกว่า 5 เท่าของขีดกำจัดบนของค่าปกติ แพทย์ ผู้ป่วย และ/หรือผู้ดูแลควรพิจารณาอัตราส่วนความเสี่ยงต่อประโยชน์ในการดำเนินการรักษาต่อไป หากยังคงดำเนินการรักษาด้วยยาไรรูโซลต่อไป ผู้ผลิตแนะนำให้ควรมีการเฝ้าระดับสมรรถภาพของตับอย่างสมบูรณ์เป็นประจำทุกสัปดาห์ ควรหยุดการรักษาหากค่าเอแอลทีมากกว่า 10 เท่าของขีดกำจัดบนของค่าปกติ
  • ยังไม่เคยมีการทดลองให้ยาซ้ำอีกครั้ง ในผู้ป่วยที่เคยหยุดใช้ยาไรรูโซล เนื่องจากค่าเอแอลทีสูงเกินไป

ขนาดยาไรรูโซลสำหรับเด็ก

ยังไม่มีการพิสูจน์ความความปลอดภัยและประสิทธิภาพของขนาดยานี้สำหรับผู้ป่วยเด็ก ยานี้อาจเป็นอันตรายต่อเด็กได้ ดังนั้น จึงควรทำความเข้าใจกับความปลอดภัยของยาก่อนการใช้ยา สำหรับข้อมูลเพิ่มเติมโปรดติดต่อกับแพทย์หรือเภสัชกร

รูปแบบของยา

ความแรงและรูปแบบของยามีดังนี้

  • ยาเม็ดสำหรับรับประทาน

กรณีฉุกเฉินหรือใช้ยาเกินขนาด

หากเกิดเหตุฉุกเฉินหรือใช้ยาเกินขนาด ควรแจ้งเหตุฉุกเฉินหรือนำส่งห้องฉุกเฉินใกล้บ้านโดยทันที

กรณีลืมใช้ยา

หากคุณลืมใช้ยาควรรีบใช้ในทันทีที่นึกได้ หรือถ้าหากใกล้ถึงเวลาใช้ยาครั้งต่อไป ให้ข้ามรอบไปใช้ยาตามตารางปกติได้เลย ไม่ควรเพิ่มปริมาณยา

Hello Health Group ไม่ได้ให้คำแนะนำด้านการแพทย์ การวินิจฉัยโรค หรือการรักษาโรคแต่อย่างใด

อัปเดตข่าวสารสุขภาพติดตามไลน์ Hello คุณหมอ
บทความนี้มีประโยชน์ต่อคุณหรือไม่
happy unhappy
แหล่งที่มา

บทความนี้ก็น่าสนใจเหมือนกัน

ไดอะเซอรีน (Diacerein)

ไดอะเซอรีน (Diacerein) เป็นยาในกลุ่มแอนทราควิโนน (anthraquinone) และใช้เพื่อรักษาอาการที่เกี่ยวข้องกับโรคเสื่อมสภาพที่กระดูกและข้อต่อ

ทบทวนบทความโดย เภสัชกรอาชานนท์ สมศักดิ์
Written by พลอย วงษ์วิไล

แอลทีเพลส (Alteplase)

แอลทีเพลส (Alteplase) มักใช้เพื่อป้องกันการเกิดลิ่มเลือด รักษาหลอดเลือดดำอุดตัน นอกจากนี้ยังอาจใช้เพื่อจุดประสงค์อื่น โปรดปรึกษากับแพทย์ 

ทบทวนบทความโดย เภสัชกรวิสสุตา ชั้นประเสริฐ
Written by พลอย วงษ์วิไล

แอมโลดิปีน (Amlodipine)

แอมโลดิปีน (Amlodipine) ถูกจัดอยู่ในกลุ่มยาแคลเซียมแชนแนลบล็อกเกอร์ ช่วยคลายหลอดเลือด เพื่อให้เลือดสามารถไหลเวียนได้ง่ายขึ้น

ทบทวนบทความโดย เภสัชกรอาชานนท์ สมศักดิ์
Written by พลอย วงษ์วิไล

ริโทนาเวียร์ (Ritonavir)

ยา ริโทนาเวียร์ (Ritonavir) ใช้ร่วมกับยารักษาผู้ป่วยติดเชื้อเอชไอวี ใช้เพื่อควบคุมอาการติดเชื้อเอชไอวี ทำหน้าที่ในการลดปริมาณของเชื้อเอชไอวีในร่างกาย

ทบทวนบทความโดย เภสัชกรอาชานนท์ สมศักดิ์
Written by พลอย วงษ์วิไล

Recommended for you

คาพาสแตต-ซัลเฟต-capastat-sulfate

คาพาสแตต® ซัลเฟต (Capastat® Sulfate)

ทบทวนบทความโดย เภสัชกรวิสสุตา ชั้นประเสริฐ
Written by พลอย วงษ์วิไล
Published on 06/02/2020 . 9 mins read
ดีกัวดิน-dequadin

ดีกัวดิน® (Dequadin®)

ทบทวนบทความโดย ทีม Hello คุณหมอ
Written by วรภพ ไกยเดช
Published on 09/12/2019 . 3 mins read
อัลปราโซแลม-alprazolam

อัลปราโซแลม (Alprazolam)

ทบทวนบทความโดย เภสัชกรอาชานนท์ สมศักดิ์
Written by พลอย วงษ์วิไล
Published on 01/12/2019 . 5 mins read
อัลเบนดาโซล-albendazole

อัลเบนดาโซล (Albendazole)

ทบทวนบทความโดย เภสัชกรอาชานนท์ สมศักดิ์
Written by พลอย วงษ์วิไล
Published on 01/12/2019 . 6 mins read