home

เราจะปรับปรุงให้ดีขึ้นได้อย่างไร

close
chevron
บทความนี้อาจมีข้อมูลเท็จหรือไม่ถูกต้องแม่นยำ
chevron

โปรดแจ้งให้ทราบหากข้อมูลไม่ถูกต้อง

wanring-icon
คุณไม่จำเป็นต้องกรอกรายละเอียดนี้หากคุณไม่สะดวกใจ โปรดส่งความคิดเห็นของคุณที่ด้านล่างนี้เพื่อรับชมเว็บไซต์ต่อ
chevron
บทความนี้อาจมีข้อมูลไม่เพียงพอ
chevron

โปรดแจ้งให้ทราบหากข้อมูลไม่ครบถ้วน

wanring-icon
คุณไม่จำเป็นต้องกรอกรายละเอียดนี้หากคุณไม่สะดวกใจ โปรดส่งความคิดเห็นของคุณที่ด้านล่างนี้เพื่อรับชมเว็บไซต์ต่อ
chevron
ฉันมีข้อสงสัย
chevron

แม้ว่าเราอาจไม่ได้ให้คำแนะนำด้านการแพทย์ การวินิจฉัยโรค หรือการรักษาโรค แต่เราก็พร้อมรับฟังความคิดเห็นของท่าน โปรดแสดงความคิดเห็นในกล่องข้อความด้านล่าง

wanring-icon
หากคุณเกิดภาวะฉุกเฉินทางการแพทย์ โปรดแจ้งสายด่วน 1669 หรือติดต่อโรงพยาบาลที่อยู่ใกล้พื้นที่ของคุณในทันที

หรือ คัดลอกลิงก์

ลมชักชนิดเหม่อ (Absence Seizure)

คำจำกัดความ|อาการ|สาเหตุ|การวินิจฉัยและการรักษา|การเปลี่ยนไลฟ์สไตล์และการเยียวยาตัวเอง
ลมชักชนิดเหม่อ (Absence Seizure)

ลมชักชนิดเหม่อ (Absence Seizure) จัดเป็นโรคทางระบบประสาทที่ทำให้เกิดอาการชัก เป็นลักษณะการเปลี่ยนแปลงชั่วคราวในการทำงานของระบบสมอง (มีอาการสั้นกว่า 15 วินาที) ส่งผลให้ผู้ป่วยมีอาการหยุดนิ่งไปชั่วขณะ ไม่มีอาการตอบสนองชั่วคราว

คำจำกัดความ

ลมชักชนิดเหม่อ (Absence Seizure) คืออะไร

ลมชักชนิดเหม่อ (Absence Seizure) จัดเป็นโรคทางระบบประสาทที่ทำให้เกิดอาการชัก เป็นลักษณะการเปลี่ยนแปลงชั่วคราวในการทำงานของระบบสมอง (มีอาการสั้นกว่า 15 วินาที และจะกลับมาหายเอง) ส่งผลให้ผู้ป่วยมีอาการหยุดนิ่งไปชั่วขณะ ไม่มีอาการตอบสนองชั่วคราว

อย่างไรก็ตามถึงแม้ว่าอาการลมชักชนิดเหม่อจะเกิดขึ้นเพียงระยะเวลาสั้น ๆ แต่การสูญเสียสติแม้ในระยะเวลาสั้น ๆ สามารถทำให้เกิดอันตรายขึ้นได้ ดังนั้นหากพบอาการผิดปกติควรรีบปรึกษาแพทย์หรือผู้เชี่ยวชาญเพื่อรับการรักษาอย่างถูกต้องและเหมาะสม

พบได้บ่อยเพียงใด

ลมชักชนิดเหม่อสามารถเกิดขึ้นได้กับคนทุกเพศทุกวัย โดยส่วนใหญ่มักพบบ่อยในวัยเด็กที่มีอายุตั้งแต่ 5 ปี ถึง 9 ปี

อาการ

อาการของลมชักชนิดเหม่อ

โดยส่วนใหญ่อาการของลมชักชนิดเหม่อจะเกิดขึ้นกับเด็กที่มีอายุตั้งแต่ 5-9 ปี ซึ่งจะมีอาการที่แสดงออกแตกต่างกันออกไป ดังนี้

  • มีอาการสับสน หน้ามืด
  • หยุดการเคลื่อนไหวไปชั่วขณะ ไม่ตอบสนองต่อคำแนะนำและคำถาม
  • มีอาการเหม่อลอย
  • กระพริบตาถี่ขึ้น
  • เม้มปากแรง
  • กล้ามเนื้ออ่อนแรง
  • มีท่าท่าเหมือนกำลังเคี้ยวอาหาร
  • มือทั้งสองข้างขยับขึ้นเอง

ควรไปพบหมอเมื่อใด

หากคุณมีสิ่งบ่งชี้หรืออาการใด ๆ ตามที่ระบุข้างต้น หรือมีคำถาม โปรดปรึกษาแพทย์ ร่างกายของแต่ละบุคคลมีการตอบสนองแตกต่างกัน ทางที่ดีที่สุดให้ปรึกษาแพทย์เกี่ยวกับวิธีรักษาที่ดีที่สุดตามสถานการณ์ของคุณ

สาเหตุ

สาเหตุของลมชักชนิดเหม่อลอย

ในปัจจุบันยังไม่ทราบสาเหตุที่แน่ชัดของอาการลมชักชนิดเหม่อ โดยทั่วไปอาการชักเกิดจากการกระตุ้นของประจุไฟฟ้าที่ผิดปกติจากเซลล์ประสาทในสมอง รวมถึงสาเหตุอื่นๆ ดังนี้

  • การบาดเจ็บทางศีรษะ เช่น อุบัติเหตุทางรถยนต์
  • โรคหลอดเลือดสมองและเนื้องอก
  • การได้รับบาดเจ็บก่อนคลอด หรือความผิดปกติทางสมองก่อนคลอด

ปัจจัยเสี่ยงของลมชักชนิดเหม่อลอย

  • อายุ พบได้บ่อยในวัยเด็ก
  • เพศ พบได้บ่อยในเพศหญิง
  • ประวัติครอบครัว หากสมาชิกในครัวเคยมีประวัติที่เกี่ยวกับอาการชัก อาจเพิ่มความเสี่ยงต่อการเกิดอาการชักได้

การวินิจฉัยและการรักษา

ข้อมูลในที่นี้ไม่มีเจตนาให้ใช้ทดแทนคำแนะนำทางการแพทย์ ควรปรึกษาแพทย์ทุกครั้งเพื่อสอบถามข้อมูลเพิ่มเติม

การวินิจฉัยลมชักชนิดเหม่อ

นักประสาทวิทยาจะทำการวินิจฉัยความผิดปกติของโรคที่เกี่ยวของกับทางระบบประสาท เช่น โรคลมชัก ในเบื้องต้นจะประเมินอาการของผู้ป่วย สุขภาพโดยรวม การรับประทานยา และการวินิจฉัยอื่นๆ ดังนี้

  • การตรวจด้วยคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า (Magnetic Resonance Imaging : MRI) เพื่อสแกนตรวจความผิดปกติภายในระบบประสาทให้ละเอียดมากขึ้น
  • การตรวจเครื่องเอกซเรย์คอมพิวเตอร์ (Computerized Tomography Scan : CT SCAN) ตรวจหาความผิดปกติของโครงสร้างภายในสมอง
  • การบันทึกคลื่นไฟฟ้าในสมอง (Electroencephalography: EEG) เพื่อหาความผิดปกติของของคลื่นสมอง

การรักษาลมชักชนิดเหม่อ

ในเบื้องต้นการรักษาลมชักชนิดเหม่อแพทย์จะแนะนำให้รับประทานยาเพื่อต้านอาการชัก เช่น ยาเอโธซักซิไมด์ (Ethosuximide) ลาโมไตรจีน (Lamotrigine) กรดวาลโปรอิก (Valproic) เป็นต้น ในผู้ป่วยบางรายที่มีอาการรุนแรงแพทย์อาจทำการผ่าตัด

หมายเหตุ ในสตรีมีครรภ์ไม่ควรใช้กรดวาลโปรอิก เพราะอาจเพิ่มความเสี่ยงต่อทารกในครรภ์ได้

การเปลี่ยนไลฟ์สไตล์และการเยียวยาตัวเอง

การเปลี่ยนไลฟ์สไตล์และการเยียวยาตัวเองเพื่อรักษาลมชักชนิดเหม่อ

องค์การอนามัยโลก (World Health Organization : WHO) ระบุว่า ประมาณ 25% ผู้ป่วยโรคลมชักสามารถป้องกันได้ด้วยการลดความเสี่ยงต่อการเกิดโรคดังกล่าว ดังต่อไปนี้

  • สวมหมวกทุกครั้งเมื่อขี่จักรยานยนต์ เพื่อป้องกันการได้รับบาดเจ็บที่ศีรษะ
  • รักษาสุขอนามัย รับประทานอาหารที่มีประโยชน์ต่อสุขภาพ

Hello Health Group ไม่ได้ให้คำแนะนำด้านการแพทย์ การวินิจฉัยโรค หรือการรักษาโรคแต่อย่างใด

แหล่งที่มา

Absence Epilepsy (Petit Mal Seizures). https://www.healthline.com/health/epilepsy/absence-petit-mal-seizures. Accessed 29 July 2020

What to know about epilepsy. https://www.medicalnewstoday.com/articles/8947. Accessed 29 July 2020

Absence seizure. https://www.mayoclinic.org/diseases-conditions/petit-mal-seizure/symptoms-causes/syc-20359683. Accessed 29 July 2020

รูปของผู้เขียน
ทบทวนบทความโดย ทีม Hello คุณหมอ
เขียนโดย จินดารัตน์ สิริวิจักษณ์
แก้ไขล่าสุด 30/07/2020
x