home

เราจะปรับปรุงให้ดีขึ้นได้อย่างไร

close
chevron
บทความนี้อาจมีข้อมูลเท็จหรือไม่ถูกต้องแม่นยำ
chevron

โปรดแจ้งให้ทราบหากข้อมูลไม่ถูกต้อง

wanring-icon
คุณไม่จำเป็นต้องกรอกรายละเอียดนี้หากคุณไม่สะดวกใจ โปรดส่งความคิดเห็นของคุณที่ด้านล่างนี้เพื่อรับชมเว็บไซต์ต่อ
chevron
บทความนี้อาจมีข้อมูลไม่เพียงพอ
chevron

โปรดแจ้งให้ทราบหากข้อมูลไม่ครบถ้วน

wanring-icon
คุณไม่จำเป็นต้องกรอกรายละเอียดนี้หากคุณไม่สะดวกใจ โปรดส่งความคิดเห็นของคุณที่ด้านล่างนี้เพื่อรับชมเว็บไซต์ต่อ
chevron
ฉันมีข้อสงสัย
chevron

แม้ว่าเราอาจไม่ได้ให้คำแนะนำด้านการแพทย์ การวินิจฉัยโรค หรือการรักษาโรค แต่เราก็พร้อมรับฟังความคิดเห็นของท่าน โปรดแสดงความคิดเห็นในกล่องข้อความด้านล่าง

wanring-icon
หากคุณกำลังมีภาวะฉุกเฉินทางการแพทย์ โปรดแจ้งสายด่วน 1669 หรือติดต่อโรงพยาบาลที่อยู่ใกล้พื้นที่ของคุณในทันที

หรือ คัดลอกลิงก์

ฟักทอง (Pumpkin)

การใช้ประโยชน์|สรรพคุณของพัลซาทิลล่า|ข้อควรระวังและคำเตือน|ฟักทองมีความปลอดภัยเพียงใด|ผลข้างเคียง|ปฏิกิริยาระหว่างยา|ขนาดการใช้|ฟักทองมีจำหน่ายในรูปแบบใด:

การใช้ประโยชน์

ฟักทองใช้ทำอะไร?

ฟักทองถูกนำมาใช้เพื่อรักษาการระคายเคืองกระเพาะปัสสาวะ การติดเชื้อในไต พยาธิในลำไส้ การปัสสาวะลำบากอันเนื่องมาจากโรคต่อมลูกหมากโต ช่วยเรื่องรักษาสมดุลของลำไส้

ฟักทองนั้นถูกนำมาใช้รวมกับสมุนไพรอื่นๆเพื่อรักษาโรคต่อมลูกหมากโต

ฟักทองอาจได้รับการแนะนำให้ใช้เพื่อรักษาอาการอื่นๆ ปรึกษาแพทย์ หรือเภสัชกรเพื่อข้อมูลเพิ่มเติม

สรรพคุณของพัลซาทิลล่า

สารเคมีในเมล็ดฟักทองนั้นมีฤทธิ์ในการขับปัสสาวะ ซึ่งช่วยในการระบายความไม่สบายของกระเพาะปัสสาวะ เมล็ดฟักทองยังมีสารเคมีที่ช่วยฆ่าพยาธิในลำไส้ ปรึกษาผู้เชี่ยวชาญด้านสมุนไพรสำหรับข้อมูลเพิ่มเติม

ข้อควรระวังและคำเตือน

ควรรู้อะไรก่อนที่จะใช้ฟักทอง

ควรปรึกษากับแพทย์ เภสัชกร หรือผู้เชี่ยวชาญด้านสมุนไพร ถ้า:

  • ตั้งครรภ์หรือให้นมบุตร เนื่องจากในขณะตั้งครรภ์หรือให้นมบุตร ควรใช้ยาตามคำแนะนำของแพทย์เท่านั้น
  • ใช้ยาอื่นร่วมอยู่ รวมถึงยาที่กำลังใช้ที่สามารถหาซื้อได้โดยไม่ต้องมีใบสั่งยา
  • มีอาการภูมิแพ้สารใด ๆ ในฟักทอง หรือยาอื่น ๆ หรือสมุนไพรอื่น ๆ
  • มีโรค ความผิดปกติ หรือพยาธิสภาพอื่น ๆ
  • มีอาการแพ้อื่น ๆ เช่น แพ้อาหาร สีย้อมอาหาร สารกันบูด หรือเนื้อสัตว์

ข้อบังคับสำหรับอาหารเสริมประเภทสมุนไพรนั้นมีความเข้มงวดน้อยกว่าข้อบังคับของการใช้ยา จึงจำเป็นที่จะต้องศึกษาให้มาก เพื่อความปลอดภัยในการใช้ คุณประโยชน์ของการรับประทานอาหารเสริมประเภทสมุนไพรนี้ต้องมีค่าน้ำหนักมากกว่าความเสี่ยง ก่อนการใช้ หากต้องการข้อมูลเพิ่มเติมควรปรึกษาผู้เชี่ยวชาญด้านสมุนไพรหรือแพทย์

ฟักทองมีความปลอดภัยเพียงใด

สำหรับผู้ตั้งครรภ์และอยู่ในระหว่างการให้นมบุตร:

ข้อมูลด้านความปลอดภัยในการนำมาใช้ในระหว่างการตั้งครรภ์และระหว่างการให้นมบุตรยังไม่เพียงพอ โปรดคำนึงถึงความปลอดภัยและหลีกเลี่ยงการนำมาใช้

ผลข้างเคียง

ผลข้างเคียงที่อาจเกิดขึ้นจากการใช้ฟักทอง

ฟักทองนั้นปลอดภัยในการนำมารับประทานในปริมาณเทียบเท่าอาหารและคาดว่าปลอดภัยในการนำมาใช้ในปริมาณการใช้เป็นยาในคนส่วนใหญ่ มันอาจก่อปัญหาการหลั่งน้ำอสุจิในผู้ชายบางคน

ผลข้างเคียงเหล่านี้ไม่ได้เกิดขึ้นกับทุกคน และอาจจะมีอาการของผลข้างเคียงอื่น ๆ ที่ไม่ได้กล่าวไว้ข้างต้นหากกังวลเรื่องผลข้างเคียง ให้ปรึกษาผู้เชี่ยวชาญด้านสมุนไพรหรือแพทย์

ปฏิกิริยาระหว่างยา

ปฏิกิริยาที่อาจเกิดขึ้นจากการใช้ฟักทอง

ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารสมุนไพรชนิดนี้อาจมีผลต่อยาหรือพยาธิสภาพในปัจจุบัน ควรปรึกษาหมอผู้เชี่ยวชาญด้านสมุนไพรหรือแพทย์ก่อนการใช้งาน

ลิเธียมมีปฏิกิริยากับฟักทอง

ฟักทองอาจมีฤทธิ์เหมือนยาขับปัสสาวะ การรับประทานฟักทองอาจลดประสิทธิภาพการกำจัดลิเธียมของร่างกาย ซึ่งอาจทำให้ร่างกายมีปริมาณลิเธียมมากเกินไป และเกิดผลข้างเคียงใหญ่หลวง

ขนาดการใช้

ข้อมูลนี้ไม่ใช่คำแนะนำจากแพทย์โดยตรง ควรปรึกษาผู้เชี่ยวชาญทางด้านสมุนไพรหรือแพทย์ก่อนใช้ยาเสมอ

ขนาดในการใช้ฟักทองโดยทั่วไปคือเท่าไหร่?

ผู้ใหญ่:

ทาน 2-3 แคปซูลต่อวันพร้อมอาหาร

เด็กอายุ 12 ปีขึ้นไป:

ทาน 1-2 แคปซูลต่อวันพร้อมอาหาร

เพื่อรักษาโรคต่อมลูกหมากโต

ขนาดยาที่แนะนำคือ น้ำมันสกัดจากเมล็ดฟักทอง 480 มิลลิกรัมต่อวัน โดยแบ่งทานสามครั้ง โดยทานร่วมกับ ซอว์ พัลเมตโต้ และสมุนไพรอื่นๆ

ขนาดการใช้อาหารเสริมประเภทสมุนไพรชนิดนี้อาจแตกต่างกันไปในผู้ป่วยแต่ละราย ปริมาณยาที่ใช้ขึ้นอยู่กับช่วงอายุ สุขภาพและปัจจัยอื่น ๆ ผลิตภัณฑ์อาหารเสริมอาจไม่ปลอดภัยเสมอไป โปรดปรึกษาผู้เชี่ยวชาญด้านสมุนไพรหรือแพทย์ผู้ทำการรักษาสำหรับปริมาณที่เหมาะสม

ฟักทองมีจำหน่ายในรูปแบบใด:

ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารสมุนไพรนี้อาจมีจำหน่ายในรูปแบบต่อไปนี้:

  • น้ำมันสกัดจากเมล็ดฟักทอง
  • ฟักทองบรรจุแคปซูล

Hello Health Group ไม่ได้ให้คำแนะนำทางการแพทย์ วินิจฉัยหรือการรักษาแต่อย่างใด

Hello Health Group ไม่ได้ให้คำแนะนำด้านการแพทย์ การวินิจฉัยโรค หรือการรักษาโรคแต่อย่างใด


บทความที่ี่เกี่ยวข้อง


รูปของผู้เขียน
ทบทวนบทความโดย ทีม Hello คุณหมอ
เขียนโดย Ploylada Prommate
แก้ไขล่าสุด 04/12/2017
x