home

เราจะปรับปรุงให้ดีขึ้นได้อย่างไร

close
chevron
บทความนี้อาจมีข้อมูลเท็จหรือไม่ถูกต้องแม่นยำ
chevron

โปรดแจ้งให้ทราบหากข้อมูลไม่ถูกต้อง

wanring-icon
คุณไม่จำเป็นต้องกรอกรายละเอียดนี้หากคุณไม่สะดวกใจ โปรดส่งความคิดเห็นของคุณที่ด้านล่างนี้เพื่อรับชมเว็บไซต์ต่อ
chevron
บทความนี้อาจมีข้อมูลไม่เพียงพอ
chevron

โปรดแจ้งให้ทราบหากข้อมูลไม่ครบถ้วน

wanring-icon
คุณไม่จำเป็นต้องกรอกรายละเอียดนี้หากคุณไม่สะดวกใจ โปรดส่งความคิดเห็นของคุณที่ด้านล่างนี้เพื่อรับชมเว็บไซต์ต่อ
chevron
ฉันมีข้อสงสัย
chevron

แม้ว่าเราอาจไม่ได้ให้คำแนะนำด้านการแพทย์ การวินิจฉัยโรค หรือการรักษาโรค แต่เราก็พร้อมรับฟังความคิดเห็นของท่าน โปรดแสดงความคิดเห็นในกล่องข้อความด้านล่าง

wanring-icon
หากคุณกำลังมีภาวะฉุกเฉินทางการแพทย์ โปรดแจ้งสายด่วน 1669 หรือติดต่อโรงพยาบาลที่อยู่ใกล้พื้นที่ของคุณในทันที

หรือ คัดลอกลิงก์

เซนต์จอห์น เวิร์ต (John’s Wort)

การใช้ประโยชน์ เซนต์จอห์น เวิร์ต|การทำงานของเซนต์จอห์น เวิร์ต|ข้อควรระวังและคำเตือน|เซนต์จอห์น เวิร์ต มีความปลอดภัยแค่ไหน|ผลข้างเคียง|ปฏิกิริยาระหว่างยา|ขนาดการใช้|ปกติแล้วควรใช้เซนต์จอห์น เวิร์ตในปริมาณเท่าใด|สมุนไพรดังกล่าวอาจอยู่ในรูปแบบใด
เซนต์จอห์น เวิร์ต (John’s Wort)

การใช้ประโยชน์ เซนต์จอห์น เวิร์ต

เซนต์จอห์น เวิร์ต ใช้เพื่อรักษาอะไร ?

เซนต์จอห์น เวิร์ต (John’s Wort) คือ พืชทั่วไปที่คนส่วนใหญ่ใช้รักษาโรคซึมเศร้า รวมถึงอาการวิตกกังวล ความเหนื่อยหน่าย การหมดความรู้สึกอยากอาหาร และปัญหาการนอนหลับ

สามารถใช้ในการรักษาหรือโรคอื่นๆ ดังต่อไปนี้

  • ภาวะใจสั่น
  • อารมณหงุดหงิดง่าย
  • วัยหมดประจำเดือน
  • โรคสมาธิสั้น
  • โรคย้ำคิดย้ำทำ
  • โรคกลัวการเข้าสังคม
  • โรคซึมเศร้าที่เกิดจากผลกระทบของฤดูกาล
  • เลิกบุหรี่
  • กลุ่มอาการปวดกล้ามเนื้อ,เอ็น,และเนื้อเยื่ออ่อน
  • กลุ่มอาการความล้าเรื้อรัง
  • กลุ่มอาการแสบร้อนในช่องปาก
  • ไมเกรนและอาการปวดหัวชนิดอื่นๆ
  • ปวดกล้ามเนื้อ
  • อาการปวดเส้นประสาทและกลุ่มอาการเส้นประสาททำความเสียหายไปทั่วร่างกาย
  • อาการปวดจากการกดทับเส้นประสาทแบบไซอาติค ซึ่งเป็นเส้นประสาทเลี้ยงความรู้สึกขา
  • โรคลำไส้แปรปรวน
  • มะเร็ง (รวมถึงมะเร็งสมอง)
  • เอชไอวี(HIV)
  • โรคตับอักเสบซี
  • โรคเริม
  • ขั้นตอนการปลดล็อคหลอดเลือดแดงอุดตัน
  • ลดน้ำหนัก

น้ำมันที่ได้จากสมุนไพรเซนต์จอห์น เวิร์ต (John’s Wort) ยังใช้สำหรับช่วยย่อยอาหาร ในบางคนทาน้ำมันนี้ลงบนผิวหนังของพวกเขาเพื่อรักษารอยช้ำและรอยขีดข่วน การปวดอักเสบของกล้ามเนื้อ ผิวหนังตกสะเก็ดและคัน(โรคสะเก็ดเงิน) บาดแผลไฟไหม้ บาดแผลสด ถอนฟัน แมลงสัตว์กัดต่อย ริดสีดวงทวาร ปวดเส้นประสาท และเพื่อรักษาโรคที่มีอาการผิวหนังจากเม็ดสีผิดปกติ

เซนต์จอห์น เวิร์ตอาจกำหนดเพื่อใช้ในด้านอื่นๆโปรดสอบถามแพทย์หรือผู้เชี่ยวชาญด้านสมุนไพรสำหรับข้อมูลเพิ่มเติม

การทำงานของเซนต์จอห์น เวิร์ต

มีการวิจัยพบว่าเซนต์จอห์น เวิร์ตอาจช่วยลดอาการของโรคซึมเศร้าระดับอ่อนถึงปานกลางแต่ไม่รุนแรงหรืออาการหลัก ในการศึกษาเหมือนว่า เซนต์จอห์น เวิร์ตออกฤทธิ์เหมือนตัวยากลุ่ม (SSRIs) เป็นกลุ่มยาต้านโรคซึมเศร้าที่ได้รับความนิยมมากที่สุด รวมถึง ฟลูโอเซทีน (Fluoxetine) ไซตาโลแพรม (Citalopram) และเซอทราไลน์ (Sertraline) นอกจากนี้ดูเหมือนว่าเซนต์จอห์น เวิร์ตจะไม่ส่งผลให้หมดอารมณ์ทางเพศ ซึ่งเป็นหนึ่งในอาการผลข้างเคียงที่พบมากที่สุดของยากลุ่มต้านโรคซึมเศร้า

นอกจากนี้ยังมีอีกหลายงานวิจัยที่ยังไม่สามารถระบุข้อมูลที่แน่ชัดได้ อาจมีตัวยาหรือมุนไพรชนิดอื่นที่มีปฏิกิริยาในการรักษาโรคซึมเศร้า อย่างไรก็ตามยังคงมีการดำเนินค้นคว้าหาข้อมูลเพื่อให้ได้ข้อเท็จจริง

กรุณาปรึกษาผู้เชี่ยวชาญด้านสมุนไพรหรือแพทย์สำหรับข้อมูลเพิ่มเติม

ข้อควรระวังและคำเตือน

เราควรรู้อะไรบ้างก่อนใช้ เซนต์จอห์น เวิร์ต

ควรปรึกษากับแพทย์และเภสัชกรหรือผู้เชี่ยวชาญด้านสมุนไพรถ้ามีอาการหรือลักษณะ ดังต่อไปนี้

  • ตั้งครรภ์หรือให้นมบุตร เนื่องจากในขณะที่ตั้งครรภ์หรือให้นมบุตรควรจะได้รับยาหรือสมุนไพรบำรุง ที่จัดจำหน่ายโดยแพทย์เท่านั้น
  • อยู่ในระหว่างการใช้ยาหรือสมุนไพรอื่นๆ ร่วมด้วย รวมถึงยาทุกชนิดที่ซื้อรับประทานเองโดยไม่มีใบสั่งยาจากแพทย์
  • มีอาการแพ้สารที่มีส่วนประกอบของเซนต์จอห์น เวิร์ต หรือ ยาและสมุนไพรชนิดอื่น
  • มีอาการเจ็บป่วย มีอาการผิดปกติ หรือมีโรคอื่นๆ แทรกซ้อน
  • มีอาการแพ้ต่าง ๆ เช่นแพ้อาหารสีผสมอาหาร สารกันบูด หรือเนื้อสัตว์

ข้อบังคับสำหรับผลิตภัณฑ์สมุนไพรเสริมอาหารนั้นมีความเข้มงวดน้อยกว่าข้อบังคับของการใช้ยา จึงจำเป็นต้องศึกษาเพิ่มเติมเพื่อความปลอดภัย ประโยชน์ของการใช้ผลิตภัณฑ์สมุนไพรเสริมอาหารนี้จะต้องมีค่าน้ำหนักมากกว่าความเสี่ยง ควรปรึกษาผู้เชี่ยวชาญด้านสมุนไพรหรือแพทย์หากต้องการข้อมูลเพิ่มเติม

เซนต์จอห์น เวิร์ต มีความปลอดภัยแค่ไหน

ความปลอดภัยสำหรับเด็ก : เซนต์จอห์น เวิร์ตอาจปลอดภัยเมื่อรับประทานไม่เกิน 8 สัปดาห์ สำหรับเด็กที่มีอายุ 6-17 ปี

สำหรับผู้ที่กำลังตั้งครรภ์และให้นมบุตร : ห้ามใช้เซนต์จอห์น เวิร์ตถ้าคุณกำลังตั้งครรภ์ หรืออยู่ระหว่างให้นมบุตร เพราะว่า

บางการศึกษาพบว่าเซนต์จอห์น เวิร์ตสามารถส่งผลต่อบุตรในครรภ์และยังส่งผลให้สตรีตั้งครรภ์มีการกระสับกระส่าย

การผ่าตัด : หยุดการใช้อย่างน้อย 2 สัปดาห์ก่อนถึงกำหนดการผ่าตัด

ผลข้างเคียง

ผลข้างเคียงที่อาจเกิดขึ้นจากการใช้เซนต์จอห์น เวิร์ตมีอะไรบ้าง

ผลข้างเคียงที่ได้จากการใช้เซนต์จอห์น เวิร์ตคือ:

  • ท้องไส้ปั่นป่วน
  • อาการโรคลมพิษ
  • ผิวหนังคัน
  • อ่อนเพลีย
  • กระสับกระส่าย
  • ปวดหัว
  • ปากแห้ง
  • เวียนศรีษะ
  • ความสับสนในจิตใจ
  • ผื่นแพ้แดด ( เซนต์จอห์น เวิร์ต ยังทำให้ผิวหนังรู้สึกไวต่อแสงแดดมากเกินไปด้วย )

ไม่ใช่ทุกคนที่จะสามารถเกิดผลข้างเคียงเหล่านี้ได้หากกังวลเรื่องผลข้างเคียง ควรปรึกษาผู้เชี่ยวชาญด้านสมุนไพรหรือแพทย์ก่อนเสมอ

ปฏิกิริยาระหว่างยา

ยาที่อาจเกิดปฏิกิริยากับเซนต์จอห์น เวิร์ต มีอะไรบ้าง

  • ยารักษาอาการซึมเศร้า เซนต์จอห์น เวิร์ตอาจมีปฏิกิริยาต่อยาที่ใช้รักษาอาการซึมเศร้าหรือโรคภาวะผิดปกติทางอารมณ์ รวมถึงยากลุ่ม โมโนเอมีน ออกซิเดส (MAOIs) รับประทานเซนต์จอห์น เวิร์ตร่วมกับยาเหล่านี้โน้มน้าวให้เกิดผลข้างเคียงเพิ่มขึ้น และยังสามารถนำไปสู่สภาพที่เป็นอันตรายที่เรียกว่า กลุ่มอาการเซเรโทนิน
  • ไซตาโลแพรม (Citalopram)
  • เอสซิตาโลแพรม (Escitalopram)
  • ฟลูโอเซทีน (Fluoxetine)
  • เซอทราลีน (Sertraline) และอื่นๆ

เซนต์จอห์น เวิร์ตอาจลดระดับการออกฤทธิ์ของยาเหล่านี้ในร่างกาย

  • ลอราตาดีน (Loratadine)
  • เซทิริซีน (Cetirizine)
  • เฟกโซเฟนาดีน (Fexofenadine)
  • โคลพิโดเกรล (Clopidogrel)
  • ยาที่ระงับระบบภูมิคุ้มกัน เช่น ไซโคลสปอรีน (Cyclosporine) เมโธเทรกเซท (Methotrexate ) ทาโครลิมุส (Tacrolimus) และอื่นๆ
  • ยาต้านเอชไอวี เช่น โปรตีนเนสอินฮิบิเตอร์ (Proteinase inhibitor)
  • ยากันชัก เช่น ยาเฟนิโทอิน (Phenytoin) และอื่นๆ
  • ยาที่ใช้รักษาโรคนอนไม่หลับ

เซนต์จอห์น เวิร์ตสามารถเพิ่มความเสี่ยงของผลข้างเคียง รวมถึง กลุ่มอาการเซเรโทนีน เมื่อรับประทานยา ดังต่อไปนี้

  • นาราทริปแทน (Naratriptan) ริซาทริปแทน (Rizatriptan) ซูมาทริปแทน (Sumatriptan)
  • ยากลุ่มช่วงบล็อคแคลเซียม (รับประทานเพื่อลดความดันโลหิต)
  • ยาชนิดอื่นที่ทำให้ตับล้มเหลว

เซนต์จอห์น เวิร์ตอาจเกิดปฏิกิริยากับตัวยานั้น หรืออาจมีผลข้างเคียงต่อการรักษาอื่นๆ ที่ใช้อยู่เป็นประจำได้ ควรปรึกษาแพทย์หรือนักสมุนไพรศาสตร์ก่อนใช้เสมอ

ขนาดการใช้

***ข้อมูลนี้ไม่ใช่คำแนะนำจากแพทย์โดยตรง ควรปรึกษาเภสัชกรหรือแพทย์ก่อนใช้เสมอ***

ปริมาณในการใช้เซนต์จอห์น เวิร์ตอาจแตกต่างกันไปในแต่ละบุคคล โดยขึ้นอยู่กับอายุ สุขภาพและปัจจัยอื่นๆ การใช้ยาสมุนไพรนั้นอาจไม่ได้มีความปลอดภัยเสมอ จึงควรปรึกษานักสมุนไพรศาสตร์หรือแพทย์ในเรื่องปริมาณที่เหมาะสม

ปกติแล้วควรใช้เซนต์จอห์น เวิร์ตในปริมาณเท่าใด

ขนาดของการใช้เซนต์จอห์น เวิร์ตดังต่อไปนี้ ได้ผ่านการวิจัยทางวิทยาศาสตร์แล้ว

สำหรับผู้ใหญ่ที่มีภาวะโรคซึมเศร้าระดับอ่อนและโรคภาวะผิดปกติทางอารมณ์

ขนาดปกติของเซนต์จอห์น เวิร์ต บรรจุในแคปซูล คือ ขนาด 300 มิลลิกรัม รับประทาน 3 เวลาพร้อมอาหาร และอาจต้องใช้เวลาประมาณ 3 – 6 สัปดาห์ เพื่อรู้สึกถึงผลลัพธ์

สำหรับรักษาแผล

ขี้ผึ้งประกอบด้วยสารสกัด เซนต์จอห์น เวิร์ตอยู่ 5% ทาลงบนผิวหนัง 3 เวลาทุกวัน ทาขี้ผึ้งภายใน 24 ชม. และใช้ต่อเนื่องไป 16 วัน

สำหรับเด็กอายุต่ำกว่า 18 ปี

ขนาดปกติของเซนต์จอห์น เวิร์ต 300 มิลลิกรัม 3 เวลาทุกวัน และใช้ต่อไปถึง 8 สัปดาห์ ปราศจากข้อเท็จจริงของคุณประโยชน์ที่ได้รับ

สำหรับเด็กที่มีภาวะโรคซึมเศร้าระดับอ่อนจนถึงระดับปานกลาง

รับประทานเซนต์จอห์น เวิร์ต 150-300 มิลลิกรัม 3 เวลาทุกวัน และต่อเนื่องถึง 8 สัปดาห์ในเด็กที่มีอายุระหว่าง 6-17 ปี

สมุนไพรดังกล่าวอาจอยู่ในรูปแบบใด

เซนต์จอห์น เวิร์ต อาจอยู่ในรูปแบบต่อไปนี้

  • แคปซูล
  • เม็ด
  • ยาทิงเจอร์
  • ชา
  • น้ำมันทาผิว
  • สมุนไพรชนิดแห้ง

Hello Health Group ไม่ได้ให้คำแนะนำทางการแพทย์ การวินิจฉัยโรค และการรักษาโรคแต่อย่างใด

Hello Health Group ไม่ได้ให้คำแนะนำด้านการแพทย์ การวินิจฉัยโรค หรือการรักษาโรคแต่อย่างใด

แหล่งที่มา

St. John’s wort. http://umm.edu/health/medical/altmed/herb/st-johns-wort. Accessed December 26, 2016.

St. John’s wort. http://www.mayoclinic.org/drugs-supplements/st-johns-wort/dosing/hrb-20060053. Accessed December 26, 2016.

St. John’s wort. https://www.drugs.com/cdi/st-john-s-wort.html. Accessed December 26, 2016.

รูปของผู้เขียน
ทบทวนบทความโดย ทีม Hello คุณหมอ
เขียนโดย Ploylada Prommate
แก้ไขล่าสุด 04/12/2017
x