home

What are your concerns?

close
Inaccurate
Hard to understand
Other

หรือ คัดลอกลิงก์

ใหม่

แอปเปิ้ล (Apple)

ข้อบ่งใช้ |ข้อควรระวังและคำเตือน|ผลข้างเคียง|ปฏิกิริยาต่อยา|ขนาดยา
แอปเปิ้ล (Apple)

แอปเปิ้ล (Apple) เป็นผลไม้ที่ได้รับความนิยมเป็นอย่างมาก ด้วยรสชาติที่หวานอร่อย แอปเปิ้ลถูกนำมาใช้ในการประกอบอาหารทั้งคาวและหวาน นอกจากนี้ ยังมีการใช้แอปเปิ้ลเป็นยาอีกด้วย ส่วนใหญ่แล้วมักจะใช้แอปเปิ้ลในการรักษาอาการมะเร็ง โรคอ้วน และโรคอื่น ๆ แต่ก็ยังไม่มีหลักฐานทางวิทยาศาสตร์ที่เพียงพอในการยืนยันข้อมูลนี้

ข้อบ่งใช้

แอปเปิ้ล ใช้สำหรับ

จากการวิจัยเบื้องต้นพบว่าการดื่มน้ำแอปเปิลทุก ๆ วัน เป็นระยะเวลานาน 4 สัปดาห์ มีส่วนช่วยในการลดอาการไข้ละอองฟาง อย่าง อาการจาม อาการบวมในจมูก เนื่องจากใน แอปเปิล นั้นมีสารเคมีที่เรียกว่า โพลีฟีนอล (Polyphenols) ซึ่งเป็นสารในกลุ่มสารประกอบฟีนอล ซึ่งมักพบได้ในผักและผลไม้ เป็นสารที่มีประโยชน์ต่อสุขภาพ เป็นสารต้านอนุมูลอิสระ และสารต้านมะเร็ง จากการวิจัยเบื้องต้นแสดงให้เห็นว่า การรับประทาน แอปเปิล วันละ 1 ผล หรือมากกว่านั้น มีความเกี่ยวข้องในการลดความเสี่ยงในการเป็นมะเร็งหลอดอาหาร มะเร็งกล่องเสียง และมะเร็งลำไส้และทวารหนักลงได้ นอกจากช่วยบรรเทาอาการไข้ละอองฟางแล้ว สารโพลีฟีนอลที่พบได้ใน แอปเปิล ยังมีส่วนช่วยลดระดับน้ำตาลในเลือด ซึ่งเป็นสาเหตุของโรคเบาหวาน

สารโพลีฟีนอล ยังมีส่วนช่วยยับยั้งการเจริญเติบโของแบคทีเรียในช่องปาก ซึ่งเป็นแบคทีเรียชนิดที่ก่อโรคในช่องปาก ทำให้เกิดอาการฟันผุ นอกจากนี้ สารโพลีฟีนอลยังลดปริมาณอาหารของแบคทีเรียที่ทำให้เกิดอาการฟันผุ ที่สำคัญยังมีส่วนช่วยในการเคลือบฟันให้แข็งแรงอีกด้วย

ที่สำคัญ แอปเปิล ยังมีส่วนช่วยในโรคอัลไซเมอร์อีกด้วย จากงานวิจัยแสดงให้เห็นว่า การดื่มน้ำแอปเปิ้ลมีส่วนช่วยเพิ่มอารมณ์ และพฤติกรรมในผู้ป่วยอัลไซเมอร์ โดยมีส่วนช่วยในการเพิ่มความจำและช่วยให้สุขภาพจิตของผู้ป่วยอัลไซเมอร์ดีขึ้นได้

นอกจากนี้ แอปเปิล ยังมีส่วนช่วยในการบรรเทาอาการท้องร่วง จากการวิจัยเบื้องต้นพบว่า การรับประทานผลิตภัณฑ์ที่มีส่วนผสมของสารเพกตินใน แอปเปิล และคาโมมายล์เยอรมันเป็นเวลา 1-3 วัน มีส่วนช่วยลดอาการท้องเสีย และช่วยทำให้อาการดีขึ้นได้ในเด็กที่มีอาการท้องเสีย แต่มีงานวิจัยบางชิ้นชี้ให้เห็นว่า การดื่มน้ำแอปเปิ้ลนั้น อาจทำให้เกิดอาการท้องเสียในทารกได้ นอกเหนือจากประโยชน์ที่กล่าวมาแล้ว แอปเปิล ยังมีประโยชน์อื่น ๆ อีกมากมาย ดังนี้

การทำงานของ แอปเปิล

ใน แอปเปิล มีสารที่เรียกว่า เพกติน (Pectin) ซึ่งเป็นสารที่มีส่วนช่วยในการรักษาอาการท้องเสียและอาการท้องผูก นอกจากนี้ ในแอปเปิ้ลยังมีสารเคมีบางชนิดที่มีส่วนช่วยในการฆ่าแบคทีเรีย ฆ่าเซลล์มะเร็ง ช่วยลดอาการบวมในร่างกาย ส่วนเปลือกของ แอปเปิล มีสารเคมีที่เรียกว่า “กรดยูโซลิก (Ursolic Acid)” ซึ่งเป็นกรดที่มีบทบาท หน้าที่ในการสร้างกล้ามเนื้อและช่วยในการเผาผลาญของร่างกาย

แต่อย่างไรก็ตาม หากต้องการใช้ แอปเปิล เพื่อเป็นยา หรือต้องการรู้ว่า แอปเปิล นั้นออกฤทธิ์ได้อย่างไร สามารถขอคำปรึกษาเพิ่มเติมจากแพทย์ ผู้เชี่ยวชาญด้านสมุนไพร

ข้อควรระวังและคำเตือน

ข้อควรรู้ก่อนใช้ แอปเปิ้ล

ควรปรึกษาแพทย์ เภสัชกร ผู้เชี่ยวชาญด้านสมุนไพร ในกรณีต่อไปนี้

  • กำลังตั้งครรภ์หรือให้นมบุตร เพราะในระหว่างที่กำลังตั้งครรภ์หรือให้นมบุตรนั้น ควรจะใช้ยาตามที่แพทย์แนะนำเท่านั้น
  • ใช้ยาชนิดอื่นอยู่ ซึ่งรวมถึงยาที่สามารถหาซื้อได้โดยไม่จำเป็นต้องมีคำสั่งแพทย์
  • แพ้ส่วนผสมของ แอปเปิล ยา หรือสมุนไพรชนิดอื่น
  • เจ็บป่วยด้วยโรคอื่น อาการผิดปรกติ โรคประจำตัว
  • มีอาการแพ้แบบอื่น เช่น แพ้อาหาร แพ้สีย้อมอาหาร แพ้สารกันบูด หรือแพ้สัตว์

แม้ข้อห้ามในการใช้ยาสมุนไพรนั้นจะมีความเข้มงวดน้อยกว่าการใช้ยาแผนปัจจุบัน แต่จำเป็นต้องศึกษาข้อมูลมากกว่านี้ เพื่อวินิจฉัยความปลอดภัย ก่อนที่จะเริ่มรับประทาน ต้องแน่ใจว่าได้ประโยชน์มากกว่าผลข้างเคียงที่ได้รับ โปรดปรึกษาผู้เชี่ยวชาญด้านสมุนไพรหรือแพทย์ หากต้องการข้อมูลเพิ่มเติม

ความปลอดภัยต่อการตั้งครรภ์หรือให้นมบุตร

สตรีตั้งครรภ์และให้นมบุตร แอปเปิล มีความปลอดภัย ในปริมาณที่รับประทานเป็นอาหาร แต่ยังไม่มีข้อมูลเพียงพอที่แสดงถึงความปลอดภัยหากใช้เป็นยารักษาโรคในปริมาณมาก

เด็ก สารเพคทินที่มีอยู่ใน แอปเปิล อาจจะมีความปลอดภัยหากใช้สำหรับรับประทาน ในช่วงสั้น ๆ

ผลข้างเคียง

ผลข้างเคียงของการใช้ แอปเปิ้ล

แอปเปิล อาจทำให้เกิดผลข้างเคียงต่าง ๆ ดังนี้

แพ้ผลแอปริคอทหรือพืชที่ใกล้เคียงกัน

แอปเปิล อาจจะทำให้เกิดอาการแพ้ ต่อผู้ที่มีอาการแพ้พืชในตระกูลโรซาเชีย ได้แก่ ผลแอปริคอท ลูกพลัม ลูกพีช ลูกแพร์ และสตรอว์เบอร์รี่ หากแพ้ผลไม้ดังกล่าว ควรตรวจเช็กสุขภาพก่อนรับประทาน แอปเปิล เพราะอาจเกิดอาการแพ้ได้

โรคเบาหวาน

ผลแอปเปิ้ล โดยเฉพาะอย่างยิ่งน้ำแอปเปิ้ล อาจทำให้ระดับน้ำตาลในเลือดสูงขึ้น ควรตรวจวัดระดับน้ำตาลในเลือดให้แน่ใจก่อนใช้ผลิตภัณฑ์ที่มี แอปเปิล เป็นส่วนผสมหากคุณเป็นโรคเบาหวาน

เมล็ดแอปเปิลมีสารไซยาไนด์

เมล็ดแอปเปิ้ล นั้นมีสารที่เรียกว่า “ไซยาไนด์” ซึ่งเป็นสารที่เป็นพิษ หากรับประทานเมล็ดแอปเปิลในปริมาณมาก อาจได้รับสารพิษจนถึงแก่ชีวิตได้ สารไซยาไนด์ (Cyanide) จะเข้าสู่ลำไส้เมื่อเมล็ดถูกย่อย ดังนั้น อาจใช้เวลาหลายชั่วโมงกว่าจะเกิดอาการ

อย่างไรก็ตาม ผลข้างเคียงที่กล่าวมาข้างต้น อาจไม่ได้เกิดกับทุกคน หรือบางคนอาจมีผลข้างเคียงอื่นนอกเหนือจากนี้ หากคุณมีข้อสงสัยใด ๆ เกี่ยวกับผลข้างเคียง โปรดปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกร

ปฏิกิริยาต่อยา

ปฏิกิริยากับยาอื่น

แอปเปิล อาจทำปฏิกิริยากับยาอื่นที่คุณกำลังใช้อยู่ และอาจส่งผลต่อการออกฤทธิ์ของยา หรือเพิ่มความเสี่ยงในการเกิดผลข้างเคียงรุนแรง เพื่อป้องกันปัญหาที่อาจจะเกิดขึ้น คุณควรแจ้งแพทย์หรือเภสัชกรด้วยว่า คุณกำลังใช้ยาอะไรอยู่บ้าง ไม่ว่าจะเป็นยาตามใบสั่งแพทย์ ยาที่ซื้อได้เอง สมุนไพร

น้ำแอปเปิ้ล สามารถลดปริมาณตัวยาแก้แพ้ที่ร่างกายดูดซึมได้ ดังนั้น อาจทำให้ประสิทธิภาพยาแก้แพ้ลดน้อยลง

เพื่อความปลอดภัย คุณไม่ควรเริ่ม หยุด หรือเปลี่ยนขนาดยาเองโดยไม่ได้รับความเห็นชอบจากแพทย์

ขนาดยา

ข้อมูลในที่นี้ไม่มีเจตนาให้ใช้ทดแทนคำแนะนำทางการแพทย์ ควรปรึกษากับแพทย์หรือเภสัชกรทุกครั้งเพื่อรับทราบข้อมูลเพิ่มเติม

ขนาดการใช้แอปเปิ้ล

ปริมาณในการใช้อาจแตกต่างกันไปในแต่ละบุคคล ขึ้นอยู่กับอายุ สุขภาพ และปัจจัยอื่น ๆ การใช้ แอปเปิล ในรูปแบบอาหารเสริมอาจไม่ได้มีความปลอดภัยเสมอ จึงควรปรึกษาเรื่องปริมาณที่เหมาะสม และวิธีการใช้งานอย่างปลอดภัยจากแพทย์หรือเภสัชกรเสมอ

รูปแบบของแอปเปิ้ล

แอปเปิล อาจมีจำหน่ายในรูปแบบต่อไปนี้

  • ผลแอปเปิ้ลสด
  • อาหารเสริมแอปเปิ้ลไซเดอร์ เวนิการ์
  • อาหารเสริมแอปเปิล เพคติน
  • ชาแอปเปิ้ล
  • น้ำแอปเปิ้ล

Hello Health Group ไม่ได้ให้คำแนะนำด้านการแพทย์ การวินิจฉัยโรค หรือการรักษาโรคแต่อย่างใด

แหล่งที่มา
รูปของผู้เขียนbadge
เขียนโดย ชลธิชา จันทร์วิบูลย์ แก้ไขล่าสุด 01/04/2021
ตรวจสอบความถูกต้องของข้อมูลโดย ทีม Hello คุณหมอ