ความเครียดจากการตกงาน เมื่อโรคระบาด นำพามาซึ่งความซึมเศร้า

    ความเครียดจากการตกงาน เมื่อโรคระบาด นำพามาซึ่งความซึมเศร้า

    ในช่วงที่ยังเกิดวิกฤตเศรษฐกิจซบเซา เนื่องจากปัญหาโรคระบาด อย่างในปัจจุบันนี้ การตกงาน ก็อาจจะเป็นปัญหาที่ยากจะเลี่ยงได้ แต่การตกงานนั้นนอกจากจะทำให้เราต้องเผชิญกับปัญหาทางด้านการเงินแล้ว ยังอาจนำมาซึ่งปัญหาสุขภาพจิต เพราะความเครียดที่รุมเร้าได้อีกด้วย Hello คุณหมอ เลยอยากจะมาแนะนำ แนวทางในการรับมือกับ ความเครียดจากการตกงาน ที่ดีต่อสุขภาพจิตของคุณกันค่ะ

    การตกงาน ส่งผลอย่างไรต่อสุขภาพจิต

    การตกงานนั้นจัดได้ว่าเป็นหนึ่งในปัญหาใหญ่ ในชีวิตหลายๆ คน เพราะส่งผลโดยตรงกับปัญหาเรื่องปากท้อง ที่มีความเสี่ยงอย่างมากที่จะนำไปสู่ปัญหาโรคซึมเศร้า วิตกกังวล การใช้ความรุนแรง และการฆ่าตัวตายได้ และจากสถิติพบว่า ผู้ที่ตกงานนั้นมีโอกาสสูงที่จะเกิดปัญหาสุขภาพจิตต่างๆ มากกว่าผู้ที่กำลังมีงานที่มั่นคงอีกด้วย

    เหตุผลที่ว่าทำไมความเครียดจากการตกงานนั้นจึงผลอย่างรุนแรงต่อสุขภาพจิต มีดังนี้

    ความยากลำบากในการหาซื้อสิ่งที่จำเป็นต่อการดำเนินชีวิต การที่เราจะใช้ชีวิตได้นั้นจำเป็นต้องใช้เงิน ไม่ว่าจะเป็นการซื้ออาหาร เครื่องนุ่มห่ม ยารักษาโรค หรือที่อยู่อาศัย ผู้ที่ตกงานจะต้องพยายามขวนขวายเพื่อจะได้เติมเต็มความจำเป็นเหล่านั้น ทำให้เกิดความเครียด และส่งผลให้สุขภาพจิตเสียได้

    มีปฏิสัมพันธ์กับผู้อื่นน้อยลง ผู้ที่ตกงานมักจะมีความอาย และพยายามหลีกเลี่ยงที่จะติดต่อพบหากับเพื่อนหรือคนรู้จัก หรือไม่มีโอกาสได้พบเจอกับคนอื่นมากเท่ากับตอนทำงาน ทำให้เกิดความรู้สึกเปล่าเปลี่ยว หดหู่ และอารมณ์ไม่ดีได้มากขึ้น

    ไม่มีเป้าหมายในชีวิต การทำงานนั้นเป็นหนทางหนึ่งที่จะทำให้เรามีเป้าหมายในชีวิต มีจุดมุ่งหมายที่เห็นได้ชัดขึ้นว่าสิ่งที่ควรทำในแต่ละวันคืออะไร การตกงานจะทำให้คุณสูญเสียเป้าหมายนั้น และอาจทำให้หลายคนรู้สึกขาดความหมายในการมีชีวิต และทำให้จิตตก และสุขภาพจิตเสียได้

    รับมือกับความเครียดได้ไม่ดี บางคนอาจจะรับมือกับความเครียดจากการตกงานได้อย่างไม่เหมาะสม คือแทนที่จะพยายามหางาน หารายได้ ลดรายจ่าย หรือหาวิธีที่จะให้ตัวเองหลุดพ้นจากภาวะว่างงานนั้น แต่อาจจะหันไปหาเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ และการใช้ความรุนแรงแทน กลายเป็นการเสียทั้งสุขภาพกายและสุขภาพจิตแทน

    หนทางในการรับมือกับ ความเครียดจากการตกงาน

    เรามีวิธีดีๆ ที่จะรับมือกับความเครียดจากการตกงาน ไม่ให้กลายเป็นปัญหาต่อสุขภาพจิตได้ ดังนี้

    ยอมรับความรู้สึกของตัวเอง

    ความรู้สึกเศร้าเสียใจนั้นเป็นเรื่องปกติ ไม่ว่าใครหากต้องสูญเสียงานอย่างกะทันหัน ล้วนแล้วแต่ก็ต้องรู้สึกเคว้งคว้าง ไร้หนทาง ทำอะไรไม่ถูก และเสียใจกันทั้งนั้น การที่เราจะสามารถรับมือกับความรู้สึกเศร้าที่เกิดขึ้นได้อย่างเหมาะสม ก่อนอื่นเราต้องสามารถยอมกับความรู้สึกเศร้าเสียใจเหล่านี้ให้ได้ก่อน เราจึงจะสามารถเผชิญหน้ากับความเครียดและความเศร้าเหล่านี้ได้อย่างถูกต้อง

    ตั้งสติ

    ความเครียดและความกังวลจากการตกงาน อาจส่งผลกระทบต่อการตัดสินใจของเรา ทำให้เรามีโอกาสเลือกเดินในเส้นทางที่ผิดได้มากขึ้น ดังนั้นเราจึงควรตั้งสติให้ดี และมองให้รอบด้าน ก่อนที่จะลงมือตัดสินใจหรือกระทำการใดๆ

    หาความช่วยเหลือ

    ในกรณีที่คับขัน คุณไม่ควรจะรู้สึกอายที่จะมองหาความช่วยเหลือจากคนรอบข้าง ทั้งครอบครัว หรือเพื่อนฝูง ให้ช่วยเหลือเกี่ยวกับเรื่องที่จำเป็น เช่น อาหาร ยารักษาโรค หรือที่พักอาศัยชั่วคราว แต่ก็ไม่ควรที่จะพึ่งพาพวกเขามากเกินไปจนกลายเป็นภาระให้กับอีกฝ่าย เพราะอย่าลืมว่าพวกเขาก็อาจจะได้รับผลกระทบจากภาวะเศรษฐกิจแบบนี้ด้วยเช่นกัน

    หาทางแก้ไขปัญหา

    มองหาหนทางที่จะช่วยแก้ไขสถานการณ์ที่คุณกำลังเผชิญอยู่ในปัจจุบัน เช่น มองหางานใหม่ หารายได้เสริม หรือพยายามเพิ่มทักษะของตัวเอง ที่จะสามารถช่วยจุนเจือให้คุณสามารถใช้ชีวิตอยู่ต่อไป แม้ว่างานนั้นอาจจะไม่มีให้เลือกมากนัก แต่อย่างน้อยก็ยังทำให้ชีวิตของคุณสามารถก้าวต่อไปได้

    Hello Health Group ไม่ได้ให้คำแนะนำด้านการแพทย์ การวินิจฉัยโรค หรือการรักษาโรคแต่อย่างใด

    แหล่งที่มา

    How to Cope If You’ve Lost Your Job Amidst The Coronavirus Pandemic https://www.verywellmind.com/coronavirus-job-loss-4802632

    Job Loss and Unemployment Stress https://www.helpguide.org/articles/stress/job-loss-and-unemployment-stress.htm

    COVID-19 pandemic: Coping with effects of unemployment https://www.mayoclinic.org/diseases-conditions/coronavirus/in-depth/coping-with-unemployment/art-20485976

    Depression After a Job Loss: Statistics and How to Cope https://www.healthline.com/health/depression/job-loss

    รูปของผู้เขียนbadge
    เขียนโดย พลอย วงษ์วิไล แก้ไขล่าสุด 01/10/2020
    ตรวจสอบความถูกต้องของข้อมูลโดย ทีม Hello คุณหมอ