home

เราจะปรับปรุงให้ดีขึ้นได้อย่างไร

close
chevron
บทความนี้อาจมีข้อมูลเท็จหรือไม่ถูกต้องแม่นยำ
chevron

โปรดแจ้งให้ทราบหากข้อมูลไม่ถูกต้อง

wanring-icon
คุณไม่จำเป็นต้องกรอกรายละเอียดนี้หากคุณไม่สะดวกใจ โปรดส่งความคิดเห็นของคุณที่ด้านล่างนี้เพื่อรับชมเว็บไซต์ต่อ
chevron
บทความนี้อาจมีข้อมูลไม่เพียงพอ
chevron

โปรดแจ้งให้ทราบหากข้อมูลไม่ครบถ้วน

wanring-icon
คุณไม่จำเป็นต้องกรอกรายละเอียดนี้หากคุณไม่สะดวกใจ โปรดส่งความคิดเห็นของคุณที่ด้านล่างนี้เพื่อรับชมเว็บไซต์ต่อ
chevron
ฉันมีข้อสงสัย
chevron

แม้ว่าเราอาจไม่ได้ให้คำแนะนำด้านการแพทย์ การวินิจฉัยโรค หรือการรักษาโรค แต่เราก็พร้อมรับฟังความคิดเห็นของท่าน โปรดแสดงความคิดเห็นในกล่องข้อความด้านล่าง

wanring-icon
หากคุณกำลังมีภาวะฉุกเฉินทางการแพทย์ โปรดแจ้งสายด่วน 1669 หรือติดต่อโรงพยาบาลที่อยู่ใกล้พื้นที่ของคุณในทันที

หรือ คัดลอกลิงก์

ใครชอบทาลิปมันมาทางนี้! เช็กสิ คุณเข้าขั้น เสพติดลิปมัน หรือเปล่า

ใครชอบทาลิปมันมาทางนี้! เช็กสิ คุณเข้าขั้น เสพติดลิปมัน หรือเปล่า

ไหนลองเช็กสิ คุณมีลิปมัน ลิปบาล์ม หรือลิปบำรุงริมฝีปากในครอบครองทั้งหมดกี่แท่ง แล้วคุณทาลิปมันแทบจะตลอดเวลา… หิวก็ทา เครียดก็ทาหรือเปล่า แล้วคุณซื้อลิปมันบ่อยมากจนเพื่อนทักเลยใช่ไหม หากใครพยักหน้าหรือตอบว่าใช่ คุณอาจเข้าขั้น เสพติดลิปมัน แล้วก็ได้นะ ว่าแต่แค่ไหนถึงเรียกว่าเสพติดลิปมัน แล้วจะป้องกันหรือแก้ไขได้อย่างไรบ้าง เรามีคำตอบมาให้แล้ว และไม่ใช่แค่นั้น เพราะเรายังมีเคล็ดลับดี ๆ ในการเลือกซื้อลิปมันให้ดีต่อริมฝีปากมาฝากคุณด้วย

ชอบทาลิปมัน กับเสพติดลิปมันต่างกันยังไง

เวลาคุณแสดงพฤติกรรมอะไรบ่อย ๆ คุณก็จะติดเป็น “นิสัย” คือ ร่างกายจะแสดงพฤติกรรมเหล่านั้นออกมาเองตามสัญชาตญาณ โดยที่คุณไม่รู้ตัวด้วยซ้ำ ซึ่งพฤติกรรมการทาลิปมันก็เป็นอย่างนั้นเช่นกัน เมื่อคุณทาลิปมันบ่อย นาน ๆ ไปคุณก็จะหยิบลิปมันมาทาจนเป็นนิสัย หรือ “ชอบทาลิปมัน” ไปโดยปริยาย

แต่ “การเสพติด” นั้น ถือเป็นโรคเรื้อรังที่เกี่ยวข้องกับการทำงานของสมอง ส่งผลให้คุณรู้สึกอยากหรือกระหายสสารใดสสารหนึ่งอย่างรุนแรง หรืออยากแสดงพฤติกรรมบางอย่างอย่างหนัก ที่เราได้ยินกันบ่อย ๆ ก็เช่น การเสพติดยา หรือที่มักเรียกว่า การติดยาเสพติดนั่นเอง

ผู้เชี่ยวชาญเผยว่า การเสพติดนั้นสามารถเกิดขึ้นได้กับทุกอย่าง นิสัยหรือความชอบ หากกลายมาเป็นข้อบังคับหรือสิ่งที่ต้องทำอย่างเลี่ยงไม่ได้ ก็ถือเป็นการเสพติดเช่นกัน ฉะนั้น ความชอบทาลิปมันของคุณ วันหนึ่งก็อาจกลายเป็นการเสพติดลิปมันได้เช่นกัน และเมื่อคุณเสพติดอะไรบางอย่าง ก็มักจะทำให้เกิดผลเสียตามมา อย่างในกรณีของลิปมัน เมื่อคุณเข้าขั้นเสพติด ก็อาจทำให้คุณวุ่นวายอยู่แต่กับการทาลิปมันจนไม่มีแก่ใจจะทำอย่างอื่น หรือทาลิปมันมากไปจนทำร้ายริมฝีปากได้ด้วย

สัญญาณว่าคุณ เสพติดลิปมัน เข้าแล้ว

หากคุณอยากรู้ว่าตัวเองเสพติดลิปมันไหม ก็ลองเช็กดูตามลิสต์ข้างล่างนี้ได้เลย

  • คุณทาลิปมันบ่อยมาก
  • พกลิปมันติดตัวไปด้วยทุกที่
  • มองไปทางไหนก็เห็นแต่ลิปมัน ในรถ ในห้องนอน ในห้องน้ำ ในกระเป๋าเป้หรือกระเป๋าถือ จะต้องเจอลิปมันอย่างน้อย 1 แท่ง
  • เสียเงินไปกับลิปมันเยอะมาก
  • คนในครอบครัวหรือเพื่อนมักจะแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับการใช้ลิปมันของคุณ เช่น มักจะบอกว่าคุณทาลิปมัน หรือซื้อลิปมันบ่อยเกินไป
  • หากไม่ได้ทาลิปมัน ก็จะพะวงแต่เรื่องนี้ จนไม่มีสมาธิในการทำกิจกรรมอื่น ๆ
  • เวลาจะออกไปไหน ถ้าลืมพกลิปมันไปด้วย จะต้องกลับไปเอาลิปมันทันที แม้จะทำให้ไปถึงที่หมายสายก็ตาม

ไม่อยากเสพติดลิปมันควรทำยังไงดี

สำหรับคนที่ชอบทาลิปมันแต่ไม่อยากเข้าขั้น เสพติดลิปมัน หรือคนที่เสพติดการทาลิปมันไปแล้ว เรามีวิธีเลิกติดลิปมันมาฝาก ตามขั้นตอนดังต่อไปนี้

มองหาสิ่งกระตุ้นที่ทำให้คุณอยากทาลิปมัน

เช่น คุณชอบทาลิปมันเวลาเครียด ๆ หรือเปล่า หรือเวลาเห็นคนอื่นทาลิปมันแล้วคุณก็ต้องทาบ้าง เพราะหากลองสังเกตดี ๆ คุณอาจพบว่า จริง ๆ แล้วที่คุณหยิบลิปมันขึ้นมาทานั้น ไม่ใช่เพราะรู้สึกว่าตัวเองปากแห้ง แต่เป็นเพราะปัจจัยกระตุ้นเหล่านั้นมากกว่า

รับมือกับสิ่งกระตุ้นด้วยวิธีการอื่น

ในเมื่อคุณรู้ว่าสิ่งที่กระตุ้นให้คุณทาลิปมันคืออะไร คุณก็ต้องหาวิธีรับมือกับสิ่งกระตุ้นนั้น ๆ ด้วยวิธีการอื่นที่ไม่ใช่การทาลิปมัน เช่น หากคุณรู้ว่าตัวเองชอบทาลิปมันเวลาเครียด ก็อย่าวางลิปมันไว้บนโต๊ะทำงาน เวลาเครียด แทนที่คุณจะคว้าลิปมันมาทาแก้เครียด คุณจะได้หันไปทำกิจกรรมคลายเครียดอย่างอื่นแทน เช่น เดินเล่นสักพัก ยืดเส้นยืดสาย

วิธีเลือกซื้อลิปมัน ให้ดีต่อริมฝีปาก

  • พยายามไม่ใช้ลิปมันที่แต่งสี แต่งกลิ่น หรือแต่งรส เพราะสารเคมีที่ใช้ในการแต่งสี แต่งกลิ่น และแต่งรสอาจทำให้ผิวหนังของคุณระคายเคือง หรือทำให้เกิดอาการแพ้ได้ นอกจากนี้ สารเคมียังอาจทำให้ผิวบริเวณริมฝีปากสูญเสียความชุ่มชื้นและแห้ง ลอก แตกมากกว่าเดิมได้
  • เลือกลิปมันที่มีค่าเอสพีเอฟ (SPF) อย่างน้อย 30 จะได้ช่วยปกป้องริมฝีปากของคุณจากแสงแดดและรังสียูวีที่เป็นตัวการทำให้ริมฝีปากสูญเสียน้ำและเหี่ยวย่น
  • หลีกเลี่ยงส่วนประกอบประเภทฟีนอล (Phenol) เมนทอล (Menthol) และกรดซาลิไซลิก (Salicylic acid) เพราะจะทำให้ริมฝีปากของคุณแห้งกว่าเดิม พอยิ่งรู้สึกว่าปากแห้ง คุณก็จะยิ่งทาลิปมันบ่อย หรืออาจเข้าขั้น เสพติดลิปมัน ได้ในที่สุด นอกจากนี้ ส่วนประกอบดังกล่าวยังอาจทำให้คุณรู้สึกชาปากหลังทาลิปมัน ทำให้ริมฝีปากระคายเคือง หรือทำให้ผิวหนังชั้นนอกสุดของริมฝีปากแห้งจนลอกได้ด้วย

Hello Health Group ไม่ได้ให้คำแนะนำทางการแพทย์ การวินิจฉัยโรคหรือการรักษาโรคแต่อย่างใด

Hello Health Group ไม่ได้ให้คำแนะนำด้านการแพทย์ การวินิจฉัยโรค หรือการรักษาโรคแต่อย่างใด

แหล่งที่มา

7 Signs Your Lip Balm Use Is Just a Bad Habit. https://health.clevelandclinic.org/7-signs-your-lip-balm-use-is-just-a-bad-habit/. Accessed May 22, 2020

Too Attached to Your ChapStick?. https://www.healthline.com/health/chapstick-addiction#conspiracy. Accessed May 22, 2020

The Truth About Why You’re Addicted to Your Lip Balm. https://www.epiphanydermatology.com/blog/lip-balm-addiction/. Accessed May 22, 2020

รูปของผู้เขียน
ทบทวนบทความโดย ทีม Hello คุณหมอ
เขียนโดย เนตรนภา ปะวะคัง
แก้ไขล่าสุด 04/06/2020
x