home

เราจะปรับปรุงให้ดีขึ้นได้อย่างไร

close
chevron
บทความนี้อาจมีข้อมูลเท็จหรือไม่ถูกต้องแม่นยำ
chevron

โปรดแจ้งให้ทราบหากข้อมูลไม่ถูกต้อง

wanring-icon
คุณไม่จำเป็นต้องกรอกรายละเอียดนี้หากคุณไม่สะดวกใจ โปรดส่งความคิดเห็นของคุณที่ด้านล่างนี้เพื่อรับชมเว็บไซต์ต่อ
chevron
บทความนี้อาจมีข้อมูลไม่เพียงพอ
chevron

โปรดแจ้งให้ทราบหากข้อมูลไม่ครบถ้วน

wanring-icon
คุณไม่จำเป็นต้องกรอกรายละเอียดนี้หากคุณไม่สะดวกใจ โปรดส่งความคิดเห็นของคุณที่ด้านล่างนี้เพื่อรับชมเว็บไซต์ต่อ
chevron
ฉันมีข้อสงสัย
chevron

แม้ว่าเราอาจไม่ได้ให้คำแนะนำด้านการแพทย์ การวินิจฉัยโรค หรือการรักษาโรค แต่เราก็พร้อมรับฟังความคิดเห็นของท่าน โปรดแสดงความคิดเห็นในกล่องข้อความด้านล่าง

wanring-icon
หากคุณกำลังมีภาวะฉุกเฉินทางการแพทย์ โปรดแจ้งสายด่วน 1669 หรือติดต่อโรงพยาบาลที่อยู่ใกล้พื้นที่ของคุณในทันที

หรือ คัดลอกลิงก์

โนโมโฟเบีย (Nomophobia) โรคยอดฮิตของคนติดมือถือ

โนโมโฟเบีย (Nomophobia) โรคยอดฮิตของคนติดมือถือ

ปัจจุบันดูเหมือนโทรศัพท์กลายเป็นอีกหนึ่งปัจจัยที่ทุกคนต้องมี และเนื่องจากทุกอย่างสามารถทำได้ในโทรศัพท์ จึงทำให้หลายๆ คนเกิดอาการติดโทรศัพท์ บางคนถึงขั้นเกิดอาการหงุดหงิด หรือวิตกกังวลเมื่อขาดโทรศัทพ์ไป บางคนถึงขั้นกลายเป็น โนโมโฟเบีย (Nomophobia)แต่เจ้าโรคนี้มีอาการอย่างไร? ตอนนี้คุณกำลังเป็นโรคนี้อยู่หรือเปล่า ลองไปติดตามบทความนี้ของทาง Hello คุณหมอดูดีกว่า

โนโมโฟเบีย (Nomophobia) คืออะไร?

สำหรับคำว่าโนโมโฟเบีย (Nomophobia) มาจากคำศัพท์เต็มๆ ที่ว่า “no mobile phone phobia” ซึ่งเป็นคนที่ใช้อธิบายาการของผู้ที่มีอาการทุกข์เมื่อต้องเผชิญหน้ากับความกลัวที่จะต้องไม่มีโทรศัพท์มือถือ สัญญาณโทรศัพท์ รวมถึงการเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ต ซึ่งอาการที่เกิดขึ้นนั้นสามารถทำให้ส่งผลกระทบต่อชีวิตประจำวัน งาน รวมถึงความสันพันธ์ต่างๆ ได้

ผลการศึกษาหลายชิ้นชี้ว่าโรคกลัวนี้กำลังแพร่หลายมากขึ้น จากข้อมูลการวิจัยที่เชื่อถือได้ของปี 2019 พบว่าเกือบร้อยละ 53 ของคนอังกฤษที่เป็นเจ้าของโทรศัพท์ตั้งแต่ปี 2008 จะใความรู้สึกกังวลเมื่อโทรศัพท์ของพวกเขาแบตเตอรี่หมด หรือไม่มีสัญญาณโทรศัพท์

ผู้ที่เป็นโนโมโฟเบีย อาจจะหลีกเลี่ยงการเดินทางไปยังพื้นที่ที่มีสัญญาณโทรศัพท์ที่ไม่ดี เหตุผลก็เพราะ หากไปในที่ที่สัญญาณโทรศัพท์ไม่ค่อยดีอาจทำให้เขาถูกตัดจากการเชื่อมต่อ หรือบางคนอาจจะพลาดการเดินทางไปยังสถานที่บางแห่ง เพราะสถานที่แห่งนั้นเป็นสถานที่ที่ไม่มีที่ให้ชาร์ตแบตเตอรี่โทรศัพท์ นอกจากนั้นแล้วบางคนยังอาจจะชอบตื่นมากลางดึกหลายๆ ครั้ง เพื่อตรวจสอบว่าพวกเขายังมีการเชื่อมต่ออยู่หรือไม่ รวมถึงตรวจสอบการอัพเดตบนโซเชียลของตนเอง จนทำให้เกิดการนอนไม่หลับ ซึ่งอาจส่งผลร้ายตามมาก็เป็นได้

อาการที่บ่งบอกว่ากำลังเป็นโนโมโฟเบีย

หลังจากทำความรู้จักกับโนโมโฟเบียกันไปแล้ว คราวนี้ลองมาดูอาการที่อาจจะบ่งบอกได้ว่าคุณกำลังเป็นโนโมโฟเบียอยู่หรือไม่ โดยอาการนั้นจะบางออกเป็นอาการทางอารมณ์ และอาการทางกายภาพ ดังนี้

อาการทางอารมณ์

  • กังวลหรือตื่นตระหนก เมื่อคิดว่าจะไม่มีโทรศัพท์ใช้ หรือโทรศัพท์อาจใช้งานไม่ได้
  • กังวลหรือรู้สึกปั่นป่วน หากต้องวางโทรศัพท์ลง หรือรู้ว่าจะไม่สามารถใช้งานโทรศัพท์ได้ในชั่วขณะหนึ่ง
  • วิตกกังวลหรือตื่นตระหนก หากหาโทรศัพท์ไม่พบ
  • เกิดความเครียด หรือวิตกกังวล เมื่อไม่สามารถตรวจสอบโทรศัพท์ได้

อาการทางกายภาย

  • แน่นหน้าอก
  • การหายใจผิดปกติ
  • ตัวสั่น
  • เหงื่อออกมากขึ้น
  • รู้สึกหน้ามืด ตาลาย หรืองุนงง
  • การเต้นของหัวใจเร็วขึ้น

เมื่อเป็นโนโมโฟเบียควรรักษาอย่างไร

สำหรับวิธีการรักษาที่ดีที่สุดเมื่อเป็นโนโมโฟเบียก็คือ การเอาชนะความกลัวที่เกิดขึ้น ซึ่งถือว่าเป็นเรื่องที่ท้าทายเป็นอย่างมากของผู้ที่เป็นโนโมโฟเบีย การพัมนาหรือฝึกฝนการเผชิญหน้ากับปัญหาด้วยตัวเองก็ถือเป็นเรื่องที่สำคัญ นอกจากนั้นแล้วการเล่นโยคะ การสร้างภาพเชิงบวก การทำสมาธิ ฟังเพลง หรือการเข้าร่วมการบำบัดกับกลุ่มบำบัด ก็ถือเป็นเรื่องที่ดี เนื่องจากช่วยบรรเทาความกลัวจากการไม่มีโทรศัพท์ได้ แต่หากมีอาการวิตกกังวลอย่างหนักร่วมด้วย อาจจะต้องมีการเข้าปรึกษากับผู้เชียวชาญ รวมถึงอาจจะต้องมีการใช้ยาคลายความวิตกกังวลร่วมด้วย

Hello Health Group ไม่ได้ให้คำแนะนำด้านการแพทย์ การวินิจฉัยโรค หรือการรักษาโรคแต่อย่างใด

แหล่งที่มา

Afraid of Losing Your Phone? There’s a Name for That: Nomophobia. https://www.healthline.com/health/anxiety/nomophobia. Accessed December 18, 2019

Fear of Being Without a Mobile Phone Phobia – Nomophobia. https://www.fearof.net/fear-of-being-without-a-mobile-phone-phobia-nomophobia/. Accessed December 18, 2019

What is nomophobia, and how can it be coped with?. https://ehorus.com/nomophobia/. Accessed December 18, 2019

รูปของผู้เขียน
ทบทวนบทความโดย ทีม Hello คุณหมอ
เขียนโดย สิฏฐิณิศา รัชตวโรทัย
แก้ไขล่าสุด 12/12/2019
x