home

เราจะปรับปรุงให้ดีขึ้นได้อย่างไร

close
chevron
บทความนี้อาจมีข้อมูลเท็จหรือไม่ถูกต้องแม่นยำ
chevron

โปรดแจ้งให้ทราบหากข้อมูลไม่ถูกต้อง

wanring-icon
คุณไม่จำเป็นต้องกรอกรายละเอียดนี้หากคุณไม่สะดวกใจ โปรดส่งความคิดเห็นของคุณที่ด้านล่างนี้เพื่อรับชมเว็บไซต์ต่อ
chevron
บทความนี้อาจมีข้อมูลไม่เพียงพอ
chevron

โปรดแจ้งให้ทราบหากข้อมูลไม่ครบถ้วน

wanring-icon
คุณไม่จำเป็นต้องกรอกรายละเอียดนี้หากคุณไม่สะดวกใจ โปรดส่งความคิดเห็นของคุณที่ด้านล่างนี้เพื่อรับชมเว็บไซต์ต่อ
chevron
ฉันมีข้อสงสัย
chevron

แม้ว่าเราอาจไม่ได้ให้คำแนะนำด้านการแพทย์ การวินิจฉัยโรค หรือการรักษาโรค แต่เราก็พร้อมรับฟังความคิดเห็นของท่าน โปรดแสดงความคิดเห็นในกล่องข้อความด้านล่าง

wanring-icon
หากคุณเกิดภาวะฉุกเฉินทางการแพทย์ โปรดแจ้งสายด่วน 1669 หรือติดต่อโรงพยาบาลที่อยู่ใกล้พื้นที่ของคุณในทันที

หรือ คัดลอกลิงก์

ใหม่

ความสัมพันธ์แบบโกสติง (Ghosting Relationship) คุยอยู่ดีๆ ก็หายไปเฉยเลย

ความสัมพันธ์แบบโกสติง (Ghosting Relationship) คุยอยู่ดีๆ ก็หายไปเฉยเลย

บอกขอเวลาแต่งตัว 5 นาที ผ่านไป 1 ปี เธอยังแต่งตัวไม่เสร็จอีกเหรอ? ความสัมพันธ์ของคุณและเขากำลังไปได้สวย คุยอะไรกันก็ถูกคอ ลื่นไหลไปหมด เขาเองก็ไม่มีท่าทีและวี่แววว่าจะไม่ชอบอะไร แต่แล้วอยู่ๆ หลังจากบอกว่าขอเวลาทำธุระ เขาก็หายไปเลย ไม่เคยตอบแชตกลับมาอีก คุยกันอยู่ ๆ ก็หายไปเฉย ๆ หรือคุณกำลังตกอยู่ใน ความสัมพันธ์แบบโกสติง (Ghosting Relationship) หากใครที่อ่านมาถึงตรงนี้แล้วเกิดความสงสัยว่าความสัมพันธ์แบบนี้คืออะไร Hello คุณหมอ ได้เรียบเรียงมาให้อ่านแล้วค่ะ

ความสัมพันธ์แบบโกสติง คืออะไร

ความสัมพันธ์ แบบโกสติง (Ghosting Relationship) เกิดขึ้นเมื่อ ใครสักคนที่อยู่ ๆ ก็หายไปจากความสัมพันธ์ โดยไม่บอกไม่กล่าวอย่างกะทันหัน ไม่แม้แต่จะโทรหรือแม้กระทั่งส่งข้อความมาก่อนสักนิด ไม่ว่าคุณจะพยายามโทรกลับไปหาเขา หรือกระหน่ำส่งข้อความไปถามถึงสาเหตุการจากไปมากเท่าไร คำตอบที่ได้กลับมาก็มีเพียง ความเงียบ ไร้การตอบกลับจากเขา ความสัมพันธ์นี้จึงถูกเรียกว่า Ghost ที่แปลว่า ผี เพราะใครบางคนนั้นหายไปในอากาศราวกับว่าเป็นผีนั่นเอง จากผลการศึกษาเรื่องนี้พบว่า มีคนประมาณร้อยละ 25 เคยตกอยู่ในความสัมพันธ์แบบโกสติง

สาเหตุที่ทำให้คนมี ความสัมพันธ์แบบโกสติง

มีสาเหตุมากมายที่พวกเขาใช้เป็นเหตุผลในการหายไปแบบไม่บอกกล่าว ด้วยความซับซ้อนของความสัมพันธ์ที่แตกต่างกันออกไปในแต่ละคน นี่เป็นสาเหตุที่ทำให้เกิดความสัมพันธ์แบบโกสติง

ความกลัว

ความกลัวเป็นหนึ่งในเหตุผลที่พวกเขาเลือกที่จะหายไปอย่างไร้ร่องรอย เพราะว่ากลัวในความสัมพันธ์ ไม่ว่าจะเป็นการกลัวที่จะทำความรู้จักกับคนใหม่ ๆ กลัวการบอกเลิก หรือกลัวการเลิกรา ทำให้พวกเขาตัดสินใจยุติความสัมพันธ์และหายไปอย่างเงียบๆ

หลีกเลี่ยงความขัดแย้ง

บางครั้งความสัมพันธ์ที่กำลังเกิดขึ้นนั้น อาจกำลังส่งผลต่อจิตใจ สุขภาพร่างกาย ทำให้เขาเกิดความรู้สึกไม่สบายใจที่จะต้องเผชิญหน้ากับความสัมพันธ์นี้ต่อ และเขาเองก็ไม่ชอบที่จะต้องเผชิญหน้ากับความขัดแย้ง หรือไม่ชอบปฏิกิริยาที่จะต้องเกิดขึ้นระหว่างที่เลิกรากัน ทำให้เลือกที่จะหายไปโดยไม่บอกแทน

เป็นวิธีการตัดสัมพันธ์ที่ง่าย

ปัจจุบันมีแอปพลิเคชั่นหาคู่และแอปพลิเคชั่นที่ง่ายต่อการติดต่อสื่อสาร ทำให้เราสามารถพบกับความสัมพันธ์ใหม่ ๆ ได้ง่ายขึ้น คุณและเขาอาจจะอยู่ในขั้นตอนการทดลองคุย โดยที่เราเองก็ยังไม่เคยเจอเพื่อน หรือสังคมของเขา เมื่อเขาคิดว่าไม่ใช่ จึงเลือกเดินออกไปจากชีวิตของคุณแบบไม่บอก เพราะคิดว่าคุณกับเขาไม่ได้อยู่ในสังคมเดียวกัน คงไม่เจอกันอีก จึงทำใหเกิดความสัมพันธ์แบบโกสติง ที่สำคัญเขาเองคิดว่าเป็นเรื่องที่ง่าย ที่ออกมาเลยโดยไม่ต้องหาเหตุผลการบอกเลิก

มูฟออน ให้ได้ เมื่อเจอความสัมพันธ์แบบโกสติง

แน่นอนว่าเมื่อคุณตกอยู่ในความสัมพันธ์แบบโกสติง ซึ่งคุณเป็นฝ่ายถูกจากไป วงจรแห่งความโศกเศร้าก็จะเริ่มดำเนินขึ้นอย่างทันที บางครั้งเมื่อตกอยู่ในความสัมพันธ์แบบโกสติงอาจทำให้คุณเกิดอารมณ์ที่หลากหลาย นอกจากความเศร้าแล้ว อาจจะรู้สึกสับสน งง สงสัย หรือแม้กระทั่งรู้สึกว่าตัวเองนั้นไม่ดีพอ บางครั้งความสัมพันธ์รูปแบบนี้อาจทำให้คุณรู้สึกด้อยค่า เหมือนถูกลดคุณค่าลง แต่แล้วความเจ็บปวดในความสัมพันธ์นั้นก็จะหายไป ซึ่งอาจจะต้องใช้เวลาสักพัก ซึ่งก็ไม่สามาถบอกได้ว่านานเท่าใด เพราะแต่ละคนมีภูมิคุ้มกันในความเจ็บที่แตกต่างกันออกไป

หากคุณกลัวว่าจะเกิดเรื่องแบบเดิมให้คิดไว้ว่าแต่ละคนนั้นไม่เหมือนกัน เราอาจจะเจอความสัมพันธ์แบบนั้นอีกก็ได้ ในระหว่างนี้ก็ควรหากิจกรรมที่ชอบทำ เพื่อที่จะได้ไม่สนใจหรือจมอยู่กับความเจ็บปวด คุณอาจจะเลือก อ่านหนังสือเล่มโปรด ออกกำลังกาย หรือว่าวาดรูปก็ได้

การรับมือกับความสูญเสียนั้นถือเป็นเรื่องที่ยาก ยิ่งคุณมีความสัมพันธ์กับเขาอย่างยาวนานและแนบแน่นก็ยิ่งทำให้คุณรู้สึกมากขึ้น จากการศึกษาในปี 2010 และ 2011 พบว่าผู้ที่ตกอยู่ในความสัมพันธ์แบบโกสติงนั้นทำให้เกิดความเจ็บปวดทางร่างกาย เช่นเดียวกับการหลอกลวงและการถูกปฏิเสธเลยทีเดียว นอกจากนี้ความสัมพันธ์แบบโกสติงยังส่งผลต่อความนับถือตนเองและความสัมพันธ์ในอนาคตอีกด้วยแต่อย่างไรก็ตามคุณจะผ่านมันไปได้

Hello Health Group ไม่ได้ให้คำแนะนำด้านการแพทย์ การวินิจฉัยโรค หรือการรักษาโรคแต่อย่างใด

แหล่งที่มา

Source

The Truth About Ghosting to End a Relationship

https://www.psychologytoday.com/us/blog/meet-catch-and-keep/201809/the-truth-about-ghosting-end-relationship

What Is Ghosting, Why Does It Happen, and What Can You Do to Move Past It?

https://www.healthline.com/health/ghosting#am-i-being-ghosted

What Is Ghosting?

https://www.verywellmind.com/what-is-ghosting-5071864

รูปของผู้เขียนbadge
เขียนโดย ชลธิชา จันทร์วิบูลย์ แก้ไขล่าสุด 01/10/2020
ตรวจสอบความถูกต้องของข้อมูลโดย ทีม Hello คุณหมอ
x