home

คุณมีข้อกังวลอะไร

close
ไม่ถูกต้อง
เข้าใจยาก
อื่น ๆ

หรือ คัดลอกลิงก์

ใหม่

ความก้าวร้าว อาจเป็นเรื่องดีได้ ถ้ารู้จักใช้ให้เป็นประโยชน์

ความก้าวร้าว อาจเป็นเรื่องดีได้ ถ้ารู้จักใช้ให้เป็นประโยชน์

เด็กคนนี้ก้าวร้าว เด็กคนนี้ไม่น่ารัก ตั้งแต่เด็กเราโดนปลูกฝังมาตลอดว่าความก้าวร้าวคือผู้ร้าย ความก้าวร้าวคือสิ่งผิด และความก้าวร้าวคือสิ่งที่ต้องเก็บไว้ให้มิด ถ้าไม่อยากให้ใครว่าเป็นเด็กไม่ดี แต่ใครจะรู้ว่าความก้าวร้าวนี่แหละที่มีส่วนทำให้เราเติบโตขึ้นมาเป็นเราที่เข้มแข็ง และสามารถยืนหยัดได้อย่างแข็งแกร่ง มาทำความรู้จักกับอีกด้านของ ความก้าวร้าว ผู้ต้องหาวายร้าย ในทางสร้างสรรค์

ความก้าวร้าว คืออะไร

ในทางจิตวิทยานั้น แรงขับก้าวร้าว (Aggressive drive) เป็นสิ่งที่จำเป็นต่อชีวิต เพราะทำหน้าที่พื้นฐานทางชีววิทยา ในการสงวนและดำรงไว้ซึ่งชีวิตของบุคคลและเผ่าพันธุ์มนุษยชาติ ไม่แตกต่างจากสัญชาตญาณทางเพศ (Sexual instinct) ความก้าวร้าวก็เหมือนกับคอเลสเตอรอลในร่างกายของคนเรา ซึ่งมีทั้งชนิดที่ดีและไม่ดี ความก้าวร้าวแบบที่ดีสามารถเป็นแรงกระตุ้นให้เราประสบความสำเร็จในบางอย่างได้ อย่างเช่นนนักกีฬา ที่ความก้าวร้าวเป็นแรงขับชั้นดีที่ทำให้เกิดความอยากเอาชนะ ซึ่งเป็นสิ่งจำเป็นต่อการแข่งขัน ความก้าวร้าวยังกระตุ้นการป้องกันตัวเอง เป็นสิ่งที่ทำให้คนเรามีแรงขับที่จะเอาตัวรอด

ความก้าวร้าวจึงไม่ใช่สิ่งที่เราจำเป็นจะต้องกำจัดออกไปจากชีวิต และยิ่งเราหาทางเก็บกดความก้าวร้าวนั้นเอาไว้ กลไกทางจิตใจจะแสดงออกมาในรูปแบบของการทำร้ายตนลายตนเอง เช่น อาการซึมเศร้า หรืออาการทางร่างกายอื่นๆ

แต่ความก้าวร้าวก็มีหลายระดับ ในแบบที่สุดโต่งของความก้าวร้าวก็คือ “ความรุนแรง” ซึ่งเป็นความต้องการที่จะ “ทำลาย” ผู้อื่น ซึ่งความรุนแรงที่เกิดขึ้นกับเรานั้นเกิดขึ้นได้จากหลายปัจจัย ทั้งทางพันธุกรรม สัญชาตญาณมนุษย์ และทางสังคม

  • บุคคล เป็นบุคลิกภาพที่มีผลจากทั้งพันธุกรรมและประสบการณ์ในชีวิตที่ก่อให้เกิดผลต่อบุคลิกภาพ เช่น การตั้งครรภ์ การคลอดน้ำหนักแรกเกิดต่ำ การเลี้ยงดู ระดับสติปัญญา การศึกษา เคยเห็นคนถูกทำร้าย เคยทำร้ายตัวเอง มีความภูมิใจในตัวเองต่ำ ใช้สุราและสารเสพติด
  • ครอบครัว เป็นประสบการณ์ที่มาจากการเรียนรู้ตั้งแต่เกิด เช่น ความยากจน ครอบครัวใหญ่อยู่อย่างแออัด การหย่าร้าง ครอบครัวแตกแยก ผู้ปกครองมีการศึกษาไม่สูง มีทัศนคติในการใช้ความรุนแรงในทางบวกหรือเคยกระทำต่อกัน
  • เพื่อนบ้านและชุมชน เป็นสิ่งแวดล้อมที่ห้อมล้อมตัวเราอยู่อาจส่งผลให้เราแสดงออกทางพฤติกรรมก้าวร้าวรุนแรง เช่น ชุมชนขาดแคลน ชุมชนแออัด ชุมชนที่มีอัตราการตกงานสูง ชุมชนที่เป็นแหล่งสุรายาเสพติด หรือชุมชนที่ขาดความสามคุคีในหมู่คณะ
  • ระดับสังคม หากเราต้องใช้ชีวิตอยู่ภายใต้สังคมที่กำลังมีปัญหาทางเศรษฐกิจ แบ่งชนชั้นเชื้อชาติ วัฒนธรรม จำหน่ายสุรายาเสพติด รวมทั้งอาวุธต่างๆ ทั่วไป สื่อต่างๆ มักฉายความรุนแรง ก็สามารถเป็นปัจจัยที่ทำให้เรามีพฤติกรรมที่ก้าวร้าวรุนแรงได้

ก้าวร้าวแบบสร้างสรรค์

นอกจากความก้าวร้าวจะเป็นแรงขับในการเอาตัวรอด การเอาชนะแล้ว ความก้าวร้าวในแบบที่ไม่รุนแรง ก็มีส่วนสำคัญในการสร้างสรรค์ทั้งชีวิตของตนเองและสังคมให้พัฒนาไปในทางที่ดีขึ้น

  • ความก้าวร้าวมีส่วนในการสร้างสรรค์สิ่งใหม่ๆ ให้เกิดขึ้นบนโลก หากไร้ซึ่งการแข่งขัน เปรียบเทียบ ถกเถียงกันเพื่อสร้างสรรค์แล้วเราจะสามารถสร้างเอกลักษณ์ ความเฉพาะตน สิ่งใหม่บนโลกและหนทางที่ดีที่สุดของปัญหานี้ได้อย่างไร สิ่งเหล่านี้ล้วนเกิดจากการแรงขับความก้าวร้าวของมนุษย์ทั้งสิ้น แต่ความขัดแย้งที่เกิดจากความก้าวร้าวนี้ต้องปราศจากความรุนแรงและนำพาไปสู่หนทางที่ดีขึ้น
  • ความก้าวร้าวในทางที่ดีปราศจากความรุนแรงจากต้นแบบของพ่อแม่ ยังทำให้เด็กรู้สึกถึงความรักและการได้รับการปกป้องคุ้มครอง ให้เด็กรู้สึกถึงความมั่นคงทางใจว่าพ่อแม่รักเขา อีกทั้งยังสอนให้เด็กรู้จักดิ้นรน ขัดขืน และยืนหยัดเพื่อความอยู่รอด หากเด็กที่เติบโตขึ้นมาโดยปราศจากความก้าวร้าวแล้วนั้นเขาจะเป็นเจ้าของชีวิตผู้สร้างสรรค์ความเป็นผู้นำชีวิตตนเองไปได้อย่างไร ซ้ำร้ายหากแรงขับก้าวร้าวนั้นถูกทับกดไว้ไม่ให้แสดงออกแล้วแปรเปลี่ยนเป็นผลร้ายต่อจิตใจและร่างกายแล้วถึงเวลานั้นสิ่งใดก็คงไม่อาจเยียวยารักษาไว้ได้อีกต่อไป

เปลี่ยนความก้าวร้าวให้เป็นข้อดี

แล้วเราจะหยิบเอาความก้าวร้าวในทางที่ดีแบบปราศจากความรุนแรงได้อย่างไร นี่คือคำแนะนำที่จะช่วยให้คุณและคนรอบตัวใช้ประโยชน์จากความก้าวร้าวได้เต็มขีดจำกัดเพื่อสร้างชีวิตและสังคมให้ดีขึ้นได้

  • ความรักเป็นสิ่งสำคัญ

ความรักจากพ่อแม่จะทำให้เด็กรู้สึกมีความั่นคงทางใจ เมื่อต้องเผชิญกับปัญหาที่เลวร้ายที่บั่นทอนความรักเขาจะใช้ระยะเวลาไม่นานในการคืนสู่สภาพปกติ แตกต่างจากเด็กที่ไม่ได้รับความรักจากคนภายในครอบครัวจะรู้สึกขาดและถูกโจมตีอย่างหนักเมื่อต้องเผชิญปัญหาหรือความผิดหวังและแสดงความก้าวร้าวในรูปแบบรุนแรงที่พร้อมทำร้ายทั้งผู้อื่นและตัวเอง แต่ทั้งนี้ความรักพ่อแม่มีให้ต้องไม่ใช่การห้ามให้ทำโน่นี่มากจนเกิดเป็นความรู้สึกโกรธหรือก้าวร้าวแล้วถูกเก็บมากไว้ในจิตใจและกลายเป็นผลร้ายต่อตนเองและผู้อื่นในเวลาต่อมารวมถึง การห้ามความก้าวร้าวจนต้องพึ่งพาพ่อแม่ไปตลอดชีวิตเนื่องจากไม่มีแรงขับส่วนนี้ที่ช่วยให้เขาเป็นนายตัวเองได้เมื่อโตขึ้น

  • ความนับถือตัวเองช่วยได้

ความนับคือตนเองเป็นมุมมองต่อตนเองโดยที่การมีความสามารถ (Competence) และประสบความสำเร็จ (Achievement) เป็นส่วนหนึ่ง และมีความสัมพันธ์กับความรู้สึกว่าตนมีคุณค่า ร่วมกับความคิดเห็นและการตอบสนองของบุคคลใกล้ชิดโดยเฉพาะอย่างยิ่งพ่อแม่ และการมีความนับถือตนเองที่ดี ช่วยให้ขจัดความรุนแรงที่มาพร้อมความก้าวร้าวได้ เพราะเมื่อเด็กนับถือตนเองแล้ว เขาจะไม่แสดงพฤติกรรมรุนแรงออกมาเพื่อลดทอนความรู้สึกมีคุณค่าของตัวเองลง จะเหลือเพียงความก้าวร้าวในด้านสร้างสรรค์ที่ทำงานเพื่อพัฒนาชีวิตของเขาให้ดีต่อไป

สำหรับปัจจัยที่ทำให้เกิดความนับถือตัวเองนั่นคือสิ่งแวดล้อมรอบข้าง สังคมรอบตัว ทุอย่างเพื่อน ครู หรือผู้ใหญ่รอบตัวของเด็ก ทั้งที่มีความใกล้ชิดมากหรือน้อย ด้วยการส่งเสริมให้เด็กอยู่ในสังคมที่มีคุณภาพ ปลอดอันตรายจากการกลั่นแกล้ง รังแก ยาเสพติด และช่วยกันค้นหาทักษะของเด็ก เพื่อช่วยให้เขาพัฒนาศักยภาพของตนเองได้อย่างดี เพื่อเพิ่มคุณค่าด้านจิตใจและความนับถือตนเองได้

เหรียญมีสองด้านเสมออยู่ที่เราเลือกที่จะมองในด้านใด ความก้าวร้าวก็มีสิ่งที่ดีซ่อนอยู่ เพียงแต่ต้องหยิบมาใช้อย่างถูกจุดและเหมาะสม

Hello Health Group ไม่ได้ให้คำแนะนำด้านการแพทย์ การวินิจฉัยโรค หรือการรักษาโรคแต่อย่างใด

แหล่งที่มา

ความก้าวร้าวรุนแรงในเด็กและวัยรุ่น (Violence and Aggression). https://med.mahidol.ac.th/ramamental/generaldoctor/06052015-1424. Accessed on July 4, 2018
ความก้าวร้าวมีส่วนสร้างสรรค์. https://www.dmh.go.th/news/view.asp?id=990. Accessed on July 4, 2018

สร้างความนับถือตนเองให้ลูก. https://med.mahidol.ac.th/ramamental/generalknowledge/child/04052017-0007. Accessed on July 4, 2018

The Good, the Bad and the Ugly: Aggression is intrinsic to human https://sciencediscoveries.degruyter.com/good-bad-ugly-aggression-intrinsic-humans/ Accessed on July 4, 2018

รูปของผู้เขียนbadge
เขียนโดย ศศวัต จันทนะ แก้ไขล่าสุด 11/05/2020
ตรวจสอบความถูกต้องของข้อมูลโดย ทีม Hello คุณหมอ