home

เราจะปรับปรุงให้ดีขึ้นได้อย่างไร

close
chevron
บทความนี้อาจมีข้อมูลเท็จหรือไม่ถูกต้องแม่นยำ
chevron

โปรดแจ้งให้ทราบหากข้อมูลไม่ถูกต้อง

wanring-icon
คุณไม่จำเป็นต้องกรอกรายละเอียดนี้หากคุณไม่สะดวกใจ โปรดส่งความคิดเห็นของคุณที่ด้านล่างนี้เพื่อรับชมเว็บไซต์ต่อ
chevron
บทความนี้อาจมีข้อมูลไม่เพียงพอ
chevron

โปรดแจ้งให้ทราบหากข้อมูลไม่ครบถ้วน

wanring-icon
คุณไม่จำเป็นต้องกรอกรายละเอียดนี้หากคุณไม่สะดวกใจ โปรดส่งความคิดเห็นของคุณที่ด้านล่างนี้เพื่อรับชมเว็บไซต์ต่อ
chevron
ฉันมีข้อสงสัย
chevron

แม้ว่าเราอาจไม่ได้ให้คำแนะนำด้านการแพทย์ การวินิจฉัยโรค หรือการรักษาโรค แต่เราก็พร้อมรับฟังความคิดเห็นของท่าน โปรดแสดงความคิดเห็นในกล่องข้อความด้านล่าง

wanring-icon
หากคุณเกิดภาวะฉุกเฉินทางการแพทย์ โปรดแจ้งสายด่วน 1669 หรือติดต่อโรงพยาบาลที่อยู่ใกล้พื้นที่ของคุณในทันที

หรือ คัดลอกลิงก์

ใหม่

เทสโทสเตอโรนบำบัด ช่วยให้คุณภาพชีวิตของผู้ชายดีขึ้นได้อย่างไรบ้าง

เทสโทสเตอโรนบำบัด ช่วยให้คุณภาพชีวิตของผู้ชายดีขึ้นได้อย่างไรบ้าง

ปัญหาเทสโทสเตอโรนต่ำในผู้ชายเป็นสิ่งที่พบกันบ่อย โดยเฉพาะระดับเทสโทสเตอโรนต่ำที่เกิดขึ้นเมื่อผู้ชายอายุมากขึ้น ระดับเทสโทสเตอโรนต่ำส่งผลหลายอย่างต่อสุขภาพผู้ชาย ซึ่งผู้ให้บริการด้านสุขภาพหลายคนเชื่อว่า การรักษาด้วย เทสโทสเตอโรนบำบัด (Testosterone Replacement Therapy) หรือการให้ฮอร์โมนทดแทน สามารถช่วยให้ชีวิตและสุขภาพของผู้ชายกลับมาดีดังเดิมได้ แต่การรักษานี้ก็อาจมีความเสี่ยงบางอย่างที่ควรต้องระวังเช่นกัน ต่อไปนี้คือสิ่งที่ผู้ชายควรรู้เกี่ยวกับเรื่องนี้

บทบาทของเทสโทสเตอโรนในร่างกายของผู้ชาย

เทสโทสเตอโรนคือฮอร์โมนที่รับผิดชอบต่อลักษณะต่างๆ ของความเป็นชาย เช่น เสียง กล้ามเนื้อ ขนบนใบหน้า เทสโทสเตอโรนยังช่วยในการสร้างเม็ดเลือดแดง รักษาความแข็งแรงของกระดูก และช่วยการทำงานของสมอง

โดยทั่วไประดับเทสโทสเตอโรนจะถึงจุดสูงสุดในช่วงวัยเลขสอง และหลังจากอายุ 30 หรือ 40 จะค่อยๆ ลดลงปีละหนึ่งเปอร์เซ็นต์ ระดับเทสโทสเตอโรนที่ต่ำลง อาจทำให้ผู้ชายเผชิญกับปัญหาอย่างเช่น

  • การเปลี่ยนแปลงของสุขภาพทางเพศ เช่น ความต้องการทางเพศลดลง การแข็งตัวของอวัยะเพศตามธรรมชาติลดลง หรือมีบุตรยาก
  • การเปลี่ยนแปลงทางร่างกาย เช่น ไขมันในร่างกายเพิ่มขึ้น มวลกล้ามเนื้อลดลง ความแข็งแรงของกล้ามเนื้อลดลง ความหนาแน่นของกระดูกลดลง หน้าอกบวมหรือกดเจ็บ ผมร่วง ขนตามร่างกายน้อยลง และอาจมีพลังวังชาน้อยกว่าที่เคย
  • การเปลี่ยนแปลงทางอารมณ์ เช่น ซึมเศร้า ไม่มีสมาธิ หรือความจำแย่ลง

แต่ก็เป็นเรื่องสำคัญที่ต้องระบุให้ชัดเจนว่า ระดับเทสโทสเตอโรนต่ำเกิดมาจากการลดลงของเทสโทสเตอโรนเนื่องจากวัย หรือเกิดจากภาวะฮอร์โมนเพศต่ำ ซึ่งเป็นโรคที่ทำให้ร่างกายไม่สามารถสร้างเทสโทสเตอโรนในระดับปกติได้ หรืออาจเกิดจากปัจจัยอื่น เช่น ผลข้างเคียงของยา ไทรอยด์มีปัญหา โรคเบาหวาน หรือโรคซึมเศร้า มันยังอาจเป็นไปได้ว่า โรคเหล่านี้ทำให้เทสโทสเตอโรนต่ำลง และการรักษาปัญหาเหล่านี้ ก็อาจจะทำให้เทสโทสเตอโรนสูงขึ้นได้

เทสโทสเตอโรนแค่ไหนที่ถือว่า..ปกติ

โดยทั่วไป ระดับปกติของเทสโทสเตอโรนจะอยู่ในระดับตั้งแต่ 300-900 นาโนแกรมต่อเดซิลิตร (ng/dL) ซึ่งนี่เป็นปริมาณเทสโทสเตอโรนทั้งหมด แต่ นพ.ไมเคิล ไอเซนเบิร์ก แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านศัลยศาสตร์ทางเดินปัสสาวะ และผู้อำนวยการฝ่าย Male Reproductive Medicine And Surgeryที่โรงพยาบาลสแตนฟอร์ด ในเมืองพาโลอัลโต รัฐแคลิฟอร์เนีย ในสหรัฐอเมริกา แนะนำว่าควรวัดสิ่งที่เรียกว่า “เทสโทสเตอโรนอิสระ” ซึ่งเป็นปริมาณของฮอร์โมนที่ทำงานอยู่ในร่างกายในช่วงเวลาหนึ่ง ผู้ชายที่มีระดับเทสโทสเตอโรนโดยรวมปกติ อาจจะยังมีอาการของเทสโทสเตอโรนต่ำ ถ้าวัดปริมาณเทสโทสเตอโรนอิสระได้ต่ำเกินไป

โดย นพ.อับราฮัม มอร์เกนลาเตอร์ ผู้อำนวยการศูนย์สุขภาพชายบอสตัน และผู้เขียนหนังสือเรื่อง Testosterone for Life: Recharge Your Vitality, Sex Drive, Muscle Mass, and Overall Healthให้ความเห็นว่า เทสโทสเตอโรนอิสระเป็นตัวบ่งชี้ที่สำคัญกว่าระดับเทสโทสเตอโรนทั้งหมด และการมีเทสโทสเตอโรนอิสระต่ำ อาจเชื่อมโยงกับปัญหาเรื่องทางเพศหลายอย่าง ซึ่งสำหรับผู้ชายจำนวนมาก การรักษาอาการทางเพศเนื่องจากเทสโทสเตอโรนต่ำ ก็เป็นเหตุผลที่มากพอในการเริ่มต้นการรักษา

อย่างไรก็ตาม เทสโทสเตอโรนต่ำมีอิทธิพลต่อสุขภาพโดยรวมของผู้ชาย มากกว่าแค่เรื่องในห้องนอน การทำให้ระดับฮอร์โมนนี้กลับคืนสู่ปกติอีกครั้ง สามารถส่งผลในแง่บวกต่อตัวชี้วัดที่สำคัญทางสุขภาพหลายอย่าง และแพทย์บางคนก็ให้ความเห็นว่า ความตื่นตัวในเรื่องเทสโทสเตอโรนต่ำและความสำคัญของเทสโทสเตอโรนที่มีต่อสุขภาพของผู้ชายนั้น ยังไม่ได้ความสนใจมากเท่าที่ควร

เทสโทสเตอโรนต่ำ…ทำอย่างไรได้บ้าง

หมอสามารถวินิจฉัยระดับเทสโทสเตอโรนต่ำได้จากการดูอาการ การตรวจร่างกาย และผลการตรวจเลือดหลายครั้ง เนื่องจากระดับฮอร์โมนอาจจะเปลี่ยนแปลงไปได้ในแต่ละวัน

ในกรณีส่วนใหญ่ ผู้ชายต้องมีทั้งระดับเทสโทสเตอโรนในเลือดต่ำ และมีอาการหลายอย่างของเทสโทสเตอโรนต่ำ หมอถึงจะเลือกใช้การรักษาที่เรียกว่า การบำบัดด้วยฮอร์โมนเทสโทสเตอโรนทดแทน (Testosterone replacement therapy หรือ TRT) ซึ่งมีวิธีการหลากหลายแบบได้แก่

  • แผ่นแปะผิวหนัง อยู่ได้นาน 24 ชั่วโมงแล้วจึงเปลี่ยนแผ่นใหม่ มักแปะในตอนเย็น และค่อยๆ ปล่อยฮอร์โมนปริมาณเล็กน้อยเข้าสู่ผิวหนัง
  • เจล สำหรับทาบนผิวทุกวัน โดยทาลงบนผิวบริเวณต้นแขนทั้งสองด้าน ไหล่ หรือต้นขา คุณต้องล้างมือก่อนทาเจล และปิดบริเวณที่ทายาด้วยผ้า เพื่อป้องกันไม่ให้สัมผัสกับเทสโทสเตอโรนจากแหล่งอื่นเพิ่มเติม นอกจากนี้ควรระวังไม่ให้ผู้หญิงหรือเด็กสัมผัสถูกเจล เพราะอาจเป็นอันตรายได้
  • ยาเม็ดสำหรับใช้ในปาก เป็นยาที่ใช้แปะติดกับเหงือกหรือกระพุ้งแก้ม วันละสองครั้ง เทสโทสเตอโรนจะถูกดูดซึมเข้ากระแสโหลิต
  • แบบรับประทาน เป็นเทสโทสเตอโรนในรูปแบบธรรมชาติ (Testosterone Undecanoate) ที่สามารถดูดซึมผ่านการรับประทานได้ โดยทั่วไปผู้ชายต้องรับประทานวันละ 160–240กรัม แบ่งเป็น2-4โดส ควรรับประทานพร้อมอาหาร เพราะจะช่วยเพิ่มการดูดซึมเทสโทสเตอโรน
  • แบบฝัง ปกติจะฝังบริเวณสะโพกหรือก้น และค่อยๆ ปล่อยเทสโทสเตอโรนเข้าสู่ร่างกายช้าๆ โดยจะมีการเปลี่ยนใหม่ทุกสามหรือหกเดือน
  • ยาฉีด มีหลายสูตร จะฉีดเข้ากล้ามเนื้อทุก 7-14 วัน ระดับเทสโทสเตอโรนจะสูงขึ้นเป็นเวลาสองสามวันหลังการฉีด แล้วจะค่อยๆ ลดลง ซึ่งอาจทำให้เกิดปฏิกิริยาขึ้นๆ ลงๆ ของอารมณ์และพลังวังชาได้เป็นช่วงๆ

ผู้ชายส่วนใหญ่จะรู้สึกดีขึ้นภายในสี่ถึงหกสัปดาห์ ของการรับการบำบัดด้วยเทสโทสเตอโรน แต่การเปลี่ยนแปลงในเรื่องมวลกล้ามเนื้อ อาจต้องใช้เวลาสามถึงหกเดือน ถึงจะเห็นการเปลี่ยนแปลง

อีกวิธีการหนึ่งที่มักใช้สำหรับการรักษาภาวะเทสโทสเตอโรนต่ำที่เกิดจากวัย อยู่ในรูปของอาหารเสริมเทสโทสเตอโรน โดยมีการศึกษาชิ้นหนึ่งซึ่งสำรวจผลกระทบของอาหารเสริมเทสโทสเตอโรนในผู้ชายสูงอายุ ด้วยปริมาณเทสโทสเตอโรนต่ำแค่ 80 มิลลิกรัมต่อวัน นักวิจัยพบว่าไม่มีผลกระทบในทางอันตรายจากการกินอาหารเสริมวันละสองโดส

อย่างก็ตามจนกว่าจะมีหลักฐานที่แข็งแรงเพียงพอในเรื่องประโยชน์และความปลอดภัย การรักษาด้วยอาหารเสริมเทสโทสเตอโรนในชายสูงอายุ ควรจำกัดอยู่เฉพาะผู้ที่มีอาการของระดับเทสโทสเตอโรนต่ำอย่างรุนแรงจริงๆ เท่านั้น

เทสโทสเตอโรนบำบัด ช่วยได้อย่างไร

ไม่ต้องสงสัยว่า การบำบัดจะสามารถทำให้ความสนใจในเรื่องทางเพศของผู้ชายกลับคืนมาอีกครั้ง รวมถึงการคงความแข็งตัวของอวัยวะเพศ และความสามารถในการถึงจุดสุดยอดกลับมาดีขึ้นอีกครั้ง

เทสโทสเตอโรนยังอาจมีบทบาทต่อช่วงอายุขัยของผู้ชาย เนื่องจากการศึกษาชิ้นใหม่ๆ ชี้ให้เห็นถึงความเชื่อมโยงระหว่างเทสทอสเทอโรนกับอายุคาดเฉลี่ยของผู้ชาย โดยผู้ชายที่มีเทสโทสเตอโรนต่ำ มักเสียชีวิตเร็วกว่าผู้ชายที่มีระดับเทสโทสเตอโรนปกติ แต่ก็ยังไม่ชัดเจนว่า ระดับเทสโทสเตอโรนต่ำด้วยตัวของมันเองแล้ว ทำให้เกิดการเสียชีวิตก่อนวัยอันควรได้หรือเปล่า หรืออาจมีปัจจัยอื่นที่เกี่ยวข้องด้วย และก็ยังไม่ชัดเจนด้วยว่า การเพิ่มระดับเทสโทสเตอโรนให้สู่ระดับปกติ จะส่งผลต่อการมีอายุขัยยาวนานขึ้น

นพ.มอร์เกนลาเตอร์ยังบอกด้วยว่า การรักษาเทสโทสเตอโรนต่ำ สามารถทำให้กระดูกผู้ชายแข็งแรงขึ้น และช่วยป้องกันโรคกระดูกพรุน และมีหลักฐานบางอย่างชี้ว่า การรักษาสามารถช่วยในเรื่องควบคุมน้ำตาลในเลือด ซึ่งสำคัญต่อการป้องกันและควบคุมเบาหวาน มันยังทำให้ระดับพลังงานดีขึ้น อารมณ์ดีขึ้น และลดความหงุดหงิดและกราดเกรี้ยวลง

อะไรคือความเสี่ยงของเทสโทสเตอโรนบำบัด

เทสโทสเตอโรนบำบัดอาจเพิ่มความเสี่ยงในการเกิดลิ่มเลือดและโรคหลอดเลือดสมองได้ แต่ นพ.ไอเซนเบิร์กก็ชี้ว่า ผู้ชายสามารถหักล้างความเสี่ยงนี้ได้ ด้วยการบริจาคเลือดเป็นครั้งคราว

ผลข้างเคียงที่พบไม่ค่อยบ่อยนัก อาจมีอาการหยุดหายใจขณะหลับ การเกิดสิว และหน้าอกขยายใหญ่ แต่ผลข้างเคียงทั้งหมดนี้จะหายไปเมื่อหยุดการบำบัด และมันยังมีคำถามเกี่ยวกับความเสี่ยงในเรื่องมะเร็งต่อมลูกหมาก งานวิจัยในช่วงสองสามทศวรรษที่ผ่านมา แสดงถึงหลักฐานเพียงเล็กน้อยที่เชื่อมโยงระหว่างเทสโทสเตอโรนบำบัดกับมะเร็งต่อมลูกหมาก

อย่างไรก็ตาม คำถามนี้ก็ยังไม่อาจวางใจได้ทั้งหมด ผู้เชี่ยวชาญแนะนำให้คนไข้ที่ใช้การบำบัดนี้ เข้ารับการตรวจเลือดเพื่อหาแอนติเจนของมะเร็งต่อมลูกหมาก ปีละครั้งหรือสองครั้ง เพื่อหาสัญญาณที่ควรต้องใส่ใจ

เทสโทสเตอโรนต่ำ..สิ่งที่ไม่ควรละเลย

ถึงแม้การรักษาอาการเทสโทสเตอโรนต่ำ จะเป็นสิ่งที่ต้องพิจารณาอย่างรอบคอบ ในหลายกรณี การรักษาอาจไม่จำเป็น แต่ก็ยังมีข้อเท็จริงอันน่าประหลาดใจว่า อาการนี้สามารถถูกละเลย และไม่ได้รับการรักษาด้วยเช่นกัน

มีผู้ชายจำนวนมากที่อาจจะได้รับประโยชน์ แต่ไม่เข้ารับการตรวจ ผู้ที่มีโรคเรื้อรังอย่างเอชไอวีและเอดส์ เบาหวาน และไตวาย ซึ่งมักจะมีภาวะเทสโทสเตอโรนต่ำ แต่ผู้ชายเหล่านี้ไม่เคยตรวจระดับเทสโทสเตอโรนเพราะพวกเขามักคิดว่าอาการหลายอย่างของตัวเอง มาจากโรคประจำตัวที่เป็นอยู่มากกว่า ทั้งที่หากเข้ารับการตรวจและรักษาในเรื่องเทสโทสเตอโรน พวกเขาอาจจะได้รับประโยชน์หลายอย่าง

ดังนั้น หากคุณมีอาการหลายอย่างที่อาจเกี่ยวเนื่องกับภาวะเทสโทสเตอโรนต่ำ การปรึกษากับผู้ให้บริการทางการแพทย์ ก็จะเป็นสิ่งที่ให้ประโยชน์แก่คุณได้อย่างแน่นอน

Hello Health Group ไม่ได้ให้คำปรึกษาด้านการแพทย์ การวินิจฉัยโรคหรือการรักษาโรคแต่อย่างใด

Hello Health Group ไม่ได้ให้คำแนะนำด้านการแพทย์ การวินิจฉัยโรค หรือการรักษาโรคแต่อย่างใด

แหล่งที่มา

-Low Testosterone Treatment: How to Know if You Need It/ Accessed December 17, 2018

https://health.clevelandclinic.org/low-testosterone-treatment-do-you-need-it/

-Low Testosterone Therapy: Risks and Benefits / Accessed December 17, 2018

https://www.webmd.com/men/features/low-testosterone-therapy-risks-benefits#1

-Treating low testosterone levels / Accessed December 17, 2018

https://www.health.harvard.edu/mens-health/treating-low-testosterone-levels

-Risks of testosterone replacement therapy in men / Accessed December 17, 2018

https://www.ncbi.nlm.nih.gov/pmc/articles/PMC3897047/

-Testosterone therapy: Potential benefits and risks as you age / Accessed December 17, 2018

https://www.mayoclinic.org/healthy-lifestyle/sexual-health/in-depth/testosterone-therapy/art-20045728

-Treatment of Men for “Low Testosterone”: A Systematic Review / Accessed December 17, 2018

https://www.ncbi.nlm.nih.gov/pmc/articles/PMC5031462/

 

รูปของผู้เขียนbadge
เขียนโดย pimruethai แก้ไขล่าสุด 11/05/2020
ตรวจสอบความถูกต้องของข้อมูลโดย ทีม Hello คุณหมอ
x