รู้หรือไม่! น้ำท่วมปอด ไม่ได้มีสาเหตุมาจาก การจมน้ำ อย่างเดียวนะ

โดย ทบทวนบทความโดย ทีม Hello คุณหมอ

รู้หรือไม่คะว่า “น้ำท่วมปอด” ไม่ได้มีสาเหตุมาจาก การจมน้ำอย่างเดียวนะ  ยังเกิดจากหลายสาเหตุด้วยกัน เช่น ปอดบวม การติดเชื้อไวรัส ภาวะหัวใจขาดเลือด ไตวาย เป็นต้น วันนี้ Hello คุณหมอ พามาทำความรู้จักกับโรคนี้ให้มากขึ้นกันค่ะ

น้ำท่วมปอด (Pulmonary Edema)  คืออะไร

น้ำท่วมปอด (Pulmonary Edema) หรืออาการบวมน้ำที่ปอด เป็นภาวะที่เกิดของเหลวส่วนเกินในปอด ส่งผลให้ผู้ป่วยหายใจลำบากเนื่องจากการขาดออกซิเจน รวมถึงปอดบวมจากการสัมผัสกับสารพิษหรือการใช้ยาบางชนิด หากผู้ป่วยเกิดภาวะปอดบวมแบบเฉียบพลันต้องรีบมาปรึกษาแพทย์เพื่อรับการรักษาอย่างเร่งด่วน เพราะอาจเป็นอันตรายถึงแก่ชีวิตได้

ทำไม น้ำจึงท่วมปอด?

 น้ำท่วมปอดมักเกิดจากปัญหาเกี่ยวกับการเต้นของหัวใจ หรือเกิดจากกรณีหัวใจห้องล่างซ้ายไม่สามารถสูบฉีดเลือดที่ไหลผ่านหลอดเลือดที่มาจากปอดไปยังส่วนต่างๆของร่างกายทำให้เกิดแรงดันและของเหลวที่สะสมอยู่ย้อนกลับไปที่ปอด

นอกจากนี้ ภาวะหลอดเลือดแดงตีบ กล้ามเนื้อหัวใจเสื่อม ปัญหาลิ้นหัวใจผิดปกติ และความดันโลหิตสูง สามารถทำให้ลดประสิทธิภาพการทำงานของหัวใจห้องล่างซ้ายได้ และสาเหตุดังต่อไปนี้อาจทำให้เกิดภาวะน้ำท่วมปอดได้ เช่นกัน

  • กลุ่มอาการหายใจลำบากเฉียบพลัน
  • เลือดอุดตัน
  • การสัมผัสกับแอมโมเนีย คลอรีน หรือสารพิษอื่นๆ
  • การสูดดมควันที่มีสารเคมีบางชนิด
  • การบาดเจ็บของสมองหรือระบบประสาท
  • ปอดได้รับแผลหลังจากการทำลิ่มเลือด
  • การจมน้ำ
  • ผลข้างเคียงจากการใช้ยาบางชนิด
  • การติดเชื้อไวรัส

 อาการที่บ่งบอกว่า คุณมีภาวะน้ำท่วมปอด

หากพบว่าตนเองมีอาการดังต่อไปนี้ ควรรีบไปปรึกษาแพทย์

  • หายใจติดขัด
  • อาการไอพร้อมมีเสมหะน้ำลายเป็นฟองปนเลือด
  • หัวใจเต้นเร็วผิดปกติ
  • มีไข้
  • ปวดศีรษะ
  • หายใจถี่เมื่อต้องออกแรง

วิธีการรักษา

ถึงแม้ว่าภาวะน้ำท่วมปอดจะไม่ใช่โรคที่ร้าย แต่ถ้าหากคุณไม่ได้รับการรักษาที่ถูกต้องและทันท่วงทีอาจทำให้ถึงขั้นเสียชีวิตได้ โดยวิธีการรักษาน้ำท่วมปอดนั้นขึ้นอยู่กับสาเหตุและอาการของแต่ละบุคคล

โดยขั้นต้นหากผู้ป่วยมีปัญหาในการหายใจ แพทย์อาจให้ออกซิเจนกับคุณทันทีหากระดับออกซิเจนต่ำ ผ่านทางหน้ากากออกซิเจนหรือสอดท่อออกซิเจนเข้าทางรูจมูก  สำหรับยาที่ใช้ในการรักษาแพทย์จะทำการจ่ายยา เช่น ยาขับปัสสาวะเพื่อลดความดันของหัวใจและปอด

การป้องกัน

  • การรับประทานผักผลไม้และธัญพืช
  • บริโภคเกลือให้น้อยลง
  • ออกกำลังเป็นประจำอย่างสม่ำเสมอ
  • หากคุณสูบบุหรี่ ควรลดหรือเลิกการสูบบุหรี่
  • ควบคุมน้ำหนักหากคุณมีน้ำหนักเกิน

เป็นอย่างไรกันบ้างคะ สำหรับบทความที่นำมาเสนอในวันนี้ หากคุณพบว่าตนเองมีอาการเสี่ยงต่อการการเป็นภาวะน้ำท่วมปอดควรรีบปรึกษาแพทย์เพื่อทำการวินิจฉัยโรคและทำการรักษาอย่างถูกต้อง เพื่อความสุขภาพที่ดีของคุณเอง

Hello Health Group ไม่ได้ให้คำปรึกษาด้านการแพทย์ การวินิจฉัยโรค หรือการรักษาโรคแต่อย่างใด

อ่านเพิ่มเติม:

Share now :

Review Date: มีนาคม 4, 2020 | Last Modified: มีนาคม 6, 2020

แหล่งที่มา
บทความนี้ก็น่าสนใจเหมือนกัน