โรคสะเก็ดเงิน โรคผิวหนังอักเสบ และโรคผิวหนัง : อะไรคือความแตกต่าง

โดย

โรคสะเก็ดเงินและโรคผิวหนัง ล้วนเกิดขึ้นจากความผิดปกติของผิวหนัง ที่ปรากฏอาการต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นอาการคัน รอยแดง หรือมีตุ่ม ที่เกิดจากปัจจัยต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นปัจจัยภายนอก หรือปัจจัยภายใน ล้วนส่งผลกระทบต่อผิวหนังของเราในรูปแบบที่แตกต่างกันออกไป ซึ่งลักษณะอาการที่เกิดขึ้นก็สามารถบ่งบอกได้ว่าเราเป็น โรคผิวหนังชนิดใด โรคสะเก็ดเงินและโรคผิวหนัง อาการของโรคส่วนใหญ่มักมีอาการคล้ายคลึงกัน จนบางคนก็ไม่สามารถแยกแยะได้ วันนี้ Hello คุณหมอ จะชวนมาทำความรู้จักกับ โรคผิวหนัง (Dermatitis) โรคผิวหนังอักเสบ (Eczema) และโรคสะเก็ดเงิน (Psoriasis) ว่า โรคสะเก็ดเงินและโรคผิวหนัง มีความแตกต่างกันอย่างไร

โรคผิวหนัง (Dermatitis)

โรคผิวหนัง (Dermatitis) เป็นคำที่ใช้อธิบายเมื่อผิวหนังเกิดภาวะระคายเคือง จริงๆ แล้วโรคผิวหนังเป็นภาวะที่พบได้โดยทั่วไป ซึ่งมีสาเหตุมาจากหลายๆ ปัจจัย ส่วนใหญ่เมื่อเป็นโรคผิวหนัง มักจะมีอาการคัน ผิวแห้ง มีผื่น ผิวหนังบวมหรือแดง ซึ่งอาการต่างๆ เหล่านี้ อาจทำให้ผิวหนังเกิดเป็นตุ่ม พุพอง หรือแห้งเป็นเกล็ดได้ ถึงแม้ว่าโรคผิวหนังจะไม่ใช่โรคติดต่อ แต่เมื่อเป็นโรคผิวหนังก็จะทำให้เรารู้สึกไม่สบายตัว และไม่สบายใจ บางครั้งเมื่อเกิดโรคผิวหนังในบริเวณนอกร่มผ้า หรือบริเวณที่มองเห็นได้ชัด ก็จะทำให้เกิดความรู้สึกไม่มั่นใจในตัวเอง ซึ่งการดูแลผิวหนังให้ความชุ่มชื้นอยู่ตลอดเวลา ก็มีส่วนช่วยในการบรรเทาการเกิดโรคผิวหนังได้

โรคผิวหนังอักเสบ (Eczema)

โรคผิวหนังอักเสบ (Eczema) เป็นภาวะที่ทำให้ผิวหนังเกิดรอยแดงและอาการคัน บางครั้งอาจมีตุ่มขึ้นด้วย ซึ่งโรคผิวหนังอักเสบ เป็นโรคที่สามารถเกิดขึ้นได้กับทุกเพศทุกวัย ส่วนใหญ่แล้วผู้ที่เป็นโรคผิวหนังอักเสบจะมีอาการเรื้อรัง และมีแนวโน้มที่ผิวหนังจะอักเสบลุกลามเป็นระยะ มักจะเป็นๆ หายๆ โรคผิวหนังอักเสบเป็นโรคที่ยังไม่พบวิธีการรักษา แต่วิธีส่วนใหญ่ที่ใช้กับผู้ที่เป็นโรคนี้ เป็นมาตราการการดูแลตัวเองเพื่อบรรเทาอาการคัน ป้องกันการระบาด และการกลับมาเป็นใหม่อีกครั้ง เช่น การหลีกเลี่ยงการสูบบุหรี่ ดูแลผิวหนังให้ชุ่มชื้น ไม่แห้งกร้าน ใช้ครีมที่ช่วยทำให้ผิวหนังเกิดความชุ่มชื้น

โรคสะเก็ดเงิน (Psoriasis)

โรคสะเก็ดเงิน (Psoriasis) เป็นโรคผิวหนังชนิดหนึ่งที่มีสาเหตุมาจากเซลล์ผิวหนังมีการแบ่งตัวเร็วกว่าปกติมากถึง 10 เท่า จึงทำให้ผิวหนังเกิดการอักเสบ จนเกิดเป็นปื้นสีแดงขนาดใหญ่ มีเกล็ดสีขาวคลุมด้านบน โรคสะเก็ดเงินไม่ใช่โรคที่เกิดจากสาเหตุใดเพียงสาเหตุเดียว และไม่ใช่โรคติดต่อ แต่เกิดจากผลทางพันธุกรรมหรือยีนที่ผิดปกติหลายชนิดรวมกัน ไม่ว่าจะเป็นปัจจัยภายในและภายนอกร่างกายที่ไม่เหมาะสมก็ก่อให้เกิดโรคได้เช่นกัน โรคสะเก็ดเงินสามารถเติบโตได้ทุกที่ แต่ส่วนใหญ่แล้วจะเกิดที่หนังศีรษะ ข้อศอก หัวเข่า และหลังส่วนล่าง ส่วนใหญ่แล้วโรคสะเก็ดเงินมักเกิดกับผู้ใหญ่ตอนต้น สำหรับบางคนก็จะเกิดรอยปื้นสีแดงเล็กๆ แต่ในกรณีที่รุนแรงก็จะเกิดรอยปื้นขนาดใหญ่ โรคสะเก็ดเงินสามารถรักษาให้หายได้แต่ก็สามารถกลับมาเป็นอีกได้ตลอด

โรคผิวหนัง โรคผิวหนังอักเสบ และโรคสะเก็ดเงินแตกต่างกันอย่างไร

โรคผิวหนัง (Dermatitis) เป็นชื่อที่ใช้เรียกโรคผิวหนังทั่วไป ที่เกิดจากภาวะระคายเคือง จนทำให้ผิวหนังเกิดอาการคัน รอยแดง ผิวหนังบวม ผิวหนังแห้ง เป็นตุ่ม โรคผิวหนังเกิดขึ้นได้จากหลายๆ สาเหตุ และจะมีอาการที่เกิดขึ้นแตกต่างกันออกไป โรคผิวหนังสามารถแบ่งออกเป็นประเภทต่างๆ ได้อีกมากมาย เช่น ผื่นแพ้สัมผัส (Contact dermatitis) ต่อมไขมันอักเสบ (Seborrheic Dermatitis หรือ Cradle cap) ผื่นผ้าอ้อม (Diaper rash) หรือแม้กระทั่งโรคผิวหนังอักเสบ (Atopic dermatitis หรือ Eczema) ก็เป็นโรคผิวหนังประเภทหนึ่ง ที่เมื่อผิวหนังสัมผัสกับสารก่อภูมิแพ้ก็จะเกิดการอักเสบ และมีอาการคันเมื่อผิวหนังเห่อขึ้น บางครั้งก็จะลามไปขึ้นส่วนอื่นๆ ด้วย ส่วนใหญ่แล้วจะรู้สึกคันมากในช่วงกลางคืนนอกจากนี้ยังมีปื้นสีแดง น้ำตาลขึ้นโดยเฉพาะบริเวณมือเท้า ข้อศอก ข้อมือ คอ อก เปลือกตา ข้อพับศอกและเข่า หากเกาบริเวณที่คันอย่างรุนแรงอาจทำให้มีของเหลวซึมออกมา

ส่วนโรคสะเก็ดเงินเป็นภาวะที่เกิดจากระบบภูมิคุ้มกันมีความผิดปกติเรื้อรัง ส่งผลให้เซลล์ผิวหนังเกิดการแบ่งตัวมากกว่าปกติ ทำให้เซลล์ผิวหนังที่ตายค่อยๆ สะสมขึ้นจนเป็นแผ่นสีขาวคล้ายๆ สะเก็ด หรือเป็นปื้นหนาขนาดใหญ่ ซึ่งจะทำให้ผิวหนังเกิดการอักเสบ มีรอยแดง และมีอาการคันมาก ซึ่งต่างจากโรคผิวหนังอักเสบที่เกิดจากตัวกระตุ้นภายนอก อาการของโรคสะเก็ดเงินต่างจากโรคผิวหนังอักเสบตรงที่ โรคสะเก็ดเงินจะคันแค่บริเวณที่มีรอยปื้นเท่านั้น และจะมีอาการคันเพียงอย่างเดียว

Hello Health Group ไม่ได้ให้คำแนะนำด้านการแพทย์ การวินิจฉัยโรค และการรักษาโรคแต่อย่างใด

อ่านเพิ่มเติม:

Share now :

Review Date: สิงหาคม 27, 2019 | Last Modified: กันยายน 6, 2019

แหล่งที่มา
บทความนี้ก็น่าสนใจเหมือนกัน