7 สาเหตุของ อาการปวดหลังในผู้หญิง ที่อาจไม่ได้เกิดจากแค่ที่หลัง

ทบทวนบทความโดย | โดย

Update Date พฤษภาคม 11, 2020 . 4 mins read
Share now

อาการปวดหลังเป็นอาการที่มักเกิดขึ้นในผู้หญิงมากกว่าผู้ชาย และบ่อยครั้งที่อาการปวดหลัง ก็ไม่ได้เกิดมาจากที่หลังของเราโดยตรง แต่สามารถเป็นผลกระทบมาจากอาการปวดในที่อื่น หรือจากโรคบางอย่างก็เป็นได้ มาทำความรู้จักกับ 7 สาเหตุที่ทำให้เกิด อาการปวดหลังในผู้หญิง เพื่อที่จะรักษาได้อย่างถูกจุด

1.โรคปวดก้นกบ

โรคปวดก้นกบ (Coccydynia) มีผลต่อผู้หญิงทุกวัย แต่ผู้หญิงวัย 40 ปีเป็นอายุเฉลี่ยที่เริ่มมีอาการ โดยอาการของโรคปวดก้นกบจะหายไปภายในสัปดาห์หรือเป็นเดือน แต่อาจกลายเป็นโรคเรื้อรัง และส่งผลกระทบต่อชีวิตประจำวันได้ ทำให้คุณไม่สามารถขับรถหรือก้มตัวโดยไม่เจ็บปวด อาการของโรคปวดก้นกบคือจะค่อยๆ เจ็บปวดบริเวณก้นกบ หรือเกิดขึ้นทันที หลังจากได้รับผลกระทบบริเวณปลายสุดของกระดูกสันหลัง กระดูกก้นกบมักจะเจ็บเมื่อสัมผัส นั่ง หรือได้รับแรงกดบนบริเวณที่เจ็บ นอกจากนี้อาการท้องผูกจะเพิ่มความเจ็บปวด แต่อาการปวดจะลดลงหลังจากการเคลื่อนไหวของลำไส้

ผู้หญิงมีแนวโน้มที่จะเป็นโรคปวดก้นกบมากกว่าผู้ชาย 5 เท่า เนื่องจากการบาดเจ็บที่เกี่ยวข้องกับการตั้งครรภ์ และตำแหน่งของกระดูกก้นกบที่ได้รับการป้องกันน้อยในผู้หญิง ถือเป็นเหตุผลสำคัญที่ทำให้ผู้หญิงมีโอกาสเป็นโรคนี้มากกว่าผู้ชาย ถึงแม้ว่าโรคกระดูกก้นกบส่วนใหญ่จะเกิดจากการคลอดบุตร หรือการล้มไปด้านหลัง คุณหมอก็ยังคงไม่สามารถระบุสาเหตุของโรคได้ทุกครั้ง แต่สาเหตุอาจเกิดจากการที่กระดูกก้นกบไม่ยืดหยุ่นพอ ที่จะโค้งงอเนื่องจากแรงกดดัน ส่งผลให้เกิดการบาดเจ็บที่กระดูกต้นกบและเส้นเอ็นบริเวณใกล้เคือง หรือบาดเจ็บทั้งสองส่วน

2. กระดูกยุบตัวเนื่องจากกระดูกพรุน

ผู้หญิงมีแนวโน้มเกือบ 2 เท่า ที่จะเป็นโรคกระดูกยุบตัว (Conpression Fractre) มากกว่าผู้ชาย เนื่องจากโรคกระดูกยุบตัวมีสาเหตุมาจากโรคกระดูกพรุน (Osteoporosis) และผู้หญิงมีแนวโน้มมากกว่าที่จะเป็นโรคกระดูกพรุน

ถ้าคุณอายุมากกว่า 45 ปี และมีอาการปวดหลังฉับพลันและปวดรุนแรง โดยเฉพาะถ้าคุณมีความเสี่ยงที่จะเป็นโรคกระดูกพรุน คุณควรไปหาพบหมอโดยเร็ว ปัจจัยเสี่ยงในการเป็นโรคกระดูกพรุน ได้แก่ มีประวัติว่าคนในครอบครัวกระดูกหัก เป็นโรคกระดูกพรุน และมีโครงสร้างร่างกายเล็ก ถึงแม้ว่าคุณจะไม่รู้สึกเจ็บปวด ก็ควรไปพบหมอหลังจากมีภาวะกระดูกสันหลังยุบตัว เนื่องจากการบาดเจ็บอาจจำกัดการเคลื่อนไหวของคุณ

3. ความเสื่อมของหมอนรองกระดูกและข้อต่อของกระดูกสันหลัง

ความเสื่อมของหมอนรองกระดูกและข้อต่อของกระดูกสันหลัง ส่งผลให้เกิดอาการปวดหลังและปวดขาได้ โดยเมื่อกระดูกสันหลังส่วนล่าง (เอวล่าง) ของคุณเคลื่อนไปข้างหน้า และไปอยู่เหนือกระดูกที่อยู่ด้านล่าง คุณจะเกิดภาวะที่เรียกว่า โรคกระดูกสันหลังเคลื่อน (Spondylolisthesis) หรือกระดูกสันหลังเลื่อน การเคลื่อนที่ของกระดูกสันหลังอาจระคายเคืองรากของกระดูกบริเวณใกล้เคียง ส่งผลให้เกิดความเจ็บปวดที่หลังส่วนล่างและขา อาการของโรคบางครั้งได้แก่ มีอาการเจ็บหรือรู้สึกขาไม่มีแรง ตอนเดินหรือยืน การนั่งลงมักจะช่วยบรรเทาความเจ็บปวดได้ ความเจ็บปวดจากโรคกระดูกสันหลังอาจรุนแรงขึ้น จนส่งผลต่อกิจกรรมในชีวิตประจำวันของคุณ

โรคหมอนรองกระดูกและข้อต่อของกระดูกสันหลังเสื่อม มักเกิดในผู้หญิงมากกว่าผู้ชาย โดยผู้หญิงมีสัดส่วนมากกว่า 3 ต่อ 1 ในการเป็นโรคนี้ ส่วนสาเหตุที่ทำให้ผู้หญิงมีโอกาสที่จะเป็นโรคนี้มากกว่า เนื่องจากความแตกต่างของอุ้งเชิงกราน และการเป็นโรคกระดูกพรุน ที่ผู้หญิงจะมีโอกาสเป็นโรคนี้มากกว่าผู้ชาย

ความเสื่อมของหมอนรองกระดูกและข้อต่อของกระดูกสันหลัง มีแนวโน้มที่จะเกิดขึ้นเมื่อคุณมีอายุ 50 ปีหรือมากกว่า ความเสื่อมของข้อต่อและเส้นเอ็นเนื่องจากอายุ ส่งผลให้กระดูกสันหลังยากที่จะอยู่ในแนวตรง ทำให้เกิดเป็นโรคหมอนรองกระดูกและข้อต่อของกระดูกสันหลังเสื่อม

4.กลุ่มอาการกล้ามเนื้อสะโพกหนีบเส้นประสาท

กลุ่มอาการกล้ามเนื้อสะโพกหนีบเส้นประสาท (Piriformis syndrome) เป็นโรคที่แพร่หลายมากที่สุดในผู้หญิงวัย 40-60 ปี โดยผู้หญิงมีแนวโน้มที่จะเป็นโรคนี้มากกว่าผู้ชาย 6 เท่า คุณหมอไม่สามารถระบุสาเหตุที่แน่ชัดได้ว่า ทำไมผู้หญิงจึงเป็นโรคนี้ แต่ความแตกต่างของร่างกายผู้หญิงกับผู้ชาย โดยเฉพาะบริเวณอุ้งเชิงกราน อาจเป็นเหตุผลสำคัญ

5.ปวดสะโพกร้าวลงขา

อาการปวดสะโพกร้าวลงขา (Sacroiliac Joint Dysfunctionมีแนวโน้มที่จะเกิดในผู้หญิงอายุน้อยและวัยกลางคน ผลจากการตั้งครรภ์เป็นหนึ่งในเหตุผล ที่ทำให้ผู้หญิงมีแนวโน้มจะเป็นโรคปวดสะโพกร้าวลงขามากกว่า ระหว่างการตั้งครรภ์ ร่างกายจะหลั่งสารเคมีที่ทำให้เส้นเอ็นและข้อต่อผ่อนคลาย เพื่อขยายพื้นที่ให้ทารก และเพื่อการขยายตัวของอุ้งเชิงกรานและช่องคลอดในตอนคลอดลูก แรงกดทับและน้ำหนักของทารกยังเป็นสาเหตุที่ทำให้อุ้งเชิงกรานตึงเครียด  นอกจากนี้อุบัติเหตุ เช่น การหกล้ม อาจส่งผลต่อเส้นเอ็น เป็นเหตุให้เกิดปวดสะโพกร้าวลงขาได้เช่นกัน

6.ภาวะอักเสบในอุ้งเชิงกราน

ในหลายกรณีของอาการปวดหลังด้านล่าง อาจไม่เกี่ยวข้องกับกระดูกสันหลัง แต่สามารเกิดได้จากการติดเชื้อแบคทีเรีย เช่น ภาวะอักเสบในอุ้งเชิงกราน (Pelvic inflammatory disease: PID) อาจเป็นสาเหตุของอาการปวดท้องและปวดหลังด้านล่างในผู้หญิง โดยจะมีอาการอ่อนเพลีย เป็นไข้ อาเจียนหรือท้องเสีย มีอาการตกขาวผิดปกติ รวมถึงมีอาการเจ็บปวดระหว่างมีเพศสัมพันธ์ร่วมด้วย ภาวะอักเสบในอุ้งเชิงกรานเป็นการติดเชื้อในระบบสืบพันธ์เพศหญิง หากไม่ได้รับการรักษาอาจนำไปสู่ความเสียหายของระบบสืบพันธุ์เพศหญิงและทำให้เกิดภาวะมีบุตรยาก การรักษาโรคขึ้นอยู่กับความรุนแรงของโรคและอาจมีการใช้ยาปฏิชีวนะ หรือมีการผ่าตัดถ้าโรคทำให้เกิดฝี (การสะสมของหนอง)

7.โรคตับอ่อนอักเสบ

โรคตับอ่อนอักเสบ (Pancreatitisเป็นอีกโรคหนึ่งที่ทำให้เกิดอาการปวดท้องและหลังส่วนล่างในผู้หญิง หากเป็นอาการปวดท้องมักจะเป็นตรงกลางส่วนบน โรคตับอ่อนอักเสบ หมายถึง การอักเสบของตับอ่อน ซึ่งมีหน้าที่ในการผลิตฮอร์โมนและเอนไซม์ที่จำเป็นสำหรับการย่อยอาหาร โรคตับอ่อนอักเสบอาจเกิดขึ้นฉับพลัน หรือเรื้อรัง โดยบางครั้งอาจมีอาการวิงเวียนและอาเจียน อุจจาระมีกลิ่นเหม็นมาก หรืออาหารไม่ย่อยร่วมด้วย

Hello Health Group ไม่ได้ให้คำแนะนำด้านการแพทย์ การวินิจฉัยโรค หรือการรักษาโรคแต่อย่างใด

อ่านเพิ่มเติม:

บทความนี้มีประโยชน์ต่อคุณหรือไม่
happy unhappy"
แหล่งที่มา

บทความนี้ก็น่าสนใจเหมือนกัน

ปวดหลังมากๆ นอนพื้น จะดีกว่าไหม ทำให้หายปวดหลังหรือเปล่า

บางคนบอกว่านอนพื้นแล้วปวดหลัง แต่บางคนกลับบอกว่าสบาย การ นอนพื้น ส่งผลอย่างไรกับร่างกายของคุณกันแน่ แก้ปวดหลังจริงๆ หรือเปล่า หาคำตอบได้จากบทความนี้

ทบทวนบทความโดย ทีม Hello คุณหมอ
เขียนบทความโดย พลอย วงษ์วิไล

อาการมือเท้าเย็น ผิดปกติ คือสัญญาณเตือนแรกของโรคร้ายจริงหรือ?

อาการมือเท้าเย็น อาจมาจากสภาพอากาศที่หนาวเย็น และเป็นเครื่องบ่งบอกอาการของโรคต่างๆได้ มาเช็กอาการแรกเริ่มในบทความนี้ของ Hello คุณหมอ เพื่อสุขภาพที่ดีกันเถอะ

ทบทวนบทความโดย ทีม Hello คุณหมอ
เขียนบทความโดย panyapat Aiemsin

ติดซีรีส์ ชอบดูทีวีไม่ใช่เรื่องผิด แต่ระวัง! น้ำหนักขึ้นแบบไม่รู้ตัว

การดูซีรีส์ หรือดูทีวี เป็นอีกหนึ่งกิจกรรมคลายเครียดยอดฮิต แต่หากคุณ ติดซีรีส์ หรือติดทีวีมากเกินไป อาจทำให้น้ำหนักขึ้น โรคภัยต่างๆ ถามหาโดยไม่รู้ตัว

ทบทวนบทความโดย ทีม Hello คุณหมอ
เขียนบทความโดย เนตรนภา ปะวะคัง

เพื่อนร่วมงาน เจ็บป่วยเรื้อรัง ควรปฏิบัติตัวอย่างไรดี

เมื่อคุณจะต้องทำงานกับ เพื่อนร่วมงาน ที่มีอาการ เจ็บป่วยเรื้อรัง หลายคนคงยังสงสัยว่าควรจะต้องทำตัวอย่างไรถึงจะเหมาะสม ทาง Hello คุณหมอ มีเรื่องนี้มาแนะนำ

ทบทวนบทความโดย ทีม Hello คุณหมอ
เขียนบทความโดย สิฏฐิณิศา รัชตวโรทัย
รู้หรือไม่, สุขภาพชีวิตที่ดี กุมภาพันธ์ 19, 2020 . 3 mins read

บทความแนะนำ

ท่านอน-บรรเทา-อาการปวดหลังส่วนล่าง

มี อาการปวดหลังส่วนล่าง ลองเปลี่ยนท่านอนดูสิ อาจช่วยให้ดีขึ้นได้

ทบทวนบทความโดย ทีม Hello คุณหมอ
เขียนบทความโดย Khongrit Somchai
เผยแพร่วันที่ มิถุนายน 4, 2020 . 3 mins read
การนอนหลับ-หมอน-ประโยชน์

เตียงนอนควรมี หมอน กี่ใบ ถึงจะดีต่อการนอนหลับ

ทบทวนบทความโดย ทีม Hello คุณหมอ
เขียนบทความโดย Khongrit Somchai
เผยแพร่วันที่ พฤษภาคม 29, 2020 . 3 mins read
การรักษาโรคด้วยการฝังเข็ม-ประโยชน์

การรักษาโรคด้วยการฝังเข็ม กับประโยชน์ต่างๆ ที่คุณควรรู้

ทบทวนบทความโดย ทีม Hello คุณหมอ
เขียนบทความโดย สิฏฐิณิศา รัชตวโรทัย
เผยแพร่วันที่ พฤษภาคม 28, 2020 . 3 mins read
เรื่องน่ารู้-นอนไม่หนุนหมอน-ข้อดีข้อเสีย

เรื่องน่ารู้ของการ นอนไม่หนุนหมอน มีข้อดีและข้อเสียอย่างไร มาหาคำตอบกัน

ทบทวนบทความโดย ทีม Hello คุณหมอ
เขียนบทความโดย พลอย วงษ์วิไล
เผยแพร่วันที่ เมษายน 9, 2020 . 3 mins read