อาการคันหลังมีเซ็กส์ ในผู้หญิงเกิดจากอะไร

ทบทวนบทความโดย | โดย

Update Date พฤษภาคม 11, 2020
Share now

ในบางครั้งหลังจากการมีเพศสัมพันธ์ ผู้หญิงอาจเกิดอาการคันยุบยิบที่บริเวณช่องคลอด จริงๆ แล้ว อาการคันหลังมีเซ็กส์ บริเวณช่องคลอดหลังมีเพศสัมพันธ์ถือเป็นเรื่องปกติที่สามารถเกิดขึ้นได้ ซึ่งมีสาเหตุมาจากหลายๆ อย่าง เช่น ผิวแห้ง เกิดอาการแพ้ บางครั้งอาจเกิดจากโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ ซึ่งทำให้เกิดอาการคันได้ วันนี้ Hello คุณหมอจะพาไปดูสาเหตุของการเกิดอาการคันหลังมีเพศสัมพันธ์ ว่าเกิดได้จากอะไรบ้าง

อาการคันหลังจากมีเซ็กส์ เกิดได้จากอะไรบ้าง

อาการคันที่เกิดจากเชื้อรา

อาการคันที่เกิดจากเชื้อราเป็นอาการที่พบได้บ่อย นอกจากอาการคันแล้ว ยังมีตกขาวร่วมด้วย บางคนอาจเกิดอาการบวมรอบๆ ช่องคลอด อาการติดเชื้อจากเชื้อราสามารถติดต่อกันได้ทางการมีเพศสัมพันธ์ แต่ว่า โรคเชื้อรา ไม่ใช่โรคติดต่อ ซึ่งโรคนี้พบได้ในผู้หญิงที่มีเพศสัมพันธ์บ่อยมากกว่าผู้หญิงที่ไม่ค่อยมีเพศสัมพันธ์ นอกจากนี้ผู้หญิงในกลุ่มคนท้อง คนที่มีภาวะเครียด ระบบภูมิคุ้มกันอ่อนแอ เบาหวาน จะยิ่งทำให้โรคเชื้อรารุนแรงขึ้น

อาการแพ้

อาการแพ้ เป็นอาการทั่วไปที่พบได้บ่อยๆ ซึ่งจะทำให้เกิดอาการคัน และรู้สึกแสบร้อน ผู้หญิงบางคนมีอาการแพ้น้ำอสุจิ ซึ่งเป็นอาการแพ้โปรตีนบางตัวที่อยู่ในน้ำอสุจิ อาการแพ้น้ำอสุจิเป็นเรื่องที่ตรวจพบได้อยาก เพราะผู้หญิงส่วนมากไม่กล้าที่เข้าไปปรึกษาแพทย์ นอกจากอาการแพ้น้ำอสุจิแล้ว ผู้หญิงบางคนก็มีอาการแพ้ถุงยางอนามัย ซึ่งเป็นปฏิกิริยาที่แพ้โปรตีนที่อยู่ใน ถุงยางอนามัย

ผิวหนังแห้ง

อาการคันบริเวณช่องคลอดเกิดจาก บริเวณนั้นมีน้ำหล่อลื่นไม่เพียงพอ จนขาดความชุ่มชื่น ซึ่งสาเหตุของความชุ่มชื่นเกิดได้จากหลายๆ อย่างไม่ว่าจะเป็น ผิวแห้งโดยธรรมชาติ ปัญหาเรื่องโรคผิวหนัง หรือเกิดจากการเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมน เช่น ช่วงตั้งครรภ์ ช่วงวัยทอง นอกจากนี้การใช่สบู่ที่ไม่ให้ความชุ่มชื้นก็เป็นสาเหตุหนึ่งของอาการช่องคลอดแห้งได้เช่นกัน เมื่อช่องคลอดแห้งแล้วมีเพศสัมพันธ์ เมื่อเกิดการเสียดก็จะทำให้เกิดอาการคันได้

ความสมดุลของค่าความเป็นกรด (pH Balance)

ค่า pH คือค่าความเป็นกรด เป็นด่างโดยมีมาตราวัด 0-14 โดยที่ค่า pH บริเวณช่องคลอดควรอยู่ที่ระดับ 3.8-4.5 ซึ่งค่าในระดับนี้อยู่ในระดับที่สามารถป้องกันไม่ใช้แบคทีเรียหรือเชื้อราเติบโตได้ หากมีค่า pH ในระดับที่สูงกว่านี้อาจเสี่ยงต่อการติดเชื้อได้ ซึ่งก็จะทำให้เกิดอาการคัน ซึ่งสาเหตุที่ทำให้ค่า pH ไม่ปกติมาจากการมีเพศสัมพันธ์ที่ไม่ใส่ถุงยางอนามัย เพราะน้ำอสุจิมีค่าเป็นด่าง ซึ่งจะทำให้บริเวณช่องคลอดมีค่า pH สูงขึ้น นอกจากนี้ช่วงมีประจำเดือน ก็อาจทำให้ค่า pH สูงขึ้นได้เช่นกัน

 หลีกเลี่ยงอาการคันเหล่านี้อย่างไรดี

อาการคันหลังมีเซ็กส์ เป็นปัญหาที่สามารถเกิดขึ้นได้ปกติ ซึ่งมีหลายวิธีที่จะช่วยลดอาการคันเหล่านั้น อันดับแรกต้องหยุดมีเพศสัมพันธ์ก่อน เพื่อให้อาการคันดีขึ้น ในระหว่างนั้นก็ต้องดูแลทำความสะอาดบริเวณช่องคลอดให้มีความสะอาดอยู่เสมอ เช็ดให้แห้ง ไม่ปล่อยให้อับชื้น ล้างอวัยวะเพศด้วยผลิตภัณฑ์ที่อ่อนโยนต่อจุดซ่อนเร้น หรือหากอาการคันเกิดจาก ถุงยางอนามัย ควรเปลี่ยนมาใช้ถุงยางอนามัยที่ไม่มีส่วนประกอบของยาง และที่สำคัญไม่ควรเกาบริเวณที่คันเพราะจะยิ่งทำให้อาการแย่ลง หากมีอาการคันมากๆ ควรปรึกษาแพทย์เพื่อใช้ยาในการรักษาต่อไป

Hello Health Group ไม่ได้ให้คำปรึกษาด้านการแพทย์ การวินิจฉัย หรือการรักษาโรคแต่อย่างใด

อ่านเพิ่มเติม:

บทความนี้มีประโยชน์ต่อคุณหรือไม่
happy unhappy"

บทความนี้ก็น่าสนใจเหมือนกัน

ลอเรลวูด (Laurelwood)

ลอเรลวูด (Laurelwood) ใช้สำหรับโรคเรื้อน โรคริดสีดวงทวาร โรคหิด โรคหนองในแท้ เชื้อราในช่องคลอด และโรคอีสุกอีใส ซึ่งรูปแบบการใช้เป็นแบบน้ำมันทามานู

ทบทวนบทความโดย ทีม Hello คุณหมอ
เขียนบทความโดย Ploylada Prommate

บทความแนะนำ

โมเมทาโซน-mometasone

ดาคทาริน® (Daktarin®)

ทบทวนบทความโดย ทีม Hello คุณหมอ
เขียนบทความโดย pimruethai
เผยแพร่วันที่ ตุลาคม 4, 2019
ตกขาวในคุณแม่ตั้งครรภ์

ตกขาวในคุณแม่ตั้งครรภ์ เรื่องปกติ…ที่ต้องระวังอย่าให้ผิดปกติ!

ทบทวนบทความโดย ทีม Hello คุณหมอ
เขียนบทความโดย Sopista Kongchon
เผยแพร่วันที่ มีนาคม 2, 2019
ซัลฟานิลาไมด์ (Sulfanilamide)

ซัลฟานิลาไมด์ (Sulfanilamide)

ทบทวนบทความโดย เภสัชกรอาชานนท์ สมศักดิ์
เขียนบทความโดย จิดาภา ติยะสิริทานนท์
เผยแพร่วันที่ กรกฎาคม 24, 2018
ติดเชื้อแบคทีเรียในช่องคลอด

คัน แสบ จุดซ่อนเร้น คุณสาวๆ อาจ ติดเชื้อแบคทีเรียในช่องคลอด เข้าแล้ว

ทบทวนบทความโดย ทีม Hello คุณหมอ
เขียนบทความโดย ED API
เผยแพร่วันที่ กรกฎาคม 18, 2018