home

ปัญหาสุขภาพช่องปากแบบอื่น

นอกจากฟันผุ ปวดฟัน หรือฟันคุด ยังมี ปัญหาสุขภาพช่องปากแบบอื่น ที่คุณอาจจะยังไม่รู้ ดังนั้น เราจึงรวบรวมเรื่องราวเกี่ยวกับปัญหาสุขภาพช่องปากแบบอื่น มาให้ทุกคนได้ศึกษากัน

เรื่องเด่นประจำหมวด

ปัญหาสุขภาพช่องปากแบบอื่น

เชื่อว่าคุณผู้อ่านหลายท่านน่าจะต้องเคยประสบกับปัญหา เหงือกบวม กันมาไม่น้อย แต่ อาการเหงือกบวม เกิดจากอะไร เมื่อเป็นแล้วจะมีวิธีดูแลและบรรเทาอาการด้วยตนเองได้ยังไงบ้าง ไปหาคำตอบกันได้ที่บทความนี้กันเลยค่ะ จาก Hello คุณหมอ  เหงือกบวม เกิดจากอะไร หลายคนอาจเข้าใจว่า อาการเหงือกบวม นั้นมักจะเกิดจากการแปรงฟันแรงเกินไป หรือการที่เหงือกถูกกระทบกระเทือน แต่แท้จริงแล้วเหงือกบวมเกิดขึ้นได้จากหลายสาเหตุที่แตกต่างกันออกไป ไม่ว่าจะเป็น อาการเหงือกอักเสบ อาการเหงือกอักเสบคืออาการที่เหงือกได้รับการระคายเคืองและบวม ซึ่งมักเป็นหนึ่งในปัญหาสุขภาพเหงือกยอดนิยมที่เกิดขึ้นจากการที่สุขอนามัยในช่องปากไม่ดี เต็มไปด้วยคราบจุลินทรีย์และแบคทีเรียต่างๆ แต่เนื่องจากเหงือกอักเสบนั้นไม่ได้มีอาการที่รุนแรงมากนัก หลายคนจึงไม่ได้สนใจหรือไม่รู้ตัวเลยด้วยซ้ำว่ามีอาการเหงือกอักเสบ ซึ่งหากปล่อยเอาไว้นานๆ ก็จะมีปัญหาเหงือกบวมขั้นรุนแรง หรืออาจอันตรายจนนำไปสู่การเป็นโรคปริทันต์และสูญเสียฟันได้ การตั้งครรภ์ แม้จะฟังดูไม่น่าเกี่ยวข้องกันได้ แต่การตั้งครรภ์ก็มีส่วนที่ทำให้เกิดอาการเหงือกบวมได้จริงๆ เนื่องจากในขณะตั้งครรภ์นั้นเป็นช่วงที่ร่างกายมีการเปลี่ยนแปลงและเพิ่มขึ้นของระดับฮอร์โมนอย่างรวดเร็ว ทำให้ไปเพิ่มการไหลเวียนของเลือดที่บริเวณเหงือก ส่งผลให้เหงือกเกิดการระคายเคืองได้ง่ายขึ้นจนทำให้เกิดอาการบวมขึ้นมา การขาดวิตามิน ปัญหาการขาดวิตามินก็เป็นหนึ่งในสาเหตุที่ทำให้เหงือกบวม โดยเฉพาะการขาดวิตามินบีและวิตามินซี เนื่องจากเป็นวิตามินสำคัญที่มีส่วนช่วยในการซ่อมแซมและบำรุงส่วนที่สึกหรอของฟันและเหงือก หากร่างกายขาดวิตามินบีหรือวิตามินซี ก็อาจจะมีผลทำให้เกิดปัญหาเลือดออกตามไรฟัน และโรคเหงือกตามมา การติดเชื้อ การดูแลรักษาสุขภาพช่องปากให้สะอาดอยู่เสมอนั้นเป็นเรื่องสำคัญ เนื่องจากจะเป็นการป้องกันและช่วยลดแบคทีเรีย เชื้อรา และสิ่งสกปรกต่างๆ ภายในช่องปากที่อาจมีผลให้เกิดการติดเชื้อภายในปาก ซึ่งแบคทีเรียและเชื้อราเหล่านี้สามารถก่อให้เกิดปัญหาทั้งฟันผุ เหงือกบวม เหงือกอักเสบ หรือโรคปริทันต์ได้ การแปรงฟันที่ผิดสุขลักษณะ การแปรงฟันแบบผิดๆ ไม่ได้อยู่ที่วิธีการแปรงฟันเท่านั้น แต่เริ่มตั้งแต่การเลือกแปรงสีฟันและยาสีฟันด้วย แปรงสีฟันที่เหมาะสมไม่ควรจะแข็งจนเกินไป หรือนุ่มจนไม่สามารถจะทำความสะอาดได้อย่างล้ำลึก ควรเลือกขนแปรงที่นุ่มกำลังดี จะให้ดีควรมีฟังก์ชันสำหรับแปรงหรือทำความสะอาดลิ้นด้วย เวลาแปรงฟันควรออกแรงแต่พอดี ไม่ควรรีบแปรง และไม่ควรใช้แรงในการแปรงฟันที่มากจนเกินไป เพราะจะทำให้เกิดอาการระคายเคืองซึ่งจะมีผลทำให้เกิดอาการเหงือกบวมหรือมีการระคายเคืองในช่องปาก ดูแลตัวเองอย่างไรเมื่อมีอาการเหงือกบวม อาการเหงือกบวม แม้จะไม่ใช่สัญญาณที่ดีของสุขภาพ แต่ก็เป็นปัญหาสุขภาพช่องปากที่เกิดขึ้นได้บ่อยๆ อย่างไรก็ตาม อาการเหงือกบวมสามารถที่จะดูแลและบรรเทาอาการให้ดีขึ้นได้ง่ายๆ […]

หัวข้อ ปัญหาสุขภาพช่องปากแบบอื่น เพิ่มเติม

ปัญหาสุขภาพช่องปากแบบอื่น

โรคบูลิเมีย (Bulimia) หรือโรคล้วงคอ เป็นความผิดปกในการรับประทานอาหาร ซึ่งเกิดจากการที่รับประทานอาหารเข้าไปเป็นปริมาณที่มาก และพยายามที่จะกำจัดอาหารที่รับประทานเหล่านั้นออกไป เช่น การล้วงคออาเจียน การใช้ยาระบาย หรือการพยายามออกกำลังกายมากๆ เพื่อพยายามให้แคลอรี่ที่ได้รับออกไปได้มากที่สุด ซึ่งการทำเช่นนี้ สามารถส่งผลเสียต่อหัวใจ ไต และอวัยวะอื่นๆ ในร่างกายได้ นอกจากนี้ โรคบูลิเมีย ทำลายสุขภาพฟัน เป็นอย่างมากอีกด้วย วันนี้ Hello คุณหมอ มีข้อมูลที่น่าสนใจเกี่ยวกับอาการนี้มาฝากกันค่ะ โรคบูลิเมีย ทำลายสุขภาพฟัน อย่างไรบ้าง การอาเจียนบ่อยๆ นั้นส่งผลเสียอย่างรุนแรงต่อสุขภาพฟัน การอาเจียนนั้นมีฤทธิ์เป็นกรด เพราะการอาเจียนนั้นจะมีน้ำย่อยในกระเพาะอาหารออกมาด้วย โดยปกติแล้วน้ำย่อยเหล่านี้จะมีหน้าที่ในการย่อยอาหารในกระเพาะอาหาร เมื่อน้ำย่อยเหล่านี้สัมผัสกับฟันบ่อยๆ ก็สามารถทำลายสุขภาพฟันได้อีกมากมาย ดังนี้ ฟันผุ การที่อาเจียนบ่อยๆ นั้น ทำให้กรดจากน้ำย่อยนั้นทำลายสารเคลือบฟัน ซึ่งเมื่อสารเคลือบฟันเหล่านั้นถูกทำลายฟันก็จะเป็นโพรง ยิ่งหากเรามีการรับประทานอาหารที่มีน้ำตาลเป็นจำนวนมากก็จะยิ่งทำให้ฟันผุ ซึ่งอาการฟันผุสามารถสังเกตได้ง่ายๆ จากการแปรงฟัน หากมีเลือดออกที่เหงือกหลังจากแปรงฟันคุณอาจกำลังมีฟันผุอยู่ ซึ่งหากปล่อยทิ้งไว้อาจทำให้เป็นหนองและเน่าได้ ฟันเหลืองและเปราะบาง หลังจากที่ฟันผุ ฟันกร่อนจากการที่โดนกรดเหล่านั้นทำลายมากๆ จนทำให้ฟันเหลือง คือการที่ฟันเปลี่ยนไปเป็นสีเหลือง และสุขภาพฟันก็จะแย่ลง ฟันจะอ่อนแอและมีความเปราะบางมากกว่าปกติ บางครั้งฟันอาจเปราะบางจนสามารถเปลี่ยนรูปได้เลยทีเดียว ต่อมน้ำลายบวม กรดที่ออกมาพร้อมกับการอาเจียนนั้น สามารถทำให้ต่อมน้ำลายบริเวณแก้มทั้งสองข้างเกิดความระคายเคืองได้ ซึ่งต่อมน้ำลายทำหน้าที่ในการผลิตน้ำลาย ซึ่งมีส่วนช่วยในการป้องกันฟันผุ หากต่อมน้ำลายบวม บริเวณกรามก็จะมีอาการบวม เป็นแผลในปาก กรดจากการอาเจียนนอกจากทำลายผิวเคลือบฟันแล้ว ยังไปทำลายผิวหนังบริเวณกระพุ้งแก้ม เพดาน และลำคอ ซึ่งอาจทำให้เกิดการระคายเคืองและเกิดแผลขึ้นมาได้ บางครั้งอาจมีอาการบวมร่วมด้วย […]

ปัญหาสุขภาพช่องปากแบบอื่น

น้ำลายนั้นเป็นส่วนประกอบหนึ่งภายในช่องปาก ที่ช่วยทำให้ปากเกิดความชุ่มชื้น และช่วยย่อยอาหาร หลายคนอาจจะไม่ชอบน้ำลาย เพราะคิดว่าเป็นสิ่งที่สกปรก และเต็มไปด้วยเชื้อโรค แต่จริงๆ แล้ว น้ำลาย นั้นมีประโยชน์ต่อร่างกาย โดยเฉพาะสุขภาพช่องปาก มากกว่าที่เราคิด น้ำลาย คืออะไร น้ำลาย (Saliva) หมายถึงของเหลวใสๆ ที่ผลิตขึ้นจากต่อมน้ำลายภายในช่องปาก โดยน้ำลายนั้นจะมีอยู่ 2 ประเภท คือน้ำลายที่มีลักษณะเหนียว และน้ำลายที่มีลักษณะใส ส่วนประกอบของน้ำลายมนุษย์ ได้แก่ น้ำ มากกว่า 99.5 เปอร์เซ็นต์ และส่วนประกอบย่อยที่เหลือคือ เยื่อบุผิว อิเล็กโทรไลท์ (Electrolytes) ต่างๆ เช่น โซเดียม โพแทสเซียม และฟอสเฟส แป้ง โปรตีนชนิดต่างๆ สารต้านเชื้อแบคทีเรีย และเอนไซม์ที่ช่วยย่อยอาหารจำพวกแป้งและไขมัน นอกจากนี้ น้ำลายยังมีส่วนประกอบของน้ำเหลืองที่มาจากเหงือกอีกด้วย โดยเฉลี่ยแล้ว ตามปกติร่างกายของเราจะหลั่งน้ำลายในปริมาณ 0.75 – 1.5 สิตรต่อวัน และจะมีการหลั่งน้ำลายน้อยลงในช่วงระหว่างที่เรากำลังนอนหลับ ดังนั้นจึงเป็นสาเหตุที่ทำให้เรามักจะมีกลิ่นปากในตอนเช้า เนื่องจากการขาดสารฆ่าเชื้อแบคทีเรียภายในน้ำลาย ทำให้เกิดการสะสมของเชื้อแบคทีเรียภายในช่องปาก น้ำลายทำหน้าที่อะไรบ้าง ทำให้ช่องปากชุ่มชื้น น้ำลายจะช่วยสร้างความชุ่มชื้นให้แก่ช่องปาก เช่นป้องกันไม่ให้ปากแห้ง และป้องกันไม่ให้เนื้อเยื่อภายในช่องปาก เช่น กระพุ้งแก้ม […]

ปัญหาสุขภาพช่องปากแบบอื่น

การดื่มสุรานั้น เป็นเหตุที่ก่อให้เกิดการสูญเสียมากมาย ทั้งเสียสุขภาพ และอาจรุนแรงไปถึงขั้นเสียชีวิตได้ เนื่องจากขณะที่มึนเมานั้นร่างกายขาดทั้งสติและสัมปชัญญะในการควบคุมตนเอง ยิ่งไปกว่านั้น อีกหนึ่งข้อเสียคือ แอลกอฮอล์ส่งผลต่อสุขภาพช่องปาก ทำให้สุขภาพฟันและเหงือกมีปัญหา ส่วนแอลกอฮอล์จะส่งผลเสียต่อช่องปากของเราอย่างไรนั้น มาหาคำตอบกันได้ที่บทความนี้เลยค่ะ แอลกอฮอล์กับร่างกาย การดื่มแอลกอฮอล์ หรือของมึนเมาชนิดต่าง ๆ นั้น แทบไม่ปรากฏว่าเป็นการดื่มเพื่อสุขภาพ หรือทำให้ผู้ที่ดื่มมีสุขภาพดีและแข็งแรง แต่กลับส่งผลเสียต่อสุขภาพมากกว่า ทั้งในระยะสั้น และระยะยาว คนที่ดื่มแอลกอฮอล์ติดต่อกันเป็นระยะเวลานาน ๆ อาจเสี่ยงต่อการเป็นโรคพิษสุราเรื้อรัง โรคตับ โรคหัวใจ มีผลต่อสมอง ระบบภูมิคุ้มกันอ่อนแอ เป็นต้น นอกจากนี้ การดื่มแอลกอฮอล์อย่างหนัก ยังอาจเสี่ยงต่อการเสียชีวิตหากมีการเมาแล้วขับ เพราะอาจมีอาการหลับใน เมาจนควบคุมสติไม่อยู่ นำไปสู่การประสบอุบัติเหตุทางรถยนต์ ทำให้พิการหรือเสียชีวิตได้ในที่สุด แอลกอฮอล์ส่งผลต่อสุขภาพช่องปาก อย่างไรบ้าง นอกจากจะมีผลต่อสุขภาพอื่น ๆ แล้ว รู้หรือไม่ว่า การดื่มแอลกอฮอล์มีผลต่อสุขภาพของช่องปากด้วยเช่นกัน ทันตแพทย์หลายคนกล่าวว่า โดยมากแล้วผู้ที่ดื่มแอลกอฮอล์เป็นประจำมักจะมีคราบหินปูนสูง ซึ่งก่อให้เกิดปัญหาในช่องปากตามมาในภายหลังได้ อย่างไรก็ตาม คำกล่าวนี้ยังไม่ได้มีการยืนยันอย่างเป็นทางการ เป็นเพียงการพบเห็นสถานการณ์เช่นนี้บ่อยครั้งเท่านั้น นอกจากเรื่องความเสี่ยงของการเกิดคราบหินปูนแล้ว ยังมีความเสี่ยงอื่น ๆ ดังต่อไปนี้ การปนเปื้อน สีของแอลกอฮอล์นั้น โดยมากมาจากสีที่มีการสังเคราะห์ หรือสารให้สีที่เรียกว่า โครโมเจน (Chromogens) เมื่อดื่มแอลกอฮอล์เป็นระยะเวลานาน ๆ […]

ปัญหาสุขภาพช่องปากแบบอื่น

ปกติแล้วลิ้นของคนเรานั้นมีสีชมพู จะเปลี่ยนไปบ้างบางครั้งเวลาที่รับประทานอาหารที่มีสี เช่น ลูกอมบางยี่ห้อ หรือเครื่องดื่มที่มีสีต่าง ๆ ที่เป็นสีสังเคราะห์ แต่ถ้าลิ้นของคุณเปลี่ยนสีโดยที่ไม่ได้มาจากการรับประทานของเหล่านี้ หรือถ้าคุณมีอาการ ลิ้นส้ม จะเป็นสัญญาณว่าร่างกายของคุณกำลังเผชิญกับโรคร้ายอยู่หรือไม่ มาหาคำตอบพร้อมกันกับ Hello คุณหมอ  สาเหตุของการเกิดลิ้นส้ม สาเหตุของอาการลิ้นส้มนั้นเกิดขึ้นได้จากหลายปัจจัยที่แตกต่างกัน ดังนี้ 1.ปัญหาสุขภาพช่องปาก โดยปกติแล้ว เซลล์ที่อยู่บนผิวลิ้นของคนเรานั้นจะมีการเจริญเติบโตและหลุดออกไปทุกครั้ง แต่เมื่อใดก็ตามที่เซลล์เหล่านั้นไม่หลุดออกไปจากลิ้น ก็จะสร้างตัวและอาศัยอยู่ในลิ้นของเรา เมื่อรับประทานอาหารเข้าไป อาหารก็จะไปติดกับเซลล์เหล่านี้ จนกระทั่งเกิดเป็นคราบสีขาวที่ลิ้น และในบางครั้งก็เปลี่ยนเป็นสีต่าง ๆ สาเหตุของปัญหาเหล่านี้ มาจากการดื่มชาหรือกาแฟ การสูบบุหรี่ หรือมีอาการปากแห้ง ควรหมั่นดูแลสุขภาพช่องปากให้สะอาด แปรงฟันและแปรงลิ้นอย่างสม่ำเสมอ ระวังไม่ให้มีฟันผุ หรือปัญหาสุขภาพปากอื่น ๆ และควรหาเวลาไปตรวจสุขภาพช่องปากกับผู้เชี่ยวชาญ 2.การเจริญเติบโตของแบคทีเรียและยีสต์ บริเวณผิวลิ้นของคนเรานั้น มีแบคทีเรียและยีสต์อาศัยอยู่ เมื่อแบคทีเรียและยีสต์เหล่านี้ก่อตัวมากขึ้นหรือเร็วจนเกินไป แบคทีเรียและยีสต์พวกนี้ก็จะเริ่มปล่อยสารออกมาทำให้ลิ้นของเราเปลี่ยนเป็นสีเหลืองหรือสีส้ม 3.เชื้อราในช่องปาก เชื้อราในช่องปากที่ว่านี้ คือเชื้อราที่มีอยู่ในช่องปากและในระบบทางเดินอาหาร รวมถึงช่องคลอด ชื่อว่า แคนดิดา อัลบิแคนส์ (Candida Albicans) ซึ่งเชื้อราเหล่านี้มักจะทำให้ลิ้นและกระพุ้งแก้มของเรามีคราบสีขาว และถ้าหากมีแผลหรือเลือดออกในปาก ลิ้นก็จะเปลี่ยนเป็นสีส้ม 4.ยาปฏิชีวนะ การใช้ยาปฏิชีวนะเพื่อรักษาโรคและสภาวะอาการต่าง ๆ ก็เป็นผลที่ทำให้เกิดลิ้นส้มได้ด้วยเหมือนกัน เนื่องจากตัวยาบางชนิดเข้าไปรบกวนการทำงานของแบคทีเรียที่อยู่ในลิ้นและช่องปาก ทำให้ลิ้นเปลี่ยนเป็นสีส้ม 5.กรดไหลย้อน อาการลิ้นส้มไม่ได้ทำให้เป็นกรดไหลย้อน แต่การเป็นกรดไหลย้อนมีส่วนที่ทำให้ลิ้นเปลี่ยนสี ทั้งนี้อาการกรดไหลย้อนนั้นเกิดจากการที่กรดในช่องท้องมีการตีกลับขึ้นมาที่หลอดอาหาร โดยอาการนี้จะเกิดขึ้นเมื่อกล้ามเนื้อหูรูดของหลอดอาหารส่วนล่างมีการหย่อน หรือคลาย ทำให้กรดในกระเพาะอาหารสามารถวกกลับขึ้นมายังหลอดอาหารได้อีก […]

ปัญหาสุขภาพช่องปากแบบอื่น

การนอนกัดฟัน (Bruxism) มักเป็นอาการที่เกี่ยวข้องกับความเครียดหรือความกังวล และโดยปกติจะไม่ถือเป็นปัญหาสุขภาพร้ายแรง แต่สำหรับบางคน นอนกัดฟัน อาจทำให้มีอาการปวดบริเวณใบหน้าและปวดหัว นอนกัดฟันเกิดจากสาเหตุใด ส่งผลต่อสุขภาพช่องปากอย่างไรบ้าง และเมื่อไหร่ที่ต้องไปพบคุณหมอ นอนกัดฟัน คืออะไร นอนกัดฟัน (Teeth grinding or Bruxism) มักจะเกิดขึ้นขณะหลับ หรือขณะที่กำลังใช้ความคิด รวมถึงช่วงที่กำลังเครียด โดยผู้ที่นอนกัดฟันมักจะไม่รู้ตัวว่ากำลังกัดฟันอยู่ และโดยปกติแล้วไม่เป็นอันตราย แต่ถ้าเกิดขึ้นทุกวัน เป็นเวลานาน อาจทำให้ฟันเสียหายได้ และจะมีปัญหาสุขภาพช่องปากอื่นๆ ตามมา เกิดจากสาเหตุใด สาเหตุของอาการนอนกัดฟันยังไม่ชัดเจน แต่มักจะเชื่อมโยงกับปัจจัยอื่นๆ เช่น ความเครียด ความกังวล และปัญหาการนอนหลับ ความเครียดและความกังวล นอนกัดฟันมักจะเกิดจากความเครียดหรือความกังวล และหลายคนไม่รู้ตัวว่ากำลังเครียดอยู่ ซึ่งอาการนอนกัดฟันจะเกิดขึ้นในช่วงที่นอนหลับ ยาบางชนิด นอนกัดฟันอาจเป็นผลข้างเคียงจากการกินยาบางชนิด เช่น ยารักษาอาการซึมเศร้า (Antidepressants) โดยเฉพาะยากลุ่ม selective serotonin reuptake inhibitors (SSRIs) การนอนหลับผิดปกติ ถ้าคุณนอนกรน หรือมีการนอนหลับที่ผิดปกติ เช่น ภาวะหยุดหายใจขณะหลับชนิดอุดกั้น (Obstructive sleep apnea) ก็มีแนวโน้มที่จะนอนกัดฟันขณะหลับ เนื่องจากภาวะหยุดหายใจขณะหลับชนิดอุดกั้น อาจรบกวนการหายใจในช่วงขณะหลับ นอกจากนี้คุณมีแนวโน้มที่จะนอนกัดฟัน ในกรณีดังนี้ พูด หรือพึมพำขณะหลับ แสดงพฤติกรรมรุนแรงขณะหลัง เช่น เตะหรือต่อย มีอาการ […]

ปัญหาสุขภาพช่องปากแบบอื่น

หากคุณมี อาการผิดปกติของข้อต่อขากรรไกร (Temporomandibular Joint) ซึ่งเป็นอาการที่อาจส่งผลกระทบต่อขากรรไกรและปาก จนทำให้เกิดอาการต่าง ๆ เช่น การกัดฟัน ปวดกราม ปวดศีรษะ การเปิดหรือปิดปากได้ไม่ถนัด เกิดเสียงดังขณะเคี้ยวหรือเสียงก้องในหู หากคุณมีความผิดปกติของข้อต่อขากรรไกร สิ่งที่ต้องระวังระวังเป็นอย่างมากก็คือ อาหารที่รับประทาน การรับประทานอาหารนิ่ม ๆ หรือการหั่นเป็นชิ้นเล็ก ๆ จะช่วยลดแรงกดบนข้อต่อ ซึ่งทำหน้าที่ในการเปิด-ปิดขากรรไกร อีกทั้งยังช่วยให้ข้อต่อได้ฟื้นฟู วันนี้ Hello คุณหมอ มีอาหารที่น่าสนใจสำหรับผู้ที่มีอาการผิดปกติของข้อต่อขากรรไกรมาฝากกันค่ะ ว่าแต่อาหารที่ควรรับประทาน และควรหลีกเลี่ยง เพื่อลดอาการผิดปกติของข้อต่อขากรรไกร จะมีอะไรบ้าง เราไปดูกันเลย อาหารสำหรับผู้ที่มี อาการผิดปกติของข้อต่อขากรรไกร อาหารที่มีลักษณะนิ่มเหล่านี้ อาจช่วยให้คุณไม่ต้องเปิดปากกว้าง เพื่อลงแรงกดบนข้อต่อทุก ๆ ครั้งที่คุณรับประทาน ชีสชนิดที่มีลักษณะนิ่มต่าง ๆ โยเกิร์ตธรรมชาติ ผักนึ่ง น้ำผลไม้คั้นสด หรือน้ำผลไม้ปั่น ผลไม้นิ่ม เช่น เบอร์รี กล้วย สตรอเบอร์รี เชอร์รี เรดเคอร์แรนท์ ถั่ว ซุป ไข่คน มันบด อาหารที่ควรหลีกเลี่ยงในผู้ป่วยที่มี อาการผิดปกติของข้อต่อขากรรไกร อาหารที่ผู้ป่วยที่มีอาการผิดปกติของข้อต่อขากรรไกรต้องหลีกเลื่ยงคือ อาหารที่ต้องมีการบดเคี้ยวนาน ๆ หรืออาหารที่จะเพิ่มแรงกดให้กับข้อต่อ เช่น ขนมปังแข็งกรอบ ซีเรียลกรอบ เนื้อเหนียว เช่น สเต็ก อาหารที่มีความเหนียวหรือหนืด เช่น แอปเปิ้ลเคลือบคาราเมล หมากฝรั่ง อาหารกรอบและแข็ง เช่น […]

ปัญหาสุขภาพช่องปากแบบอื่น

ความผิดปกติของข้อต่อขากรรไกร (Temporomandibular Joint หรือ TMJ) เกิดขึ้นบริเวณขากรรไกรและกล้ามเนื้อใบหน้า ที่ควบคุมขากรรไกร เพื่อทำความรู้จักกับอาการผิดปกตินี้ ลองอ่านข้อมูลที่นำเสนอต่อไปนี้ สาเหตุของความผิดปกติของข้อต่อขากรรไกร นักวิทยาศาสตร์ยังไม่แน่ใจถึงสาเหตุของความผิดปกติของข้อต่อขากรรไกร ข้อสันนิษฐานที่ดีที่สุดก็คือ อาการอาจเกิดขึ้นจากขากรรไกรและกล้ามเนื้อโดยรอบ อาการบาดเจ็บที่ขากรรไกรและบริเวณที่เกี่ยวข้อง อาจเป็นสาเหตุของความผิดปกติของข้อต่อขากรรไกรได้เช่นกัน สาเหตุอื่นๆ ยังมีปัญหาข้ออักเสบ การกัดฟัน ความเครียด และการเลื่อนของกระดูกบริเวณข้อต่อ หรือหมอนรองกระดูก เราจะรู้ได้อย่างไรว่ามีความผิดปกติของข้อต่อขากรรไกร หากคุณมีความผิดปกติของข้อต่อขากรรไกร คุณอาจรู้สึกปวดและไม่สบายในช่องปาก บางรายอาจมีอาการปวดเรื้อรัง ขณะที่บางรายอาการอาจเกิดเพียงชั่วคราว ความผิดปกติของข้อต่อขากรรไกรมาพร้อมกับอาการปวดบริเวณใบหน้า และขากรรไกร รวมถึงคอและไหล่ อาจลามไปถึงหูเมื่อคุณเคี้ยว พูด หรือเปิดปากกว้าง คุณอาจรู้สึกเหมือนขากรรไกรล็อค และอาจเกิดเสียงแปลกๆ ขณะที่ขากรรไกรเคลื่อนไหว คุณอาจพบปัญหาทางการเคี้ยวหรือกัด นอกจากนี้ แก้มอาจบวมข้างเดียว อาการอื่นๆ ได้แก่ ปวดฟัน ปวดศีรษะ มึนศีรษะ ปวดคอ ปวดหู ปัญหาทางการได้ยิน ปวดไหล่ช่วงบนและมีเสียงอื้อในหู (tinnitus) วิธีการปฏิบัติเมื่อเกิดความผิดปกติของข้อต่อขากรรไกร -พักการใช้ขากรรไกร ทานอาหารนิ่มๆ เช่น โยเกิร์ต มันบด ชีส และซุป หั่นอาหารให้เป็นชิ้นเล็กๆ เพื่อที่คุณจะได้ไม่ต้องเคี้ยวมาก หลีกเลี่ยงการรับประทานอาหารแข็ง กรอบ หรือเหนียว อย่าหาวมากเกินไป […]

ปัญหาสุขภาพช่องปากแบบอื่น

เป็นที่ทราบกันดีว่า การสูบบุหรี่เป็นอันตรายต่อสุขภาพ และการสูบบุหรี่ยังส่งผลต่อให้เกิด ปัญหาสุขภาพช่องปาก เป็นอย่างมาก การสูบบุหรี่เป็นเวลานาน อาจทำให้เกิดโรคเกี่ยวกับฟันและก่อให้เกิดปัญหาสุขภาพเหงือกได้ Hello คุณหมอ มีข้อมูลเกี่ยวกับ ปัญหาสุขภาพช่องปากจากการสูบบุหรี่ ที่ไม่ควรพลาดมาฝากทุกท่านค่ะ ปัญหาสุขภาพช่องปาก ที่เกิดจากการสูบบุหรี่ กลิ่นปาก คราบที่ฟัน และฟันเปลี่ยนสี โรคและการอักเสบที่ต่อมน้ำลาย การสะสมของคราบหินปูน กระดูกขากรรไกรเสื่อม หรือใช้การไม่ได้ ความเสี่ยงของการเกิดฝ้าขาวในปาก ความเสี่ยงของการเป็นโรคเหงือก และสูญเสียฟันเพิ่มขึ้น ความเร็วในการเยียวยาตนเองลดลง ลดอัตราความสำเร็จในการทำรากฟันเทียม ความเสี่ยงในการเป็นมะเร็งปากเพิ่มขึ้น การสูบบุหรี่กับโรคเหงือก บุหรี่ได้รับการพิสูจน์แล้วว่า เป็นตัวการทำให้กระดูกและเนื้อเยื่อที่เชื่อมกับฟันหลวม และขัดขวางการทำงานของเนื้อเยื่อเหงือก ทำให้เสี่ยงต่อการติดเชื้อได้ง่าย เมื่อเนื้อเยื่อเหงือกถูกทำลาย ประสิทธิภาพในการไหลเวียนของเลือดสู่เหงือกก็จะลดน้อยลง ทำให้การฟื้นฟูใช้เวลานานขึ้น ไปป์และซิการ์อันตรายหรือไม่ ไปป์และซิการ์ มีอันตรายไม่น้อยไปกว่าบุหรี่ การศึกษาเผยว่า ผู้ที่สูบซิการ์สูญเสียฟันและกระดูกเบ้าฟัน มากเท่ากับผู้ที่สูบบุหรี่ แม้ว่าการสูบไปป์และซิการ์ จะไม่ได้สูดเอาควันเข้าไป แต่ยังคงสร้างความเสี่ยงต่อปัญหาสุขภาพช่องปากอยู่เช่นเดิม เช่น กลิ่นปาก และฟันเปลี่ยนสี ยาสูบไร้ควันปลอดภัยหรือไม่ ยาสูบชนิดต่างๆ เช่น ยานัตถุ์ และยาเส้นชนิดเคี้ยว มีสารก่อมะเร็งทั้งมะเร็งในช่องปาก มะเร็งลำคอ และมะเร็งหลอดอาหาร สูงถึง 28 ชนิด ยาเส้นชนิดเคี้ยวมีปริมาณนิโคตินสูงกว่าในบุหรี่ และทำให้เกิดอาการเสพติดได้มากกว่า อีกทั้งยังมีการวิจัยพบว่ายานัตถุ์ 1 กล่อง มีปริมาณนิโคตินมากกว่าบุหรี่ 60 มวน ยาสูบชนิดที่ไม่ต้องสูบ (ชนิดเคี้ยว หรือแปะที่เหงือก) หรือยาสูบไร้ควัน อาจทำให้เกิดการระคายเคืองที่เหงือก และเหงือกร่น ซึ่งทำให้เกิดช่องว่างลงไปสู่รากฟัน […]

ปัญหาสุขภาพช่องปากแบบอื่น

โรคแผลร้อนใน เป็นแผลเล็กๆ ที่เกิดขึ้นในช่องปาก และส่งผลทำให้เรารู้สึกปวด แสบ เวลารับประทานอาหาร บางครั้งก็สามารถทำให้เกิดอาการระคายเคืองได้ บางครั้งที่เรานอนดึก ภูมิต้านทานไม่ดี เครียด ทำให้พักผ่อนไม่เพียงพอ แผลร้อนในก็สามารถขึ้นได้ หลายๆ คนก็คงเคยมีอาการใช่ไหมคะ วันนี้ Hello คุณหมอ มีบทความที่จะให้ข้อมูลเกี่ยวกับวิธีการจัดการกับแผลร้อนในมาฝากกันค่ะ ทำอย่างไรเมื่อเป็น โรคแผลร้อนใน สาเหตุของแผลร้อนในนั้นมีอยู่มากมาย หากคุณเป็นแผลร้อนในเป็นครั้งคราว สิ่งที่ควรพิจารณาก็คือ การแปรงฟัน แปรงฟันเบาๆ ด้วยแปรงสีฟันขนนุ่มๆ และอย่าลืมขัดฟันด้วยไหมขัดฟันทุกครั้งหลังรับประทานอาหาร ยาสีฟัน เปลี่ยนไปใช้ยาสีฟันที่มีไม่ส่วนผสมของโซเดียมลอเรทซัลเฟต (Sodium lauryl sulfate) เนื่องจาก ยาสีฟันที่มีสารนี้สามารถกระตุ้นให้เกิดแผลร้อนในและทำให้เกิดแผลกำเริบซ้ำๆ ลดความเครียด คนส่วนใหญ่มักจะเกิดแผลร้อนในขณะที่มีความเครียด หรือกำลังมีเรื่องทุกข์ใจอย่างรุนแรง ให้ความสนใจกับอาหารการกินเมื่อเป็น โรคแผลร้อนใน อาหารที่คุณรับประทานสามารถบอกได้ว่า แผลร้อนในของคุณจะดีขึ้นหรือแย่ลง ดังนั้นจึงไม่ควรรับประทานอาหารที่มีรสเผ็ด มีฤทธิ์เป็น กรด พริก อาหารรสจัด และน้ำอัดลม รวมถึงควรหลีกเลี่ยงผลไม้และผักบางชนิด เช่น ผลไม้รสเปรี้ยว พวกมะนาว ส้ม แอปเปิ้ล ลูกฟิก มะเขือเทศ สับปะรด และสตรอเบอร์รี่ เพื่อจะได้ไม่กระตุ้นให้เกิดแผลร้อนในมากยิ่งขึ้น พยายามอย่าทำให้เกิดการระคายเคืองภายในช่องปาก แผลร้อนในเกี่ยวข้องกับรอยบาด และรอยแผลเปิดที่บริเวณผิวหน้าในปาก ซึ่งอาจเกิดได้จากปัจจัยเหล่านี้คือ เหล็กดัดฟัน หากคุณกำลังใส่เหล็กดัดฟัน ควรระวังไม่ให้บาดผิวในปาก […]

ผู้เชี่ยวชาญด้าน ปัญหาสุขภาพช่องปากแบบอื่น ของเรา

ดูผู้เชี่ยวชาญเพิ่มเติม see-more-icon