home

เราจะปรับปรุงให้ดีขึ้นได้อย่างไร

close
chevron
บทความนี้อาจมีข้อมูลเท็จหรือไม่ถูกต้องแม่นยำ
chevron

โปรดแจ้งให้ทราบหากข้อมูลไม่ถูกต้อง

wanring-icon
คุณไม่จำเป็นต้องกรอกรายละเอียดนี้หากคุณไม่สะดวกใจ โปรดส่งความคิดเห็นของคุณที่ด้านล่างนี้เพื่อรับชมเว็บไซต์ต่อ
chevron
บทความนี้อาจมีข้อมูลไม่เพียงพอ
chevron

โปรดแจ้งให้ทราบหากข้อมูลไม่ครบถ้วน

wanring-icon
คุณไม่จำเป็นต้องกรอกรายละเอียดนี้หากคุณไม่สะดวกใจ โปรดส่งความคิดเห็นของคุณที่ด้านล่างนี้เพื่อรับชมเว็บไซต์ต่อ
chevron
ฉันมีข้อสงสัย
chevron

แม้ว่าเราอาจไม่ได้ให้คำแนะนำด้านการแพทย์ การวินิจฉัยโรค หรือการรักษาโรค แต่เราก็พร้อมรับฟังความคิดเห็นของท่าน โปรดแสดงความคิดเห็นในกล่องข้อความด้านล่าง

wanring-icon
หากคุณเกิดภาวะฉุกเฉินทางการแพทย์ โปรดแจ้งสายด่วน 1669 หรือติดต่อโรงพยาบาลที่อยู่ใกล้พื้นที่ของคุณในทันที

หรือ คัดลอกลิงก์

ใหม่

ระวัง!! ละเลยสุขภาพช่องปาก จนอาจทำให้เกิดปัญหา เหงือกร่น

ระวัง!! ละเลยสุขภาพช่องปาก จนอาจทำให้เกิดปัญหา เหงือกร่น

เหงือกร่น คือ ปัญหาสุขภาพเหงือก ที่เนื้อเหงือกจะร่นเข้าหาฟันจนทำให้สามารถมองเห็นเนื้อฟันหรือช่องของฟันได้ อาการทางสุขภาพเช่นนี้ อาจทำให้เกิดปัญหาสุขภาพฟันตามมา เช่น มีอาการเสียวฟัน มีเลือดออก หรือฟันโยกได้ ดังนั้นวันนี้ Hello คุณหมอ ขอนำเสนอสาระความรู้เกี่ยวกับปัญหาของเหงือกที่เรียกว่า อาการเหงือกร่น

สาเหตุของปัญหา เหงือกร่น

อาการเหงือกร่น เกิดจากการสึกหรอและการอักเสบที่บริเวณเหงือก และอาการบาดเจ็บหรืออักเสบที่เหงือก ก็มีที่มาจากอาการทางสุขภาพและพฤติกรรมการใช้ชีวิตประจำวัน ได้แก่

  • การแปรงฟันอย่างรุนแรงและผิดวิธี
  • การสูบบุหรี่
  • การเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมน (ในผู้หญิง)
  • สมาชิกในครอบครัวมีประวัติเกี่ยวกับโรคเหงือก
  • โรคเบาหวาน
  • การติดเชื้อเอชไอวี
  • ยารักษาโรคบางชนิดที่รับประทานเข้าไปทำให้ปากแห้ง ซึ่งเป็นการเพิ่มความเสี่ยงของ อาการเหงือกร่น เพราะเมื่อปากแห้งจะทำให้มีน้ำลายน้อยและไม่เพียงพอที่จะหล่อเลี้ยงเนื้อเยื่อในช่องปาก
  • การติดเชื้อแบคทีเรียในช่องปาก หรือที่เหงือก
  • ได้รับบาดเจ็บที่บริเวณปาก หรือที่เหงือก

นอกจากปัจจัยต่างๆ เหล่านี้แล้ว ยังมีผลการศึกษาที่น่าสนใจจาก The California Dental Association (CDA) กล่าวว่า ในวัยผู้ใหญ่ที่อายุตั้งแต่ 40 ปี ขึ้นไป หรือมีอายุมากกว่านั้น เพศชายจะมีแนวโน้มที่จะพบกับ อาการเหงือกร่น มากกว่าเพศหญิงด้วย

อาการเหงือกร่น มีอะไรบ้าง

เมื่อมี อาการเหงือกร่น เกิดขึ้น สามารถที่จะสังเกตลักษณะของอาการได้จากอาการที่แสดงออก ดังต่อไปนี้

  • มีเลือดออกหลังการแปรงฟัน หรือหลังการใช้ไหมขัดฟัน
  • มีอาการเหงือกบวมและแดง
  • มีกลิ่นปาก
  • ปวดที่บริเวณเหงือก
  • เหงือกมีการร่นขึ้นอย่างเห็นได้ชัด
  • สามารถมองเห็นรากฟันได้
  • ฟันโยก

อาการเหล่านี้เป็นอาการที่บอกได้ว่าคุณกำลังมี อาการเหงือกร่น แต่ในช่วงแรก ๆ หลายคนจะไม่รู้ตัวและไม่สังเกตถึงความผิดปกติ แต่ถ้าหากปล่อยไว้นานเข้า อาการก็จะเริ่มรุนแรงจนเสี่ยงที่จะทำให้สูญเสียฟันได้

วิธีรักษาและวิธีป้องกันปัญหาเหงือกร่น

ในขั้นตอนของการรักษาปัญหาสุขภาพช่องปากและปัญหาเหงือก ควรมีการไปพบกับทันตแพทย์เพื่อรับการตรวจวินิจฉัยว่ามีปัญหาสุขภาพช่องปากในรูปแบบใด เพื่อที่ทันตแพทย์จะได้สามารถให้คำแนะนำ และมีการรักษาที่ถูกต้อง ซึ่งสำหรับ อาการเหงือกร่น อาจสามารถรักษาได้ด้วยวิธีนี้

  • ให้ยารักษา หากพบว่าสาเหตุของ อาการเหงือกร่น มาจากการติดเชื้อ คุณหมออาจมีการแนะนำให้รับประทานยาปฏิชีวนะเพื่อรักษาอาการ เช่น เจลทาฆ่าเชื้อแบบเฉพาะที่ ยาฆ่าเชื้อ น้ำยาบ้วนปากสำหรับรักษาโรคในช่องปาก หรือยาที่มีสรรพคุณระงับและยับยั้งเอนไซม์
  • ทำการผ่าตัด สำหรับกรณีที่ต้องมีการผ่าตัดเหงือกนั้น มักจะต้องเป็นกรณีที่มีอาการรุนแรงหรือมีอาการหนักจริง ๆ

การรักษา อาการเหงือกร่น นั้นค่อนข้างที่จะมีความยุ่งยาก ดังนั้นจะเป็นการดีกว่าหากเรามีการดูแลและป้องกันเหงือกของเราไม่ให้เกิดอันตราย ซึ่ง วิธีดูแลสุขภาพเหงือกง่าย ๆ ที่คุณเองก็สามารถทำได้ ด้วยวิธีดังนี้

  • หมั่นตรวจสุขภาพช่องปากเป็นประจำ เพื่อที่ถ้ามีความเสี่ยงใด ๆ ในสุขภาพช่องปากจะได้สามารถรับมือและรักษาได้ตั้งแต่เนิ่นๆ
  • แปรงฟันเป็นประจำและควรแปรงฟันให้ถูกวิธี
  • ใช้ไหมขัดฟันหลังแปรงฟัน เพื่อกำจัดสิ่งเศษอาหารหรือแบคทีเรียที่ตกค้าง
  • ใช้แปรงสีฟันที่มีขนาดขนนุ่ม ไม่แข็ง
  • ดูแลสุขภาพช่องปากไม่ให้เกิดคราบหินปูน เพราะเสี่ยงที่จะทำให้เกิดปัญหาสุขภาพเหงือกตามมาได้

การป้องกัน อาการเหงือกร่น สามารถเริ่มต้นง่าย ๆ ได้ด้วยตนเอง เพียงแค่คุณใส่ใจกับความสะอาดของสุขภาพช่องปาก และใส่ใจกับการแปรงฟันให้ถูกวิธี เพื่อที่จะทำให้ช่องปากสะอาดและลดความเสี่ยงของปัญหาสุขภาพช่องปากไปพร้อม ๆ กัน

Hello Health Group ไม่ได้ให้คำปรึกษาด้านการแพทย์ การวินิจฉัย หรือการรักษาโรคแต่อย่างใด

Hello Health Group ไม่ได้ให้คำแนะนำด้านการแพทย์ การวินิจฉัยโรค หรือการรักษาโรคแต่อย่างใด

แหล่งที่มา

Receding Gums. https://www.healthline.com/health/dental-oral-health-receding-gums. Accessed on April 3, 2020.

Receding Gums. https://www.webmd.com/oral-health/guide/receding_gums_causes-treatments#1. Accessed on April 3, 2020.

Everything you need to know about receding gums. https://www.medicalnewstoday.com/articles/312992. Accessed on April 3, 2020.

รูปของผู้เขียนbadge
เขียนโดย Khongrit Somchai แก้ไขล่าสุด 05/05/2020
ตรวจสอบความถูกต้องของข้อมูลโดย ทีม Hello คุณหมอ
x