home

เราจะปรับปรุงให้ดีขึ้นได้อย่างไร

close
chevron
บทความนี้อาจมีข้อมูลเท็จหรือไม่ถูกต้องแม่นยำ
chevron

โปรดแจ้งให้ทราบหากข้อมูลไม่ถูกต้อง

wanring-icon
คุณไม่จำเป็นต้องกรอกรายละเอียดนี้หากคุณไม่สะดวกใจ โปรดส่งความคิดเห็นของคุณที่ด้านล่างนี้เพื่อรับชมเว็บไซต์ต่อ
chevron
บทความนี้อาจมีข้อมูลไม่เพียงพอ
chevron

โปรดแจ้งให้ทราบหากข้อมูลไม่ครบถ้วน

wanring-icon
คุณไม่จำเป็นต้องกรอกรายละเอียดนี้หากคุณไม่สะดวกใจ โปรดส่งความคิดเห็นของคุณที่ด้านล่างนี้เพื่อรับชมเว็บไซต์ต่อ
chevron
ฉันมีข้อสงสัย
chevron

แม้ว่าเราอาจไม่ได้ให้คำแนะนำด้านการแพทย์ การวินิจฉัยโรค หรือการรักษาโรค แต่เราก็พร้อมรับฟังความคิดเห็นของท่าน โปรดแสดงความคิดเห็นในกล่องข้อความด้านล่าง

wanring-icon
หากคุณเกิดภาวะฉุกเฉินทางการแพทย์ โปรดแจ้งสายด่วน 1669 หรือติดต่อโรงพยาบาลที่อยู่ใกล้พื้นที่ของคุณในทันที

หรือ คัดลอกลิงก์

ใหม่

ห่วงคุมกำเนิด กับหลากหลายข้อดีในการคุมกำเนิดเพื่อผู้หญิงโดยเฉพาะ

ห่วงคุมกำเนิด กับหลากหลายข้อดีในการคุมกำเนิดเพื่อผู้หญิงโดยเฉพาะ

ห่วงคุมกำเนิด หรือ ห่วงอนามัย เป็นหนึ่งในวิธีการคุมกำเนิดที่มีประสิทธิภาพมากที่สุด หลายคนอาจจะยังไม่ค่อยคุ้นเคยกับวิธีคุมกำเนิดวิธีนี้เท่าใดนัก บทความนี้จะช่วยให้คุณเข้าใจการทำงานของห่วงคุมกำเนิด และเรื่องอื่นๆ ที่คุณควรรู้เกี่ยวกับวิธีการคุมกำเนิดชนิดนี้มากขึ้น เพื่อที่จะได้เลือกใช้งานอย่างเหมาะสม

ทำความรู้จักกับ ห่วงคุมกำเนิด

ห่วงคุมกำเนิดคืออะไร

ห่วงคุมกำเนิด หรือห่วงอนามัย หรือห่วงอนามัยคุมกำเนิด (Intrauterine Device: IUD) เป็นเครื่องมือชิ้นเล็กๆ ที่จะถูกสอดเข้าไปในมดลูกของผู้หญิง เพื่อป้องกันการตั้งครรภ์ ถือเป็นการคุมกำเนิดที่มีประสิทธิภาพมากที่สุดอย่างหนึ่งสำหรับผู้หญิง ห่วงคุมกำเนิดสามารถใช้งานได้นาน และผู้หญิงสามารถตั้งครรภ์ได้ทันทีที่เอาห่วงออก

โดยทั่วไปห่วงคุมกำเนิดแบ่งเป็นสองชนิด ได้แก่

  • ห่วงคุมกำเนิดแบบเคลือบทองแดง
  • ห่วงคุมกำเนิดแบบฮอร์โมน ซึ่งจะปล่อยฮอร์โมนโปรเจสเตอโรนเข้าสู่มดลูกของคุณอย่างช้าๆ

ห่วงคุมกำเนิดทำงานอย่างไร

ห่วงคุมกำเนิดป้องกันไม่ให้ไข่และอสุจิปฏิสนธิกันได้ โดยทองแดงหรือฮอร์โมนจากห่วง จะเปลี่ยนเส้นทางของอสุจิที่เคลื่อนที่เข้าสู่ไข่ หรือบางครั้งก็หยุดยั้งไม่ให้ไข่มีการฝังตัวที่ผนังมดลูก

ห่วงคุมกำเนิดมีข้อดีอย่างไร

ห่วงคุมกำเนิดมีข้อดีหลายอย่าง ได้แก่

  • เป็นวิธีการคุมกำเนิดในระยะยาว ที่สามารถใช้งานได้สามปีหรือมากกว่านั้น
  • เมื่อเอาห่วงคุมกำเนิดออก คุณก็สามารถตั้งครรภ์ได้ทันทีที่ต้องการ
  • เป็นการคุมกำเนิดที่มีประสิทธิภาพมากถึง 99%
  • หากไม่ต้องการคุมกำเนิดแล้ว ก็สามารถเอาออกได้ง่าย
  • ไม่ส่งผลเสียต่อการให้นมบุตร
  • ไม่ทำสร้างความรำคาญให้แก่คู่รักของคุณ
  • ไม่มีข้อพิสูจน์ถึงความเสี่ยงต่อการเป็นมะเร็ง
  • ห่วงแบบเคลือบทองแดงไม่มีส่วนประกอบของฮอร์โมน
  • ห่วงแบบเคลือบทองแดง สามารถทำหน้าที่เสมือนยาคุมฉุกเฉินได้
  • ไม่มีผลข้างเคียง เนื่องจากปล่อยฮอร์โมนออกมาเพียงเล็กน้อยเท่านั้น

ความเสี่ยงของการใช้ห่วงคุมกำเนิด

โดยทั่วไปแล้ว ห่วงคุมกำเนิดถือว่าปลอดภัย ความเสี่ยงบางอย่างที่อาจเกิดขึ้นได้ เช่น

  • ความเสี่ยงในการเกิดการติดเชื้อในขณะใส่ห่วงคุมกำเนิดมีน้อยมาก ราว 1% เท่านั้น
  • ความเสี่ยงที่มดลูกจะได้รับความเสียหายจากการใช้ห่วงอนามัยมีน้อยมาก เพียง 1 ใน 1,000 เท่านั้น
  • มีโอกาสในการตั้งครรภ์ แต่ก็เป็นไปได้ยากมาก
  • อาจเกิดการตั้งครรภ์นอกมดลูก
  • ห่วงแบบเคลือบทองแดงอาจทำให้เลือดออกมากขึ้น หรือปวดท้องหนักมากในระหว่างมีประจำเดือน
  • ทองแดงอาจทำให้เกิดอาการแพ้ได้
  • ห่วงแบบฮอร์โมนอาจทำให้เกิดปัญหาประจำเดือนมาไม่ปกติ เช่น ประจำเดือนน้อยกว่าปกติ ประจำเดือนมากกว่ากว่าปกติ
  • มีโอกาสประมาณ 5% ที่ห่วงคุมกำเนิดอาจหลุดออกมาเอง

ใครสามารถใช้ได้บ้าง

ห่วงคุมกำเนิดเหมาะสำหรับผู้หญิงแทบทุกคน วัยรุ่นและผู้หญิงที่ยังไม่เคยมีลูกก็สามารถใช้ได้ ห่วงแบบฮอร์โมนยังเป็นตัวเลือกที่ดีสำหรับผู้หญิงที่ประจำเดือนมามากอีกด้วย

ใครที่ไม่ควรใช้ห่วงคุมกำเนิด

ผู้หญิงควรรักษาอาการติดเชื้อใดๆ ก็ตามที่มี ก่อนการใช้ห่วงคุมกำเนิด ห่วงคุมกำเนิดแบบเคลือบทองแดง ไม่เหมาะสำหรับผู้หญิงที่ปกติมีเลือดประจำเดือนออกมาก หรือมีอาการปวดท้องอย่างหนักในช่วงมีประจำเดือน เพราะอาจทำให้อาการพวกนี้แย่ลงได้

ช่วงเวลาในการใส่ห่วงคุมกำเนิด

การใส่ห่วงคุมกำเนิดสามารถทำได้ในช่วงต่อไปนี้

  • ในระหว่างมีประจำเดือน หรือเพิ่งหมดประจำเดือน
  • หกสัปดาห์หลังคลอดบุตร
  • ในระหว่างที่มีการผ่าตัดเพื่อทำแท้ง
  • หลังการร่วมเพศที่ไม่มีการป้องกัน หากใช้ห่วงแบบเคลือบทองแดงก็เป็นการคุมกำเนิดแบบฉุกเฉินอย่างหนึ่ง

ควรดูแลห่วงคุมกำเนิดอย่างไร

เมื่อใส่ห่วงคุมกำเนิดให้แล้วหกสัปดาห์ ควรกลับไปพบคุณหมอ เพื่อให้คุณหมอตรวจดูว่าห่วงคุมกำเนิดอยู่ในตำแหน่งที่เหมาะสมหรือไม่ เลื่อนหลุดหรือเปล่า เป็นต้น หากคุณมีข้อสงสัยใดๆ สามารถปรึกษาคุณหมอได้

Hello Health Group ไม่ได้ให้คำปรึกษาด้านการแพทย์ การวินิจฉัยโรค หรือการรักษาโรคแต่อย่างใด

Hello Health Group ไม่ได้ให้คำแนะนำด้านการแพทย์ การวินิจฉัยโรค หรือการรักษาโรคแต่อย่างใด

แหล่งที่มา

INTRA UTERINE DEVICE (IUD). http://www.familyplanning.org.nz/advice/contraception/intra-uterine-device-iud. Accessed December 7, 2016.

IUD. https://www.plannedparenthood.org/learn/birth-control/iud. Accessed December 7, 2016.

Birth Control and the IUD (Intrauterine Device). https://www.webmd.com/sex/birth-control/iud-intrauterine-device. Accessed December 7, 2016.

Intrauterine device (IUD). https://www.nhs.uk/conditions/contraception/iud-coil/. Accessed December 7, 2016.

Which is the best IUD for me?. https://www.medicalnewstoday.com/articles/323230.php. Accessed December 7, 2016.

รูปของผู้เขียน
เขียนโดย pimruethai เมื่อ 26/09/2018
ทบทวนบทความโดย ทีม Hello คุณหมอ
x