วิธีกินยาคุมครั้งแรก เพื่อป้องกันการตั้งครรภ์ เริ่มต้นอย่างไร ?

    วิธีกินยาคุมครั้งแรก เพื่อป้องกันการตั้งครรภ์ เริ่มต้นอย่างไร ?

    วิธีกินยาคุมครั้งแรก ควรศึกษาวิธีการกินให้เหมาะสมกับรูปแบบของยาคุม เช่น หากเป็นยาคุมแบบ 21 เม็ด ควรรับประทานติดต่อกัน 21 วัน แล้วหยุดพัก 7 วัน แต่หากเป็นยาคุมแบบ 28 เม็ด สามารถรับประทานติดต่อกันได้โดยไม่จำเป็นต้องหยุดพัก การรับประทานยาคุมกำเนิดให้ถูกต้องอาจช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานของยาคุมกำเนิด และอาจช่วยป้องกันการตั้งครรภ์ที่ไม่พึงประสงค์ได้

    ยาคุม คืออะไร

    ยาคุม คือยาที่ใช้เพื่อช่วยป้องกันการตั้งครรภ์ มีทั้งแบบฮอร์โมนรวมที่ประกอบด้วยฮอร์โมนเพศหญิง 2 ชนิด ได้แก่ ฮอร์โมนกลุ่มเอสโตรเจน (Estrogen) และฮอร์โมนกลุ่มโปรเจสเตอโรน (Progesterone) ยาคุมกำเนิดแบบบฮอร์โมนเดี่ยว และยาคุมฉุกเฉิน ยาคุมกำเนิดออกฤทธิ์ช่วยยับยั้งการตกไข่ที่ผลิตออกมาจากรังไข่ และสร้างเมือกบริเวณปากมดลูกให้เพิ่มมากขึ้น ทำให้อสุจิเข้าไปผสมกับไข่ได้ยาก หรืออาจทำให้เยื่อบุโพรงมดลูกบางลง ทำให้ไข่ที่ปฏิสนธิแล้วไม่สามารถฝังตัวในผนังมดลูก จึงอาจช่วยไม่ให้เกิดการตั้งครรภ์ได้

    วิธีกินยาคุมครั้งแรก ทำอย่างไร

    วิธีกินยาคุมครั้งแรก แบ่งออกตามประเภทของยาคุม ดังนี้

    ยาคุมกำเนิดแบบฮอร์โมนรวม (Combined Oral Contraceptive: COC)

    เป็นยาคุมชนิดเม็ดที่ประกอบไปด้วยฮอร์โมนเอสโตรเจนและโปรเจสติน ควรรับประทานในวันแรกที่ประจำเดือนมา หรือไม่เกิน 5 วันหลังจากประจำเดือนมา ยาคุมกำเนิดแบบฮอร์โมนรวมอาจแบ่งออกเป็น 3 ชนิด ได้แก่

    • ยาคุมฮอร์โมนระดับเดียว (Monophasic pills) เป็นยาคุมกำเนิดที่พบบ่อยที่สุด ใน 1 แผง จะมีทั้งหมด 21 เม็ด ในแต่ละเม็ดจะมีปริมาณของฮอร์โมนเอสโตรเจนและโปรเจสตินเท่ากัน โดยควรรับประทานวันละ 1 เม็ด เป็นเวลา 21 วันติดต่อกัน ควรรับประทานตามลูกศรที่ระบุบนแผงยา และควรรับประทานในช่วงเวลาเดียวกันทุกวันเมื่อรับประทานจนหมดแผงควรหยุดรับประทานยาคุมเป็นเวลา 7 วัน ก่อนเริ่มแผงใหม่
    • ยาคุมชนิดฮอร์โมน 2 ระดับ (Phasic pills) เป็นยาคุมที่อาจมีสีเม็ดยาแตกต่างกัน 2-3 ส่วน ใน 1 แผง โดยแต่ละส่วนมีฮอร์โมนที่แตกต่างกัน 2 ระดับ โดยควรรับประทานวันละ 1 เม็ด เป็นเวลา 21 วันติดต่อกัน ควรรับประทานในช่วงเวลาเดียวกันทุกวัน และรับประทานตามลูกศรที่ระบุบนแผงยา ไม่ควรรับประทานข้ามเม็ดยา เนื่องจากฮอร์โมนแต่ละเม็ดไม่เท่ากันจึงอาจส่งผลให้ประสิทธิภาพในการคุมกำเนิดลดลงได้ เมื่อรับประทานจนครบ 21 เม็ด ควรหยุดรับประทานยาคุมเป็นเวลา 7 วันก่อนเริ่มแผงใหม่
    • ยาคุมชนิดฮอร์โมนระดับเดียวแบบรับประทานทุกวัน (Every day pills) ใน 1 แผง จะมียาทั้งหมด 28 เม็ด แบ่งเป็นยาที่มีฮอร์โมน 21 เม็ด และยาหลอก 7 เม็ด ควรรับประทานวันละ 1 เม็ด ติดต่อกันตามลำดับของลูกศรบนแผงยา และสามารถเริ่มแผงใหม่ได้เลยโดยไม่จำเป็นต้องหยุดพัก

    ยาคุมกำเนิดแบบฮอร์โมนเดี่ยว (Progestogen-only pills)

    เป็นยาคุมที่มีฮอร์โมนโปรเจสโตเจน (Progestogen) เพียงชนิดเดียว ใน 1 แผงจะมียา 28 เม็ด โดยเริ่มรับประทานในวันแรกที่ประจำเดือนมา หรือไม่เกิน 5 วัน หลังจากนั้น ควรรับประทานวันละ 1 เม็ด ในช่วงเวลาใกล้เคียงกันไม่เกิน 3 ชั่วโมง โดยไม่จำเป็นต้องหยุดพักเมื่อจะเริ่มแผงใหม่ และการรับประทานยาคุมประเภทนี้อาจทำให้มีประจำเดือนมากะปริบกะปรอยหรืออาจจะไม่มีประจำเดือนเลยก็ได้

    ยาคุมกำเนิดแบบฉุกเฉิน

    ยาคุมกำเนิดฉุกเฉินประกอบด้วยฮอร์โมนกลุ่มโปรเจสติน สำหรับประเทศไทยที่นิยมใช้คือ ลีโวนอร์เจสเตรล (Levonorgestrel) ซึ่งเป็นยาที่ใช้สำหรับป้องกันการตั้งครรภ์เมื่อเกิดเหตุการณ์ไม่คาดคิด เช่น ถุงยางอนามัยขาด ถูกล่วงละเมิดทางเพศ โดยมีส่วนประกอบของฮอร์โมนกลุ่มโปรเจสติน ใน 1 แผงจะมี 2 เม็ด แต่ละเม็ดจะมีฮอร์โมนลีโวนอร์เจสเตรล 0.75 มิลลิกรัม ควรรับประทานเม็ดแรกไม่เกิน 72 ชั่วโมง และรับประทานยาเม็ดที่ 2 ห่างจากเม็ดแรกประมาณ 12 ชั่วโมง เพื่อความสะดวกอาจสามารถรับประทานทั้ง 2 เม็ด ภายในครั้งเดียวได้

    นอกจากนี้ ยังมียาคุมฉุกเฉินยูริพริสทอล อะซิเตท (Ulipristal Acetate) เป็นยาคุมกำเนิดที่วางจำหน่ายในบางประเทศ โดย 1 แผง จะมียาเพียง 1 เม็ด แต่มีปริมาณฮอร์โมนถึง 30 มิลลิกรัม โดยควรรับประทานภายใน 120 ชั่วโมง

    คำแนะนำเกี่ยวกับวิธีกินยาคุมครั้งแรก

    คำแนะนำเกี่ยวกับวิธีกินยาคุมครั้งแรก อาจมีดังนี้

    • ก่อนเริ่มรับประทานยาคุม ควรศึกษาวิธีกินยาคุมครั้งแรกให้ถูกต้อง โดยอาจขอคำแนะนำจากคุณหมอหรือเภสัชกรก่อน
    • สำหรับยาคุมกำเนิดแบบฮอร์โมนรวมและฮอร์โมนเดี่ยว ควรรับประทานในวันแรกที่ประจำเดือนมา หรือไม่เกิน 5 วันหลังจากประจำเดือนมา โดยรับประทานวันละ 1 เม็ด ในช่วงเวลาเดียวกันทุกวัน และรับประทานตามลูกศรบนแผง ไม่ควรข้ามเม็ดยา
    • หากลืมรับประทานยาคุมกำเนิดแบบฮอร์โมนรวม 1 วัน ควรรับประทานทันทีที่นึกขึ้นได้ และรับประทานเม็ดต่อไปในช่วงเวลาเดิม แต่หากลืมกินยา 2 วัน ควรรับประทาน 2 เม็ดทันทีที่นึกขึ้นได้ และรับประทานเพิ่มอีก 2 เม็ด ในวันถัดไป จากนั้นรับประทานปกติวันละ 1 เม็ด จนกว่าจะหมดแผง
    • สำหรับผู้ที่ลืมรับประทานยาคุมกำเนิดแบบฮอร์โมนรวม 3 เม็ดขึ้นไป ควรหยุดรับประทานยาคุมแผงนั้นทันที และเริ่มรับประทานยาแผงใหม่วันที่ประจำเดือนมาในรอบถัดไป โดยในระหว่างนั้นควรคุมกำเนิดด้วยวิธีอื่นควบคู่ไปด้วย เช่น ใช้ถุงยางอนามัย
    • สำหรับผู้ที่ลืมรับประทานยาคุมแบบฮอร์โมนเดี่ยว ควรรับประทานทันทีที่นึกขึ้นได้ และรับประทานยาเม็ดต่อไปช่วงเวลาปกติ ซึ่งหมายความว่าใน 1 วัน อาจรับประทาน 2 เม็ด จากนั้นให้รับประทานเม็ดต่อไปในวันและเวลาปกติ และควรคุมกำเนิดด้วยถุงยางอนามัยหรือหลีกเลี่ยงการมีเพศสัมพันธ์เป็นเวลา 48 ชั่วโมง
    • สำหรับยาคุมฉุกเฉิน ยังไม่มีข้อสรุปชัดเจนในกรณีที่ลืมรับประทานยาคุม แต่หากรับประทานยาคุมฉุกเฉินหลังจากมีเพศสัมพันธ์ไปแล้ว 72 ชั่วโมง อาจเสี่ยงต่อการตั้งครรภ์ได้ นอกจากนี้ไม่ควรรับประทานยาคุมฉุกเฉินบ่อยครั้ง เพราะอาจส่งผลให้ประจำเดือนมาไม่สม่ำเสมอและเสี่ยงต่อการตั้งครรภ์นอกมดลูกได้

    ยาคุมกำเนิดอาจส่งผลข้างเคียงทำให้คลื่นไส้ อาเจียน วิงเวียนศีรษะ ประจำเดือนมาไม่ปกติ เจ็บเต้านม ซึ่งเป็นเรื่องปกติ แต่หากสังเกตว่ามีอาการตาพร่ามัว รู้สึกปวดบวมต้นขา ท้องเสียและอาเจียนในระดับรุนแรง นานกว่า 24 ชั่วโมง ควรพบคุณหมอทันที

    Hello Health Group ไม่ได้ให้คำแนะนำด้านการแพทย์ การวินิจฉัยโรค หรือการรักษาโรคแต่อย่างใด

    ตรวจสอบข้อมูลทางการแพทย์โดย

    แพทย์หญิงอรกนิษฐา อรุณาทิตย์

    สูตินรีเวชวิทยา · โรงพยาบาลสุขุมวิท


    เขียนโดย ปัญญพัฒน์ เอี่ยมสิน · แก้ไขล่าสุด 29/08/2022

    โฆษณา
    โฆษณา
    โฆษณา
    โฆษณา